<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฆ่าอดีตสข.บางซื่อ ชะแลงตี-ศพยัดตู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฆ่าสยอง &amp;quot;เฮียหยู&amp;quot; อดีต ส.ข.บางซื่อ เจ้าของธุรกิจหลายอย่าง คนร้ายใช้ชะแลงตีหัวแล้วลากศพยัดตู้เสื้อผ้าในบ้านที่กำลังปรับปรุงไม่มีใครอยู่ ตำรวจตามจับฆาตกรได้ทันควัน เป็นแรงงานชาวเมียนมา หนีไปจนมุมที่มหาชัย เหตุแค้นที่ถูกปลดจากคนขับรถส่งแก๊ส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 สิงหาคมนี้ พ.ต.ท.พลวัตร นาคประถม สารวัตรสอบสวน สน.ประชาชื่น รับแจ้งพบศพในบ้านเลขที่ 453 ซอยวงศ์สว่าง 19 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผกก.สน.ประชาชื่น, ตำรวจฝ่ายสืบสวน, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน, แพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ปลูกติดกัน 2 หลัง ในพื้นที่กว่า 200 ตารางวา มีรั้วรอบ พบรอยเลือดที่บันไดโดยมีรอยลากเป็นทางยาวขึ้นไปชั้น 2 กระทั่งถึงห้องพักชั้นบน ที่ตู้เสื้อผ้าถูกล็อกมีกุญแจเสียบคา เมื่อเปิดออกพบศพนายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 72 ปี หรือเฮียหยู สวมเสื้อเชิ้ต นุ่งกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกของแข็งตีบริเวณหน้าผาก มีบาดแผลที่ศีรษะ มีคราบเลือดที่ใบหน้าและมือขวา สภาพศพนั่งพิงตู้ชันเข่า คาดเสียชีวิตมาประมาณ 8 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเข้ามาดูบ้านที่กำลังปรับปรุงตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค. กระทั่งเวลา 04.00 น. วันที่ 12 ส.ค. ลูกชายผู้ตายได้ออกมาตามหาเนื่องจากหายตัวไปนาน เมื่อมาที่บ้านก็สังเกตเห็นคราบเลือดเป็นรอยลาก จึงเดินตามจนพบว่าบิดาถูกฆ่ายัดศพไว้ในตู้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ สำหรับทรัพย์สินของผู้ตาย ลูกชายระบุว่าสร้อยคอทองคำหายไป ทั้งนี้ มีผู้ต้องสงสัยเป็นแรงงานชาวเมียนมาที่ช่างซึ่งรับงานปรับปรุงบ้านชวนมาทำงานด้วยเมื่อ 2 เดือนก่อน หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายพรศักดิ์ เป็นอดีตสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) บางซื่อ และ​อดีต​ กต.ตร.สน.ประชาชื่น​ มีธุรกิจหลายอย่าง​ อาทิ​ โรงงานน้ำแข็ง​ ร้านขายแก๊ส​ ปกติเป็นคนโผงผาง​ พูดตรง เป็นที่รักของชาวบ้าน​ ทั้งนี้มีกล้องวงจรปิดบริเวณบ้าน​สามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้​ 1 ราย​ เป็นชายชาวเมียนมา รูปร่างเล็ก​ กำลังหลบหนีออกไป​ ไม่ทราบเส้นทาง​ ขณะนี้ทางตำรวจฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.นิตินันท์​ เพชรบรม​ รอง​ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า​ ได้รับรายงานจาก​ พล.ต.ต.เอกชัย​ บุญวิสุทธิ์​ ผบก.น.2 ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุ​ ทราบว่ากล้องวงจรปิดเห็นหน้าผู้ต้องสงสัยชัดเจน​ คาดว่าน่าจะหนีไปพื้นที่​ จ.สมุทรสาคร​ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดด่านทุกด่านแล้ว ซึ่งแนวทางการสืบสวนทราบว่า​ ก่อนหน้านี้​ผู้ต้องสงสัยชาวเมียนมาได้เข้ามาทำงานกับนายพรศักดิ์​ ในฐานะลูกจ้างขับรถส่งแก๊ส​ แต่เนื่องจากผู้ต้องสงสัยชอบขับรถเร็วจึงถูกต่อว่าและห้ามไม่ให้ทำงานดังกล่าวอีก และให้เปลี่ยน​มาเป็นคนงานปรับปรุงบ้าน​ คอยทาสีและต่อเติมบ้าน​ คาดว่าน่าจะเจ็บใจที่ถูกต่อว่าเรื่องขับรถเร็ว กระทั่งมาสบโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งด้วยว่า ชุดสืบสวนได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว ชื่อนายคูปี หรือโกโก้ หลบหนีไปอยู่ที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร และพบอาวุธที่ใช้ฆ่าคือชะแลง ซึ่งคนร้ายรับว่าใช้ฟาดศีรษะ จากนั้นได้โยนทิ้งไว้ในกองเศษไม้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43295</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พลวัตร นาคประถม, พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์, พรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล, พล.ต.ต.นิตินันท์​ เพชรบรม, พล.ต.ต.เอกชัย​ บุญวิสุทธิ์​, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d516a8c2274f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ10อาชีวะโหด แทงคอนศ.คาซอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจแถลงปิดคดีแทงคอ นศ.อาชีวะในซอยวงศ์สว่าง 10 เยาวชนชายสถาบันเทคโนฯ เข้ามอบตัว สาเหตุมาจากกลุ่มคนร้ายมีปากเสียงด่าทอกับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ผู้ตายกับเพื่อนเดินผ่านคิดว่าด่าตัวเองเลยผสมโรง จนถูกรุมทำร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่ สน.ประชาชื่น พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผกก.สน.ประชาชื่น และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น กก.สส.บก.น.2 แถลงจับกุมนักศึกษาอาชีวะและศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 เป็นชาย 10 คน หญิง 4 คน โดยเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 16-17 ปี ทั้งหมดได้ร่วมกันฆ่านายวิชชา หนูอุดม อายุ 20 ปี ชาว อ.ป่าบอน จ.พัทลุง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียชีวิตภายในซอยวงศ์สว่าง 11 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร หลังจากผู้ตายพร้อมเพื่อนอีก 2 คน นั่งดื่มกินอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในซอยดังกล่าว ระหว่างเดินกลับที่พัก ได้สวนกับกลุ่มคนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์มากันเป็นกลุ่มประมาณ 10 คน เมื่อมาพบเห็นกลุ่มผู้ตายก็ได้ตรงเข้ารุมทำร้ายทันที ก่อนจะหลบหนีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.10 น. ที่บริเวณถนนภายในซอยวงศ์สว่าง 11 หน้าร้านอาหารตามสั่ง บ้านเลขที่ 121 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ได้มีเหตุทะเลาะวิวาทกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตคือนายวิชชา ถูกแทงเข้าบริเวณลำคอเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือนายณัฐพนธ์ รักษาชล อายุ 21 ปี และนายเด่นภูมิ พวงมณี อายุ 21 ปี ถูกชกต่อยบริเวณใบหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น กก.สส.บก.น.2 ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนพบว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเป็นนักศึกษาอาชีวะ ปี 1-ปี 3 ย่านพระนครเหนือ และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 จำนวน 15 คน เป็นชาย 11 คน หญิง 4 คน เป็นเยาวชนอายุตั้งแต่ 16-17 ปี ใช้ยานพาหนะเป็นจักรยานยนต์ 7 คัน ขณะนี้ได้รับตัวมาแล้วทั้งหมด 14 คน เหลือ 1 คนอยู่ระหว่างเข้ามอบตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยกล่าวว่า สาเหตุเกิดจากหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์กลับจากดื่มสุราจากร้านขายสุราภายในซอยวงศ์สว่าง 11 ผ่านมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีกลุ่มวัยรุ่น 3-4 คน ตะโกนด่าทอจึงเกิดมีปากเสียงกัน ต่อมากลุ่มผู้เสียหายจำนวน 3 คน เดินออกมาจากร้านมาประมาณ 20 เมตร เข้าใจผิดว่าได้ตระโกนด่าตนเองจึงได้ร่วมด่าทอด้วย โดยไม่ได้รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุและกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มแต่อย่างใด ทำให้กลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจ คิดว่ามาด่าพวกของตนเอง จึงได้ลงจากรถจักรยานยนต์ตรงไปทำร้ายผู้เสียหายทั้ง 3 คน โดยใช้หมวกกันน็อกทุบตีและใช้อาวุธมีดทำร้ายผู้เสียหายดังกล่าว โดยผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายทั้งหมด 11 คน ส่วนผู้หญิงอีก 4 คน ไม่ได้ร่วมก่อเหตุด้วยแต่อย่างใด หนึ่งในกลุ่มคนร้ายคือ นาย น. (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พกอาวุธมีดยาวประมาณ 8 นิ้ว แทงที่คอผู้เสียหายจนเสียชีวิต จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดได้แยกย้ายกันหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.2 กล่าวว่า คดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนจนติดตามตัวคนร้ายมาได้ทั้งหมด จากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุทั้งหมด ทราบว่า นาย น. นักศึกษาอาชีวะ ปี 1 สถาบันแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 เป็นคนแทง จากนั้นได้ติดตามอาวุธมีดของกลางที่ผู้ต้องหานำไปทิ้งบริเวณเกาะกลางถนนใต้สะพานข้ามแยกใกล้บิ๊กซีวงศ์สว่าง ส่วนการดูแลกรณีดังกล่าว พบว่ามีนักศึกษาอาศัยอยู่หอพักบริเวณดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ทำการตรวจสอบดูแลเฝ้าระวังเหตุที่จะเกิดขึ้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นได้ดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาเยาวชนชายที่ลงมือก่อเหตุทั้งหมด 11 คน ว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนสอบปากคำกับสหวิชาชีพ ส่วนเยาวชนหญิง 4 คนที่ไม่ได้ร่วมก่อเหตุได้สอบปากคำไว้เป็นพยาน และนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42153</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพนธ์ รักษาชล, พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เด่นภูมิ พวงมณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d9dd23aa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งด่วนผกก.บ่อผุดปล่อยทหารจับไฮโล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผบก.สุราษฎร์ธานีเซ็นคำสั่งเด้งด่วน ผกก.บ่อผุด อ.เกาะสมุย หลังปล่อยให้ทหารเข้าทลายบ่อนไฮโล 2 รอบในคืนเดียว ชี้น่าสงสัยอาจมีตำรวจรู้เห็น หรือเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมตั้งกรรมการสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 591/2561 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน ความว่า ด้วยสถานีตำรวจภูธรบ่อผุดมีหนังสือที่ ตช.0023 (สฎ). (10). 3/761 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2561 รายงานเหตุน่าสนใจกล่าว คือ วันที่ 22 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 21.30 น. และ 23.00 น. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 4 มอบหมายให้ พ.อ.นุกูล ดำสุวรรณ ชุดป้องกันรักษาความสงบเรียบร้อยศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพภาคที่ 4 ร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันที่บริเวณห้องแถวไม่มีเลขที่ ซอยโกเขียว หมู่ 2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ห่างโรงพัก สภ.บ่อผุดเพียง 500 เมตร ได้ผู้ต้องหา 26 คน โดยกล่าวหาว่า &amp;quot;ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัก (ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot; และได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ที่ลักลอบเล่นการพนันบริเวณเพิงพักหลังบ้านเลขที่ 84/18 หมู่ 3 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ผู้ต้องหา 8 คน โดยกล่าวหาว่า &amp;quot;ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไฮโล) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเหตุที่น่าสงสัยว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรือเกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย หรือเรียกรับ หรือมีประโยชน์ในการพนันผิดกฎหมาย หรือปล่อยปละละเลยไม่สนใจในการสืบสวน ปราบปราม จับกุม จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำสั่งที่ 590/2561 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2561 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 72 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2542 จึงให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ่อผุด ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยขาดจากตำแหน่งเดิม 2.พ.ต.อ.ศิรชัย เกิดศรี ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ่อผุด 3.พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี รักษาราชการแทนผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12009</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนันไฮโล, พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ, พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์, พ.ต.อ.ศิรชัย เกิดศรี, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f9eb177cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
