<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสปาค้ากามเด็ก ขรก.วิศวกรลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปคม.บุกทลายสปาค้ากามย่านนนทบุรี ประกาศรับสมัครเด็กสาวทำงานเป็นพริตตี้ ก่อนล่อลวง-บังคับขายตัว จับ 11 ผู้ต้องหาพร้อมช่วยเยาวชนได้ 9 คน พบรายชื่อลูกค้ากว่าร้อยคน เป็นวีไอพี 25 ราย มีทั้งข้าราชการและวิศวกร รายหนึ่งเป็นครูพละขอซื้อบริการลูกศิษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก., พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.), พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม. และนางวรรณภา สุขคง ผู้อำนวยการกองต่อต้านการค้ามนุษย์ แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายค้ามนุษย์ ลอบเปิดร้านสปาค้าประเวณีเยาวชนหญิงอายุระหว่าง 15-18 ปี ในพื้นที่ จ.นนทบุรี พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 11 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า จากการสืบสวนหาร้านนวดที่แฝงการค้าบริการของเจ้าหน้าที่ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้พบร้านสปาที่นำเยาวชนมาให้บริการ ก่อนจับกุมและขยายผลสืบสวนทางออนไลน์จนพบเพจเฟซบุ๊กร้านนวดชื่อ A-Spa เปิดบริการใน อ.เมือง จ.นนทบุรี รับสมัครหญิงอายุ 15-25 ปี ในกลุ่มหางานพริตตี้ โดยแจ้งว่ามีค่าแรงดี ก่อนจะนัดมาดูตัวและทำประวัติที่ร้าน และอ้างว่าไม่มีการค้าประเวณี แต่ระหว่างเหยื่อถ่ายรูปทำประวัติก็จะถูกหว่านล้อมให้ขึ้นห้องพักข้างบนของร้านไปพบลูกค้าที่ซื้อบริการไว้ โดยล่อลวงว่าเป็นงานโชว์ตัวได้เงินน้อย แต่หากอาบน้ำและบริการนวดลูกค้าโดยไม่ร่วมเพศ จะได้เงินวันละ 5,000-8,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเหยื่อคล้อยตาม ลูกค้าจะขอซื้อบริการร่วมเพศและมาตกลงราคากับเหยื่อเอง หากเหยื่อหลงเชื่อยอมขึ้นมาชั้นบน ก็จะถูกบังคับให้ร่วมประเวณีเท่านั้น ซึ่งร้านสปาแห่งนี้ก็จะชักชวนเหยื่อมาทำงานอีกเมื่อจบงาน โดยร้านจะส่งรูปถ่ายและประวัติของเหยื่อไปให้ลูกค้าผ่านกลุ่มลับที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเหยื่อเยาวชนหญิงได้ 9 ราย อายุไม่เกิน 18 ปี ก่อนพามาสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามขั้นตอน&amp;quot; พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สยามกล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มร้านสปา ประกอบด้วย โมเดลลิ่งจัดหาเด็กผ่านโซเชียลมีเดีย และผู้ที่คอยรับเหยื่อมาทำประวัติมีทั้งหมด 7 คน 22 หมายจับ ฐานสมคบกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และข้อหาอื่นๆ ส่วนอีกกลุ่มที่เป็นลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ รวม 7 คน 13 หมายจับ ฐานพรากผู้เยาว์, กระทำชำเราบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี และร่วมกันชักจูง ส่งเสริมให้เด็กกระทำผิดฯ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา นอกจากนี้ยังสืบพบว่าร้านสปาแห่งนี้มีกลุ่มลูกค้าวีไอพี เป็นพวกที่ใช้บริการเกิน 5 ครั้ง มีทั้งหมด 25 ราย ส่วนผู้ซื้อบริการอื่นๆ อีกประมาณ 125 ราย และยังพบสลิปการโอนเงินไปให้เหยื่ออีกหลายสิบราย จึงจะต้องขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ร้านสปาแห่งนี้เปิดมานานนับปี พบว่าเริ่มกระทำผิดมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.62 จนถึงปัจจุบัน โดยเหยื่อบางส่วนจะหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาทำงานตลอด และเมื่อตรวจสอบจากโทรศัพท์ของผู้ต้องหา พบหลักฐานการโอนเงินและพูดคุยกับเหยื่อหลายสิบราย ตอนนี้เชื่อว่ายังมีเหยื่อเป็นเยาวชนอีกมาก อีกทั้งลูกค้าที่พบเป็นทั้งข้าราชการและวิศวกรด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้มีกรณีหนึ่งที่น่าสนใจ โดยในกลุ่มของลูกค้าที่เป็นข้าราชการ พบว่ามีรายหนึ่งเป็นครูพละ โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ที่ทราบว่าลูกศิษย์ของตนเองมาทำงานลักษณะนี้ ได้พยายามขอซื้อบริการเด็กคนดังกล่าว แต่เมื่อมาถึงที่ร้าน ปรากฏเหยื่อจดจำใบหน้าครูคนดังกล่าวได้ และพยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ขอให้บริการ ซึ่งเบื้องต้นครูพละคนนี้ถูกจับกุมแล้ว และเมื่อทางกระทรวงศึกษาธิการพร้อมต้นสังกัดรับทราบ จึงทำหนังสือมายังตำรวจเพื่อคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84897</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา, พล.ต.ต.สยาม บุญสม, พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อปิดคดี&#039;อุ้มบุญ&#039; หมอใหญ่มอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมออุ้มบุญ&amp;quot; อดีตนายแพทย์ รพ.รัฐ โผล่มอบตัว ปคม. พบหลักฐานทำหน้าที่ฉีดน้ำเชื้อใส่ผู้หญิงให้ท้องพาไปคลอดในจีน เป็นเครือข่ายนายทุนจีน &amp;quot;เจ้า หลาน&amp;quot; ส่วนอีก 4 หมอเข้าพบตำรวจ 27 พ.ค.นี้ ผบก.ปคม.เผยเตรียมออกหมายจับคดีอุ้มบุญเพิ่ม 10 ราย ภายในสัปดาห์นี้ปิดคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.2 บก.ปคม.) นพ.ชนินทร์ (สงวนนามสกุล) อดีตแพทย์โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ฯ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม. เพื่อให้ข้อมูลหลังพบหลักฐานเชื่อมโยงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเครือข่ายรับจ้างอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีนายเจ้า หลาน เป็นนายทุนชาวจีน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน &amp;quot;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลชุดสืบสวนระบุพฤติกรรมของนายแพทย์คนนี้ทำหน้าที่ผสมหัวเชื้อสเปิร์ม และฉีดเชื้อใส่แม่อุ้มบุญเพื่อให้ตั้งครรภ์ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในการทำแม่อุ้มบุญมาโดยตลอด รวมถึงเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการอุ้มบุญในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 พ.ค.63 นายแพทย์อีก 4 คนจะเดินทางมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีอุ้มบุญเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า คดีนี้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกประมาณ 10 คน ซึ่งมีทั้งแพทย์ นักวิชาการ และบุคคลอื่น โดยมีบางรายติดต่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาบ้างแล้ว ส่วนที่ยังไม่แสดงตัว ตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนเข้าประกบตัวแล้วเช่นกัน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถปิดคดีได้ เพราะสำนวนคดีทั้งหมดได้ส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว ส่วนกรณีตั้งข้อสงสัยเรื่องการค้าอวัยวะมนุษย์ จากแนวทางการสืบสวนตรวจสอบยังไม่เจอ และพบเพียงพ่อแม่คนจีนนำเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญไปเลี้ยงดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ ปคม.จับกุมนายหน้าหญิงไทยคนหนึ่งซึ่งมีหน้าที่รับส่งโอนเงิน โดยพบเส้นทางธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศมากกว่า 70 ครั้ง มาดำเนินคดี โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมแจ้งข้อหา &amp;quot;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;quot; เบื้องต้นนายหน้าหญิงไทยได้ใช้หลักทรัพย์เงินสด 2 แสนบาท ขอประกันตัวในชั้นสอบสวนไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ขยายผลมาจากเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ตำรวจ ปคม.เปิดปฏิบัติการ &amp;quot;อุ้มบุญ&amp;quot; หรือการรับจ้างตั้งครรภ์ที่มีนายทุนชาวจีนว่าจ้างผู้หญิงไทยอุ้มท้อง จำนวน 10 จุด เป้าหมาย 10 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเข้าตรวจค้นบ้านหรูหลังหนึ่ง บริเวณถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว พบทารกเพศชายอายุประมาณ 30 วัน กับหญิงสาว 7 คนที่รับจ้างตั้งครรภ์ โดยทั้ง 7 คนได้รับการฝังไข่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังจับนายจ้าว หรัน นายทุนชาวจีน และผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า มาสอบสวนและขยายผลจับ ผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้ 13 คน เป็นกลุ่มผู้รับจ้างตั้งครรภ์ 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มนายจ้าว หรัน 5 คน ในจังหวัดหนองคาย ส่วนอีก 7 คน พบในการตรวจค้นบ้านพักย่านลาดพร้าว กลุ่มที่ 2 พบแม่อุ้มบุญในจังหวัดปทุมธานี 8 คน และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่เพิ่งดำเนินคดีมีแม่อุ้มบุญ 1 คน และผู้เกี่ยวข้อง 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67001</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd086f4bb33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
