<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิญญัติ&#039;เหน็บกกต.มาจากดาวอังคารถึงไม่รู้ร้องยุบพปชร.เป็นปฏิปักษ์ปชต.ประเด็นเดียวกับทษช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ก.พ.62-นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดต่อกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ออกมาระบุว่าการยื่นเรื่องยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เร็วกว่ายื่นยุบพรรคพปชร. เพราะมีหลักฐานชัดเจน ว่า ประเด็นที่มีการอ้างขอให้มีการยุบพรรค พปชร. ทาง กกต.ก็ทราบดีว่าผู้ร้องทั้ง 3 รายต่างก็อ้างเหตุว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ เพราะมีการเสนอชื่อผู้นำคณะรัฐประหารมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเดียวกันประเด็นเดียวกัน มีข้อเท็จจริงรู้กันทั่วไป กกต.ก็ย่อมต้องทราบดี&amp;nbsp; หากอ้างไม่รู้เรื่องนี้ก็แสดงว่ามาจากดาวอังคารแล้วหรือไม่ หรือมีอีกอย่างคือ กกต.อาจยอมรับว่าผู้ทำการรัฐประหารไม่ใช่ปฏิปักษ์ต่อการปกครองต่อระบอบประชาธิปไตยใช่หรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ เลขาฯ กกต.ออกมาอ้างว่ามีคำร้องแตกต่างกันและต้องใช้เวลารวบรวมข้อเท็จจริงจึงไม่สมเหตุสมผล ตรงนี้อาจถือเป็นการส่อไปในทางมิชอบ เนื่องจาก กกต.ใช้เวลา 1 วันในการยื่นยุบพรรค ทษช. แต่กับพรรค พปชร. คาดใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ค่อยเสนอต่อที่ประชุม กกต. อยากถามว่าเลขาฯ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีเจตนาใดกันเเน่ ทำไมกรณีของพรรค ทษช. จึงไม่มีการใช้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 41 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. และตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน&amp;nbsp; และการวินิจฉัยชี้ขาดฯ&amp;nbsp; ตรงนี้มองว่า กกต.ใช้อำนาจของตนเชิงเป็นผลร้ายต่อพรรค ทษช. ด้วยการไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องได้ชี้แจง มีการรวบรัด เร่งรีบในการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณียื่นยุบพรรค พปชร. กกต.ก็ต้องไม่เลือกปฏิบัติเช่นเดียวกัน แบบนี้จะทำให้ประชาชนคิดว่า กกต.มีมาตรฐานอย่างไร ตรงนี้ถ้าคำนึงถึงจริยธรรม และปฏิบัติด้วยความสุจริต เที่ยงธรรมก็น่าจะคิดได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากสงสัยว่า กกต.เข้าข่ายประวิงคดีจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายวิญญัติ กล่าวว่า จากนี้ไป 1-2 สัปดาห์จะรอฟังผลการพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงกรณีที่ตนได้เคยยื่นยุบพรรคพรรค พปชร. ที่ประชาชนรู้กันทั้งประเทศ กกต.จะวินิจฉัยอย่างไร ตรงนั้นถึงจะบอกได้ถึงแนวทางว่าตนจะดำเนินการกล่าวโทษต่อ กกต.หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29687</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิปักษ์การปกครอง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา, ยุบพรรคพลังประชารัฐ, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ, วิญญัติ ชาติมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c663990b6f73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.คาดแต่งตั้ง&#039;ผอ.กต.เขต-กกต.เขต&#039;ต้นม.ค.ปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.61- พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวว่าหลังสำนักงานได้มีประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.แล้วทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมจึงได้รับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือ ผอ.กต.เขต โดยจะมีเขตเลือกตั้งละ 1 คน และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งหรือ กกต.เขตโดยจะมีเขตเลือกตั้งละ 3 คน ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกทม.ซึ่งกำลังมีการเปิดรับสมัครในช่วงวันที่ &amp;nbsp;3-7 ธ.ค. นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการสรรหาผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดจะพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามและมีความเหมาะสม โดยจะมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จำนวน 2 คน และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง จำนวน 6 คนเพื่อส่งให้ กกต. กลางคัดเลือกบุคลที่เห็นสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น ผอ.กต.เขต และ กกต.เขต ภายในช่วงสิ้นเดือนธ.ค.โดยคาดว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งได้ภายในช่วงต้นเดือนม.ค. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประสงค์จะสมัครต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเองต่อ ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัด&amp;nbsp;พร้อมเอกสารหลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย ใบสมัคร รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว โดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี &amp;nbsp; มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้นและจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม คือ ติดยาเสพติดให้โทษ เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เป็นต้น โดยสามารถดาวน์โหลดใบสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ect.go.th.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23554</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, กกต.เขต, การเลือกตั้งปี 62, ผอ.กต.เขต, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180819/image_mid_5b7948b1f4239.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.สรุปยอดสมัครส.ว.7,210คน เกษตรกรมากสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;3 ธ.ค. 61 - พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดให้มีการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระหว่างวันที่ 26-30 &amp;nbsp;พฤศจิกายน 2561 ปรากฏว่ามีผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. จำนวน 7,210 คน &amp;nbsp;สำหรับยอดรวมผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. จากการสมัครทั้ง 2 วิธีการสมัคร คือ สมัครโดยยื่นใบสมัครด้วยตนเอง มีจำนวน &amp;nbsp;6,705 คน &amp;nbsp;และสมัครโดยยื่นใบสมัครด้วยตนเองพร้อมแสดงหนังสือแนะนำชื่อผู้สมัครจากองค์กร มีจำนวน 505 คน &amp;nbsp;ทำให้มีผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. รวมจำนวนทั้งสิ้น 7,210 คน &amp;nbsp;แบ่งเป็นเพศชาย 5,315 คน &amp;nbsp;และเป็นเพศหญิง 1,895 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดการสมัครของทั้ง 10 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง &amp;nbsp;765 คน &amp;nbsp; แบ่งเป็นสมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร 31 คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง &amp;nbsp;734 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม รวม 576 คน &amp;nbsp; แนะนำชื่อจากองค์กร &amp;nbsp;82 คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง 494 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กลุ่มการศึกษาและการสาธารณสุข &amp;nbsp;1,124 &amp;nbsp;แบ่งเป็นสมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร &amp;nbsp;81 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp; สมัครด้วยตัวเอง 1,043 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.กลุ่มอาชีพกสิกรรม ปลูกพืชล้มลุก ทำนา ทำสวน ทำไร่ ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง &amp;nbsp;รวม 1,452 คน &amp;nbsp; แบ่งเป็นสมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร 55 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง 1,397 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้แรงงาน / อาชีพอิสระ &amp;nbsp;รวม 469 คน &amp;nbsp;แบ่งเป็นสมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร 17 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง &amp;nbsp;452 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารการพัฒนานวัตกรรม &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;288 คน &amp;nbsp; สมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร &amp;nbsp;32 คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง 256 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;7.กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ประกอบธุรกิจ หรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว รวม 493 คน &amp;nbsp;สมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร 35 คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง 458 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น ประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ &amp;nbsp;รวม 943 คน &amp;nbsp; สมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร 122 คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง 821 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา สื่อสารมวลชน ผู้สร้างวรรณกรรม &amp;nbsp;รวม 398 คน &amp;nbsp; สมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร &amp;nbsp;30 คน สมัครด้วยตัวเอง 368 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 10. กลุ่มอื่นๆ รวม 702 คน &amp;nbsp; สมัครโดยแนะนำชื่อจากองค์กร 20 คน &amp;nbsp;สมัครด้วยตัวเอง &amp;nbsp;682 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จังหวัดที่มีผู้สมัครโดยยื่นใบสมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย &amp;nbsp;อุบลราชธานี จำนวน 431 คน, ขอนแก่น จำนวน 377 คน , สกลนคร จำนวน 296 คน, ร้อยเอ็ด จำนวน 267 คน และ เชียงใหม่ &amp;nbsp;จำนวน 265 คน &amp;nbsp; สำหรับจังหวัดที่มีผู้สมัครโดยยื่นใบสมัครน้อยที่สุด &amp;nbsp;5 &amp;nbsp;อันดับแรก ประกอบด้วย ชุมพร จำนวน 16 คน, พังงา จำนวน 17 คน, สิงห์บุรี และ ระนอง จำนวน 18 คน &amp;nbsp; และ บึงกาฬ จำนวน 23 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. &amp;nbsp;www.ect.go.th.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23335</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กสิกรรม, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา, ยอดสมัครส.ว., เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180819/image_mid_5b7948b1f4239.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บพร้อมเลือกส.ว.ทั่วประเทศ กกต.คาดส่งบัญชีรายชื่อให้คสช.ได้2-5ม.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23พ.ย.61-ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดแถลงข่าว &amp;ldquo;กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง ส.ว.&amp;rdquo; เพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนและผู้บริหารกกต.ให้รับทราบถึงความพร้อมของสำนักงาน กกต. ในการเลือก ส.ว. และได้รับทราบเจตนารมณ์ของกฎหมายในการเลือก ส.ว. รวมทั้งรับรู้และเข้าใจข้อพึงระวังในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในช่วงที่มีการเลือก ส.ว. โดยมีผู้บริหารสำนักงาน กกต. และตัวแทนสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆเข้าร่วมกว่า 220 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า เนื่องจากบทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.มีความเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญ 60 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.2561 จึงมีสาระสำคัญหลายประกาสที่จะต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทั้งนี้การจัดเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ และเป็นครั้งแรกที่ กกต.ชุดนี้จะได้ปฏิบัติภาระกิจสำคัญ โดยการเตรียมความพร้อมการเลือก ส.ว.ในวาระเริ่มแรก กำหนดให้ ส.ว.มี 250 คน มาจากการสรรหาและแต่งตั้ง 3 ส่วน ส่วนแรก คือ กกต.จัดให้มีการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และประดับประเทศ จาก 10 กลุ่มอาชีพ จากนั้นคัดให้เหลือ 200 คน เสนอรายชื่อให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คน ขึ้นบัญชีสำรองอีก 50 คน ส่วนที่สอง คือ คณะกรรมการสรรหาที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.สรรหา ส.ว.400 รายชื่อ และเสนอให้คสช.คัดเลือกเหลือ 194&amp;nbsp;คน และส่วนที่สาม คือ ส.ว.ที่เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการได้มาซึ่ง ส.ว.ครั้งนี้เป็นการเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น ทั้งการเป็นผู้สมัครเข้าเพื่อให้มีสิทธิเลือก ส.ว. หรือการเป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็น ส.ว. โดยสามารถสมัครเองหรือให้องค์กรที่ กกต.รับรองเสนอชื่อเข้าร่วมคัดเลือก โดยจากการรับลงทะเบียนองค์กรทั้งสิ้น 476 องค์กร มีองค์กรที่ผ่านการตรวจคุณสมบัติ 436 องค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กกต. กล่าวอีกว่า กกต.จะเริ่มดำเนินการโดยจะเปิดรับสมัคร ส.ว. ในวันที่ 26-30 พ.ย.นี้ โดยกำหนดวันเลือก ส.ว.ระดับอำเภอ วันที่ 16 ธ.ค. ระดับจังหวัด วันที่ 22 ธ.ค. และระดับประเทศ วันที่ 27 ธ.ค. ทั้งนี้ กกต.คาดว่าเสนอ 200 รายชื่อให้ คสช.พิจารณาคัดเลือกได้ภายใน วันที่ 2-5 ม.ค.2562 อย่างไรก็ตามการเตรียมการเลือก ส.ว.ขณะนี้ถือว่ามีความพร้อมทุกด้าน ทั้งการประสานงานกระทรวงมหาดไทย การจัดอบรมผู้ตรวจการเลือกตั้ง และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สำนักงานกกต.จังหวัด ในการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ว. พบว่ายังไม่มีจังหวัดใดมีปัญหา โดยจะมีการตั้งศูนย์อำนวยการประสานงานการเลือก ส.ว. ทั้งสำนักงาน กกต.ส่วนกลางและระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และมีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์การได้มาซึ่ง ส.ว. เพื่อรับรายงานผลการเลือก ส.ว. รวมทั้งรายงานข้อมูลการเลือก ส.ว.ให้สื่อมวลชนได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเลือก ส.ว.ในครั้งนี้ กกต.ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,300 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.โดยหน่วยงานของ กกต.เองประมาณ 1,176 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.โดยหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ ประมาณ 126 ล้านบาท หวังว่าภายใต้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมานี้กกต.จะใช้จ่ายให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้การเตรียมการทั้งหมด กกต.ได้ร่วมแรงร่วมใจเพื่อให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเชื่อและหวังว่าการเตรียมความพร้อมของกกต. จะทำให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม และเชื่อว่าการจะจัดการเลือก ส.ว.ให้ประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย&amp;quot;นายอิทธิพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า การเลือกสว.จำนวน 200 คน เพื่อเสนอให้คสช.เลือกเหลือ 50 คน และขึ้นบัญชีสำรอง 50 คนครั้งนี้ มีความสำคัญ เนื่องจากสว.ทั้ง 250 คนจะมีบทบาทร่วมกับสส.อีก 500 คน ในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของสว.มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี เท่ากับมีสิทธิเลือกนายกฯไม่น้อยกว่า 2 สมัย จึงไม่อยากให้มองว่าเลือกได้สว.แค่ 50 คน แต่ใช้งบประมาณ 1,300 ล้านบาท แล้วจะไม่คุ้มค่า เพราะเสียงสว.หนึ่งเสียงมีความหมายในการเลือกนายกฯด้วย อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการตื่นตัวของประชาชนในการเลือกสว.ค่อนข้างน้อย เพราะผู้มีสิทธิเลือกไม่ใช่ประชาชนแตกต่างจากการเลือกสส. จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการเลือกสว.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขา กกต. เตือนสื่อมวลชนในการเสนอข่าวการรับสมัครสว.ว่า จะไม่สามารถเปิดเผยชื่อหรือจำนวนผู้สมัครได้ จนกว่าจะปิดการรับสมัครในระดับอำเภอ เนื่องจากกฎหมายไม่ต้องการให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22572</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, นายกฤช เอื้อวงศ์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา, พ.ร.ป.ส.ว., อิทธิพร บุญประคอง, เลือกส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf785a2875da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯกกต.หารือตำรวจรับมือเลือกตั้ง เลื่อนหรือไม่อยู่ที่กกต.ทั้ง 5 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.61-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะเข้าหารือ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้เวลาหารือเกือบ 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. จนถึง 9 พ.ค.2562 ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาที่กฏหมายการเลือกตั้งส.ส. มีผลบังคับใช้ โดยพร้อมหน่วยเลือกตั้งทั้ง 95,000 หน่วย ร่วมทั้งจัดคูหาเลือกตั้งและสนับสนุนบุคลากร กรรมการการเลือกตั้ง 1 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวันเลือกตั้งจะเลื่อนจาก 24 ก.พ.หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 5 คน เป็นคนตัดสินและกำหนดวันเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังประสานขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล และทหารให้เตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง พร้อมทั้งหาข่าวกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง และกลุ่มที่ต้องการให้การเลือกตั้งเกิดความไม่สงบ ซึ่งในส่วนของกกต. ก่อนกฏหมายเลือกตั้งจะมีผลบังคับใช้ก็จะเก็บข้อมูลกลุ่มต่างๆที่เคลื่อนไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งส.ว.ที่จะมีขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้ จะเป็นรูปแบบใหม่ครั้งแรกที่ผู้สมัครแต่ล่ะกลุ่มเลือกกันเอง จึงคาดการณ์รูปแบบการทุจริตไม่ได้ จึงได้มีการประสานกับทาง ตร. ให้ช่วยสอดส่องในด้านการข่าว พร้อมยัน กกต.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้ง ส.ว.ทั่วประเทศแล้ว พร้อมปฏิเสธแสดงความคิดเห็นกรณีมีผู้นำโลกอวยพรเป็นนัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โชคดีในระหว่างการเดินทางไปประชุมที่ประเทศฝรั่งเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมสนับสนุน กกต. จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศใน 4 ด้าน ได้แก่ รักษาความปลอดภัยทั่วไป รักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว และจัดชุดสืบสวนสอบสวนในกรณีเกิดการทุจริตหรือการกระทำความผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21879</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง ส.ส., ผู้ช่วยผบ.ตร., พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา, พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร, เลขาธิการกกต., เลือกตั้งส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea64a270379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.รับรองอีก4พรรค&#039;พลังประชารัฐ&#039;เลิกเป็นวุ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61- &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้ง 4พรรคการเมืองหลังตรวจสอบแล้วว่าคำขอจดทะเบียน เอกสารและหลักฐานของทั้ง 5 พรรคที่ยื่นมานั้นถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16 และมาตรา17วรรคหนึ่งพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วยพรรค เศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นหัวหน้าพรรค &amp;nbsp; พรรคประชานิยม ที่มีพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ เป็นหัวหน้าพรรค พรรคพลังประชารัฐ ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรคและ พรรคไทยรุ่งเรือง ที่มีนายฉัตรชัย แนวพญา เป็นหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนาย ทะเบียนพรรคการเมืองลงนามแล้วก็จะได้มีการนำประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไปทำให้ล่าสุดมีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจการอยู่รวมแล้ว90 พรรคการเมือง โดยเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่จดทะเบียนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง2560 จำนวน 25 พรรค และพรรคการเมืองเดิมที่ตั้งตามพ.ร.ป.พรรคการเมือง2550 &amp;nbsp;จำนวน 65 พรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือพรรคที่ยื่นขอจดตั้ง พรรคและอยู่ระหว่างการพิจารณารับรองของนายทะเบียนพรรคการเมือง อีก 31 พรรคการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21448</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา, พลังประชารัฐ, รับรองพรรคการเมือง, เลขาธิการกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be151bf77152.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานเข้า!&#039;จรุงวิทย์&#039;เผยรวบรวมความเคลื่อนไหวของทักษิณทั้งคลิปทั้งข่าวชงกกต.เข้าข่ายครอบงำ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.61- &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะขอให้ กกต.ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งจากภาพถ่าย คลิป และข่าว รวมถึงความเห็นของบุคคลต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งการจะเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ กกต.จะพิจารณาว่า พรรคการเมืองนั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินกิจกรรมหรือไม่ หากเข้าข่ายความผิดจะส่งผลให้พรรคการเมืองนั้นถูกยุบพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่ากรณีการเปิดรับสมัครองค์กรที่จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ยังคงเปิดรับสมัครอยู่ ซึ่งในวันที่ 24 ต.ค. จะเป็นวันสุดท้าย ล่าสุดมีองค์กรที่เข้ามาสมัครแล้ว 152 องค์กร โดยในส่วนของกรุงเทพมหานครจะมีองค์กรมาสมัครมากที่สุด คาดว่าในวันที่ 24ต.ค. จะมีองค์กรต่างๆเข้ามาสมัครเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบพรรคเพื่อไทย, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา, รองนายกฯ, อดีตเลขาธิการกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcea63589316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
