<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุ๊กเขาพนมแทงนร. หนีไปบวชก็ไม่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบ &amp;quot;กุ๊ก เขาพนม&amp;quot; หนีคดีพยายามฆ่า 5 ปีไปบวชพระ สุดท้ายไม่พ้นมือตำรวจกองปราบฯ รับเหตุจากลูกน้องมีปัญหาแย่งแฟนกับ นร.คนหนึ่ง ในฐานะลูกพี่ต้องออกหน้าไล่แทงอีกฝ่ายจมเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มีนาคมนี้ ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป. เข้าจับกุมนายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 3 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกระบี่ ที่ 32/2559 ลง 17 ต.ค.2559 โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.2558 สมาชิกหนึ่งในแก๊งของนายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ปมขัดแย้งเรื่องแย่งแฟนกัน จนเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 15.00 น. นายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งได้นัดเคลียร์กับคู่กรณี โดยให้มาพบกันหน้าโรงเรียนที่คู่กรณีเรียนอยู่ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายสุรศรีพาพวกถึงหน้าโรงเรียนพบคู่กรณียื่นอยู่ จึงจอดรถแล้วกรูกันเข้าไปใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาแทงไปที่คู่กรณีหลายครั้งจนคู่กรณีล้มลง จากนั้นทั้งหมดก็ขี่รถจักรยานยนต์ที่เตรียมมาหลบหนีไป ต่อมามีผู้เห็นเหตุการณ์ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง และบิดาผู้บาดเจ็บเข้าแจ้งความตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา วันที่ 3 มี.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามจนกระทั่งสืบทราบว่า นายสุรศรี หรือกุ๊ก พันเส้ง ผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีมาบวชเป็นพระภิกษุที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเฝ้าติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด สอบสวนผู้ต้องหายอมรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้นายสุรศรีเป็นหัวหน้าแก๊งรถซิ่ง เป็นที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;กุ๊ก เขาพนม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58891</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.อ.สรร มั่นเมืองรยา, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุ๋นเศรษฐินี232ล. ล่อแบ่งมรดกพันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบแก๊ง 18 มงกุฎวัยดึก รวมหัวตุ๋นเศรษฐินีอสังหาริมทรัพย์ สูญ 232 ล้าน อ้างเป็นผู้รับมรดกกว่าพันล้านของแพทย์หญิงที่ถูกระเบิดเสียชีวิตที่ภาคใต้ ขอยืมเงินเป็นค่าดำเนินการเปิดพินัยกรรม สัญญานอกจากใช้หนี้คืน จะแถมอีก 300 ล้าน โดยมีตัวละครเป็นพันโททหารบก และร้อยโทหญิง หลอกล่อสารพัดจนตายใจโอนเงินให้ 597 ครั้ง ถึงตื่นจากฝัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม วันที่ 2 เมษายนนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ต.ฐิติวัสส์ แซมเขียว สว.กก.5 บก.ป. ร่วมแถลงจับกุม น.ส.สุภิช นิมิตนิวัช อายุ 61 ปี, น.ส.ผาณิตา นารถไพรินทร์ อายุ 52 ปี, นายชัยชนะ จันทรา อายุ 45 ปี และ น.ส.มาริษา โสมบ้านกรวย อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.103-106/2562 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2562 ในข้อหา &amp;quot;ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น&amp;quot; โดยร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ออกอุบายให้ช่วยเหลือเงินค่าดำเนินการเรื่องมรดก จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 597 ครั้ง เป็นเงิน 232,910,617 บาท จับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหาที่ จ.ราชบุรี นนทบุรี และสุพรรณบุรี ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2559 น.ส.สุภิช หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาทราบว่า น.ส.ปาณิสรา อายุ 59 ปี อาชีพทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้เสียหาย เพิ่งจะได้เงินจากการขายที่ดินย่านนนทบุรี แนวการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงมาหลายร้อยล้านบาท จึงวางแผนกับพวกร่วมกันกุเรื่องว่ากำลังดำเนินการเรื่องทรัพย์มรดกของแพทย์หญิงคนหนึ่งซึ่งอาสาไปทำงานที่ จ.ยะลา ร่วมกับกองทัพ และได้เสียชีวิตลงด้วยเหตุระเบิดของผู้ก่อความไม่สงบ และแพทย์หญิงได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับมรดก ตลอดจนสิทธิในการรับเงินช่วยเหลือจากกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานต่างๆ รวมเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท โดยได้ทำพินัยกรรมมอบให้ น.ส.ผาณิตา แต่ น.ส.ผาณิตาไม่มีเงินในการดำเนินการเรื่องพินัยกรรม และมาขอความช่วยเหลือจาก น.ส.สุภิช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.สุภิชและ น.ส.ผาณิตาได้เกลี้ยกล่อมผู้เสียหายว่า ต้องการใช้เงินในการดำเนินการจำนวน 235 ล้านบาท หากตกลง เมื่อได้เงินจากพินัยกรรมแล้วจะใช้หนี้คืนพร้อมมอบเงินสมนาคุณอีก 300 ล้านบาท แล้ว น.ส.สุภิชก็อ้างว่าได้ใช้เงินส่วนตัวจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพบกไปแล้วกว่า 50 ล้านบาท แต่ตอนนี้ น.ส.สุภิชไม่สามารถหาเงินมอบให้เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพบกได้ จึงขอยืมเงินผู้เสียหายครั้งแรกจำนวน 5 แสนบาท เพื่อนำไปดำเนินการ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ไปพบกับ น.ส.สุภิชห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขาราชบุรี แล้วเบิกเงินสดจากธนาคาร จำนวน 5 แสนบาท มอบให้ น.ส.สุภิช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาอีก 4 วัน น.ส.สุภิชได้บอกกับ น.ส.ปาณิสรา ผู้เสียหาย ว่าต้องการเงินอีก 520,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินการ ผู้เสียหายจึงเบิกเงินจากธนาคารมอบให้ โดย น.ส.สุภิชได้จ่ายเช็คธนาคาร 2 ฉบับ เพื่อเป็นหลักประกัน แต่เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระ น.ส.สุภิชได้บอกผู้เสียหายว่าอย่างเพิ่งนำเช็คไปขึ้นเงิน ทำให้ผู้เสียหายเริ่มสงสัย น.ส.สุภิชจึงให้นายชัยชนะเพื่อนร่วมแก๊ง อ้างตัวเป็นพันโทอนิรุทธิ์ดูแลพินัยกรรมของแพทย์หญิง โทรศัพท์คุยกับผู้เสียหาย อ้างถึงขั้นตอนดำเนินการเพื่อเปิดพินัยกรรมส่งมอบเงินและทรัพย์สินตามพินัยกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ แก๊งต้มตุ๋นยังได้นัดให้ผู้เสียหายไปพบที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จ.นนทบุรี ซึ่งนอกจากนายชัยชนะจะแสดงตนเป็นพันโทอนิรุทธิ์แล้ว น.ส.มาริษา สมาชิกในแก๊งอีกคนยังแสดงตนเป็นร้อยโทหญิงรัตนา ยืนยันว่า น.ส.ผาณิตาเป็นผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรม แต่จะต้องหาเงินมาวางเป็นหลักประกัน รวมทั้งเป็นค่าดำเนินการ จากนั้นก็ขอเบิกเงินจากผู้เสียหายตลอดมา รวมแล้ว 597 ครั้ง เป็นเงิน 232,910,617 บาท จนในที่สุด น.ส.ปาณิสรา ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวงแน่นอน จึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ให้ดำเนินคดีบุคคลทั้ง 4 จนมีการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 และวันที่ 1 เมษายน 2562 ตำรวจ กก.5 ป.ได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 สอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพ ส่วนเงินทั้งหมดที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายนำมาแบ่งกันแล้วซื้อทรัพย์สิน เช่น นาฬิกา รถยนต์หรู บ้าน 8 หลัง ที่ดิน รวมมูลค่า 70 ล้านบาท ขณะนี้ตำรวจกองปราบฯ กำลังสืบสวนติดตามทรัพย์สินที่หลอกลวงมาคืนให้ผู้เสียหาย ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32836</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยชนะ จันทรา, ผาณิตา นารถไพรินทร์, พ.ต.ต.ฐิติวัสส์ แซมเขียว, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, สุภิช นิมิตนิวัช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca37a8d1c737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับขายประกันรถ ปลอมกรมธรรม์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มขายประกันภัยรถยนต์สุดแสบ ทำใบกรมธรรม์ปลอมให้ลูกค้ากว่าครึ่งร้อย เอาเงิน 3.5 แสนไปถลุงจนหมด กำชับใครเกิดอุบัติเหตุให้โทร.หา เอารถไปซ่อมถูกๆ ที่อู่เพื่อน ความแตกเมื่อลูกค้าบางรายติดต่อไม่ได้ จึงโทร.เข้าบริษัท ถูกจับดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม สั่งการ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายณัฐกิตติ์ อริยโชติพิพิธ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/1 หมู่ 2 ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ตามหมายจับศาลจังหวัดอ่างทอง ที่ 146/2561 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม จับกุมได้ที่ตลาดนัดโคกช้าง หมู่ 8 ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายณัฐกิตติ์ซึ่งทำงานเป็นตัวแทนขายประกันภัยรถยนต์ให้บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ได้ปลอมกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของลูกค้ากว่า 50 คน มูลค่า 3.5 แสนบาท ต่อมารถยนต์ของลูกค้าที่ได้รับกรมธรรม์ประกันภัยปลอมได้เกิดอุบัติเหตุ จึงมาแจ้งเคลมประกันกับทางบริษัท ทำให้ทราบว่ากรมธรรม์ที่ลูกค้าถืออยู่เป็นกรมธรรม์ปลอม ภายหลังทราบเรื่องทางบริษัทจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อนายณัฐกิตติ์ที่ สภ.เมืองอ่างทอง กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายณัฐกิตติ์ได้หลบหนีไปช่วยแฟนสาวขายของที่ตลาดนัดโคกช้างใน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังจับกุมตัวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายณัฐกิตติ์รับสารภาพว่าเป็นพนักงานขายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของบริษัทแห่งนี้มา 2 ปี และได้แอบนำเงินลูกค้าไปใช้จ่ายส่วนตัวจนหมด จึงคิดทำกรมธรรม์ประกันภัยปลอมให้ลูกค้า โดยจะนำเอกสารของลูกค้าเก่ามาตัดต่อเลขทะเบียนรถ ชื่อ นามสกุล และที่อยู่ ให้เป็นของลูกค้าที่มาติดต่อซื้อกรมธรรม์ ก่อนนำไปถ่ายเอกสารให้ดูเหมือนกรมธรรม์ประกันภัยตัวจริงที่บริษัทออกให้ และหากรถยนต์ลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ ตนจะให้ลูกค้าโทร.หาทันที จากนั้นจะนำรถยนต์ของลูกค้าไปซ่อมในอู่ของพรรคพวกที่รู้จักกัน โดยจะจ่ายค่าซ่อมให้ลูกค้าเอง ต่อมาเรื่องมาแดงเมื่อลูกค้าบางคนรถเกิดอุบัติเหตุและโทร.ติดต่อตนไม่ได้ จึงติดต่อทางบริษัทประกันภัยเอง กระทั่งบริษัทได้ตรวจสอบแล้วไม่พบว่าลูกค้าได้ทำประกันภัยกับทางบริษัท จึงเข้าแจ้งความดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ นำตัวส่ง สภ.เมืองอ่างทอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22476</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf563a11fce4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
