<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฆ่าเด็กแจ๊สมอบตัว ส่งฝากขัง-นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอบตัวแล้ว มือทุ่มกระถางฆ่าลูกน้อง แจ๊ส ชวนชื่น ที่แท้หลบอยู่ในป่าหลังบ้าน อ้างไม่เจตนาฆ่า แต่ป้องกันตัว ตำรวจพบมีคดียาเสพติดพ่วง ส่งฝากขังไร้ญาติยื่นประกันคอตกเข้าเรือนจำ แม่ขอความเป็นธรรมลูกสะสมความเครียด เหตุจากรถบ้านตลกดังชอบจอดปิดทางเข้าออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ นายเสฏฐวุฒิ จิรัฐยารังษี ผู้ต้องหาฆ่านายพรชัย ดีเสือ อายุ 35 ปี ลูกน้องนายผดุง ทรงแสง หรือแจ๊ส ชวนชื่น ตลกดัง เข้ามอบตัวตำรวจ สน.มีนบุรี โดยมีมารดาและภรรยาเดินทางไปด้วย จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเสฏฐวุฒิให้การรับว่าฆ่านายพรชัยจริง แต่เป็นการป้องกันตัวเนื่องจากผู้ตายบุกรุกเข้ามาในบ้าน เกรงภรรยาและลูกจะไม่ปลอดภัยจึงเกิดการต่อสู้กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้สอบปากคำนายเสฏฐวุฒินานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะให้ผู้ต้องหากลับเข้าห้องควบคุม ขณะที่ภรรยาและแม่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยบอกว่ายังไม่พร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า หลังจากสอบสวนตลอดทั้งคืน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าทำร้ายร่างกายนายพรชัยจริง แต่อีกฝ่ายมาหาเรื่องก่อน ไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำไปเพื่อป้องกันตัว ซึ่งคำให้การดังกล่าวค่อนข้างขัดกันกับฝ่ายแจ๊ส ชวนชื่น&amp;nbsp;แต่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบปากคำประจักษ์พยานเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบคราบเลือดบนพื้นถนน เพื่อหาข้อสรุป นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการเคลื่อนย้ายศพไปไว้หน้าบ้านแจ๊ส ในส่วนนี้ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่นายเสฏฐวุฒิต่อไป จากการตรวจสอบประวัติ ทราบว่านายเสฏฐวุฒิเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่ได้ไปรายงานตัวในชั้นศาลจังหวัดมีนบุรี จากนี้พนักงานสอบสวนจะทำเรื่องอายัดตัวดำเนินคดีค้างเก่าไปพร้อมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.คมกฤษณ์ยังกล่าวถึงข่าวที่ระบุว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น เบื้องต้นยังไม่มีรายงาน แต่หากผลการสอบสวนพยานแวดล้อมพบว่ามีการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวจริง ก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแม่ของนายเสฏฐวุฒิที่เดินทางไปเยี่ยมลูกชาย กล่าวว่า อยากขอความเป็นธรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกับอีกฝ่ายเรื่องจอดรถขวางทางเข้าบ้าน ชอบเอารถมาจอดปิดขวางหน้าบ้านลูกชาย แม้จะเขียนกระดาษติดไว้ก็ยังคงเจอเหตุการณ์นี้เหมือนเดิม เมื่อสะสมนานเข้าก็ทำให้เกิดอารมณ์ หลังเกิดเหตุคิดว่าลูกหนีไป กระทั่งมารู้ภายหลังว่าลูกหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าหลังบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ภรรยานายเสฏฐวุฒิกล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จึงเดินออกไปดู พบสามีกำลังมีเรื่องกับผู้ตาย จึงพยายามเข้าไปห้าม ตอนนั้นต่างฝ่ายยังยื้อยุดฉุดกระชากกัน แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีปัญหาเรื่องอะไร โดยยอมรับว่าเมาสุราด้วยกันทั้งคู่ ส่วนการเคลื่อนร่างไปไว้หน้าบ้านแม่ยายแจ๊ส เพราะต้องการขอความช่วยเหลือ ตอนนั้นเห็นผู้ชายกับผู้หญิงเดินออกมา แต่ไม่มีใครมาช่วยแต่อย่างใด โดยฝ่ายตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 เปิดเผยว่า หลังสอบปากคำผู้ต้องหายังให้การภาคเสธและไม่ประสงค์ที่จะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดโดยรอบจุดเกิดเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีว่ามีการเคลื่อนย้ายศพหรือไม่ หากพบว่ามีการเคลื่อนย้ายหรือมีบุคคลอื่นเข้ามาช่วย ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาซ่อนเร้นอำพรางศพเพิ่มเติม สำหรับสำนวนคดีได้มีการสอบปากคำพยานไปหลายปาก ส่วนใหญ่ให้การสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถกระทำได้ โดยเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนให้เสร็จภายในเดือนนี้ เพื่อส่งฟ้องต่ออัยการได้ทัน โดยกำชับให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องหาให้เสร็จสิ้น แล้วนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีฝากขังให้ทันภายในวันจันทร์ เนื่องจากติดวันหยุดราชการ 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าไม่มีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่นี้อย่างแน่นอน และหากผู้ต้องหาเคยก่อคดีอื่นๆ ไว้ เช่น กรณีขับรถชนรถแท็กซี่เมื่อหลายปีก่อน ก็ขอให้เจ้าทุกข์มาแจ้งความตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรีในช่วงบ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.น.3 กล่าวว่า ที่มีพยานอ้างว่าก่อนผู้ต้องหาจะใช้กระถางต้นไม้ทำร้าย ได้ใช้อาวุธปืนพยายามยิงใส่นายพรชัยนั้น เบื้องต้นพบว่าเป็นปืนปลอม แต่ต้องตรวจสอบว่ามีการดัดแปลงหรือไม่ หากเป็นอาวุธปืนปลอมถือว่าเป็นข้อหาลหุโทษที่นำมาใช้เพื่อให้ผู้อื่นตกใจกลัว แต่หากมีการดัดแปลงจนสามารถใช้งานเหมือนปืนจริงได้ ก็จะพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ต้องรอขยายผลและส่งอาวุธปืนดังกล่าวไปตรวจสอบอีกครั้ง ในประเด็นนี้สามารถแจ้งข้อหาภายหลังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายเสฏฐวุฒิออกจากห้องขังไปสอบปากคำเพิ่มเติม ผู้ต้องหาได้ส่ายหัวปฏิเสธพร้อมบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจฆ่า และกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้ควบคุมตัวนายเสฏฐวุฒิ หรือเบียร์ จิรัฐยารังษี อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย เพื่อนบ้านของแจ๊ส ชวนชื่น ตลกชื่อดัง มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15-26 ก.ค.นี้ เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก พร้อมรอผลตรวจประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.กอบโชค พันธ์แก้ว รอง สว. (สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกกระถางต้นไม้ทุบเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 41/39 ซอยนิมิตรใหม่ 14 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ใกล้กับบ้านของแจ๊ส ชวนชื่น ตลกชื่อดัง จึงประสานแพทย์เวร รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ตายคือนายพรชัย ดีเสือ อายุ 35 ปี เป็นคนงานที่บ้านแจ๊ส ชวนชื่น ทำงานล้างเครื่องจักร สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีครีม ไม่สวมรองเท้า นอนตายอยู่ข้างล้อรถตู้ของแจ๊ส ยี่ห้อฮุนได สีดำ ทะเบียน ฮร 474 กรุงเทพฯ ตัวรถมีรอยกระจกร้าวที่ด้านหน้าฝั่งคนขับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน้าบ้านหลังดังกล่าวมีร่องรอยเหตุทะเลาะวิวาท กระถางต้นไม้แตก มีกองเลือด รองเท้าแตะกระเด็น พบปืนบีบีกันดัดแปลงตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุจากการสืบสวนคือนายเสฏฐวุฒิ จิรัฐยารังษี อายุ 36 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 41/39 ติดกับบ้านของแจ๊ส ได้หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 14 ก.ค. นายเสฏฐวุฒิได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย แต่ทำไปเพราะป้องกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี อีกทั้งผู้ต้องหาเคยมีประวัติในคดียาเสพติดและเคยหลบหนีปล่อยชั่วคราวในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ ภายหลังจนสิ้นสุดเวลาราชการ ไม่ปรากฏว่ามีญาติของผู้ต้องหามายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษมีนบุรีในชั้นฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายผดุง ทรงแสง หรือแจ๊ส ชวนชื่น ได้โพสต์ความคืบหน้าคดีดังกล่าวผ่านอินสตาแกรม jazzpadung ระบุว่า &amp;ldquo;ขอบคุณตำรวจมีนบุรีทุกท่าน และนักข่าว และชาวโซเชียลทุกคนนะครับ ตอนนี้มันมามอบตัวแล้ว ผมไม่ได้มาเพื่ออยากเป็นพระเอกหรือสร้างกระแสใดๆ แต่ผมสงสารลูกเมียคนที่ตายไปแค่นั้น ผมรู้จักกับผู้ตายในฐานะคนในพื้นที่เดียวกัน ไม่ได้สนิทกันมาก แต่ผมแค่ออกมาเพื่อความถูกต้อง ขอบคุณทุกคนด้วยนะครับ หน้าที่ผมจบแล้ว ผมไม่ได้เข้าข้างคนตายแต่อย่างใด แต่ผมฟังเรื่องราวมาทั้งหมด คือคนตายไม่ผิด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผดุง ทรงแสง, พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์, พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสฏฐวุฒิ จิรัฐยารังษี, แจ๊ส ชวนชื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c80a3043ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.ดวลตร.มีคดีติดตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.น.3 แย้มอีก 1-2 วันแจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดคดีตำรวจวิสามัญ นศ.เทคโนฯ หลังดวลปืนสนั่น เผยผู้ต้องหาให้การสอดคล้องกับกล้องวงจรปิด ไม่หวั่นเพื่อนผู้ตายขู่เอาคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ กรณีนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ ถูกตำรวจสืบสวนนครบาล 4 ยิงเสียชีวิตในซอยร่มเกล้า 6 เขตมีนบุรี หลังผู้ตายยิงปืนใส่รถกระบะตำรวจ ระหว่างคุม 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจากโชคชัย 4 ไปสอบสวน เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.น.3 กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ทั้งพยานบุคคลและจากกล้องวงจรปิด โดยได้รับรายงานล่าสุดว่า กล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครยังไม่สามารถดูได้ ซึ่งต้องทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงาน แต่จากการลงพื้นที่ดูกล้องวงจรปิดฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ และจากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับในวันเกิดเหตุ เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ทั้งหมดได้สอดคล้องกับภาพวงจรปิดที่ได้มาบางส่วน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยใน 1-2 วันนี้ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังไม่มีการควบคุมตัวทั้งเด็กอาชีวะและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะยังไม่มีหมายจับ อีกทั้งต้องมีการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนปืนที่คาดว่าเป็นขนาด 9 มม. ที่ตกอยู่ และกระสุนที่ฝังอยู่ในขาของผู้ช่วยตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุว่าเป็นขนาดใด รวมไปถึงวิถีกระสุนที่รถกระบะของตำรวจ แต่เบื้องต้นพบว่ากระสุนที่ฝังอยู่ในขาของผู้ช่วยตำรวจเป็นขนาดเดียวกับที่กลุ่มผู้ตายใช้อยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่วิตกกังวลที่กลุ่มผู้ตายข่มขู่ว่าจะเอาคืนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่กระทำผิดเท่านั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาญวิทย์กล่าวว่า คดีนี้แบ่งเป็น 3 สำนวน คือสำนวนการชันสูตรศพ สำนวนผู้ต้องหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน และสำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ตาย เคยก่อคดีถึง 4 คดี เป็นคดีครอบครองยาเสพติดปี 58 รวม 2 คดี ซึ่งพิจารณาลงโทษไปแล้ว ส่วนอีก 2 คดี คือคดีหนีทหารปี 61 และครอบครองอาวุธปืนเมื่อปี 58.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28985</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกชัย บุญรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c62d6710fddb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาชีวะล้อมกรอบ ตำรวจยิงเพื่อนดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นศ.เทคโนฯ กลับจากงานสถาปนาสถาบันกลางดึก เจอรถตำรวจคุม 5 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เข้าใจผิดคิดว่าเป็นอริต่างสถาบัน ชักปืนยิงใส่ เกิดดวลกันสนั่น ตัวเองถูกกระสุนตัดหัวใจตายคาที่ เพื่อนๆ รวมตัวฮือทำร้ายตำรวจมือปืน เจอประกาศ &amp;quot;ใครเข้ามากูยิง&amp;quot; ก่อนยิงขึ้นฟ้าแล้วสาดกระสุนใส่ ดีที่ไม่ถูกใคร พันจ่าอากาศพ่อผู้ตายครวญทำเกินกว่าเหตุ แต่ ผบช.น.ระบุป้องกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ พ.ต.ท.สุธีร์ ตันสกุล สารวัตร (สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณซอยร่มเกล้า 6 แขวงและเขตมีนบุรี กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.2, พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.3 ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่มไทร และมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเกิดเหตุอยู่ระหว่างซอยร่มเกล้า 6 กับ 8 บนถนนพบศพนายเอกชัย บุญรัตน อายุ 22 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ สภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ใต้ราวนมซ้าย 2 นัด อกขวา 1 นัด และหน้าท้องขวา 1 นัด โดยมีซองปืนเหน็บเอวอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในตัวของนายเอกชัย เจ้าหน้าที่ค้นกระเป๋ากางเกงพบกระสุนปืนขนาด .38 รวม 6 นัด ข้างศพพบอาวุธปืนพกขนาด .38 ถูกยิงจนหมดลูกโม่ตกอยู่ 1 กระบอก ใกล้กันพบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของผู้ตายล้มอยู่ และมีจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กค 1218 กรุงเทพมหานคร ล้มอยู่อีกคัน เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 7 ปลอก ตกกระจายทั่วบริเวณ นอกจากนี้ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็นชายไม่ทราบชื่ออีก 1 คน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณหน้าขาขวา 2 แห่ง ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.นพรัตน์ราชธานี ไปก่อนหน้านี้
เพื่อน นศ.เทคโนฯ ฮือล้อมกรอบ ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณที่เกิดเหตุได้มีเพื่อนร่วมสถาบันของผู้ตายรวมตัวกันหลายสิบคน ตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นผู้ยิงนายเอกชัยเสียชีวิต และเหตุการณ์ส่อจะเกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ก็เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่กลุ่มเพื่อนนายเอกชัยก็ยังไม่ยอมสลายตัว พยายามจะเข้าทำร้ายชายสวมเสื้อแดงที่เชื่อว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบคนลั่นไก โดยเมื่อตำรวจนายนี้จะเดินไปขึ้นรถตำรวจที่จอดอยู่เพื่อหลบฝน กลุ่มนักเรียนกว่า 50 คน ได้วิ่งตรงไปที่รถและทุบรถ ทำร้ายร่างกายตำรวจนายดังกล่าวจนเกิดชุลมุน ซึ่งตำรวจนายนี้ได้ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมขึ้นลำ และชี้ไปที่กลุ่มนักเรียน กล่าวว่า &amp;ldquo;ใครเข้ามากูยิง&amp;rdquo; ก่อนที่นักเรียนจะพากันหยิบก้อนอิฐและขวดปาเข้าใส่นายตำรวจ นายตำรวจได้ยิงปืนขึ้นฟ้า 2 นัด ก่อนจะยิงขึ้นฟ้า 2 นัด แต่กลุ่ม นศ.ยังพยายามเข้าประชิดตัว ตำรวจนายนี้จึงยิงใส่ไปอีก 2 นัด ดีที่ไม่ถูกใคร จากนั้นได้มีรถคันหนึ่งมารับตำรวจนายนี้หายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาญวิทย์เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.4 ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน พานั่งรถกระบะผ่านมา โดยมีจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ขี่ประกบรถกระบะเพื่อกันผู้ต้องหาหลบหนี ปรากฏว่าผู้ตายได้ชักปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน คาดว่าคงเข้าใจว่าเป็นอริต่างสถาบัน กระสุนถูกหน้าขาเจ้าหน้าที่นายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเกิดการยิงต่อสู้กัน และนายเอกชัยถูกยิงเสียชีวิต จากนี้จะเรียกพยานที่เกิดเหตุการณ์ พร้อมเรียกเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.4 มาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย
เผยนาทีดวลสนั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ที่ดังกล่าว เริ่มจากตำรวจ กก.สส.น.4 ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดมาจากย่านโชคชัย ก่อนควบคุมตัวมาขยายผลล่อซื้อที่บริเวณถนนเคหะร่มเกล้า โดยมีการขับรถตามกันมา 3 คัน โดยรถคันแรกเป็นรถของหัวหน้าชุด คันที่สองเป็นรถของทีมงานตำรวจ ได้ขับล่วงหน้าไปก่อน และคันสุดท้ายเป็นรถกระบะที่มี ด.ต.วิรัตน์ ชีตารัตน์ เป็นผู้ขับขี่ และมี ด.ต.เอกกวี วงศ์ชนะ ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่กระบะท้าย และมีรถจักรยานยนต์อาสาประกบมา 3 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน ได้ขี่เข้ามาตีคู่ที่กระบะด้านหลังและมีการด่าทอกัน จากนั้นกลุ่มผู้ตายได้ถามว่า &amp;ldquo;ใครด่าแม่กู&amp;quot; แล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปปาดหน้า ใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถของตำรวจ ซึ่งมีร่องรอยของหัวกระสุนฝังอยู่ภายในตัวถังและที่ยางล้อรถ ตำรวจจึงขับรถกระบะพุ่งชน เพื่อสกัดรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตเพื่อระงับเหตุ ซึ่งรถคันดังกล่าวมีนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เป็นผู้ขับขี่ และมีนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี ผู้ตายนั่งซ้อนท้าย และจะเข้าจับกุมตัว แต่นายเอกชัยได้ยิงปืนโต้ตอบ ตำรวจจึงตัดสินใจยิงสวน จนกระทั่งทราบภายหลังว่ามีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหัวหน้าชุดจับกุมที่ใส่เสื้อสีแดงตามคลิปที่ปรากฏ ได้ขับรถกลับมาดูที่ท้ายขบวนและเรียกให้พนักงานสอบสวน สน.พื้นที่ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้กรูเข้ามาจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเข้าใจว่าชายเสื้อสีแดงเป็นคนทำร้าย โดยระหว่างที่ชุลมุนกันอยู่นั้น ตำรวจนายดังกล่าวเห็นว่าจะเป็นอันตราย เพราะกลุ่มเพื่อนของผู้ตายเริ่มประชิดตัวเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีอารมณ์โกรธแค้น จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด และพูดว่า &amp;ldquo;ใครเข้ามากูยิง&amp;quot; แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสวนออกไปเพื่อเปิดทางหนี ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.ชาญวิทย์กล่าวว่า เหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ แต่เป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของชุดจับกุมทั้งหมด เบื้องต้นพบว่าไม่มีประวัติความขัดแย้งกับกลุ่มของผู้ตายมาก่อน ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ต้องหา 3 คนที่อยู่ท้ายกระบะของรถตำรวจ อาจพยายามหาทางหลบหนี โดยใช้วิธีการชวนผู้ตายทะเลาะเพื่อสร้างจังหวะหลบหนี ซึ่งประเด็นดังกล่าวตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาสอบสวนอย่างละเอียด ว่าช่วงก่อนเกิดเหตุได้มีการตะโกนด่าทอหรือชักชวนทะเลาะวิวาทหรือไม่ ส่วนกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นมีการถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ จนตนเองเกือบโดนทำร้ายด้วยนั้น จะไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มที่เข้ามาทำร้าย เพราะเข้าใจถึงความรู้สึกของเพื่อนผู้ตาย
ผบช.น.ยันลูกน้องป้องกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นคดีนี้ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.4 ยิงปืนในลักษณะป้องกันตัว จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีความสลับซับซ้อนอย่างไรหรือไม่ หากคดีไม่มีความซับซ้อนก็คงไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากที่ได้รับรายงานมา พบว่าที่ตัวของผู้เสียชีวิตมีทั้งอาวุธปืนและลูกกระสุนปืนที่ยังเหลืออยู่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หากเป็นไปตามที่ผมได้รับรายงานคงจะไม่เป็นอะไร เพียงแต่ต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำกล่าวอ้างนั้นด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า กรณีนี้จะมีคนนอกเกี่ยวข้องอย่างไรหรือไม่ ยังไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม หากภัยใกล้ตัวแม้แต่ป้องกันคนอื่นหรือภัยที่เกิดจากคนอื่น ทุกคนสามารถที่จะกระทำได้ ฉะนั้นหากเจ้าหน้าที่อาสาเป็นผู้ก่อเหตุจริง การที่จะป้องกันภัยให้ตนเองและคนอื่นคงไม่เป็นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 กล่าวว่า กรณีดังกล่าวคนยิงเป็นตำรวจขับรถกระบะ ขณะเกิดเหตุคนตายไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจับกุมคดียาเสพติด แต่ทราบว่าเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นวันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีชื่อดังย่านบางกะปิ จึงมีกลุ่มนักศึกษาขี่จักรยานยนต์อยู่บริเวณถนนร่มเกล้าและถนนรามคำแหงเป็นจำนวนมาก ระหว่างที่ชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.4 ปฏิบัติหน้าที่ ได้รายงานให้ทราบว่าคนตายขี่จักรยานยนต์ชี้หน้าเจ้าหน้าที่ขณะขับรถกระบะ จากนั้นขี่แซงขึ้นมาคล้ายกับต้องการให้รถหยุด ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงผู้ต้องหาคดียาเสพติด 5 ราย ที่ถูกจับกุมอยู่บริเวณท้ายกระบะ และได้ยิงกระจกด้านข้างฝั่งคนขับ จึงมีการยิงต่อสู้กันโดยที่ผู้ตายใช้อาวุธปืนลูกโม่ยิงจนหมด 6 นัด ตรวจสอบภายในตัวของผู้ตายยังมีอาวุธมีด และลูกกระสุนสำรองอีก 6 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า ตำรวจผู้ยิงนายเอกชัยเสียชีวิตเป็นดาบตำรวจ หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้นำตัวไปยังกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจหาเขม่าดินปืนพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ยิง โดยแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ขณะที่ ด.ต.ผู้นี้ต่อสู้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่
พ่อร้องขอความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ และนางเจียมใจ บุญรัตน บิดามารดานายเอกชัย ได้เดินทางไปยัง สน.มีนบุรี เพื่อติดต่อเรื่องเอกสารในการนำศพลูกชายไปบำเพ็ญกุศล โดย พ.จ.อ.นภัสกรกล่าวว่า ตนมีปืนพกอยู่ 1 กระบอก แต่ไม่เคยปล่อยให้ลูกนำไปพกพา ปืนที่ตำรวจพบในที่เกิดเหตุจึงไม่ทราบว่าเป็นปืนของใคร อย่างไรก็ตาม จะรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย หากผิดก็ว่าไปตามผิด ตนยอมรับได้ แต่ขอความชัดเจนในการกระทำของตำรวจที่ดูเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พ.จ.อ.นภัสกรพร้อมภรรยาได้เดินทางไปยังสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อรับศพนายเอกชัยไปบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดบัวขาว ย่านมีนบุรี ทั้งนี้ แพทย์ระบุผลชันสูตรว่า สูญเสียโลหิตปริมาณมากในช่องอกจากบาดแผลกระสุนปืนทำลายหัวใจและปอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.4 นำรถกระบะมาสด้า 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษห 7672 กรุงเทพฯ ของตำรวจที่เกิดการยิงปะทะกับนายเอกชัย เข้าตรวจหาวิถีกระสุนปืนและร่องรอยการยิง รวมถึงเก็บพยานหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขอเวลาในการทำงานจึงจะทราบข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจำนวนกระสุนที่ถูกยิงไปที่รถกระบะ บริเวณประตูฝั่งคนขับทั้ง 5 นัด ว่าจะมีการยิงมาจากทิศทางเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งระยะห่างไกลจากจุดยิงมากน้อยเพียงใด ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการยิงหวังผลให้เสียชีวิต ต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางได้รับพยานหลักฐานมาเพียงแค่รถยนต์กระบะเท่านั้น หลักฐานอื่นๆ เช่น ปลอกกระสุน หัวกระสุน ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจที่เกิดเหตุ ยังไม่ได้รับมอบ หากได้รับพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วก็อาจจะสามารถชี้ชัดได้ว่ารอยกระสุนปืนทั้ง 5 นัดมาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ รวมถึงผู้ที่ก่อเหตุยิงมีกี่คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28860</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สุธีร์ ตันสกุล, พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์, พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c61780c21825.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเพิ่มข้อหา&#039;วุธ&#039;ฆ่าโดยไตร่ตรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.สั่งตั้งคณะทำงานเค้นสอบฆาตกรฆ่าหั่นศพแฟน จ่อตั้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เผย &amp;quot;วุธ&amp;quot; อยู่ในห้องขังคืนแรกเครียดหนัก ไม่ยอมแตะอาหารที่เจ้าหน้าที่จัดหา ต้องวานผู้ต้องขังช่วยประกบหาเรื่องพูดคุยให้ผ่อนคลาย ครอบครัวผู้สูญเสียยังโศกเศร้า กำหนดเผาน้องเมย์ 28 มิ.ย. พ่อวอนประหารสถานเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ว่า ตำรวจจะยังไม่นำตัวนายธนกฤต หรือวุธ ประกอบ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดพัทลุง ที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพ น.ส.ลักษณา หรือเมย์ กำลังเก่ง อายุ 24 ปี แฟนสาวชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีฝากขังผลัดแรก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังมีประเด็นที่จะสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม และรอผลตรวจจากทางนิติเวช โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนแล้ว และรอทนายความอาสามาร่วมสอบปากคำกับทางตำรวจด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อนายธนกฤต โดยอำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหาคือ 48 ชั่วโมง ซึ่งจะครบกำหนดฝากขังในเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกฤติได้ก่อคดีสะเทือนขวัญด้วยการฆ่า น.ส.ลักษณา หญิงคนรัก ด้วยการใช้ค้อนทุบหัวจนสลบ ซึ่งเมื่อเหยื่อฟื้นขึ้นมาก็ใช้ค้อนตีที่หัวอีก 3-4 ครั้ง จน น.ส.ลักษณาขาดใจตายภายในห้องพักเลขที่ 4319 ชั้น 3 อาคาร 4 ของแมนชั่นแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี สาเหตุจากความหึงหวงที่ น.ส.ลักษณากลับไปคืนดีกับสามีเก่า ก่อนที่จะนอนอยู่กับศพภายในห้องพัก 1 คืน จากนั้นได้ใช้มีดที่สั่งซื้อทางเฟซบุ๊กชำแหละศพออกเป็น 14 ชิ้น ด้วยความชำนาญ เพราะเคยเป็นผู้ช่วยกุ๊กและคนงานชำแหละไก่ ก่อนที่จะนำชิ้นส่วนยัดใส่เป้และกระสอบปุ๋ย นำไปทิ้งไว้ในป่าหญ้าข้างทางภายในซอยสามวา ตรงข้ามโรงงานที่นอนดาร์ลิ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะมีผู้พบศพ และตำรวจใช้เวลาไม่นานในการคลี่คลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.น.3 กล่าวว่า&amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ ผู้ต้องหามีอาการเครียดหลังถูกคุมขัง&amp;nbsp;ต้องให้ทางผู้ต้องขังคนอื่นประกบพูดคุยเพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาเครียดไปกว่านี้ โดยผู้ต้องหาไม่ยอมกินอาหารที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดมาให้ด้วย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าไม่ได้มีการวางแผนตั้งแต่ต้น หลังก่อเหตุก็ไม่ได้หลบหนี เพราะมั่นใจว่าไม่น่าจะมีใครรู้ว่าชิ้นส่วนศพนั้นเป็นใคร&amp;nbsp;เลยโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับคดีนี้เพื่อปิดบังและเบี่ยงเบนประเด็น&amp;nbsp;จากการสอบปากคำพบว่าผู้ต้องหามีจิตปกติ ไม่ได้มีอาการป่วยแต่อย่างใด&amp;nbsp;ยังคงให้การรู้เรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับชีวิตของผู้ต้องหานั้น&amp;nbsp;พื้นเพเป็นคน จ.สตูล แม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp;ส่วนพ่อมาเสียชีวิตเมื่อผู้ต้องหาอายุ 20 ปี&amp;nbsp;ผู้ต้องหาเคยมีภรรยาเมื่อ 6 ปีก่อน&amp;nbsp;ทางภรรยาได้ตั้งท้องลูกแฝด&amp;nbsp;แต่ถูกสุนัขกัดทำให้แม่กับเด็กในท้องตาย จากนั้นผู้ต้องหาก็อยู่คนเดียวมาตลอด&amp;nbsp;จนมาคบหากับผู้ตาย ซึ่งทางตำรวจได้ติดต่อญาติของผู้ต้องหาแล้วที่ จ.สตูล แต่ทุกคนกลับมีท่าทีนิ่งเฉย ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคดีแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยว่า ได้มีคำสั่งให้ ผบก.น.3 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อหาพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มจากเดิมว่า จะสามารถแจ้งฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้หรือไม่ ส่วนแฟนใหม่ของผู้ต้องหาที่เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ พบว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ล่าสุดได้รับรายงานว่าพบชิ้นส่วนแขนขวาท่อนล่างของผู้เสียชีวิตอีก 1 ชิ้น ทำให้ครบ 14 ชิ้น ส่วนการฝากขังผู้ต้องหาวันที่ 26 มิ.ย. จะคัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เกรงผู้ต้องหาหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดดงหัวเรือ หมู่ที่ 8 ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายแก้วมูล กำลังเก่ง และนางพัชรา กำลังเก่ง พ่อและแม่ของ น.ส.ลักษณา หรือน้องเมย์ ได้นำศพลูกสาวกลับมาบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางความเศร้าโศกของบรรดาญาติพี่น้องและชาวบ้าน โดยนายแก้วมูลกล่าวว่า จะตั้งศพสวดพระอภิธรรมรวม 3 คืน จากนั้นจะทำพิธีฌาปนกิจในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ สำหรับความรู้สึกตอนนี้ก็คือความเสียใจ ลูกสาวเป็นเสาหลักของครอบครัวส่งเสียให้ตลอด ก็อยากให้ผู้ที่ฆ่าลูกได้รับกรรมอย่างสาสมด้วยการถูกประหารชีวิตเช่นกัน เพราะหากติดคุกก็ยังมีโอกาสออกมาก่อเหตุสร้างปัญหาให้สังคมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเลิศบุตร กองทอง รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหน้าส่วนราชการ ได้เดินทางมาที่วัดบ้านดงหัวเรือ เพื่อเคารพศพ น.ส.ลักษณา และให้กำลังใจแก่ครอบครัว พร้อมเปิดเผยว่า ได้มอบเงินส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวของน้องเมย์ ในด้านการช่วยเหลือตามสิทธิ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและเยียวยาครอบครัวของน้องเมย์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินทอง หรือแม้กระทั่งการเยียวยาจิตใจของครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกฤต ประกอบ, พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พัชรา กำลังเก่ง, ลักษณา กำลังเก่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้วมูล กำลังเก่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30f783e24d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
