<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครนคอนโดถล่มทับคนงานดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครนยักษ์หักระหว่างสร้างคอนโดฯ แฝดสูง 38 ชั้นย่านสำโรงเหนือ กระแทกร่างคนคุมเครนตกกระแทกพื้นถูกโครงเหล็กทับดับสยอง คนงานพบเครนมีปัญหามาก่อนหน้านี้ บริษัทเจ้าของเตรียมจะเปลี่ยนตัวใหม่ให้ใช้ แต่บริษัทก่อสร้างไม่ยอม เกรงจะเสียเวลา จนเกิดเหตุสลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.ท.อุทิศ สุดใจ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเครนทาวเวอร์ตกลงมาจากดาดฟ้าชั้นที่ 29 ทับคนงานเสียชีวิต ภายในสถานที่ก่อสร้างคอนโดฯ หรูแฝดย่านถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการปาล์มไอส์แลนด์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ของบริษัท เจ แอนด์ เค กรุ๊ป เอนจิเนียริ่ง จำกัด กำลังก่อสร้างอาคารคอนโดฯ แฝดสูง 38 ชั้น สร้างเสร็จไปแล้วจำนวน 30 ชั้น ที่บริเวณดาดฟ้าชั้นที่ 30 พบเหล็กโครงสร้างของเครนทาวเวอร์ที่ตั้งจากพื้นดินขึ้นไปสูงกว่าอาคาร 30 ชั้น ได้หักพับลงมา โดยที่ปลายบูมเข้าไปเสียบคาอยู่ที่หน้าต่างชั้นที่ 26 ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตตกลงมากระแทกพื้นและถูกโครงเหล็กทับจนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นดาดฟ้าชั้นที่ 30 ทราบชื่อนายวิทยา พาขึ้นพร้อม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 12 ต.บ้านโภชน์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นผู้ควบคุมเครนทาวเวอร์ที่เกิดเหตุ โดยคนงานได้นำร่างของผู้ตายลงมาที่พื้นด้านล่างเพื่อจะนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตก่อนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเพื่อนร่วมงานทราบว่า เครนทาวเวอร์ต้นดังกล่าวมีปัญหามาหลายวันแล้ว และบริษัทเครนทาวเวอร์ได้แจ้งจะเข้ามาทำการเปลี่ยนตัวเครนให้ แต่ทางบริษัทรับเหมาก่อสร้างอ้างว่าจะเสียเวลา เพราะการก่อสร้างใกล้จะเสร็จแล้ว จึงไม่ยอมให้เปลี่ยนและซ่อมแซมโดยใช้งานเครนไปอย่างนั้น ก่อนเกิดเหตุในขณะที่ผู้ตายซึ่งอยู่ในห้องควบคุมเครนทาวเวอร์ด้านบน กำลังควบคุมเครนที่กำลังยกของจากพื้นด้านล่างขึ้นไปด้านบน อยู่ๆ เครนดังกล่าวได้หักบริเวณฐานเราเตอร์ใต้ห้องควบคุม และส่วนที่หักตกลงมากระแทกพื้นอาคารชั้นที่ 30 ก่อนที่ผู้ตายจะถูกเหล็กโครงสร้างตกลงมาทับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัววิศวกรที่ควบคุมงานสถานที่เกิดเหตุ และวิศวกรของบริษัทเครนทาวเวอร์ต้นที่หักลงมา มาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21405</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.อุทิศ สุดใจ, สำโรงเหนือ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be04b582f2f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมาแมวยัดกระสอบ มัดปากถุงกะให้ตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คนใจร้าย จับหมา-แมว 14 ตัวยัดกระสอบทิ้งไว้ในท้ายรถกระบะไร้เจ้าของ หนุ่มพลเมืองดีไปหาเพื่อนได้ยินเสียงช่วงเย็นไม่เอะใจ กระทั่งดึกจะกลับบ้านได้ยินเสียงอีก ตามหาจนเจอแจ้งตำรวจตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พ.ต.ท.อุทิศ สุดใจ สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีคนนำสุนัขและแมวใส่กระสอบจำนวน 14 ตัว วางไว้ท้ายรถกระบะที่จอดทิ้งไว้บริเวณข้างบ่อบำบัดน้ำเสียเยื้องทางเข้าหมู่บ้านกลางเมือง ซอยวัดด่านสำโรง ต.ด่านสำโรง อ.เมืองสมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมอาสาร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดสมุทรปราการ พบรถยนต์กระบะแบบตอนเดียว ยี่ห้อนิสสัน สีเทา ทะเบียน ณฉ 1867 กทม. ที่บริเวณกระบะท้ายพบกระสอบป่านกว่า 10 ใบ ถูกมัดปากอย่างแน่นหนา มีเสียงร้องของสุนัขและแมวดังออกมาเป็นระยะ นายปฏิภาณ ไทยยากรณ์ อายุ 22 ปี ผู้ที่พบเห็นได้ใช้มีดคัตเตอร์ตัดเชือกที่มัดปากกระสอบออก พบว่าภายในกระสอบมีสุนัขพันธุ์พูเดิลผสมและแมวพันธุ์ไทยในสภาพอ่อนแรง เนื่องจากถูกขังเป็นเวลานานขาดทั้งอาหารและน้ำ นายปฏิภาณจึงนำนมและอาหารที่ซื้อมาให้พวกมันกิน ตรวจนับพบว่าเป็นสุนัขจำนวน 12 ตัว แมว 2 ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปฏิภาณบอกกับตำรวจว่า พักอาศัยอยู่ในย่านมหาวิทยาลัยหัวเฉียว เขตบางเสาธง สมุทรปราการ เมื่อช่วงเย็นวาน ตนได้ขับรถมาหาเพื่อนที่อยู่ภายในหมู่บ้านกลางเมือง และนำรถมาจอดต่อท้ายรถกระบะคันดังกล่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 5 โมงเย็น ได้ยินเสียงแมวและสุนัขอยู่ก่อนแล้ว แต่คิดว่าเสียงดังกล่าวน่าจะดังออกมาจากหลังรั้วของบ่อบำบัดน้ำเสีย จึงไม่ได้สนใจและเดินข้ามไปหาเพื่อนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจนกระทั่งดึก ตนกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ขณะจะเปิดประตูรถก็ได้ยินเสียงร้องของสุนัขและแมวอีก จึงเดินวนหารอบๆ รถกระบะคันดังกล่าว พบเห็นกระสอบป่านที่ถูกมัดปากจำนวนหลายใบวางอยู่ท้ายรถ ซึ่งเสียงร้องของสุนัขและแมวดังออกมาจากกระสอบดังกล่าว จึงช่วยเหลือและแจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า รถกระบะคันดังกล่าวถูกนำไปจอดทิ้งไว้นานแล้ว คาดว่ามีคนจับสุนัขและแมวยัดกระสอบไปทิ้งไว้ท้ายรถโดยหวังให้ฆ่าให้ตาย ตำรวจจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสคนใจร้ายมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10349</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ่อบำบัดน้ำเสีย, ปฏิภาณ ไทยยากรณ์, พ.ต.ท.อุทิศ สุดใจ, พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์., มหาวิทยาลัยหัวเฉียว, สุนัขและแมวยัดกระสอบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมา, แมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0ea5e3a4d30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
