<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินทอนวัดเฟส3 แจ้งจับ4จนท.พศ. พ่วงเจ้าอาวาสวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปปง.แจ้งจับ 4 จนท.สำนักพุทธฯ พ่วงเจ้าอาวาสวัดดังนนทบุรีโกงงบปริยัติธรรม ฆราวาสอีก 1 ราย โยงเงินทอนวัดเฟส 2-3 เผยยังมีวัดอีกหลายแห่งต้องตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เวลา 11.00 น. วันที่ 10 มกราคม นายสุนทรา พลไตร ผอ.ส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง. นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตฟอกเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จำนวน 6 ราย จากวัดหลายแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระระดับเจ้าอาวาสรวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าวัดทั้ง 7 แห่งในพื้นที่ทั้งหมด 4 จังหวัด คือ นนทบุรี,อุดรธานี, นครศรีธรรมราช และลำปาง ได้มีการเบิกของบปริยัติธรรม โดยกองทุนพุทธศาสนศึกษาในปีงบประมาณ 2559-2560 ไปเป็นวงเงินกว่า 60 ล้านบาท จากวงเงินรวมทั้งสิ้น 75 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าวัดเหล่านั้นไม่มีโรงเรียนสอนปริยัติธรรมแต่อย่างใด ทาง ปปง.จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนกระทำผิดในครั้งนี้ ซึ่งแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ พศ. 4 ราย พระระดับเจ้าอาวาส 1 รูป จากวัดแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และฆราวาส 1 ราย แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการจับเจ้าอาวาสสึก เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มกระบวนการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทาง ปปป.ได้ดำเนินคดีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 กับเจ้าหน้าที่ พศ. 4 คน ซึ่งได้สั่งฟ้องไปแล้วแต่ ในส่วนของคดีฟอกเงิน ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งจะออกหมายเรียกผู้กระทำผิดทั้ง 6 รายมารับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่การอายัดทรัพย์สินนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวได้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดในช่วงเฟสที่ 2 ต่อ 3 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับในกระบวนการต่อไป ก็จะเรียกผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสอบปากคำ พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานจาก ปปง. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อๆ ไปอย่างเร็วที่สุด ขณะที่ยังมีวัดอีกหลายแห่งที่จะต้องทำการตรวจสอบเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26262</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุนทรา พลไตร, พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c37553638dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง&#039;ปปช.&#039;ฟันกราวรูด&#039;จนท.รัฐ-เอกชน&#039;47รายเอี่ยวอั้วประมูลรถดูดโคลน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 61 -&amp;nbsp; เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) นำสำนวนคดีฮั้วประมูลการจัดซื้อรถดูดสิ่งปฏิกูลและฉีดล้างท่อระบายน้ำ (รถดูดโคลน) ขององค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ล็อตที่ 2 เพิ่มเติมอีก 8 สำนวน มีข้อมูล 31 แฟ้ม ประมาณ 6 หมื่นแผ่น ส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. ผ่านนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์เชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ เพื่อให้ ป.ป.ช.ทำการไต่สวนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.ต.อ.จักษ์ กล่าวว่า สำหรับ 8 สำนวนที่นำไปส่งมอบในวันนี้เป็นของจังหวัดนนทบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ชลบุรี และระยอง รวม 8 จังหวัด รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 65 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหา 40 คน มีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด 7 บริษัท ประธานกรรมการบริษัท 7 คน และกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้อง 8 คน โดยสำนวนคดีนี้มีจำนวนมาก และเป็นหลักฐานที่ได้จากการตรวจยึดจากบ้านของผู้ถูกกล่าวหา ส่วนที่เหลืออีก 3 สำนวน เป็นกรณีที่เกิดขึ้นใน 2 จังหวัด ทราบว่าจังหวัดเชียงใหม่จะส่งผู้แทนเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ปปป.ได้ภายในต้นเดือนหน้า ส่วนจังหวัดศรีสะะเกษยังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อมอบหมายตัวแทนเข้าร้องทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำนวนที่ส่งมาหลักฐานเป็นไปตามที่สืบสวนสอบสวน ดำเนินการมาอย่างดีที่สุดตามกรอบเวลา 30 วันที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาระบุในสำนวนแล้ว แต่การกล่าวหาใครต้องเป็นไปตามกฎหมายอาญา ซึ่งต้องเป็นการไต่สวนตามข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. เชื่อว่าทาง ป.ป.ช.จะเร่งรัดในการตรวจสอบสำนวนทั้งหมด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนและสังคมให้ความสนใจ เพราะเป็นวาระแห่งชาติ จึงเชื่อว่า ป.ป.ช.จะใช้เวลาไม่นาน&amp;quot;พ.ต.อ.จักร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7991</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อรถดูดโคลน, ปปช., ปปป., พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร, รถดูดโคลน, ฮั้วประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae2bb4070844.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมกโครงการโกง70ล. ชงป.ป.ช.ลงดาบ5พระเถระ จับตาประชุมมส.20เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กมล&amp;rdquo; ยืนยัน &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; แจ้งความพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปจริง พร้อมส่งเรื่องทันควันไปยัง ป.ป.ช.ให้ลงดาบแล้ว มั่นใจเอาผิดได้แน่เพราะหลักฐานชัด &amp;ldquo;รอง ผบก.ปปป.&amp;rdquo; ลั่นไม่หวั่นแม้มีชื่อพระดังพัวพัน &amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo; ยันพร้อมไต่สวน &amp;ldquo;มโน&amp;rdquo; ชี้เป็นกรณีฉ้อราษฎร์บังหลวงที่รุนแรงที่สุดในรอบ 56 ปีในวงการผ้าเหลือง แนะจับตาประชุมใหญ่ มส. 20 เม.ย. สมเด็จพระสังฆราชอาจมีพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่ง &amp;ldquo;พุทธะอิสระ&amp;rdquo; เชียร์ฟันอลัชชี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ปปป.ให้ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 3 แห่ง 4 สำนวน โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปเกี่ยวข้อง คือ 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ว่ากระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติ แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี และงบเผยแผ่ศาสนา มีความเสียหายทั้งสิ้น 70 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ พ.ต.ท.พงศ์พรได้เข้าร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนทั้งหมดไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) &amp;nbsp;ในวันนั้นเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนที่เหลืออีก 7 วัดที่ยังต้องสอบต่อจะเชิญ พ.ต.ท.พงศ์พรมาให้ปากคำก่อนในวันที่ 19 เม.ย.นี้เพื่อดูแนวทางปฏิบัติ หลังจากนั้นจะได้เรียนผู้บังคับบัญชาทราบอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ ป.ป.ช.เขารับเรื่องไปแล้ว ผมไม่อยากให้ข่าวอะไรมาก ไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย ถ้าให้สัมภาษณ์มากจะทำให้เนื้อหาทางคดีของ ป.ป.ช.เขาเสียหาย อะไรที่อยู่ในส่วนของเราเดี๋ยวค่อยว่ากัน&amp;rdquo; พล.ต.ต.กมลระบุ
พล.ต.ต.กมลกล่าวต่อว่า ส่วนคดีฟอกเงินกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น่าจะทำเอง &amp;nbsp;ส่วนความผิดที่พนักงานสอบสวน ปปป.ส่งเรื่องไปสามารถเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องได้แน่นอน เรามีข้อมูลหลักฐาน และไม่ใช่เฉพาะคดีของ 3 วัดล่าสุดที่ส่ง ป.ป.ช.ไป วัดอื่นเราก็มีหลักฐานถึงสามารถสรุปส่ง ป.ป.ช.ได้ ยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่มีอุปสรรคใดๆ ทำงานกันได้ตามปกติ
พร้อมสอบพระชั้นผู้ใหญ่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รองผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ( รอง ผบก.ปปป.) ที่ควบคุมดูแลคดีเงินทอนวัดดังกล่าวเผยว่า หลังจาก พ.ต.ท.พงศ์พรได้เข้าแจ้งความเสร็จ พนักงานสอบสวนได้นำสำนวน 3 วัด 4 คดี ประมาณกว่า 2,000 หน้าส่งไปที่ ป.ป.ช.เลยในวันเดียวกัน หลังจากนี้ ป.ป.ช.อาจตั้งคณะไต่สวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเข้าใจว่า ป.ป.ช.จะส่งเรื่องมาให้ ปปป.ทำการสอบสวนในคดีนี้ แล้วเราก็จะสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และมีความเห็นทางคดีสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ต่อไป ส่วนที่ ป.ป.ช.จะส่งเรื่อกลับมาเร็วหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่า ป.ป.ช.จะนำเรื่องเข้าบอร์ดเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับบอร์ดว่าเขาจะส่งมาให้เราเมื่อไหร่ หรือท่านจะไปดำเนินการไต่สวนเองก็ได้ ถ้า ป.ป.ช.ส่งเรื่องกลับมาให้ ปปป.ดำเนินการก็จะมีด้วยกัน 2 ส่วน มีทั้งที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเองที่วัด เพื่อความรวดเร็ว หรือบางปากอาจเชิญมาให้ปากคำก็ได้ พนักงานสอบสวนของเราพร้อมอยู่แล้ว&amp;quot; พ.ต.อ.จักษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักษ์กล่าวถึงการฟอกเงินว่า บช.ก.น่าจะตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนในการดำเนินคดีผู้กระทำความผิด ทุกอย่างเราดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ส่วนการดำเนินการผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ถึงแม้จะเป็นพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่รู้สึกหวั่นใจ เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน เราทำอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ไปมีอคติกับใคร ทำเพื่อให้ศาสนาดีขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวเรื่องนี้ว่า ถือเป็นขั้นตอนปกติ ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. โดย ปปป.จะส่งให้ และที่ผ่านมาคดีเงินทอนวัด ปปป.ได้ทยอยส่งมาเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้ยังไม่ทราบว่ามีการส่งมาให้แล้วหรือยัง ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าในชุด 3 นี้มีพระชั้นผู้ใหญ่ใน มส.ด้วยนั้น ต้องเรียนว่าคดีเงินทอนวัดมีเจ้าหน้าที่ใน พศ.เป็นตัวการ ถ้ามีพระภิกษุ ประชาชน หรือเอกชน ที่แม้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถ้ากระทำผิดด้วย ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบได้เช่นกันในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำผิดดังกล่าว ดังนั้นถ้าเกี่ยวข้องจะต้องถูกไต่สวน
ชี้มหากาพย์ทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องปัญหาว่าพระอยู่ในอำนาจตรวจสอบของ ป.ป.ช.หรือไม่ เคยมีการถกเถียงกันและแปลความกันว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจ เว้นแต่ว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาในกรณีที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพย์สินของวัด หาประโยชน์จากทรัพย์สินหรือเบียดบังทรัพย์สินของวัด กรณีจะถูกไต่สวนได้คือ มีตัวการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้คดีเงินทอนวัดที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไร การทุจริตแต่ละแห่งมีลักษณะคล้ายกัน เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการทยอยชี้มูลออกมาเรื่อยๆ เพราะคดีเงินทอนวัดมีจำนวนมากในการไต่สวนของ ป.ป.ช.&amp;rdquo; นายสุรศักดิ์ระบุ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป &amp;nbsp;(ปชช.) ระบุว่าการร้องทุกข์กล่าวโทษของ พ.ต.ท.พงศ์พรในการทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมใน 3 วัดนั้น มีบางแห่งไม่มีแม้แต่โรงเรียนปริยัติธรรม แต่กลับไปเบิกงบการศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างหน้าตาเฉย แสดงให้เห็นว่าวงการสงฆ์ของไทยต้องสังคายนาครั้งใหญ่ ทั้งปัญหาการขาดกลไกตรวจสอบใดๆ ในคณะสงฆ์ อีกทั้งพระบางรูปที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังเป็นถึงหนึ่งในกรรมการ มส. แสดงให้เห็นว่าอดีตที่ผ่านมา มส.เองสามารถครอบงำ พศ.เพื่อหาประโยชน์เข้าสู่คณะสงฆ์ทั้งที่เป็นเรื่องผิดพระธรรมวินัย ขณะที่พระผู้ใหญ่บางรูปหลงทางโลก จึงเอื้อให้การทุจริตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;ldquo;กรณีดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมหากาพย์การทุจริตที่ปรากฏขึ้นเท่านั้น ยังมีเงินที่มาจากรายได้จากศาสนสมบัติของทางวัด ทั้งการปล่อยให้เช่าที่หรืออาคารต่างๆ รวมทั้งเงินทำบุญจากพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าหากมีการลงไปตรวจสอบสองกรณีดังกล่าวให้ถี่ถ้วน เชื่อว่าการทุจริตปรากฏขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเรื่องเหล่านี้ไม่เคยมีกระบวนการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเลยตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิรูป วิเคราะห์ถึงการร้องทุกข์กล่าวโทษพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ซึ่งเป็นกรรมการ มส.ถึง 3 รูปว่า จะมีผลกระทบต่อ มส.แน่นอน และถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตั้งแต่มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เป็นต้นมาถือว่าสะเทือนที่สุด ที่ยุคนี้มีพระถูกร้องทุกข์กล่าวโทษถึง 5 รูป ทั้งเจ้าอาวาสอย่างเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีก 3 รูปเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่รู้จักในวงการสงฆ์มากมาย&amp;nbsp;
แนะจับตาประชุม มส. 20 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชาวพุทธฟังแล้วตกใจนึกไม่ถึงว่า พ.ต.ท.พงศ์พรจะไปฟ้อง แต่เชื่อว่าคงมีหลักฐานชัดแจ้งแล้ว &amp;nbsp;และคาดว่าในวันศุกร์ที่ 20 เม.ย.นี้ที่มีการประชุมคณะกรรมการ มส.คงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น สมเด็จพระสังฆราชอาจมีพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่ง&amp;rdquo; นพ.มโนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโนกล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชาวพุทธตื่นรู้ว่าต้องแก้ปัญหาแล้ว ไม่ควรเป็นอย่างนี้ &amp;nbsp;ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 อำนาจอยู่กับเจ้าอาวาสแบบเด็ดขาดเหมือนเป็นราชาในอาณาจักรเล็กๆ บัญชีเงินวัดกับบัญชีเงินเจ้าอาวาสแยกกันไม่ออก ใช้อำนาจได้ทุกอย่างตามใจ การแต่งตั้งไวยาวัจกรก็ขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาส จึงจำเป็นต้องปฏิรูปสงฆ์ ซึ่งยากกว่าการปฏิรูปตำรวจเสียอีก เนื่องจากพระสงฆ์เป็นที่ศรัทธาและมีอำนาจทางสังคมในวัฒนธรรมไทย เชื่อว่าคดีแบบนี้จะมีอีกเป็นระลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโนยังกล่าวถึงกรรมการ มส.ว่า การแต่งตั้งกรรมการ มส.เองก็มีการเล่นพวกกันเยอะ มีกรรมการจากวัดปากน้ำถึง 3 คน ใครเป็นใหญ่ก็ตั้งคนของตัวเอง ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน ตัว พ.ร.บ.คณะสงฆ์ก็ไม่เคารพพระธรรมวินัย พระสงฆ์ไม่ควรจับเงิน แต่กลับให้มีเงินมีอำนาจมากมาย สำหรับคดีที่เกิดนี้ถือเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงแตกต่างจากคดีเงินทอนวัด เพราะเอาเงินไปใช้ในงานที่ไม่มีจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันในช่วงเย็น พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;แม้นึกว่าคดีทุจริตเงินทอนจะเจอตอทำให้สะดุดหยุดลงเสียอีก&amp;rdquo; โดยระบุว่าข่าว พ.ต.ท.พงศ์พรเดินทางไปพบ พล.ต.ต.กมล เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูป ที่มีส่วนเข้าไปพัวพันการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม &amp;nbsp;แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรมและบาลี รวมทั้งงบเผยแผ่ มูลค่าความเสียหาย 70 ล้านบาท การกระทำเข้าข่ายผิดทางคดีอาญา และยังเข้าข่ายปาราชิก ข้อว่ายักยอกทรัพย์เกิน 5 มาสกอีกต่างหาก ที่น่าสนใจ คือ มีนักบวชระดับเจ้าคุณชั้นพรหมเป็นเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค ทั้งยังมีกรรมการ มส.อีกด้วย
หลวงปู่เชียร์สุดลิ่ม
หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์อีกว่า พอได้เห็นข่าวนี้ทำให้รู้สึกโล่งใจ เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่าสิ่งที่พูดและสู้มาตลอดหลายปีนั้นสามารถพิสูจน์ได้ทุกเมื่อ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ทีนี้พวกบรรดากองเชียร์ของพวกกรรมการ มส.เหล่านี้คงจะตาสว่างกันขึ้นมาบ้าง หากยังมีจิตสำนึก มีปัญญาแยกแยะถูกผิดดีชั่ว คงจะคิดได้ว่าจะมัวเอาแต่ปกป้องคนผิด คนชั่ว หรือจะปกป้องความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของพระธรรมวินัย ลองถามใจตัวเองดูกันบ้าง มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนดีๆ พระดีๆ จะช่วยกันลุยล้างบาง พวกนักบวชอลัชชีที่เข้ามาอาศัยผ้าเหลืองหากินกันอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้พุทธะอิสระสู้อยู่คนเดียว ทั้งที่สิ่งที่ได้มาจากการสู้มันก็คือประโยชน์ของพุทธบริษัททุกคน นี่แค่หนังตัวอย่าง ยังมีอีกเพียบ หากจะช่วยกันล้างบาง
&amp;ldquo;ยังไงงานนี้ต้องให้เครดิต พ.ต.ท.พงศ์พร ที่กล้าหาญเลือกความถูกต้องมากกว่าเลือกความถูกใจ &amp;nbsp;และช่วยชำระล้างความสกปรกในวงการผ้าเหลืองแทนพระภิกษุผู้ปกครอง ผู้มีหน้าที่โดยตรงแต่กลับไม่ทำอะไรเลย ขออนุโมทนาที่ท่าน ผอ.สำนักพุทธและ ปปป. คสช.ช่วยกันทำให้พระธรรมวินัยกลับมาเป็นที่มุ่งหวังได้ โดยไร้ข้อกังขาใดๆ จากผู้ศรัทธา คนชั่วต้องถูกกำจัด คนดีพระดีต้องได้รับการกราบไหว้บูชา ซึ่งมันควรจะเป็นเช่นนี้มานานแล้ว&amp;rdquo; หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์ทิ้งท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล, จำนงค์ ธมฺมจารี, ธงชัย สุขญาโณ, ป.ป.ช., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร, พงศ์พร, พระวิจิตรธรรมาภรณ์, พระเถระชั้นผู้ใหญ่, พศ., มส., มโน, รอง ผบก.ปปป., สังคม ญาณวฑฺฒโน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอื้อน หาสธมฺโม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad4b5e227259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
