<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.ต.อ.ฆ่าตัวอีกราย บิ๊กแป๊ะสั่งสกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีกากีร่วงอีก 1 ร.ต.อ.รอง สว.ผูกคอตายในบ้านพัก เมียเผยบ่นเครียดจากหน้าที่การงานจนไม่อยากทำแล้ว พบประวัติติดเหล้าจนเข้ารักษาที่ รพ.จิตเวช บิ๊กแป๊ะเสียใจ กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลลูกน้องใกล้ชิด อีกราย จ่าทหารกองกำลังผาเมืองป่วยซึมเศร้า บุกร้านเซเว่นฯ ชักปืนขู่พนักงานให้ไลฟ์สด ก่อนระเบิดขมับตัวเองดังสยอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 15 ตุลาคมนี้ พ.ต.ท.เดชา โพธาราม สว. (สอบสวน) สภ.เมืองเลย ได้รับแจ้งมีตำรวจผูกคอตายในบ้านพักเลขที่ 390 หมู่ 9 บ้านโพนไทร ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย จึงนำกำลังไปตรวจสอบ ทราบว่าผู้ตายคือ ร.ต.อ.ศิริวัฒน์ สุรทิพย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองหญ้าปล้อง ช่วยราชการที่ สภ.เชียงกลม จ.เลย ใช้เชือกไนลอนผูกคอโยงกับขื่อในห้องครัวหลังบ้าน โดยป้าและภรรยาผู้ตายตื่นมาพบ จึงตะโกนบอกให้คนช่วย พี่เขยของผู้ตายรีบตัดเชือกและพยายามทำ CPR แต่ก็สายไปเสียแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามภรรยาและน้องของผู้ตายเปิดเผยว่า ร.ต.อ.ศิริวัฒน์ได้มาบ่นว่าไม่อยากทำงานแล้ว อยากจะย้ายสายงานเพราะเครียดมาก โดย ร.ต.อ.ศิริวัฒน์เป็นรองสารวัตรสอบสวนอยู่ที่ สภ.หนองหญ้าปล้อง อ.วังสะพุง จากนั้นถูกย้ายไปช่วยราชการที่ สภ.เชียงกลม ได้ 2 เดือน โดยก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.ศิริวัฒน์ติดเหล้ามาก พอเลิกเหล้าก็เกิดอาการเครียดจนภรรยาต้องพาไปพบหมอที่โรงพยาบาลจิตเวช ล่าสุดช่วงตีห้า ร.ต.อ.ศิริวัฒน์ตื่นขึ้นมา ยังพูดคุยกับป้าที่อยู่บ้านติดกัน ทว่าไม่นานก็แอบผูกคอตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานเหตุดังกล่าวแล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้น สันนิษฐานสาเหตุการฆ่าตัวตายน่าจะมาจากความเครียดจากสุขภาพของตนเอง โดยผู้ตายเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจิตเวช จ.เลย ตั้งแต่เดือน ม.ค.2562 เป็นต้นมา เรื่องนี้ได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว ท่านเสียใจกับความสูญเสียทุกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดจากเรื่องส่วนตัวหรือจากการปฏิบัติหน้าที่ และท่านได้ฝากแสดงความเสียใจไปยังญาติของผู้เสียชีวิตด้วย พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาลงไปดูแลถึงสิทธิประโยชน์อันพึงได้ที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง และช่วยประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องให้กับญาติผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ผบ.ตร.มีความเป็นห่วงข้าราชการตำรวจทุกนาย และกำชับไปยังผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยให้คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใต้บังคับบัญชา หมั่นให้ความใส่ใจ ซักถาม ทำความเข้าใจ และดูแลช่วยเหลือปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ขอประชาสัมพันธ์ข้าราชตำรวจหรือญาติที่พบว่าข้าราชการตำรวจมีความเสี่ยงที่อาจก่อเหตุฆ่าตัวตาย ให้สังเกตสัญญาณเตือนที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย เช่น พูดถึงความตายหรือการฆ่าตัวตาย หรือบ่นว่าอยากตาย, พูดหรือเขียนสั่งเสีย, เคยพยายามฆ่าตัวตาย, เศร้าซึม แยกตัวเอง, ป่วยเป็นโรคจิต, ติดสุราหรือยาเสพติดจนเลิกไม่ได้, เกิดการโต้เถียง ทะเลาะวิวาทรุนแรงบ่อยๆ เป็นต้น ควรหันหน้าปรึกษาญาติหรือผู้บังคับบัญชา หรือเพื่อนร่วมงานก่อน และสามารถขอรับการรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้ที่ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2207-6144 หรือ 0-2207-6000 ต่อ 6144 และโทรศัพท์มือถือหมายเลข 06-3195-8001
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงใหม่ เวลา 04.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สภ.แม่ริม รับแจ้งมีชายคลุ้มคลั่งจับตัวพนักงานร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาห้วยน้ำริน ต.สันโป่ง อ.แม่ริม ริมถนนสายโชตนาเชียงใหม่-ฝาง ขาออก ใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้พนักงานสาวของทางร้านทำการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก การจับกุมตัวประกันครั้งนี้ ต่อมา พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมชุด นปพ.จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางไปตรวจสอบ พบร่าง จ.ส.อ.พงศ์พันธ์ กุณโฮง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1855 หมู่ 2 ต.สะเตียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ทหารสังกัดกองกำลังผาเมือง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขมับขวา นอนจมกองเลือดอยู่ข้างร้านเซเว่นฯ ที่พื้นพบปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่ง รพ.นครพิงค์ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.พงศ์พันธ์ได้ขับรถกระบะหมายเลขทะเบียน บร 5653 เพชรบูรณ์ มาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นได้ชักปืนออกมาแล้วเรียกพนักงานที่เป็นผู้ชายออกจากร้าน ก่อนใช้ปืนจี้ เหมือนจับตัวประกัน และให้พนักงานหญิงทำการไลฟ์สดการจี้ตัวประกัน ทั้งบอกให้โทร.แจ้งตำรวจ และนักข่าวมาทำข่าว หลังจากนั้นราว 5 นาที จ.ส.อ.พงศ์พันธ์ก็สั่งให้พนักงานทั้งหมดกลับเข้าไปในร้าน &amp;nbsp;ก่อนใช้อาวุธปืนยิงขมับตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บังคับบัญชาของ จ.ส.อ.พงศ์พันธ์ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแจ้งว่าผู้ตายรับราชการอยู่ที่ จ.เชียงราย ช่วงนี้มาฝึกร่วมที่ จ.เชียงใหม่ และมีอาการป่วยซึมเศร้า ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาการก็กำลังเฝ้าดูพฤติกรรมอยู่ แต่มาก่อเหตุสลดดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48107</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.เดชา โพธาราม, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, ร.ต.อ.ศิริวัฒน์ สุรทิพย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da5b866cc262.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับยกครัว3ศพ พ่วงขยี้เก๋งยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัว &amp;quot;ลิ้มวิไลกุล&amp;quot; เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสัมผัสไอหนาวที่เชียงคาน ขากลับอแวนซ่าถูกรถพ่วงแหกโค้งพุ่งชนประสานงา เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บสาหัส 5 คนขับรถพ่วงรอมอบตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 ธันวาคมนี้ พ.ต.ท.เดชา โพธาราม สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.เลย รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนรถพ่วงมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่ทางโค้งถนนสายเลย-ภูเรือ หลัก กม.ที่ 18-19 บ้านเสี้ยวเหนือ ต.เสี้ยว อ.เมืองเลย จึงพร้อมด้วยแพทย์ รพ.เลย กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดเมืองเลย เดินทางไปตรวจสอบ พบรถเก๋งโตโยต้าอแวนซ่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฏต 7067 กรุงเทพมหานคร สภาพรถพังยับ ติดต้นไม้ใหญ่ริมทาง ภายในรถพบศพ น.ส.เรวดี ลิ้มวิไลกุล อายุ 35 ปี นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 7 คน จึงรีบนำตัวส่ง รพ.เลย ประกอบด้วย น.ส.อัญชลี ลิ้มวิไลกุล อายุ 38 ปี, นางมณี ลิ้มวิไลกุล อายุ 67 ปี, นางนิภา ลิ้มวิไลกุล อายุ 43 ปี, น.ส.นิตยา ลิ้มวิไลกุล อายุ 45 ปี, ด.ญ.ธารทิพย์ ลิ้มวิไลกุล อายุ 13 ปี, นายวัชระ อาจารย์สุทธิ์ อายุ 43 ปี คนขับรถ และ ด.ญ.ญาทิพย์ อาจารย์สุทธิ์ อายุ 11 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า น.ส.อัญชลี และนางมณี เสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บสาหัส 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถคู่กรณีคือรถพ่วงอีซูซุ ทะเบียน 82-0785 พิษณุโลก สภาพพลิกตะแคงกลางถนน ข้าวเปลือกตกกระจายเกลื่อน มีนายอัฒพงศ์ พิมพ์เพชร อายุ 32 ปี เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บ ยืนรอมอบตัวกับตำรวจ สอบสวนทราบว่า รถเก๋งคันดังกล่าวพาครอบครัวมาจากกรุงเทพฯ เที่ยวที่เชียงคาน กำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง รถพ่วงบรรทุกข้าวเปลือกมาเต็มคันจาก จ.พิษณุโลกไปส่งที่ จ.หนองบัวลำภู รถพ่วงลงเขาแหกโค้งข้ามเลนชนประสานงากับรถเก๋งจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตำรวจได้คุมตัวนายอัฒพงศ์ไว้ดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23937</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.เดชา โพธาราม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัญชลี และนางมณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e71fb3fddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
