<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอนุมัติหมายจับโจ๋ทุบยายดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอนุมัติหมายจับ &amp;quot;เบนซ์ เทพารักษ์&amp;quot; โจ๋วัย 17 ทุบหญิงวัย 62 ปีจนตาย ตำรวจเร่งล่าตัว พบประวัติเป็นคนก้าวร้าว เป็นอันธพาลคุมซอย เผยผู้ตายถูกทำร้ายจนซี่โครงหักหลายซี่ กะโหลกร้าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมนี้ พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เรียกประชุมติดตามคดี หลังศาลจังหวัดขอนแก่นอนุมัติหมายจับนายเบนซ์ เจ้าของฉายา &amp;quot;เบนซ์ เทพารักษ์&amp;quot; อายุ 17 ปี ในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะนายเบนซ์ ทำร้ายร่างกายนางวนิดา แพรนุ่น อายุ 62 ปี แม่ค้าร้านขายของชำ จนเสียชีวิต เหตุเกิดในชุมชนเทพารักษ์ 1 ริมถนนเทพารักษ์ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จำลองกล่าวว่า ตามคลิป นางวนิดามีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่น 5 คน จากนั้นนายเบนซ์ได้ปรี่เข้าไปชี้หน้าพร้อมกับด่าทอ ก่อนจะตบเข้าที่ใบหน้าผู้ตายจนเกือบล้ม แม้เพื่อนๆ จะพยายามห้ามปราม แต่นายเบนซ์ก็ไม่ฟัง ยังตบหน้านางวนิดาอีกหลายครั้ง กระทั่งผู้ตายหมดสติล้มลงไป ต่อมาพลเมืองดีมาพบร่างผู้ตายในเช้าวันถัดมา จึงรีบแจ้งกู้ภัยนำส่ง รพ.ขอนแก่น แต่เสียชีวิตในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องหาเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีฉายาว่า เบนซ์ เทพารักษ์ มีนิสัยก้าวร้าว ชอบมีเรื่องกับคนอื่นเป็นประจำ ทำตัวเป็นจิ๊กโก๋หรืออันธพาลคุมซอย ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากความไม่พอใจในบางเรื่องกับผู้ตาย แต่ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร คาดว่าเจ้าตัวยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ขอนแก่น ยังไม่ได้ข้ามจังหวัดไป&amp;quot; พ.ต.อ.จำลองระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนฤดล แพนุ่น อายุ 32 ปี ลูกชายนางวนิดา หรือยายติ๋ม เปิดเผยว่า ปกติไม่ได้อาศัยอยู่กับมารดา เพราะต้องทำงาน โดยที่มารดาหลังจากบิดาเสียชีวิต ก็ได้มาเช่าที่ริมถนนเทพารักษ์แห่งนี้เพื่อขายของชำเล็กๆ น้อยๆ เป็นเวลาราว 30 ปีแล้ว โดยที่ตนเองกับพี่สาวที่รับราชการอยู่ต่างพื้นที่จะแวะเวียนมาเยี่ยมแม่ ยืนยันว่าแม่และครอบครัวไม่เคยมีปัญหากับใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนฤดลกล่าวว่า จากการสอบถามคนในชุมชนทราบว่า หลังจากแม่เปิดร้านในช่วงเช้าตรู่ก็นั่งดื่มกาแฟอยู่หน้าร้าน นายเบนซ์เดินเข้ามาพูดคุยทวงเงินจากแม่จำนวน 1 หมื่นบาท หลังนายเบนซ์ไปขอเงินยาย แต่ได้รับคำตอบว่าให้แม่ตนเองยืมไปหมดแล้ว จนเกิดโต้เถียงกัน ซึ่งเหตุที่แม่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตหลังเดินไปที่บ้านยายนายเบนซ์เพื่อเคลียร์เรื่องเงินยืม ก็คงมาจากเรื่องนี้ และจากการตรวจสภาพศพของแพทย์ พบว่าแม่ซี่โครงหักหลายซี่ กะโหลกศีรษะด้านซ้ายแตกร้าว สร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ และสร้อยข้อมือหนัก 50 สตางค์ ที่แม่สวมใส่ประจำได้หายไป เหลือเพียงแหวนพระเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนฤดลกล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในความยุติธรรมของกฎหมาย แต่หากกฎหมายทำอะไรไม่ได้ ตนก็อยากจะทำเหมือนที่ผู้ก่อเหตุทำขึ้นเหมือนกัน เพราะแม่ใครใครก็รัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24623</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤดล แพนุ่น, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบนซ์ เทพารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a46ece14aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยรุ่นกระทืบยายดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัยรุ่นอายุแค่ 17 ปี ตั้งตัวเป็นขาใหญ่ประจำซอย โกรธยายเจ้าของร้านชำทิ้งขยะปากซอย ทำร้ายจนตายคามือ แถมปลดเครื่องทองเผ่นหนี ตำรวจพบมีหมายจับติดตัวคดีทำร้ายร่างกาย กลับมาก่อเหตุซ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สังคมโซเชียลมีเดียทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณชุมชนเทพารักษ์ 1 และ 2 ริมถนนเทพารักษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่บันทึกภาพเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นในชุมชนขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณหน้าร้านค้า ก่อนจะมีวัยรุ่นชาย 1 ในนั้นเดินเข้าไปด่าทอยายคนหนึ่งที่กำลังนำถุงขยะมาทิ้ง โดยมีการชี้หน้าด่านานหลายนาที ก่อนชายวัยรุ่นดังกล่าวจะตบหน้ายายอย่างแรงจนใบหน้าสะบัด นอกจากนี้ยังมีภาพวัยรุ่นผู้ก่อเหตุเดินไปหยิบวัตถุบางอย่างคล้ายกับขวดแก้ว ตรงจะทำร้ายยายอีกครั้ง แต่เพื่อนๆ ได้ห้ามเอาไว้ ก่อนที่ทุกคนจะเดินเข้าไปในซอย แต่วัยรุ่นที่ลงมือทำร้ายยายไม่ได้ออกมา โดยมีวัยรุ่น 2 คนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเดินออกมาเข็นรถจักรยานยนต์กลับเข้าไปอีกครั้ง จนกระทั่งมีคนมาพบยายที่อยู่ในคลิปเสียชีวิตแล้ว ทราบต่อมาว่าคือนางวนิดา แพนุ่น หรือยายติ๋ม เป็นเจ้าของร้านขายของชำ ตั้งอยู่ริมถนนเทพารักษ์ แต่ร้านปิดเงียบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ร้านยายติ๋มเปิดเผยว่า ยายติ๋มอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี ลูกชายคนโตทำงานอยู่ต่างพื้นที่ และอีกคนกำลังศึกษาอยู่ระดับมหาวิทยาลัย ปกติทุกวันยายติ๋มจะเปิดร้านขายของชำตั้งแต่เวลา 05.00 น.ถึงเวลา 20.00 น. ซึ่งในวันเกิดเหตุช่วงเช้ามืด ชาวชุมชนได้ยินเสียงยายติ๋มทะเลาะกับวัยรุ่นชื่อเบนซ์ ซึ่งเป็นชาวชุมชนเทพารักษ์ที่ทุกคนรู้จักกิตติศัพท์ดีว่าเป็นอันธพาล ขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน จนกระทั่งผ่านไปประมาน 30 นาทีก็มีเสียงคล้ายคนถูกทำร้ายภายในซอย เมื่อเสียงเงียบลง ชาวบ้านจึงออกมาดู พบร่างยายติ๋มนอนเสียชีวิตอยู่ข้างทาง ในสภาพใบหน้าบวมปูด ศีรษะแตกเลือดอาบทั้งตัว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาตรวจสอบและช่วยชีวิต โดยพบว่าสร้อยคอทองคำ พร้อมสร้อยข้อมือที่ยายติ๋มใส่เป็นประจำได้หายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสข้อมูลของคนร้าย รวมทั้งการไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ มูลเหตุของการเกิดเหตุในครั้งนี้ ตำรวจทราบว่านายเบนซ์ อายุ 17 ปี ได้ไปต่อว่าผู้ตาย ขณะที่ผู้ตายนำขยะไปทิ้งที่ถังขยะตั้งอยู่ริมถนน ปากซอยทางเข้าไปในชุมชน จนมีการถกเถียงกัน ต่อมาผู้ตายต้องการเคลียร์กับคนในครอบครัวของนายเบนซ์ จึงเดินเข้าไปที่บ้านนายเบนซ์ ขณะที่ผู้ตายกำลังอธิบายทำความเข้าใจกับมารดาและยายของนายเบนซ์อยู่นั้น นายเบนซ์ได้เข้ามาทำร้ายผู้ตายอย่างรุนแรง แม้ว่าแม่และยายจะพยายามห้ามปรามนายเบนซ์ก็ไม่เป็นผล กระทั่งยายติ๋มถูกทำร้ายจนแน่นิ่ง จากนั้นนายเบนซ์ก็อุ้มร่างยายติ๋มไปทิ้งที่ปากซอย ก่อนหลบหนีไป ส่วนที่ว่าทรัพย์สินของผู้ตายหายไปนั้น อยู่ระหว่างสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จำลองกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อออกหมายจับนายเบนซ์ นอกจากนี้พบว่านายเบนซ์ยังมีหมายจับในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วย อยู่ระหว่างการหลบหนี และมาก่อคดีซ้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24549</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18f0716daca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้โรงเรียนกลางเมืองขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้โรงเรียนกัลยาณวัตร กลางเมืองขอนแก่น รถดับเพลิงระดมสกัดไฟใช้เวลากว่าชั่วโมงหลังอาคารวอดเป็นเถ้าถ่าน รปภ.กับครูเวรยันเกิดระเบิดที่หม้อแปลงไฟฟ้าก่อนลุกลามอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเที่ยงคืนเศษ ย่างเข้าวันอาทิตย์ พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รอง ผกก.(ป.) สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์ &amp;quot;แก่นนคร 191&amp;quot; สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เกิดเหตุเพลิงไม้อาคารภายในโรงเรียนกัลยาณวัตร ตั้งอยู่ด้านข้าง สภ.เมืองขอนแก่น จึงไปตรวจสอบพร้อมกับ พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น, นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลนครขอนแก่น รวมกว่า 10 คัน เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงเรียนติดกับถนนกลางเมือง เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ก็เสียหายทั้งอาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จำลองเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเป็นผู้แจ้งเหตุ ซึ่งอาคารแห่งนี้เป็นอาคารชั้นเดียวรวมทั้งหมด 6 ห้อง ใช้เป็นห้องจัดกิจกรรมทูบีนัมเบอร์วัน ห้องเก็บของ และห้องพยาบาล โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า พบเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นจากห้องเก็บของ ที่ส่วนใหญ่จะเก็บภาพเก่าและของใช้ทั่วไปของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง สำหรับความเสียหายยังประเมินไม่ได้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ จากการสอบปากคำครูเวรและ รปภ.ที่เห็นเหตุการณ์ ต่างให้การตรงกันว่ามีระเบิดดังขึ้นจากตัวอาคารศูนย์วิจัยและพัฒนา จึงรีบวิ่งมาตรวจสอบ เห็นเพลิงลุกไหม้บริเวณเสาที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า จึงช่วยกันเอาถังดับเพลิงฉีดดับไฟ แต่ไฟลุกลามเร็วมาก จึงแจ้งตำรวจและดับเพลิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองขอนแก่น ถึงเหตุไฟไหม้อาคารในโรงเรียน สำหรับผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุคงต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ ว่าต้นเพลิงมาจากที่ใด อย่างไร หรือมีผู้ทำให้เกิดเหตุครั้งนี้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย อุ่นเจริญ, ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์, พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc7eec32180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งซื้อกระเป๋าหรู ได้กระบอกใส่น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวขอนแก่นสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองทางไลน์ กลับได้กระบอกน้ำพลาสติกแทน สูญเงินเกือบ 4 หมื่น โร่แจ้งตำรวจ พบเหยื่ออีก 2 ราย ถูกตุ๋นทำนองเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายนนี้ น.ส.ปานหทัย เลิศสินอุดม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/69 หมู่ 14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าพบ ร.ต.อ.วัลชัย คุณพระ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อนำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาเพื่อประกอบสำนวนคดี ตามที่พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำและขอเอกสาร กรณีสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเพจชื่อดัง แต่กลับไม่ได้สินค้าตามที่สั่งไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปานหทัยเปิดเผยว่า ได้สั่งซื้อกระเป๋ามือสอง ยี่ห้อ Celine ผ่านเพจ brandnameby_0a เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยตั้งราคาจำหน่าย 40,000 บาท ก่อนที่จะมีเจ้าของร้านที่ใช้ไลน์ว่า b.promote เขามาพูดคุยเพื่อเจรจาต่อรองสินค้า จนลดเหลือ 37,000 บาท ตนตกลงและได้โอนเงินไปในช่วงเย็นของวันเดียวกันผ่านธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 0393207086 ชื่อบัญชี น.ส.รัตนาวดี สมนึก จากนั้นได้ส่งเอกสารการโอนเงินกลับไปทางไลน์เพื่อยืนยัน แต่เจ้าของร้านที่ใช้ไลน์ b.promote ได้แจ้งว่าไลน์มีปัญหา ขอเปลี่ยนไลน์ใหม่ถึง 3 ครั้ง จนกระทั่งล่าสุดเจ้าของร้านบอกว่าได้ส่งสินค้ามาให้แล้ว และเมื่อได้รับ ปรากฏว่าเป็นกระบอกใส่น้ำพลาสติกที่มีภาพกังฟูแพนด้า ตรวจสอบพบว่าร้านที่ส่งขวดน้ำมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางร้านยืนยันว่ามีลูกค้าสั่งซื้อกระบอกใส่น้ำดังกล่าวจริง และให้ที่อยู่คือบ้านของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปานหทัยกล่าวว่า จากการพูดคุยร่วมกันของผู้ที่ชื่นชอบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ก็พบว่า มี 1 คนที่ จ.ขอนแก่น ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน สูญเงินไป 77,000 บาท คือสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม แต่ได้เป็นแก้วและเสื้อแทน ซึ่งได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และอีกรายที่ถูกร้านเดียวกันหลอกอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ก็ได้เข้าแจ้งความแล้วเช่นกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าได้สอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะเร่งดำเนินการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปานหทัย เลิศสินอุดม, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, ร.ต.อ.วัลชัย คุณพระ, รัตนาวดี สมนึก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b95224deaab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.ต.อ.ปีนช่วย หญิงติดไฟไหม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้คอนโดฯ กลางเมืองขอนแก่น สาวท้องแก่ติดอยู่ในห้องชั้น 5 ร้องขอความช่วยเหลือ รอง สว.ป.ปีนบันไดหนีไฟขึ้นไปช่วยนำตัวส่ง รพ.ปลอดภัย พบต้นเพลิงเกิดจากห้องแพทย์หญิง สาเหตุคาดว่าเสียบปลั๊กเครื่องไฟฟ้าทิ้งไว้แล้วไฟช็อต ดีที่เสียหายไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ พ.ต.ท.ปุณณริศร์ ธรานันทเศรษฐ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ &amp;quot;แก่นนคร 191&amp;quot; สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้คอนโดมิเนียม ตั้งอยู่ริมถนนกสิกรทุ่งสร้าง ด้านหลังที่ว่าการอำเภอเมืองขอนแก่น ตรงข้ามสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย จ.ขอนแก่น เขตเทศบาลนครขอนแก่น จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น, พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รอง ผกก.(ป.), นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมระดมรดน้ำดับเพลิงจาก เทศบาลนครขอนแก่น เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไปถึง พบว่าคอนโดฯ ดังกล่าวชื่อ &amp;quot;ชิคคอนโด&amp;quot; โดยมีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากห้องพักชั้น 5 เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงและอพยพผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายในทั้งหมดลงมาในจุดที่ปลอดภัย โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงสามารถสกัดและควบคุมเพลิงไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กัลยา จันทร์แสง อายุ 24 ปี ผู้ดูแลคอนโดฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากแม่บ้านว่าเกิดกลุ่มควันที่ห้องพักเลขที่ 88/41 ชั้น 5 ซึ่งเป็นของแพทย์หญิงท่านหนึ่ง ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายในห้องพัก จึงได้โทรศัพท์ขอรหัสเข้าห้องเพื่อทำการดับไฟ เมื่อเข้าไปในห้องพบว่ามีกลุ่มควันจำนวนมากกระจายเต็มห้องแทบมองไม่เห็นอะไร จึงรีบดึงเบรกเกอร์คัตเอาต์ใหญ่ลงทันทีและให้พนักงานรักษาความปลอดภัยใช้ถังดับเพลิงฉีดเพื่อสกัดและควบคุมเพลิงในเบื้องต้น ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.ท.ปุณณริศร์กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากเจ้าของห้องลืมถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องครัวที่เสียบทิ้งไว้ เพราะต้นเพลิงอยู่ที่ห้องครัว ทำให้ไฟได้ลุกไหม้ขึ้นภายในห้องครัว และลุกลามมายังห้องนั่งเล่น และในขณะเกิดกลุ่มควันนั้น มีหญิงตั้งครรภ์พักอาศัยอยู่ห้องพักเลขที่ 88/32 ในคอนโดฯ ดังกล่าวใกล้ห้องเกิดเหตุ เกิดสำลักควันไฟขอความช่วยเหลือ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าช่วยเหลือสาวท้องแก่ คือ ร.ต.อ.วายุ คำภา รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น ได้ตัดสินใจปีนบันไดหนีไฟขึ้นไปช่วยเหลือ ก่อนพาตัวออกมาจากห้องพักได้อย่างปลอดภัย ทราบชื่อคือ น.ส.วาสนา ช่อมะลิ อายุ 30 ปี ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ราว 6-7 เดือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบนำส่ง รพ.ขอนแก่น อาการปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายธนากร พูลนิติพร อายุ 27 ปี เจ้าของชิคคอนโด กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดเหตุ ระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรของคอนโดฯ ได้ทำงานทันที และเจ้าหน้าที่ รปภ.ได้อพยพผู้ที่พักอาศัยออกทางบันไดหนีไฟทั้ง 2 ฝั่งได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12511</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา จันทร์แสง, ธนากร พูลนิติพร, ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์, พ.ต.ท.ปุณณริศร์ ธรานันทเศรษฐ์, พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ, ร.ต.อ.วายุ คำภา, วาสนา ช่อมะลิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38e74076d7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิดขมับรองสว. เป็นศพปริศนาคารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบศพรอง สว.จร.เมืองขอนแก่นนอนอยู่ในรถเก๋ง มีบาดแผลถูกยิงขมับขวา 1 นัด โดยมีปืนพก 9 มม.ตกอยู่ สันนิษฐานฆ่าตัวตายหลังไปเยี่ยมพี่ชายที่บวชเป็นพระ ถาม &amp;quot;เคยเห็นผีหรือวิญญาณหรือไม่&amp;quot; ก่อนให้พาไปทำบุญ 3 วัด ผกก.เผยยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรม เหตุพ่อสงสัยเรื่องปืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ร.ต.อ.ธงชัย แก้ววังปา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองไหม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบรถยนต์เก๋งฟอร์ด เฟียสต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กล 45 ขอนแก่น จอดทิ้งอยู่ริมถนนคลองชลประทาน บ.โคกแปะ ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ โดยล็อกประตูอย่างแน่นหนาไม่สามารถเปิดได้ เครื่องยนต์ดับสนิท มีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ และเมื่อส่องเข้าไปรถ พบศพคนตายลักษณะขึ้นอืดอยู่บริเวณเบาะที่นั่งคนขับ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบทะเบียนรถ พบว่ารถถยนต์คันดังกล่าวเป็นของ ร.ต.อ.วรวุฒิ ภัทรวิจิตรภักดี อายุ 31 ปี ตำแหน่งปัจจุบันเป็นรองสารวัตรจราจร สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อประสานยังพ่อของผู้ตายให้มาที่เกิดเหตุ เนื่องจากผู้ตายยังไม่มีครอบครัว และพักอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ในตัวเมืองขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพ่อของผู้ตายมาถึง จึงได้เอากุญแจสำรองเปิดประตูออก พบ ร.ต.อ.วรวุฒินอนเสียชีวิตอยู่ในเบาะที่นั่งคนขับ สภาพศพขึ้นอืดในชุดลำลอง เจ้าหน้าที่จึงนำศพลงมาจากรถเพื่อทำการชันสูตร พบรอยกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่บริเวณขมับขวา จำนวน 1 รู โดยบริเวณขวามือของเบาะที่นั่งคนขับ พบปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อบาเร็ตตา ขนาด 9 มม.ตกอยู่ และพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม.ตกอยู่ภายในรถ 1 ปลอก นอกจากนี้ยังพบชุดเครื่องแบบตำรวจจราจรวางอยู่เบาะหลัง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง กระเป๋าเงิน ซึ่งเมื่อเปิดดูข้างในมีเงินจำนวนหนึ่ง บัตรประจำตัวประชาชน และบัตรข้าราชการตำรวจของผู้ตาย ระบุชื่อ ร.ต.อ.วรวุฒิ ภัทรวิจิตรภักดี เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามนายเหง้า นิคม ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า พบรถยนต์ของผู้ตายตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาได้ออกมาเกี่ยวข้าวในที่นา ก็ยังคงพบเห็นรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ที่เดิมจึงเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็น คาดว่าน่าจะมีศพอยู่ข้างใน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ นายเหง้ายังได้บอกอีกว่า ในช่วงที่พบรถยนต์เก๋งคันนี้จอดอยู่ ยังพบเห็นกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน นั่งรถยนต์กระบะมาจอดอยู่ใกล้ๆ กับรถเก๋งของผู้ตายถึง 2 ครั้ง แต่กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ไม่ได้เดินมาดูที่รถผู้ตาย เมื่อมาจอดรถแล้วสักพักก็ขับรถถอยหลังกลับไปทางเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากการสอบสวนบุคคลแวดล้อมผู้ตาย ทราบว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วรวุฒิได้เดินทางไปหาพี่ชายที่บวชเป็นพระอยู่ที่วัดโพธิ์ศรีธารามโคกแปะ ในพื้นที่ ต.โคกสี อ.เมืองขอนแก่น ซึ่ง ร.ต.อ.วรวุฒิได้ถามพระพี่ชายว่า เคยเห็นผีหรือวิญญาณหรือไม่ พระพี่ชายก็สงสัยว่าน้องเป็นอะไรถึงถามแบบนี้ ได้แต่ตอบว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลก หลังจากนั้น ร.ต.อ.วรวุฒิก็ให้พาไปทำบุญ 3 วัด คือที่วัดพระธาตุขามแก่น วัดใน อ.น้ำพอง และวัดใน ต.หนองตูม เพื่อให้จิตใจสบายขึ้น โดยไม่คิดว่าน้องจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.พันกฤษณ์ วิชญชีวินทร์ ผกก.สภ.เมืองไหม กล่าวว่า ได้ตั้งประเด็นการเสียชีวิตของรอง สว. (จร.) สภ.เมืองขอนแก่น ไว้ 2 ประเด็นคือ ฆ่าตัวตาย เนื่องจากผู้ตายเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครเป็นการส่วนตัว และประเด็นถูกฆาตกรรม เนื่องจากปืนกระบอกที่พบในที่เกิดเหตุ พ่อผู้ตายยังไม่มั่นใจว่าเป็นปืนของลูกชาย เพราะปกติผู้ตายจะพกปืนกระบอกเล็กกว่านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ ได้มีการส่งศพไปทำการชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต และส่งมอบศพให้กับครอบครัวเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9098</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง, ถูกยิงขมับขวา 1 นัด, นอนอยู่ในรถเก๋ง, ประเด็นฆาตกรรม, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, พบศพรอง สว.จร.เมืองขอนแก่น, ร.ต.อ.ธงชัย แก้ววังปา, ร.ต.อ.วรวุฒิ ภัทรวิจิตรภักดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af83b01a9a66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกสาวเหยื่อถูกสายเคเบิ้ลเกี่ยวคอเสียชีวิต หวั่นพ่อที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ฆ่าตัวตายตามแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 61 - เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 เม.ย.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.วรพรรณ &amp;nbsp;เบญจวรกุล ทนายความพร้อมด้วย นายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ รวมทั้งผู้แทนจากเหล่ากาชาด จ.ขอนแก่น,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น,สำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น,หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงขอมนุษย์ หรือ พม.,บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จ.ขอนแก่น และ หน่วยงานฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว นางมณีเนตร &amp;nbsp;เจริญเหง่า อายุ 40 ปี ผู้เสียชีวิตขณะขับขี่รถจักรยายนต์กลับบ้านพัก ก่อนถูกสายสัญญาเคเบิ้ลเกี่ยวคอจนเกือบขาดเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิด บน ถ.เหล่านาดี ด้านหน้าโรงเรียนแก่นนครวิยาลัย เองสนามกีฬากลาง จ.ขอนแกน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้ลงพื้นที่ที่บ้านเลขที่ 78 ม.8 บ.หนองไฮ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ในการกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆร่วมกัน รวมทั้งการร่วมเคารพศพผู้ตายที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประกอบพิธีณาปนกิจที่วัดป่าเทพนิมิตรวนาราม บ.หนองไฮ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพูดคุยกับคนในครอบคัวส่วนใหญ่ต่างยังคงอยู่ในอาการที่เศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังรับกับเหตุการณ์ไม่ได้เนื่องจากเป็นการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากการสูญเสียอย่างกระทันหัน ประกอบกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีฐานะยากจน สามีของผู้เสียชีวิตป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ พ่อและแม่ ของผู้เสียชีวิตอยู่ในอาการป่วย ไม่สามารถทำงานได้ ลูกสาวคนเล็กป่วยเป็นออทิสติก มีเพียงลูกสาวคนโต ที่พึ่งสำเร็จการศึกษาในระดับ ปวส. รับจ้างรายวัน รองานประจำ ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัวทำหน้าที่รับจ้างรายวันเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการพูดคุยกับ น.ส.กนกวรรณ &amp;nbsp;ปัญญาพิมพ์ บุตรสาวของผู้เสียชีวิต บอกว่า เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตให้กับคุณพ่อฟัง คุณพ่อซึ่งป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์อยู่แล้วก็มีความเครียดอย่างเห็นได้ชัดและยังคงทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากเกิดเหตุได้พูดกับครอบครัวตลอดว่าอยากที่จะฆ่าตัวตายเพราะไม่ต้องการเป็นภาระให้กับครอบครัว ทำให้วันนี้ครอบครัววิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวอย่างมาก &amp;nbsp;เพราะคุณพ่อนั้นไม่สามารถเดินได้หรือเคลื่อนย้ายตัวได้ ลูกๆและญาติ ต้องวิ่งไป-มา ระหว่างบ้านและวัด รวมทั้งการประสานงานร่วมกันกับทุกหน่วยงาน วันนี้การแจ้งใบมรณบัตรก็ยังไม่ได้ทำ &amp;nbsp;วันนี้ทำได้เพียงกำลังและความสามารถที่ครอบครัวนั้นทำได้ โชคดีที่มีทนายความอาสา เข้ามาช่วยและเตือนสติ รวมทั้งการดำเนินการในด้านต่างๆ ทำให้ครอบครัวนั้นมีความหวังและพร้อมที่จะต่อสู้ในเรื่องดังกล่าวนี้ให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วรพรรณ &amp;nbsp;เบญจวรกุล ทนายความ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือทางด้านคดีความนั้นต้องดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องทั้งคดีแพ่งและอาญา โดยเฉพาะการร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ครอบครัวได้ลงบันทึกประจำวันและแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตครั้งนี้ ซึ่งในสำนวนคดีความนั้น บางประเด็นไม่ขอเปิดเผย เพราะจะกระทบกับสำนวนการสอบสวน โดยเบื้องต้นได้ประสานการทำงานในเรื่องสาเหตุที่เน้นไปที่สายสัญญาณที่ตกลงมานั้นเป็นของบริษัทฯใดและเกิดเหตุได้อย่างไร โดยจากข้อมูลของนิติกรของ กฟภ.ระบุชัดเจนว่า ความสูงที่พาดผ่านสายไฟระหว่างถนนนั้นต้องสูงจากพื้นดิน 5.5 เมตร แต่ถ้าพาดไหล่ทางหรือริมถนนจะต้องสูงจากพื้นดินที่ &amp;nbsp;4.4 เมตร ตามที่ กฟภ.กำหนด อย่างไรก็ดีกับประเด็นสายสัญญาณตกลงมาจากสาเหตุใด ประเด็นนี้คือสิ่งที่สังคมต้องการรับทราบอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาพจากกล้องวงจรปิดภาพเหตุการณ์ของผู้เสียชีวิตในช่วงก่อนเกิดเหตุและขณะเกิดเหตุทั้งหมด โดยพบว่ามีรถยนต์บรรทุก 10 ล้อวิ่งสวนทางมากับผู้ตาย ในถนนเส้นทางเดียวกัน แต่มุมกล้องไม่ชัดเจนว่า รถยนต์บรรทุกคันนี้เกี่ยวสายสัญญาณเคเบิ้ลตกลงมาหรือไม่ ขณะที่แนวทางการให้ความช่วยเหลือตามสิทธิ์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้นั้น ขณะนี้ได้ประสานงานไปบัง บ.กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถขอนแก่น ในการขอเบิกเงินชดเชยจาก พรบ.ของรถจักรยานยนต์ ซึ่งทราบมาว่าเตรียมที่จะจ่ายเงินสินไหมทดแทนแลละการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆแล้ว ขณะที่สิทธิ์อันถึงจะได้ของผู้เสียชีวิตนั้นต้องมีการตรวจสอบทั้งในส่วนของประกันสังคม ,การประกันภัยส่วนบุคคล หรือสิทธิ์ต่างที่ถึงจะได้ทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวของผู้ประสบเหตุอย่างสูงสุด และเป็นคดีตัวอย่างที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพราะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในพื้นที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น &amp;nbsp;กล่าวว่า ขณะนี้ความคืบหน้าทางคดีมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยขณะนี้ได้มีการสอบปากคำพยานบุคคล พยานที่เกิดเหตุ ไปแล้ว 4 ปาก พร้อมทั้งรวบรวมวัตถุพยาน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีโดยเร็ว โดยขณะนี้ทราบแล้วว่าสายสัญญาณเคเบิ้ลดังกล่าวเป็นของบริษัทใด แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด โดยบริษัทฯดังกล่าว ได้ติดต่อมายังพนักงานสอบสวนแล้วและอยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์หลักฐานมาประกอบสำนวนการสอบสวน ซึ่งแนวทางการสอบสวนตั้งประเด็นการสอบไว้ 2 ประเด็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นแรกคือ สายดังกล่าวหลุดลงมาเองหรือไม่ มีการชำรุดหรือติดตั้งไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ และประเด็นที่ 2 มีผู้อื่นทำให้สายดังกล่าวตกลงมาหรือไม่ ในส่วนประเด็นของรถสิบล้อที่ปรากฏระหว่างเกิดเหตุนั้น ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นผู้ทำให้สายอินเตอร์เน็ตตกลงมาหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามคนขับรถคันดังกล่าวมาสอบสวน เพราะมีบุคคลอีก 1 คนที่นั่งอยู่บนหลังคารถสิบล้อ และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดในภาพวงจรปิดมีลักษณะเหมือนกับหลบบางสิ่งบางอย่าง และในส่วนประเด็นที่ลูกสาวคนเล็กของผู้เสียชีวิตแจ้งว่ามีทรัพย์สินที่ติดตัวแม่หายไป เป็นสร้อยคำหมากปู่ และสร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 สลึงนั้น ยังไม่ได้รับแจ้งตามที่ญาติผู้เสียชีวิตอ้างแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7988</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ  ปัญญาพิมพ์, ขอนแก่น, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, มณีเนตร  เจริญเหง่า, วรพรรณ  เบญจวรกุล, สภ.เมืองขอนแก่น, สายไฟเกี่ยวคอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae2b1bc8d967.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
