<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือล้อมโรงพัก รุมด่านร.นอก แจ้งหมิ่นสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่พาหนุ่มนักเรียนนอกเข้าให้ปากคำตำรวจ ไหว้ขอโทษคนไทยทั้งประเทศ บอกลูกชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและลืมกินยา ขณะที่ผู้ก่อเหตุขออภัยใช้คำพูดรุนแรง ตำรวจกักตัวจนถึงเช้าหลังมวลชนชุมนุมหน้าโรงพักจะเอาเรื่อง มีผู้แจ้งกองปราบฯ ฟันหมิ่นสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา นายรชฏ หวังกิจเจริญสุข อายุ 24 ปี หนุ่มนักเรียนนอกที่ปรากฏในคลิปขับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนกับรถกระบะที่มีนายนันทวัฒน์ กมลรัมย์ อายุ 24 ปี เป็นคนขับ แล้วนายรชฏได้เดินลงมาด่าทออีกฝ่าย ทั้งยังกล่าวดูหมิ่นคนไทย และพาดพิงไปถึงสถาบัน เข้าให้ปากคำตำรวจ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เจ้าของท้องที่ โดยระหว่างนั้น ประชาชนที่รู้ข่าวต่างพากันไปชุมนุมที่หน้าโรงพักตะโกนต่อว่านายรชฏ พร้อมทั้งขอดูหน้า ทำให้ตำรวจต้องวงกำลังอารักขาเพราะเกรงจะเกิดเหตุบานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 23.30 น. สถานการณ์เริ่มขยายวง เมื่อประชาชนรวมตัวมาสมทบมากขึ้นจากประมาณ 50 คน กลายเป็น 300 คน ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด หลายคนใช้โทรศัพท์บันทึกภาพและไลฟ์สดผ่านสังคมออนไลน์ ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าด้วยความไม่พอใจ เจ้าหน้าที่จึงได้ล็อกประตูไม่ให้มีการเข้าออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.พุทธมณฑล ได้ซักถามนายรชฏกับมารดา ซึ่งมารดานายรชฏได้ยกมือไหว้ขอโทษคนไทย พร้อมกล่าวว่า ลูกชายไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ 6 ขวบ กลับมาไม่นานและอาจจะยังไม่เข้าใจและเรียนรู้วัฒนธรรมไทย ทำให้พลาดพลั้งเรื่องการใช้ภาษาและคำพูด แม้กระทั่งบางทีตนพูดคุยกับลูก เขายังบอกกับตนว่า คุณแม่พูดอะไรไม่รู้เรื่อง เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ประกอบกับลูกมีสุขภาพจิตที่เป็นโรคซึมเศร้าด้วย โดยคุณหมอได้วินิจฉัยว่าลูกเป็นโรคซึมเศร้าแนวเครียด คือถ้าไม่เป็นแนวซึมฆ่าตัวตาย ก็เป็นแนวเครียด โวยวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดานายรชฏเปิดเผยว่า เหตุที่เป็นดังเช่นในคลิป อาจจะสืบเนื่องมาจากคืนก่อนเกิดเหตุ ทางครอบครัวเตรียมของที่จะไปวัด กลับบ้านมาก็เข้านอนเลย ยาเขาก็ไม่ได้ทาน ทำให้เขาเป็นแบบนี้ ตนอยากจะกราบขออภัยอีกครั้ง ทางครอบครัวไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น และทางครอบครัวก็ไม่ได้ทอดทิ้งเขา เขาอยู่ในช่วงรักษาอาการป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายรชฏกล่าวว่า อยากจะขอโทษทุกคนที่อาจจะพูดอะไรพลั้งปากไปบาง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นด้วยความโมโห และด้วยตนเป็นคนรักรถ และด้วยอาการที่เป็นอยู่ จึงทำให้ใช้คำพูดดูรุนแรงกว่าเหตุการณ์ปกติที่พบเจอในสังคม ตนก็ขอกราบขออภัยอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสอบปากคำเสร็จ ตำรวจก็ยังไม่ปล่อยให้นายรชฏเดินทางกลับ เพราะยังมีผู้มาชุมนุมหน้าโรงพักจำนวนมาก เกรงว่านายรชฏจะได้รับอันตราย จึงให้หลบอยู่ในโรงพัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์กล่าวว่า คดีดังกล่าวตำรวจได้สอบปากคำไปแล้ว คาดว่าจะมีการส่งตัวไปให้อัยการส่งฟ้องที่ศาลแขวงภายใน 1-2 วันนี้ ทางคดีตำรวจก็ไม่ได้หยุดดำเนินการ โดยเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกของคนไทยกับกรณีนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.พุทธมณฑล เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายรชฏ พบว่านายรชฏมีอาการเหมือนคนเป็นโรคจิตอ่อนๆ ระหว่างสอบปากคำนายรชฏจะกำมือ และทุบศีรษะตนเองบ่อยครั้ง อีกทั้งยังเอาหัวโขกกับโต๊ะสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม วันที่ 24 ต.ค.นี้ นายราเชน ตระกูลเวียง ประธานสหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบัน เข้าพบ ร.ต.อ.สมพิศ อ่อนมา รอง สว. (สอบสวน) กก.5 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายรชฏ หวังกิจเจริญสุข เจ้าของรถยนต์ซีวิค ในข้อหาตามมาตรา 112 ฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง และหมิ่นประมาทคนไทยทั้งประเทศ โดยนำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอและภาพถ่ายจากเฟซบุ๊กมามอบเป็นหลักฐาน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายราเชน ผู้ร้องเอาไว้ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48799</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทวัฒน์ กมลรัมย์, พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย, พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง, รชฏ หวังกิจเจริญสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1a07c2a3d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.พอใจครึ่งวันเช้าเลือกซ่อมนครปฐมราบรื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เวลา 12.30 น. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และพ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลงในเขต 5 จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า ภาพรวมการลงคะแนนครึ่งวันเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิจำนวนมาก ในส่วนของ กกต. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 5 เรื่อง ส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง กฎหมายใหม่กำหนดให้ต้องรับฟังความเห็นจากผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า เห็นสมควรประกาศรับรองผลการเลือกตั้งหรือไม่ การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจะรู้ผลภายในเวลา 24.00 น. เพราะ กกต.ต้องใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้องด้วย ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการกฎหมายกำหนดให้ประกาศภายใน 60 วัน แต่เชื่อว่าจะไม่ใช้เวลานานขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ทั่วไปยังคงเป็นปกติ มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเล็กน้อย เป็นกรณีร้านค้าโชว์ห่วยขายสุรา หลังเวลา 18.00 น. ของวันที่ 22 ต.ค. ซึ่งตรวจพบเพียง 2-3 ราย อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งวันในการเลือกตั้งซ่อมในเขต 5 ตำรวจได้จัดกำลังจากกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม มาดูแลความเรียบร้อย เน้นในเรื่องความปลอดภัยและการดูแลจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังได้เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว 9 ชุด ไว้รับสถานการณ์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นครปฐม, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5daff7a21698c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัสม.ราชภัฎ ชนยับดับ-เจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถทัวร์นำคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามไปสัมมนาที่เมืองกาญจน์ ถึงกำแพงแสนพุ่งชนท้ายรถน้ำมันขณะรอเลี้ยว คนขับเสียชีวิตคาที่ บาดเจ็บระนาว โคม่าอีก 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 17 ตุลาคมนี้ ร.ต.ท.ศุภกร พยัคฆ์พงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน รับแจ้งเหตุรถทัวร์ชนท้ายรถบรรทุกน้ำมันดิบ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่หมู่ 8 ต.รางพิกุล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม เจ้าหน้าที่ รพ.กำแพงแสน ที่ถนนสายกำแพงแสน-พนมทวน ช่วงปากทางเข้าบ้านทุ่งน้อย พบผู้บาดเจ็บในรถทัวร์จำนวนมาก จึงช่วยกันลำเลียงส่ง รพ. นอกจากนี้ในรถทัวร์ 2 ชั้น หมายเลขทะเบียน 30-0180 มหาสารคาม คนขับรถเสียชีวิตคาที่ สภาพรถด้านหน้าแถบขวาชนยุบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ที่เดินทางมากับรถทัวร์เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำนวน 32 คน มุ่งหน้าไปจังหวัดกาญจนบุรี ถึงจุดเกิดเหตุพุ่งชนท้ายรถเทรลเลอร์บรรทุกน้ำมันดิบมาเต็มคัน หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-1093 ลพบุรี หมายเลขทะเบียนตัวพ่วง 70-1108 ลพบุรี จนทำให้ท้ายรถบรรทุกน้ำมันเกิดรอยแตกมีน้ำมันดิบรั่วไหลออกมา ส่วนคนขับรถทัวร์ที่เสียชีวิต ชื่อนายศาสตรา ถวิลถึง อายุประมาณ 30-40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 นครสวรรค์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม สำหรับผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลกำแพงแสน 20 คน ก่อนส่งต่อ รพ.ศูนย์นครปฐม นำส่งโรงพยาบาลดอนตูม 5 คน ส่งโรงพยาบาลบางเลน 1 คน ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นผู้ใหญ่ 1 คน และเด็ก 1 คน นำส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เห็นรถบรรทุกน้ำมันดิบจอดอยู่ในเลนขวาจะเลี้ยวเข้าไปบ้านทุ่งน้อย ซึ่งเป็นบ่อน้ำมัน ปรากฏรถทัวร์ขับมาด้วยความเร็วสูงชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ดังสนั่นคล้ายยางรถระเบิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้นัดสอบปากคำคนขับรถน้ำมัน รวมทั้งจะสอบคณะบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามเพื่อหาสาเหตุการชนกันดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่อาคารฉุกเฉิน รพ.ศูนย์นครปฐม นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รอง ผวจ.นครปฐม เดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 17 คน ได้รับแจ้งว่าถูกส่งกลับบ้านแล้ว 4 คน สาหัส 2 ราย เป็นชาย 1 คนและหญิงไม่ทราบชื่อ 1 คน มีเลือดออกที่เยื่อหุ้มสมองและมีอาการสมองบวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม เผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นที่มืดและรถบรรทุกน้ำมันกำลังจะกลับรถ แต่รถโดยสารได้วิ่งมาชนอย่างจังจนเป็นเหตุดังกล่าว ซึ่งตอนนี้จะเร่งสอบและหากล้องหน้ารถหรือกล้องที่จะพอหาได้มาตรวจสอบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแท้จริงอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางกนกเนตร เนตรน้อย หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่งจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดนครปฐมได้ประสานกับพนักงานสอบสวน โดยจะตรวจสอบว่าคนขับรถมีการขับรถนานกว่า 8 ชั่วโมงหรือไม่ หากเกินก็จะมีความผิด และในส่วนการตรวจระบบจีพีเอสในรถก็พบว่าไม่ทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.สัญญา เคณาภูมิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เผยว่า ผู้ที่เดินทางมาครั้งนี้ล้วนเป็นคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามทั้งสิ้น ตั้งแต่รองคณบดี และอาจารย์หัวหน้าแผนก ที่จะไปประชุมสัมนาการวิจัยพัฒนาระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัย ซึ่งตนเองเป็นหัวหน้าโครงการ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ทราบว่าไม่ใช่คณาจารย์ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัททัวร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48261</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกเนตร เนตรน้อย, พ.ต.อ.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง, ร.ต.ท.ศุภกร พยัคฆ์พงษ์, รศ.ดร.สัญญา เคณาภูมิ, สุพจน์ ยศสิงห์คำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da85a6619bd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
