<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำไว้&#039;โพสต์-แชร์&#039;ภาพ-คลิปความรุนแรง&#039;คุก-ปรับ&#039;นะจ๊ะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการโพสต์ การแชร์ ภาพหรือคลิปวิดีโอการกระทำที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้ความรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ ว่าในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ให้ผู้คนเข้ามาบอกเล่าและแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ได้อย่างอิสระนั้น ก็มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางคน เลือกนำเสนอคลิปหรือภาพถ่าย ในลักษณะการทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้ความรุนแรง การกลั่นแกล้ง เป็นต้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวล้วนส่งผลกระทบกับทั้งผู้ถูกกระทำและผู้ที่พบเห็น โดยในปัจจุบันก็มีการต่อต้านการกระทำลักษณะดังกล่าวมากขึ้น ดังเช่น กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ได้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รายหนึ่งโพสต์ภาพการผูกคอเด็กกับประตูห้อง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากภรรยาที่แยกกันอยู่ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ที่พบเห็นโพสต์และมีการแสดงความคิดเห็นต่อต้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามเรื่องดังกล่าว จนพบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว และจะดำเนินการตามกระบวนทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป ซึ่งการกระทำลักษณะดังกล่าวนอกจากจะกระทบกระเทือนจิตใจผู้ที่พบเห็นแล้ว อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนในกรณีภาพหรือคลิปที่ปรากฏการกระทำที่ไม่เหมาะสมหรือการกระทำที่ผิดกฎหมาอื่นๆ นั้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถ่ายคลิปหรือผู้ที่ส่งเสริม รวมถึงผู้ที่โพสต์และแชร์คลิป ก็อาจมีความผิดในการเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งมีโทษ 2 ใน 3 ส่วนจากโทษของการกระทำความผิด และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากเตือนในเรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ควรไตร่ตรองให้ดีก่อนโพสต์ แชร์ หรือแสดงความคิดเห็น ให้แน่ใจว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือส่งกระทบต่อผู้อื่น โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชนขององค์การสหประชาชาติ เพราะหากความผิดเกิดขึ้นแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จนถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น และฝากเตือนเพิ่มเติมถึงผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์ อย่าเข้าไปดู แสดงความคิดเห็น โพสต์ หรือแชร์ต่อ &amp;nbsp;เนื่องจากทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว &amp;nbsp;นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118959</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิป, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ, ภาพ, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, รแชร์, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d4a04d0c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจชี้ผู้ติดเชื้อเอดส์ชวนบริจาคเลือดเข้าข่ายผิด พรบ.คอมพิวเตอร์-เจตนาฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp;พัฒนเจริญ&amp;nbsp;รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณีผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือติดเชื้อ&amp;nbsp;Hiv&amp;nbsp;ไปบริจาคเลือด ว่าหากผู้ที่ไปบริจาคแล้วมาชักชวนให้คนอื่นที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงด้วยกันไปบริจาคเลือด พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เนื่องจากผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือติดเชื้อ&amp;nbsp;Hiv&amp;nbsp;แล้ว ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ และหากทำให้ผู้อื่นติดเชื้อ จะเข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญา ข้อหาเจตนาฆ่า เนื่องจาก ผู้ที่บริจาคย่อมรู้แก่ใจว่าตนเองติดเชื้อ&amp;nbsp;Hiv&amp;nbsp;แล้วยังไปบริจาค เท่ากับว่าเป็นการเล็งเห็นผลให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยผู้ที่ติดเชื้อจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75031</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efbf3f4dce67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ชื่นชม3ตำรวจจราจรบุคคโลช่วยสาวจะกระโดดสะพานฆ่าตัวตายวันเดียว2ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึง กรณี &amp;quot;ตำรวจจราจร สน.บุคคโล ช่วยสาวเครียดจะกระโดดสะพานกรุงเทพฯ วันเดียวช่วยชีวิต 2 ราย&amp;quot; นั้นได้รัยรายงานจากสถานีตำรวจนครบาลบุคคโล จากเหตุกรณี หญิงสาวจะกระโดดสะพานกรุงเทพฯ เพื่อฆ่าตัวตาย แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจนครบาลบุคคโลช่วยเหลือไว้ได้จำนวน 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม 2563 เวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจนครบาลบุคคโล ประกอบด้วย ร.ต.อ.วิโรจน์ สายบัว รอง สว.(จร.) สน.บุคคโล ร.ต.ท.ทนงศักดิ์ วาดี รอง สว.(จร.)สน.บุคคโล ร.ต.ต.บุญทัน สร้อยอุดม รอง สว.(จร.)สน.บุคคโล ได้รับแจ้งว่ามี หญิงสาวจะกระโดดสะพานกรุงเทพฯ ฝั่งขาเข้า เพื่อฆ่าตัวตาย จึงเดินทางไปตรวจสอบบนสะพานกรุงเทพฯ พบ หญิงสาว (ทราบชื่อภายหลัง) น.ส.กัญญา ภูมิน้อย อายุ 30 ปี ที่อยู่ 25 หมู่ที่ 15 ตำบลปะเคียบ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังปีนสะพานเพื่อฆ่าตัวตาย จึงได้เข้าไปเจรจาเกลี้ยกล่อม ทราบว่า ทะเลาะกับสามีและสามีไล่ให้มากระโดดน้ำตาย จึงจะมาฆ่าตัวตาย ใช้เวลาพูดจาเกลี้ยกล่อมประมาณ 5 นาที ร.ต.ต.บุญทัน สร้อยอุดม จึงได้เข้าช่วยเหลือ หญิงสาว ดังกล่าวลงจากสะพานไว้จากนั้นได้มี เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางคอแหลม และ สน.วัดพระยาไกร มาร่วมดำเนินการและประสานกู้ชีพนำ หญิงสาวดังกล่าวส่ง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น. ได้รับแจ้งว่ามี หญิงสาว มีท่าทีคล้ายคนจะขึ้นมากระโดดสะพานกรุงเทพฯ ฝั่งขาออก ร.ต.ต.บุญทัน สร้อยอุดม กับพวกจึงได้ขึ้นไปตรวจสอบพบ หญิงสาว (ทราบชื่อภายหลัง) น.ส.จิราพร อินทะพิมพ์ ที่อยู่ 46 หมู่5 ตำบลชำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ นั่งก้มหน้าอยู่บริเวณทางเดินสะพานกรุงเทพฯฝั่งขาออก จึงได้เข้าไปสอบถาม หญิงสาวดังกล่าวแจ้งว่า &amp;ldquo;อย่ามายุ่งกับชีวิตหนู หนูยังไม่โดดสะพานหรอก&amp;rdquo; ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมประมาณ 5 นาที แต่ หญิงสาวดังกล่าวยังมีท่าทีไม่ยอมและไม่เคลื่อนย้าย ทราบภายหลังว่ามีปัญหาทะเลาะกับสามีและน้อยใจสามี ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางคอแหลม มาร่วมด้วยจึงแจ้ง เจ้าหน้าที่กู้ชีพมารับตัว หญิงสาวดังกล่าวส่ง สน.บางคอแหลม เพื่อดำเนินในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับทราบกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขอชื่นชมและขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย เป็นอย่างยิ่ง ในการช่วยเหลือ เจราจา เกลี้ยกล่อม ช่วยชีวิตประชาชนที่พยายามคิดสั้น กระโดดสะพานหวังฆ่าตัวตาย ซึ่งถือได้ว่ามีปฏิภาณ ไหวพริบ ไม่รีรอ ที่จะช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น อย่างท่วงทันต่อสถานการณ์ จนสามารถรักษาชีวิตของประชาชนได้&amp;nbsp; แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง อยากให้ตำรวจทุกนายนำไปเป็นแบบอย่าง ตลอดจนการฝึกฝนความรู้ ทักษะ ในการช่วยเหลือชีวิตเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็น การเจรจาต่อรองหรือการปฐมพยาบาลต่างๆ จนเกิดเป็นทักษะความชำนาญ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธาในอาชีพตำรวจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72361</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ, พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา, สน.บุคคโล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a388cedafe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจทั่วประเทศบูรณาการกำลังสกัดโควิด-19 ตั้งด่านตรวจคุมเข้มคนเข้าออกพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉินฯในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่ 26 มี.ค.63 - 30 เม.ย.63 ว่า เพื่อให้การดำเนินการของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ กำกับดูแล ทำความเข้าใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฎิบัติร่วมกับหน่วยงานอื่น สั่งการในภาพรวมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ โดยรับภารกิจจากกองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) และประสานงานการปฎิบัติกับกลไกหลักของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศผ่าน กอ.รมน.จว. ขับเคลื่อนการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยร่วมปฎิบัติที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภารกิจในการปฎิบัติของหน่วยงาน ตร. ทั่วประเทศในการตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่เส้นทางและรอยต่อ ตั้งแต่ 26 มี.ค.63เป็นต้นไปนั้น ในพื้นที่ส่วนกลาง กทม. กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะประสานการปฎิบัติกับผู้ว่า กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาด ตามถนนเส้นทางคมนาคม สถานีขนส่งหรือโดยสาร รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันเหตุ อาชญากรรม การรวมกลุ่มมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ หรือการฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน และ ส่วนภูมิภาค ภ.1-9 ,บช.ก. ให้ประสานการปฎิบัติกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.เผยอีกว่า ในการตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ควบคุมคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ออกนอกพื้นที่ และขอความร่วมมือประชาชนให้อยู่ในพื้นที่ หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามรอยต่อจังหวัด หัวเมืองใหญ่ หรือสถานที่มีประชากรหนาแน่น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสฯ , ควบคุมการการแพร่กระจายตามสถานีขนส่งสาธารณะ รถไฟ ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ สนามกีฬา ชุมชนแออัด เป็นต้น ในการตั้งด่านตรวจจะมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยร่วมปฎิบัติ อาทิ ตำรวจจากหลายหน่วยในพื้นที่ ทหาร สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง การปฎิบัติงานนั้นจะมีอุปกรณ์ป้องกันสำหรับเจ้าหน้าที่ เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ เวชภัณฑ์ป้องกัน เมื่อประชาชนผ่านด่านตรวจเจ้าหน้าที่จะชี้แจงวัตถุประสงค์ พร้อมสร้างการรับรู้ จากนั้นจะทำการตรวจสอบตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอความร่วมมือในการให้ข้อมูลบุคคลและการเดินทาง พร้อมทั้งจะมีเอกสารแนะนำในการระวังป้องกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ผบ.ตร. ได้กำชับผู้บังคับบัญชา หัวหน้าชุดที่ควบคุมการปฎิบัติทุกพื้นที่ กำกับดูแลในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ใช้กิริยาวาจาโดยสุภาพ และให้ความร่วมมือกับ กอ.รมน.จว. และหน่วยร่วมปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลังความสามารถ อยากให้ประชาชนได้เข้าใจและให้ความร่วมมือการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยร่วมปฎิบัติสำหรับการตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ โดยถือเอาความปลอดภัยจากเชื้อโรคและประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อช่วยกันนำพาประเทศชาติผ่านพ้นช่วงวิกฤตให้ได้ในเร็ววัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60950</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ, พรก.ฉุกเฉิน, สถานการณ์ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c06a567c7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ผบ.ตร.&quot;สั่งตำรวจช่วยให้ความรู้ประชาชนรับมือไวรัสโควิด-19ขณะออกปฏิบัติหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 22 มี.ค.2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(Covid-19) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับการออกปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในการแนะนำข้อควรปฎิบัติให้แก่ประชาชน &amp;nbsp;ว่า พล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สนองนโยบายรัฐบาล &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ &amp;quot; &amp;nbsp;และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ประชาชนสามารถปฎิบัติตนเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรน่า2019(Covid-19) จึงกำชับให้ทุกหน่วย ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ดำเนินการ ตาม มีวิทยุ ตร. สั่งการด่วนที่สุด ที่ 0007.54/835 ลงวันที่ 21 มี.ค.63 &amp;nbsp;โดยการออกปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน ชุมชน หมู่บ้าน ร้านค้า หรือสถานที่ต่างๆ ที่มีประชาชนมาใช้บริการ เพื่อสามารถปฎิบัติตนได้ถูกต้อง ตามคำแนะนำของรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;เช่น การล้างมือให้ถูกวิธี การสวมใส่หน้ากากอนามัย การงดเว้นการเดินทางที่ไม่จำเป็น การไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น การหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด &amp;nbsp;การเว้นระยะห่างทางสังคม(Social Distance) การหมั่นสังเกตอาการของตนเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประชาชน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ รพ.ตำรวจ หมายเลข 02 207 6000 หรือ กรมควบคุมโรค สายด่วน 1422 ตลอด 24 ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60504</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ, มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f220798800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.ระดมกำลังไล่ล่ากดดันโจรปล้นร้านทองลพบุรีเตือนมอบตัวแต่โดยดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ม.ค.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้า ในจังหวัดลพบุรีว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สภ.เมืองลพบุรี ว่า จากการตรวจสอบทรัพย์ที่ถูกประทุษร้าย เป็นทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 26 บาท 2 สลึง มูลค่าประมาณ 5 แสนบาทเศษ โดยขณะนี้ มียอดผู้เสียชีวิต 3 คน และมีผู้ได้บาดเจ็บสาหัส 4 คน โดยระหว่างนี้ พนักงานสอบสวน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานตามภาพกล้องวงจรปิด เพื่ออนุมัติหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุในความผิดฐาน &amp;ldquo;ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ&amp;rdquo; มีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 ,กก.สส.ภ.จว.ลพบุรี และ ชุดสืบสวน สภ.เมืองลพบุรี ร่วมระดมกำลัง ปูพรม ไล่ล่า กดดัน ในพื้นที่ พร้อมแจ้งเบาะแสข้อมูลตำหนิรูปพรรณคนร้าย , ตำหนิรูปพรรณรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนี ให้โรงพักพื้นที่ใกล้เคียงและ ภูธรจังหวัดข้างเคียง ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ยานพาหนะของผู้ต้องสงสัย เพื่อตรวจค้นจับกุม ทั้งนี้ ขอฝากเตือนให้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ เร่งสืบสวน ไล่ล่า กดดัน และจับกุม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ มาดำเนินตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว และเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี ต้องทำงานกันอย่างระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืน ซึ่งหากมีการต่อสู้ขัดขืนและประสงค์ถึงชีวิตเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ตามระดับการใช้กำลัง หลักยุทธวิธี&amp;nbsp; ทั้งนี้ ก็ขอให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ามีผู้แจ้งเบาะแสคนร้ายจนสามารถไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ จะขอมอบเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ โทร . 191 หรือ โทร.1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;quot;รองโฆษกตร. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54231</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งรางวัลนำจับ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ, โจรปล้นร้านทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e17eda4739a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัจฉริยะเสนอตัว เป็นพยานในศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความพาครอบครัวลัลลาเบลเข้าฟังคำชี้แจงจากแพทย์ รพ.จุฬาฯ ถึงผลการชันสูตรศพ เผยพอใจในระดับหนึ่ง อัจฉริยะร้อง ผบ.ตร.ตั้งคณะทำงานคลี่คลายคดีที่คาบเกี่ยวระหว่าง บช.ภ.1 กับนครบาล เสนอตัวเป็นพยานในศาล มั่นใจเอาผิดได้อีกไม่น้อยกว่า 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เปิดเผยความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ &amp;quot;ลัลลาเบล&amp;quot; พริตตี้สาวที่กำลังเป็นกระแสขณะนี้ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเชิญพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด มีเพียงทางครอบครัวและญาติผู้ตายซึ่งยังคาใจ และไม่สบายใจเกี่ยวกับผลการชันสูตรศพ ทางตำรวจจึงประสานไปยังแพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ ให้นัดหมายทำการชี้แจงถึงขบวนการ ขั้นตอน รายละเอียด รวมไปถึงผลการชันสูตร โดยในช่วงบ่าย ทางญาติจะเดินทางไปพบแพทย์เพื่อฟังคำชี้แจง ขณะที่ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 ผู้ควบคุมงานสืบสวน และ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8 ผู้ควบคุมงานสอบสวน เดินทางไปพบแพทย์เพื่อนัดหมายสอบปากคำแพทย์ผู้ผ่าชันสูตรแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สถาบันนิติเวช รพ.จุฬาฯ นายพงษา ราตรี พร้อมด้วยนายมนต์ชัย เดชะภากร ทนายความ พานายชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 58 ปี พร้อมด้วยนางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี บิดา-มารดาของ น.ส.ธิติมา เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำชี้แจงเรื่องผลชันสูตรพลิกศพ โดยมีนายณัฐนัย หรือย้ง หอมเทียนทอง แฟนลัลลาเบล และนายกิตติศักดิ์ หรือโทน วงศ์ประจันต์ เพื่อนสนิท ร่วมเข้ารับฟังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษากล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ทางครอบครัวน้องลัลลาเบลจะรับฟังผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง นับตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ทราบเพียงข้อมูลที่นำเสนอผ่านสื่อมวลชนและฝั่งตำรวจเท่านั้น ทั้งนี้ทางครอบครัวต้องการทราบถึงเวลาการตายที่แน่ชัด และร่องรอยบาดแผลต่างๆ ซึ่งเมื่อทราบผลแล้วทางครอบครัวยังมีข้อสงสัยในประเด็นใด ก็จะปรึกษาเรื่องผ่าพิสูจน์ซ้ำโดยผู้เชี่ยวชาญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังฟังคำชี้แจง นายพงษาเปิดเผยว่า ทางนิติเวช รพ.จุฬาฯ ได้ชี้แจงขั้นตอนต่างๆ ให้กับครอบครัวได้ฟัง ส่วนผลการตรวจได้ส่งไปยังพนักงานสอบสวนโดยตรง และมีบางส่วนยังไม่แล้วเสร็จ จะทยอยส่งไปภายในอาทิตย์นี้ กรณีแผลที่อวัยวะเพศมีส่วนทำให้เสียชีวิตหรือไม่นั้น น่าจะไม่ใช่สาเหตุ ในเรื่องของก็ผลแอลกอฮอล์ก็ยังคงเหมือนเดิม คือกว่า 400 ในส่วนของครอบครัวก็ถือว่าเคลียร์ในระดับหนึ่ง ซึ่งหากไม่คาใจก็จบ แต่ถ้าคาใจก็อาจจะต้องตรวจซ้ำ ส่วนผลที่ยังไม่แล้วเสร็จต้องรอฟังจากพนักงานสอบสวนอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อสั่งการให้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดี น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล เนื่องจากพบการกระทำความผิดทั้งในพื้นที่ บช.ภ.1 และกองบัญชาการตำรวจนครบาลเกี่ยวเนื่องกัน โดยมี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษก ตร. เป็นผู้รับเรื่องไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า มาร้องขอให้ ผบ.ตร.ตั้งคณะทำงานทำคดีนี้ โดยมีรอง ผบ.ตร.ควบคุมดูแล เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาใช้ช่องโหว่ของอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวนสู้จนหลุดได้ เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าลัลลาเบลตายที่ไหน ดังนั้นไม่อยากให้มีปัญหาภายหลังเรื่องเขตอำนาจสอบสวน การตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนร่วมกันจะมีประโยชน์ต่อผู้เสียหาย และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานสะดวกรวดเร็ว ยืนยันว่าที่เข้ามาทำทั้งหมด ในฐานะพลเมืองดีเท่านั้น ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใคร ทุกอย่างเพื่อประโยชน์ต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอัจฉริยะได้เดินทางไปยัง สน.บุคคโล เข้าพบ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8 หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีลัลลาเบล พร้อมนำหลักฐานมามอบให้ในฐานะพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า นอกจากมอบพยานหลักฐานให้ตำรวจแล้ว ตนยังตัดสินใจให้การเป็นพยานบอกเล่าพร้อมเตรียมขึ้นศาล เนื่องจากมั่นใจในหลักฐานที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าเอาแต่หอบหลักฐานมาให้ตำรวจ แต่ไม่ยอมขึ้นศาล ซึ่งจากหลักฐานที่ตนมีตอนนี้ ทั้งคลิปและแช้ตลับในกลุ่มไลน์ต่างๆ เชื่อว่านายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร พริตตี้บอยที่ตกเป็นผู้ต้องหา เป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่ง แต่ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังหลงเหลืออยู่ และน่าจะมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 4 คน ในคดีการตายลัลลาเบลที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น้ำอุ่นให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเมาตั้งแต่วันแรกที่เป็นข่าว ผมยังตั้งข้อสงสัยว่าเมาได้อย่างไร เพราะผลตรวจร่างกายไม่พบแอลกอฮอล์ และในเมื่อน้ำอุ่นขับรถพาลัลลาเบลจากบางบัวทองมาถึงคอนโดฯ ที่ตลาดพลูได้ หนำซ้ำขณะขับรถยังถ่ายภาพและแช้ตคุยกับผู้อื่นได้ตลอดเวลา ผมอยากถามว่าคนเมาจริงจะทำได้อย่างไร ส่วนการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือมีใครถูกดำเนินคดีอีกบ้างหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ&amp;quot; นายอัจฉริยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังให้ปากคำตำรวจ นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีไอ้โม่งถูกกระชากหน้ากากซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องจัดการ บ้านจัดปาร์ตี้ที่บางบัวทองจัดงานได้ทุกวัน มีโมเดลลิ่งจัดส่งพริตตี้ให้ตลอด ปีละ 200-300 คน แสดงว่าที่บ้านหลังนั้นมีไว้เพื่อจัดงานปาร์ตี้อย่างเดียว ไม่ทำอะไรกันเลย คำถามต่อไปคือ จัดกันทำไม จัดเพื่ออะไร และเอาเงินมาจากไหน ตนมาในฐานะพยานในคดีการตายของลัลลาเบล ไม่ได้เพราะอยากดัง แต่ตนมีลูกสาว วันที่ดูข่าวกับภรรยาเห็นภาพน้ำอุ่นลากร่างลัลลาเบลผ่านกล้องไปมา บอกตรงๆ ตนรับไม่ได้ พฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าชั่วช้าสามานย์และถือเป็นเดนสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กล่าวถึงคดีลัลลาเบลว่า หลักฐานคลิปวิดีโอที่ได้รับจากนายอัจฉริยะ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และได้ส่งให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตรวจสอบเรื่องตัดต่อ และเป็นคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้บ้านย่านบางบัวทองจริงหรือไม่ รวมทั้งเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของทุกคนที่อยู่ในบ้านปาร์ตี้ เพื่อคลายข้อสงสัยถึงสาเหตุจัดปาร์ตี้และจ้างพริตตี้ได้ทุกวัน กรณีฝ่ายผู้ต้องหามีการปล่อยคลิป บางช่วงที่มีภาพล่อแหลมของผู้เสียหายนั้น ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคการทำคดี อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้ตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบว่าเป็นอย่างไร ส่วนผลการตรวจคราบอสุจิบนผ้าห่มว่าเป็นของบุคคลใด ก็ได้เร่งรัดไปแล้ว ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47168</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต นรพันธ์พิพัฒน์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ, พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์, พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94a38e2133c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
