<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งคลั่งบุกชิงปืน ยิงตร.-นักข่าวเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มอเมริกันเครียดจนคลั่ง บุกชิงปืนจากสนามยิงปืนก่อนอาละวาดไล่ทำร้ายชาวบ้านในพัทยา ตำรวจเข้าระงับเหตุ กลับยิงปืนใส่ ถูกผู้ช่วยนักข่าวทีวีบาดเจ็บ ก่อนหนีเข้าไปในห้องพักคอนโดฯ สุดท้ายระเบิดสมองฆ่าตัวตาย พบประวัติติดยา มีโรคประจำตัว เพิ่งเลิกกับเมียคนไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีอาวุธปืนไล่ทำร้ายชาวบ้าน บริเวณหน้าคอนโดฯ เดอะทัส เรสซิเด้น เซ็นทรัลพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และกำลังกว่า 50 นายไประงับเหตุ พบฝรั่งไม่ทราบสัญชาติ ถือปืนตะโกนเอะอะโวยวายอยู่หน้าป้อมยาม เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อม พร้อมสั่งให้วางอาวุธปืน แต่ชายคนดังกล่าวกลับยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ กระสุนแฉลบลงพื้นถูกส้นเท้าซ้ายนายทิวากร กฤษมณี อายุ 31 ปี ผู้ช่วยผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งประจำเมืองพัทยา ถูกนำส่ง รพ.กรุงเทพพัทยา ส่วนคนร้ายวิ่งหนีขึ้นตึกเข้าไปในห้องพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประสานกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ (หน่วยสวาท) เข้าปิดล้อมบริเวณรอบคอนโดมิเนียม พร้อมอพยพผู้พักอาศัยออกจากคอนโดฯ อย่างเร่งด่วน กระทั่งเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังเป็น 2 ชุดขึ้นไปปิดล้อมห้องพักของผู้ก่อเหตุบริเวณชั้น 4 ห้องหมายเลข 266 อาคาร B คอนโดฯ ดังกล่าว โดยเน้นการเจรจาให้ยอมมอบตัว พร้อมประสานเพื่อนของผู้ก่อเหตุร่วมเจรจาเกลี้ยกล่อมทั้งตะโกนเรียกและโทรศัพท์ ใช้เวลาอยู่นาน แต่ไม่มีเสียงตอบหรือปฏิกิริยาใดๆ จากชายผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจบุกเข้าไปในห้อง ก็พบว่าฝรั่งคนดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเข้าที่ศีรษะเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน คราบเลือดเริ่มแห้งกรัง คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจสอบภายในห้องพักพบหนังสือเดินทางระบุชื่อนายไมเคิล เกียวาซิซ อายุ 25 ปี เป็นชาวอเมริกัน ข้างกายมีปืนขนาด 9 มม. ตรวจสอบมีกระสุนเหลืออยู่ในแมกกาซีนอีก 1 นัด และปลอกกระสุนตกอยู่ 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานภาค 2 เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชายคนหนึ่งอายุ 18 ปี จอดรถจักรยานยนต์รอพี่สาวอยู่หน้าคอนโดฯ เกิดเหตุ นายไมเคิลได้เดินเข้าไปหาเรื่องแล้วตบศีรษะ 1 ครั้ง พี่สาวผู้เสียหายมาเห็นเข้าจึงใช้หมวกกันน็อกปาใส่ แต่นายไมเคิลชักมีดข่มขู่ก่อนจะเดินหายไป ต่อมาไม่นานก็เดินกลับมาที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง แล้วชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์จึงแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้ข้อมูลด้วยว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงบ่ายวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา นายไมเคิลได้ไปยังสนามยิงปืนแห่งหนึ่งใน ต.หวยใหญ่ อ.บางละมุง ชิงทรัพย์ปืนกล็อก ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน 10 นัด จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าเมืองพัทยา โดยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้ามาตลอดทาง กระทั่งมาก่อเหตุทำร้ายประชาชน และยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ ถูกผู้สื่อข่าวบาดเจ็บ ก่อนจะหนีขึ้นมายิงตัวเองบนห้องพัก ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดอาการป่วย หรือเสพสารเสพติดแล้วเครียดคลุ้มคลั่ง เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบเคยรักษาอาการป่วย และประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายไมเคิลมาพักอาศัยที่พัทยา มีภรรยาเป็นคนไทย กระทั่งช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด ทำให้นายไมเคิลไม่สามารถเดินทางกลับสหรัฐ อีกทั้งเสพยาเสพติดและมีโรคประจำตัวจึงเกิดความเครียด โดยเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน นายไมเคิลได้ทำร้ายภรรยา ใช้มีดจี้คอ ทำให้ภรรยาขอเลิก ขณะที่พ่อแม่ของนายไมเคิลทราบข่าว จึงเดินทางมาไทยเมื่อ 2 วันก่อน แต่ต้องเข้ากักตัวที่กรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82709</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์, พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไมเคิล เกียวาซิซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa149cde589b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
