<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมธีจบแล้วอยู่ที่&#039;เขา&#039; ป้อมทิ้งปริศนาตามล่าตัว ยึดทรัพย์&#039;บิ๊กพม.&#039;88ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ทิ้งปริศนา ตามล่าตัว &amp;quot;เมธี&amp;quot; จบแล้ว! ได้ตัวหรือไม่อยู่ที่ &amp;quot;เขา&amp;quot; ส่วน &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; โผล่ปารีส ไปดูปืน เด้ง ผกก.ตม.นครพนม! เซ่นปล่อยเข้าลาว ขณะที่คู่หู &amp;quot;ทนายแดง-พระสำนักสงฆ์เถื่อน&amp;quot; ร้องกองปราบฯจับ ผอ.พศ.ดำเนินคดี เพราะจับพระเงินทอนไม่ยอมจับเจ้าหน้าที่ ส่วน ปปง.มีมติยึดทรัพย์ 88 ล้านบาทของแก๊งบิ๊ก พม.โกงเงินคนจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประสานขอความช่วยเหลือจากตำรวจสากล เพื่อติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ที่หลบหนีไปประเทศเยอรมนีแล้วยื่นขอลี้ภัย ว่า &amp;quot;ทุกอย่างจบแล้ว ให้เขาดำเนินการไป ส่วนจะได้ตัวหรือไม่ ก็อยู่ที่เขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันตามโซเชียลฯ &amp;nbsp;ต่างๆ ได้นำภาพพร้อมรายละเอียดการเดินทางไปต่างประเทศของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ซึ่งเป็นการเดินทางตามคำเชิญของตำรวจฝรั่งเศส เพื่อเยี่ยมชมงานอาวุธนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภาพและคลิปที่ปรากฏ เป็นภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ระหว่างไปเยี่ยมชมงานอาวุธนานาชาติที่ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;
สำหรับความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับนายตำรวจ 2 นาย ยศ &amp;nbsp;&amp;quot;ร.ต.อ.&amp;quot; กับ &amp;quot;ด.ต.&amp;quot; ที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)นครพนม กรณีปล่อยให้อดีตพระพรหมเมธีหลบหนีไปยังประเทศลาว และเดินทางไปยังประเทศเยอรมนีนั้น ล่าสุด มีคำสั่งจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 (บก.ตม.4) เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ให้ พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ ผกก.ตม.นครพนม ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.ท.นิธิวัชร์ ดิลกพงศ์โยธิน รอง ผกก.ตม.นครพนม รักษาราชการแทน ขณะที่ยังไม่มีการสรุปผลการสอบสวนตำรวจทั้ง 2 นายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผบก.ตม.4 ให้เหตุผลที่มีคำสั่งย้าย ผกก.ตม.นครพนม ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ ตม.ที่อยู่ที่ด่านจะต้องตรวจเอกสารบุคคลว่าตรงกับรูปหรือไม่ และต้องไปตรวจในรถอีกครั้งว่ามีคนมาครบตามเอกสารหรือไม่ ซึ่งในวันดังกล่าว มีร้อยเวรยศ &amp;ldquo;ร.ต.อ.&amp;rdquo; เข้าเวร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจประทับตราเอกสารยศ &amp;rdquo;ร.ต.ท.&amp;rdquo; พบว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่ คือไม่ตรวจสอบให้ครบ จึงต้องไปถึงผู้บังคับบัญชาตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผกก.จึงถูกดำเนินการ เมื่อผู้บังคับบัญชาผิดไม่ตรวจสอบดูแล ต้องถูกดำเนินการทางวินัย ต่อไปต้องให้ ผกก.ตม.นครพนมชี้แจงว่ามีการอบรมประชุมผู้ใต้บังคับบัญชาถึงขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่ หากพบว่ามีการสั่งการตรวจสอบอยู่เป็นประจำ ถือว่าไม่เป็นข้อบกพร่อง เพราะการปฏิบัติหัวหน้าหน่วยต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ
&amp;quot;ถ้าผลสอบออกมาพบว่ามีการปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดถึงข้อปฏิบัติ ถือว่าเป็นความบกพร่องของผู้ใต้บังคับบัญชา ส่วนผลการสอบสวนของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 2 นายนั้น คณะกรรมการสอบเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ทางคณะกรรมการจะเสนอขึ้นมา ต้องดูว่าผิดหรือไม่อย่างไร โทษระดับไหน ถ้าร้ายแรงก็ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง&amp;quot; &amp;nbsp;ผบก.ตม.4 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายวรากร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมด้วยพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตตธมโม ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี 2600 ปี และเป็นพระลูกวัดโพธิ์ทะเล จ.พิจิตร เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ &amp;nbsp;รองผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ทางกองปราบฯ มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีการทุจริตเงินทอนวัด ในความผิดตามมาตรา 157 &amp;quot;ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรากรกล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทาง พศ.ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้เอาผิดกับพระสงฆ์ในคดีเงินทอนวัด จนมีการจับกุมพระสงฆ์จำนวนหลายรูป แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ที่ผ่านมายังคงมีข้าราชการของสำนักพุทธฯ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีหลายราย ตนเองจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ตำรวจกองปราบปรามสืบสวนขยายผล และดำเนินคดีให้ครบทุกคนที่เกี่ยวข้อง
พระก็ต้องใช้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า อยากให้มีการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.พงศ์พร ตามความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีที่มีการออกหนังสือคำสั่งที่ 0001/06036 ฉบับลงวันที่ 8 มิถุนายน 2561 ที่มีการขอให้ทำการตรวจสอบบัญชีวัด และชี้แจงการใช้จ่ายเงิน ซึ่งทางตนและประชาชนคนอื่นๆ นั้นไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เป็นเพียงผู้สนับสนุนพระ ไม่ใช่ผู้ปกครองพระ &amp;nbsp;และการกระทำแบบนี้ จึงเป็นการกระทำเกินหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธากล่าวว่า พระเองก็มีความจำเป็นในการใช้เงินในการดำรงชีวิตเหมือนกับคนทั่วไป เพราะพระเองก็ต้องใช้เงินเพื่อใช้จ่ายในการเดินทาง ใช้จ่ายในเรื่องการเรียนการสอน เพราะเป็นกฎกติกาของสังคมในปัจจุบัน ส่วนการถือครองเงินควรเป็นรูปแบบบัญชีของวัดหรือไม่นั้น มองว่าวัดแต่ละแห่งมีรูปแบบการจัดการระบบเงินแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละวัดจะนำมาใช้จ่ายแบบใด อีกทั้งพระสงฆ์บางรูปมีทรัพย์สินบางส่วนติดตัวมาตั้งแต่ก่อนบวช ในรูปแบบของมรดก จึงอยากให้แยกบัญชี เพราะพระบางรูป ช่วงเวลาการบวชแตกต่างกัน เมื่อสึกออกไป จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำเงินดังกล่าวออกไปใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมกับทำการสอบปากรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว ก่อนจะรวบรวมเรื่องทั้งหมดส่งให้กับทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการสั่งการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยปีนเสาส่งสัญญาณวิทยุย่านพุทธมณฑลสาย 3 เพื่อประท้วงกรณีที่ดินของสำนักสงฆ์ฯ ถูกยึด เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา และเคยใช้สำนักสงฆ์เผาศพหญิงไร้ญาติบนกองฟืนจนถูกชาวบ้านประท้วงมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดที่วัดธาตุพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งทางวัดยืนยันว่างบประมาณที่ได้รับนั้นเป็นการจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งที่วัดธาตุพระอารามหลวงแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจริง โดยมีการโอนเงินมาให้ ทั้งหมด 3 ครั้ง เป็นเงินรวม 18 ล้านบาท คงเหลือให้วัดเพียง 1 ล้านบาท โดยอีก 17 ล้านบาทมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ.นั้นมารับเงินสดไป
สอบย้อนหลัง 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นเผยว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปมทุจริตเงินทอนวัดให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน โดยมีนายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดในการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว คลังจังหวัดทำหน้าที่เลขานุการ ว่ามีเจ้าหน้าที่คนใด พระสงฆ์รูปไหน วัดไหน ในจังหวัดขอนแก่น เข้าไปเกี่ยวข้อง เอื้ออำนวยให้ความสะดวก หรือไปเชื่อมโยงทำให้มีขบวนการเชื่อมโยงในรูปแบบเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจสอบดังกล่าวนี้จะต้องมีการตรวจสอบย้อนหลัง ว่า 10 ปีที่ผ่านมามีงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโอนมาให้ผิดปกติมากน้อยเพียงใด&amp;quot; นายสมศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนของ บก.ปปป.เพื่อหาพยานหลักฐานวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบอุดหนุนเกิน 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการร้องทุกข์ และยังไม่มีวัดใดถูกดำเนินคดี เพราะต้องรอ พ.ต.ท.พงศ์พรตรวจสอบสำนวนก่อนดำเนินการร้องทุกข์ จึงจะสรุปว่ามีจำนวนกี่วัด อย่างไรก็ตาม บก.ปปป.ได้ประชุมร่วมกับ พศ.ทุกเดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าอยู่แล้ว กรณีสื่อมวลชนเสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริง ควรจะสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือ พศ.ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่สังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (ปปป.) นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินทางมาพบ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมหญิงสาวคนสนิท และพวกที่เป็นอดีตข้าราชการใน พม. ในคดีทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิทยานำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้สืบสวนสอบสวนในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ในคดีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดในช่วงปี 2558-2560 หรือปีงบประมาณ 2559-2560 มีลักษณะการทำผิดในรูปแบบเงินทอน แต่ไม่ได้ทอนเงินผ่านธนาคาร เป็นแบบหิ้วกลับ จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ โดยพบว่าในแต่ละปีมีการทุจริตประมาณ 80 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 ซึ่งก่อนที่ ปปง.จะเข้ามายึดอายัดทรัพย์ พบว่ามีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น และแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการโยกย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ ทั้งนี้ พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีการนำกลับมาไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนจนในพื้นที่ก่อเหตุ และส่งต่อมาที่ปลัด พม. แต่ยังไม่พบเส้นทางการเงินไปถึงระดับกระทรวงหรืออดีตรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายวิทยายังกล่าวอีกว่า ปปง.จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์สินเข้ามาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินภายใน 30 วัน หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะคืนทรัพย์สินให้ แต่หากชี้แจงไม่ได้ จะต้องยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
ยึดทรัพย์แก๊ง พม.88 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กมลระบุว่า เบื้องต้นได้นัด ปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ หลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุด ประกอบด้วย ปปง., ปปป. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมยอมรับว่าคดีดังกล่าวมีความซับซ้อนพอสมควร แต่ทาง ปปง.ได้ดำเนินการพอสมควรจนมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากนี้จะต้องขออนุมัติจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวน เพื่อให้ ปปป.มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน โดยมีแนวทางดำเนินงานโดยร่วมกันลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหาและทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม., นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัด พม. และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ พม.กับพวกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ รวม 12 ราย จำนวน 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังมีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์สินสามารถเดินทางมาชี้แจงได้ที่ ปปง. ภายในระยะเวลา 90 วัน หลังจากถูกอายัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มคนดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดทางอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งสำนักงาน ปปง. จะได้ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญาความผิดฐานฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ว่า นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินแล้ว ผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือนอมินีที่รับโอนทรัพย์สินจากผู้กระทำความผิดทุกคน ก็ยังอาจต้องถูกลงโทษจำคุกในความผิดฐานฟอกเงินด้วย มีโทษจำคุก 10 ปีต่อการโอนหรือรับโอน 1 ครั้ง หากประชาชนพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ สามารถโทร.แจ้งสายด่วน ปปง.1710&amp;quot; พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตไปแล้ว 11 คน แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่กันตัวไว้เป็นพยานอีก 15 คน ซึ่งจะต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปผลในส่วนนี้ จึงต้องรอให้เสร็จเรียบร้อยถึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและพยานอาจจะมีหลักฐานเกี่ยวข้องกัน หากเปิดเผยรายละเอียดอาจจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางคดีความได้ และคาดว่าจะสรุปผลทั้งหมดรวม 26 ราย ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11314</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ, พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์, พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตฺตธมฺโม, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม, พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212d2b306b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
