<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงเยาวชนติดซีรีย์ดัง&#039;Squid Game&#039; เลียนแบบพฤติกรรมรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ กล่าวถึงกรณีที่ออกมาเตือน​การเลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรงจากซีรีส์ชื่อดัง Squid Game อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาชญากรรมได้ โดยยืนยันว่า​ ไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะภาพยนตร์​ แต่เป็นนโยบายการสร้างการรับรู้ เพื่อให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงเนื้อหาสาระในสื่อสังคมออนไลน์ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายขึ้น แม้ว่าภาพยนตร์​จะถูกจัดเรตติ้ง​ไว้ แต่ก็มีการเข้าถึงได้​ จึงต้องร่วมกันรณรงค์​ใช้ความระมัดระวัง​ในการเสพสื่อออนไลน์ ​ซึ่งต้องยอมรับว่า ในการปฏิบัติ​หน้าที่และสอบสวนคดีอื่น ที่มีส่วนมาจากพฤติกรรม​การลอกเลียนแบบ​ ซึ่งการออกมาเตือนเพื่อให้มีความเหมาะสมในการเข้าถึงเนื้อหาในช่วงอายุ โดยรวมถึงภาพยนตร์​หรือซีรี่ย์​เรื่องอื่น​ ๆ​ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเซนเซอร์ ​มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว และต้องมีการพูดคุยในบางจุด​ให้เกิดความเหมาะสม และยืนยันทำหน้าที่ในการป้องกันปัญหา​อาชญากรรม​ที่ต้องอาศัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119398</URL_LINK>
                <HASHTAG>squid game, ซีรีย์, ตร., พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, รุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163ccef70710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ประเมินแนวร่วมแก๊งทะลุแก๊สลดลง ประชาชนไม่เห็นด้วยก่อความวุ่นวาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64- ที่กองบัญชากาตำรวจนครบาล (บช.น.)&amp;nbsp; พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.)เปิดเผยว่า วันนี้ พบมีการนัดหมายชุมนุมหลัก ๆ คือ กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ทำกิจกรรมคาร์ม็อบ ในเวลาประมาณ 11.30 น. จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปสิ้นสุดที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ กลุ่มทะลุแก๊ส บริเวณแยกดินแดง ซึ่งย้ำว่า การชุมนุมในลักษณะเสี่ยงต่อโรคในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะมีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ควบคุมโรค และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยตำรวจจะไม่สกัดกั้นการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ หากไม่มีการกระทำที่เสี่ยงต่ออันตราย หรือ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาบริเวณแยกดินแดง ยังพบมีการก่อความวุ่นวาย ขว้างปาระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ พลุเพลิง และวางเพลิงจุดต่าง ๆ ซึ่งตำรวจจะรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีทุกคนต่อไป และจากการประเมินสถานการณ์ คาดว่าการชุมนุมบริเวณแยกดินแดง จะทรงตัวต่อไปอีกระยะ หลังพบแนวโน้มจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมลดลง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ รวมถึง ประชาชนในพื้นที่ ไม่เห็นด้วยกับการก่อความวุ่นวายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ภาพรวมการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 199 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 701 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 456 คน ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกหมายเรียกกลุ่มผู้ชุมนุมอีกจำนวน 107 หมาย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.น. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีตำรวจขับรถกระบะ ชนกลุ่มผู้ชุนนุม แล้วลงมาทำร้ายซ้ำ จนทำให้บุคคลดังกล่าวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง คือ หนึ่งในผู้ชุมนุมได้หลบหนีระหว่างการเข้าจับกุมของเจ้าหน้าที่ แล้วหกล้มได้รับบาดเจ็บ โดยยังไม่เสียชีวิต ขณะนี้ ได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่กลับพบว่า มีการนำข้อมูลไปบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งทั้งผู้ที่โพสต์และแชร์ข้อความดังกล่าว จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีมีภาพคนขับรถแท็กซี่ ขนยางรถยนต์มาสนับสนุนการก่อความวุ่นวายบริเวณแยกดินแดงนั้น ขณะนี้ ตำรวจพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้ว ซึ่งจะมีการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป เช่นเดียวกับผู้ส่งเสริม สนับสนุน หรือ ยุยงปลุกปั่น ให้มีการชุมนุม หรือก่อความวุ่นวายในพื้นที่ดังกล่าว ที่จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116263</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทะลุแก๊ส, พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, แยกดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613af6c1aa895.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตือนภัยการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีความผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีผู้เสียหายจำนวนหลายรายจากทุกวงการทั้งที่ปรากฎเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ตามที่สื่อได้มีการนำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ ว่า สื่อสังคมออนไลน์เป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำสิ่งต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างอิสระ แต่ด้วยความอิสระนี้เอง ทำให้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางคนใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการคุกคามทางเพศ(Sexual Harassment) ซึ่งมีหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็น การแสดงความคิดเห็นในลักษณะคุกคามทางเพศ การส่งข้อความส่วนตัวเพื่อชักชวนไปมีเพศสัมพันธ์ หรือการส่งภาพลามกอนาจาร และในปัจจุบันปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปเพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และการคุกคามทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาหรืออาชญากรรมอื่นๆ ได้ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ จนอาจจะเกิดเป็นบาดแผลภายในจิตใจหรือทำให้บุคคลนั้นรู้สึกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกระทำลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐานกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น ทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ และเป็นการกระทำอันมีลักษณะส่อไปในทางล่วงละเมิดทางเพศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีการนำภาพในลักษณะลามกอนาจารไปโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ จะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะลามกอนาจาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือการนำภาพบุคคลอื่นไปโพสต์ในลักษณะล่วงละเมิดทางเพศ จะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ตนรับทราบการกระทำความผิด เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และขอให้เก็บภาพข้อความหรือโพสต์ที่เป็นความผิดไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดีต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอฝากแนวทางการหลีกเลี่ยงป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศบนสื่อสังคมออนไลน์ว่าอย่าไว้วางใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโลกออนไลน์, เก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดี ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์, เคารพสิทธิของผู้อื่นอยู่เสมอ มีสติทุกครั้งในการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องราวต่างๆ และควรใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีสติ หากพบเห็นการกระทำดังกล่าว ที่เข้าข่ายคุกคามหรือผิดกฎหมาย อย่าส่งต่อ อย่าแสดงความคิดเห็น อย่าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด และขอเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ให้หยุดการกระทำของท่านเสีย เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ในสังคม อีกทั้งยังเป็นการสร้างความหวาดระแวงให้กับผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้ว ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึกของผู้อื่นเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดต่างๆ สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110822</URL_LINK>
                <HASHTAG>การล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อออนไลน์, คุกคามทางเพศ, พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e5463d41cbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งเช็กวงจรปิดย้อนหลัง-สอบปากคำเพิ่ม ฟันข้อหาหนัก&#039;ครูจุ๋ม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีครูพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาลจำนวนหลายรายจนปรากฎเป็นคลิปในสื่อออนไลน์ เหตุเกิดภายโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุเด็กอนุบาลรายเเรกได้เล่าให้ผู้ปกครองของตนเองฟังว่าถูกผู้ต้องหาซึ่งเป็นครูพี่เลี้ยงอยู่ที่โรงเรียนที่เกิดเหตุทุบตีทำร้ายร่างกาย ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ปกครองจึงได้ติดต่อไปยังโรงเรียนเพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งพบว่าตามวันเวลาเกิดเหตุเด็กอนุบาล ประมาณ 5 ราย ขณะเรียนอยู่ในห้องเรียน ถูกผู้ต้องหาเข้ามาใช้มือดึงใบหู และใช้มือทุบทำร้ายร่างกายเด็ก จนได้รับบาดเจ็บ ผู้ปกครองของเด็กจึงได้รวมตัวกันมาเเจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากผู้ปกครองไว้ดำเนินคดีกับครูพี่เลี้ยงดังกล่าวเเล้ว เบื้องต้นได้ทำการสอบสวนปากคำผู้ปกครองไปแล้ว 8 ปาก ได้ส่งตัวเด็กอนุบาลทั้ง 8 ราย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่สืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังกว่า 10 วัน อยู่ระหว่างทำการตรวจสอบเพิ่มเติมทั้งระดับชั้น เพื่อขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามกฎหมาย โดยจะมีการประสานพัฒนาสังคมจังหวัดเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กที่ได้รับผลกระทบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันประชุมหารือ วางแผนแก้ไขในเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากภายหลังตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิด หรือเด็กถูกทำร้ายเพิ่มเติมอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ขอให้เคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็กผู้เสียหาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจุ๋ม, ตร., พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, วงจรปิด, เด็กอนุบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f713bf011ffd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ต.อ.&#039;เครียด!บอกเมีย&#039;จะไปแล้ว&quot;ก่อนยิงตัวตายในห้องพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 03.00 น.คืนวันศุกร์ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุมีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยวิภาวดี 60 แยก 7 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องพักชั้น 4 พบผู้เสียชีวิตนอนหงายหน้า สวมกางเกงขาสั้นสีแดง ไม่สวมเสื้อ ใกล้กันพบปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ มีบาดแผลยิงเข้าที่ขมับด้านขวา ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ ส.ต.อ.สุริยา สุวรรณรัตน์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ งานสายตรวจ1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามแฟนสาวพบว่า เมื่อตัวเองกลับมาถึงที่ห้องพัก ก็พบว่า ผู้เสียชีวิต ได้นั่งอยู่ภายในห้องไม่สวมเสื้อ จึงได้ถามว่า ทำไมถึงไม่ยอมซักผ้า โดยผู้เสียชีวิตได้บอกว่า เวลา 02.30 น. จะไปแล้ว แต่พอถามกลับว่าจะไปทำงานหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ทำให้ตัวเองตกใจเป็นอย่างมาก และวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่อยู่ห้องด้านล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพื่อนของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเล่าปัญหาเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด ส่วนช่วงที่ดื่มสุราก็จะสนุกสนานอยู่ตลอดไม่มีอาการเครียด แต่ก่อนหน้านี้ก็รู้เพียงว่าเคยมีปัญหาทะเลาะกัน แต่ไม่ถึงขั้นที่จะลงมือทำร้าย และหลังจากนั้นก็จะคืนดีกันตลอด&amp;nbsp; ส่วนที่ผู้เสียชีวิตใช้ปืนยิงตัวเองในวันนี้ ก็ยังไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตพอทราบข่าว ก็ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุทันที โดยเปิดเผยว่า เมื่อวันอังคารที่&amp;nbsp; 8 กันยายนที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อไปกินข้าวกับครอบครัว ขณะนั้นก็ยังดูร่าเริงเป็นปกติ อีกทั้งนิสัยส่วนตัวจะเป็นคนไม่ค่อยพูดถึงปัญหาส่วนตัว จะเก็บเอาไว้คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง เตรียมเชิญตัวแฟนของผู้เสียชีวิตเข้าให้ปากคำที่อีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิต อาสาสมัครกู้ภัยนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลภูมิพล และรอให้ญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ฝากแสดงความเสียใจไปยังญาติของผู้เสียชีวิตและได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชา เร่งคลี่คลายปมการเสียชีวิตให้กระจ่าง สิ้นข้อสงสัย ตลอดจน ให้การช่วยเหลือ ตามสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่ผู้เสียชีวิตจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีความเป็นห่วงเป็นใยถึงข้าราชการตำรวจทุกนายและมีการกำชับไปยังผู้บังคับชาทุกหน่วย ให้คอยสอดส่อง ดูแลพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใต้บังคับบัญชา หมั่นให้ความใส่ใจ ซักถาม ทำความเข้าใจ และดูแลช่วยเหลือกับปัญหา ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันประชาสัมพันธ์ ข้าราชตำรวจหรือญาติที่พบว่าข้าราชการตำรวจ ที่มีความเสี่ยงที่อาจก่อเหตุฆ่าตัวตาย ให้สังเกตุสัญญาณเตือนที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตาย เช่น พูดถึงความตายหรือการฆ่าตัวตาย หรือบ่นว่าอยากตาย ,พูดหรือเขียนสั่งเสีย ,เคยพยายามฆ่าตัวตาย , เศร้าซึม แยกตัวเอง , ป่วยเป็นโรคจิต , ติดสุราหรือยาเสพติด จนเลิกไม่ได้ , เกิดการโต้เถียง ทะเลาะวิวาทรุนแรงบ่อยๆ เป็นต้น ควรหันหน้าปรึกษาญาติหรือผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานก่อน และสามารถขอรับการรับคำปรึกษาหรือการรักษาได้ที่ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ หมายเลขโทรศัพท์ 022-076-144 หรือ 022-076-000 ต่อ 6144 และหมายเลขสายด่วน We Care โทร. 063-1958-001&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77115</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจฆ่าตัวตาย, พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, ส.ต.อ.สุริยา สุวรรณรัตน์, สน.ทุ่งสองห้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5ae62c62c0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.แจ้งข้อหา1รุ่นพี่โหดที่สั่งลงโทษ&#039;น้องมินต์&#039;จนเสียชีวิต! อีก3รายรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจเแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดดำ หรือ น้องมินต์ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ภูเก็ต จากการร่วมกิจกรรมรับน้อง โดยถูกรุ่นพี่สั่งลงโทษให้วิ่งจนช็อกหมดสติ และเสียชีวิตว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองภูเก็ต เพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน เเละรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ต้องหา 1 ราย ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นพี่ ตามวันเกิดเหตุเป็นผู้ควบคุมการซ้อมเชียร์กีฬา และเป็นผู้สั่งลงโทษผู้ตายรุ่นน้องให้วิ่งรอบลานจอดรถหน้าตึกคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่เกิดเหตุ กระทั่งผู้ตายเป็นลมหมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งเเพทย์ให้ความเห็นว่า เสียชีวิตเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเช้าวันนี้ 24 ส.ค.63 พนักงานสอบสวนได้เเจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาดังกล่าวทราบว่า กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวโดยไม่มีประกันในระหว่างการสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษา และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ส่วนกรณีของนักศึกษารุ่นพี่อีก 3 รายนั้น จากการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่พบว่ามีพฤติการณ์ หรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเเต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า คดีดังกล่าวในขั้นตอนต่อไป พนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวน และมีความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาตามกฎหมายต่อไป ส่วนในเรื่องของการฟ้องร้องค่าเสียหายทางเเพ่ง พ่อเเม่ของผู้ตายเป็นผู้เสียหายสามารถเรียกได้จากผู้กระทำคือรุ่นพี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดเพียงใดนั้น ต้องดูว่ามหาวิทยาลัยมีมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปควบคุมหรือกำกับในกิจกรรม มีหน้าที่ที่จะต้องกำชับวิธีการปฏิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบ กวดขันเอาใจใส่ มากน้อยเพียงใดหรือใม่ ถ้ามหาวิทยาลัยไม่มีการควบคุม กำชับการปฎิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการรับน้อง ไม่เข้าไปสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด อาจจะต้องร่วมรับผิดในทางแพ่งด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75366</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., น้องมินต์, พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ, ภูเก็ต, รุ่นพี่โหด, แจ้งข้อหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43393d0378a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งทุกกองบัญชาการรับมือน้ำท่วมเร่งช่วยผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทย ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน ถึงสถานการณ์ดังกล่าวประกอบกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่ระบาดขึ้นอีกครั้ง โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างรัดกุมและรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้ประสานการปฏิบัติร่วมกับ ทหาร ฝ่ายปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดินถล่ม ถนนตัดขน และคลื่นลมแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง ทั่วถึงในทุกช่องทาง พร้อมแนะแนวทางปฏิบัติและช่องทางการแจ้งข้อมูลหรือขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับ ผลกระทบที่อาจส่งผลต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น จุดที่มีน้ำท่วมขัง จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ ออกปฏิบัติหน้าที่ อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเน้นให้มีการประสานการทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน สัญจรไปมา และเร่งระบายรถ อย่างเต็มกำลังในชั่วโมงเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดจนการจัดชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่ที่ประสบภัย น้ำป่าไหลหลาก อาทิ ขนย้ายสิ่งของ ลำเลียงผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ และ ฟื้นฟู เยียวยา พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หากมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ ความเสียหาย ให้ผู้กำกับสถานีตำรวจในพื้นนั้น เปิดโรงพักให้บริการประชาชน เข้าพักอาศัยพร้อมบริการน้ำ อาหาร ยารักษาโรคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น พร้อมกำชับการเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมประชนที่ได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน นักท่องเที่ยวเพิ่มความระวังเป็นพิเศษ จากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติ โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด รวมไปถึง ยึดหลักมาตรการในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่น การสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า, ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค, การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing), ควบคุมผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้ตรวจเช็คสภาพรถ เครื่องยนต์ สภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทาง เติมน้ำมันให้พร้อมเพียงพอต่อการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือ แจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ที่ สายด่วน&amp;nbsp; บก.จร. 1197&amp;nbsp; ตลอด 24 ชั่วโมง และสำหรับผู้ที่เดินทาง ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73949</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f30a08225511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
