<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่มอมลูก8ขวบ เสพยาบ้าแรมปี ติดทั้งครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จับแม่แท้-พ่อเลี้ยงให้ลูกชายวัย 8 ขวบเสพยาบ้านานกว่าปีจนติดงอม เพื่อนลูกพลอยตกเป็นทาสไปด้วย อีกราย พ่อค้ายา ฝึกลูกสาวเป็นเอเยนต์หาเงินเลี้ยงตัว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 15 มกราคมนี้ ร.ท.พิชาญ ฤทธิสุนทร หัวหน้าชุดปฏิบัติการเชิงรุกเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังเทพสตรีที่ 401 พร้อมด้วย จ.ส.ต.วิษณุ มิ่งขวัญ, ส.อ.ณัฐพงษ์ จันทร์เพ็ง, นายสำเนียง สมบุญ กำนันตำบลคุริง, นายประพันธ์ คำหลิ่ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.คุริง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร, นายสมภพ ศรีอัมพร และนายราม หมวดภักดี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ พร้อมกำลังทหาร เข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่รับผิดชอบที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดขั้นรุนแรง เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา และเขตติดต่อกับ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งพ่อค้ารายย่อยและผู้เสพได้จำนวนหลายราย แต่จากการตรวจค้นบ้านเป้าหมายหลังหนึ่ง เป็นบ้านไม้ปลูกกั้นแบบเพิงหมาแหงน ไม่มีเลขที่ อยู่ในสวนผสม ทั้งยางพารา กาแฟ และปาล์มน้ำมัน พบนางจิน กับนายบอย สามีใหม่ เด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี ลูกของนางจินกับสามีเก่า และเด็กชายบี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ลูกของเพื่อนบ้าน นั่งอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว โดยมียาบ้า 1 เม็ด เงินสดจำนวนหนึ่ง อยู่ในกระเป๋ากางเกงของนางจิน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นนำทั้งคู่ไปตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติด ซึ่งทั้งคู่สารภาพว่าเสพยาบ้ามาจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นเด็กชายเอและเด็กชายบี ร่างกายซูบผอม หน้าตาซีดเซียวอิดโรย และมีอาการกระวนกระวายผิดปกติ จึงได้นำไปตรวจปัสสาวะด้วย พบมีสารเสพติด โดยเด็กชายเอบอกว่า เมื่อเช้าได้เสพยาบ้าครึ่งเม็ด ซึ่งนางจินผู้เป็นแม่ให้เสพมานานกว่า 1 ปีแล้ว ส่วนเด็กชายบีอ้างว่ามาเที่ยวเล่นที่บ้านหลังนี้ประจำ และนางจินได้ขอให้ช่วยงาน ทั้งรดน้ำต้นไม้ เก็บขี้ยาง ให้ผลตอบแทนเป็นยาบ้าครั้งละ 1 เม็ด จนเสพยามานานกว่า 1 ปีแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางจินให้การว่า ซื้อยาบ้ามาในราคาเม็ดละ 120 บาท นำมาเสพกับนายบอย เพื่อให้มีกำลังในการทำงาน และให้ลูกเสพด้วยครึ่งเม็ด ส่วนเด็กชายบี 1 เม็ด เพื่อเป็นค่าแรงในการช่วยทำงานให้กับตน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนางจินและนายบอยส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเด็กชายทั้งสองคนได้ประสานให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ชุมพร รับตัวไปเพื่อบำบัดฟื้นฟูสุขภาพและจิตใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงใหม่ พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้&amp;nbsp;รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.ต.ทมพการ จินดาธรรม หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกำลังเข้าจับกุมตัวนายสมศักดิ์ หรือหนึ่ง วรรณมณี&amp;nbsp;อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ที่ 2 ต.ไชยสถาน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 11,717 เม็ด ยาไอซ์ 136.3 กรัม และนายสุรศักดิ์ สงวนนามสกุล อายุ 36 ปี ชาว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 680 เม็ด และ น.ส.กิ๊ฟ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ลูกสาวนายสุรศักดิ์ พร้อมของกลางยาบ้า 27 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีเด็กสาวอายุ 14 ปี เปิดเฟซบุ๊กขายยาเสพติดให้กลุ่มวัยรุ่นใน จ.เชียงใหม่ จึงติดต่อล่อซื้อ นัดให้มาส่งของที่บริเวณริมถนนข้างตลาดป่าเหมือด ต.สันทรายหลวง อ.สันทราย แล้วจับกุม สอบสวนขยายผลเด็กให้การว่า พ่อซึ่งเป็นพ่อค้ายาบ้ารายใหญ่ ให้ตนเองนำยาบ้ามาขายเพื่อเป็นรายได้ไว้ใช้จ่าย เจ้าหน้าที่จึงไปจับกุมตัวนายสุรศักดิ์ได้ที่บ้านพักพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 680&amp;nbsp;เม็ด โดยนายสุรศักดิ์ซัดทอดว่ารับยามาจากนายสมศักดิ์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสมศักดิ์ได้อีกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54650</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.ต.วิษณุ มิ่งขวัญ, ประพันธ์ คำหลิ่ม, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้, ราม หมวดภักดี, ส.อ.ณัฐพงษ์ จันทร์เพ็ง, สมภพ ศรีอัมพร, สมศักดิ์ วรรณมณี, สำเนียง สมบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f0c0b1159c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะสนั่นริมแดน ดับ1ศพจับเป็น1 ยึดยา9.8ล.เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาเสพติดทะลักไม่หยุด ทหาร ตำรวจปะทะเดือดแก๊งคนร้ายกว่าครึ่งร้อย ยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม-ปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ ผลอีกฝ่ายเซ่น 1 ศพ ถูกจับเป็นอีก 1 ทิ้งยาบ้าไว้เกือบ 10 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ของไทยได้ยิงปะทะกับคาราวานลำเลียงยาเสพติดที่ชายแดนไทย-เมียนมา บ้านสันต้นดู่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ก่อนที่คนร้ายจะพากันหลบหนีไป ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับแจ้งจากสายข่าวจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านชายแดนประเทศเพื่อนบ้านมาส่งต่อให้กับกลุ่มผู้ค้านำเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ต่อมา พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นำกำลังชุดสกัดกั้นยาเสพติด และชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ประสานตำรวจ สภ.แม่อาย และตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร ฝ่ายปกครอง อส.ในพื้นที่ วางแผนสกัดและจับกุม จากนั้น พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย ผกก.สภ.แม่อาย, พ.ต.ท.นันทศักดิ์ กาศเกษม รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.พีรพจน์ ธุระกิจ สว.สส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.นำกำลังดักซุ่มบริเวณชายป่าท้ายหมู่บ้านบ้านสันต้นดู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. พบกองกำลังคุ้มกันคาราวานยาเสพติด เชื่อว่าเป็นกลุ่มว้าใต้ จำนวนประมาณ 60 คน นำยาบ้าจำนวนมากมาส่งให้ผู้ร่วมขบวนการที่นำรถกระบะไปรอรับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเพื่อจับกุม แต่กองกำลังคุ้มกันชุดดังกล่าวได้ขว้างระเบิดมือ และใช้อาวุธปืนสงครามนานาชนิดระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ เกิดการปะทะกันนาน 20 นาที โดยเจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังสนับสนุนจากทหารพราน กองทัพภาค 3 ทหารการข่าว ตข. 2 กองกำลังผาเมือง ชุดกองบังคับการควบคุม ศป.ปส.ชน.ที่ 1 ทหารชุดปฏิบัติการบ้านห้วยส้าน ฝ่ายปกครองแม่อาย อาสาสมัครรักษาดินแดนแม่อาย ตำรวจตระเวนชายแดน 334 เข้าร่วมสนับสนุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเคลียร์พื้นที่ ตรวจยึดรถยนต์ใช้ขนยาเสพติด 2 คัน รถยนต์ยานพาหนะนำทาง 1 คัน ของกลางยาบ้าประมาณ 9,800,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบศพคนร้าย 1 ศพ และจับเป็นได้อีก 1 คน โดยคาดว่าทั้ง 2 เป็นกองกำลังคุ้มกันขบวนการขนยาบ้ากลุ่มว้าแดง และกลุ่มไทยใหญ่ จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิต พบระเบิดมือติดตัวอีก 2 ลูกที่ยังไม่ได้ใช้ พบปลอกกระสุนปืน M79 และระเบิดขว้างตกอยู่ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กับพวก แถลงข่าวจับกุมนายอธิวัฒิ หรือต๊ะ บุญจง อายุ 24 ปี, นายชานนท์ หรือนุก สุทธิบานเย็น อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง
ยาบ้า 2,522,000 เม็ด ไอซ์ 37 กิโลกรัม ปืนกลมือ เอ็ม 3 ขนาด .45 เอซีพี 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองยาว เบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ได้จับกุมนายอภิสิทธิ์ หรือคณบดี หรือเก่ง มานะกล้า ที่ถูกออกหมายจับในคดีครอบครองยาเสพติดเมื่อปี 61 และหลบหนีมาเช่าห้องอยู่ในคอนโดฯ ซอยลาดพร้าว 101 แยก 25 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม. และให้ล่อซื้อยาบ้าจากนายต้อม หรือช้าง ไม่ทราบนามสกุล นัดหมายส่งมอบยาบ้าบริเวณริมทางสาธารณะ ถนนพระราม 2 ซอย 8 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. จากนั้นพบนายอธิวัฒิ และนายชานนท์ นำยาบ้ามาส่ง จึงควบคุมตัว พาไปค้นบ้านเลขที่ 71/35 หมู่ 10 ซอยบางแวก 46 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ พบยาบ้าอีก 2,510,000 เม็ด ไอซ์ 37 กก. และอาวุธปืนดังกล่าว ทั้งคู่ให้การว่านายต้อมว่าจ้างให้พวกตนเฝ้าและเก็บรักษายาเสพติดก่อนส่งให้ลูกค้าตามสั่ง โดยทำงานกับนายต้อมมา 1 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44340</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พีรพจน์ ธุระกิจ, พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63db2507cfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผาเมืองปะทะ คาราวานขนยา เด็ดชีพ4ศพ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังผาเมืองปะทะเดือดคาราวานยาเสพติดขณะลักลอบเข้าไทย ผลคนร้ายตายเกลื่อน 4 ศพ ทิ้งยาไอซ์ 120 กก. ขณะที่กำลังอีกส่วนผนึกตำรวจ ตามยึดยาบ้าได้กว่า 5 ล้านเม็ด ที่เชียงใหม่ เตรียมออกหมายจับกลุ่มชาวบ้านรุมทำร้ายรอง ผกก.หัวแตกเย็บ 10 เข็ม หลังวิสามัญผู้ต้องสงสัย ด้าน บช.ปส.เปิดยุทธการปิดจ๊อบหลงจู๊ จับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดทรัพย์ 100 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้ามืดวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ทหารร้อย ม.2 ได้รับคำสั่งจาก พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ออกปฏิบัติการตรวจตราตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ด้านหมู่บ้านป่าซางสูง หมู่ 16 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย ระหว่างเจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่บริเวณช่องทางเอดิ ซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติ พบชายต้องสงสัย 15 คน ถืออาวุธ สะพายกระเป๋าเป้ เดินลัดเลาะมาตามถนนเขตป่าเขาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณหยุดตรวจ แต่กลุ่มคนดังกล่าวได้กระจายตัวและยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อจะเปิดทางหลบหนี เกิดการยิงต่อสู้กันนานกว่า 15 นาที คนร้ายได้พากันหลบหนีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ พบคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 4 ศพ แต่ละคนสะพายเป้ดัดแปลงจากกระสอบฟาง ใช้ผ้าขาวม้าและเชือกป่านเป็นสายสะพาย เมื่อเปิดดู พบบรรจุถุงชาสุญญากาศสีขาว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบกระเป๋าเป้ 6 ใบ ภายในเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวมกันประมาณ 120 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนแบบเอเค-47 จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 12 ปลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับช่องทางเอดิ เป็นช่องทางธรรมชาติและฝั่งตรงข้ามเป็นหมู่บ้านเอดิ ประเทศเมียนมา เป็นที่ตั้งของฐานเอดิ ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยมูเซอ นำโดย พ.ท.ยี่เซ ที่เคลื่อนไหวอยู่ตามแนวชายแดนดังกล่าวมานาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง และ ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง รับแจ้งมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านเส้นทางป่าเขาชายแดนไทย-เมียนมา จึงวางกำลังสกัดกั้นบนถนนเขตหมู่บ้านกลาง หมู่ 6 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง ต่อมาพบรถกระบะโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ผต 843 เชียงราย ด้านหลังมีโครงเหล็กและบรรทุกสิ่งของที่คลุมด้วยผ้าใบมาด้วย จึงให้สัญญาณหยุดตรวจ แต่รถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องหลบหนี กระทั่งเจ้าหน้าที่ตามทันบริเวณหมู่บ้านอาแบ หมู่ 7 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง ส่วนคนขับและเพื่อนอีกคนได้พากันหลบหนีไป ทิ้งยาบ้าที่ใส่กระสอบบรรทุกท้ายกระบะและเบาะหลังคนขับ นับคร่าวๆ กว่า 5 ล้านเม็ด และพบเอกสารระบุชื่อเจ้าของรถเป็นชาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังออกไล่ติดตามผู้หลบหนี และขยายผลไปยังเครือข่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.&amp;nbsp;พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด และตำรวจ สภ.เวียงแหง สนธิกำลังฝ่ายทหารและฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ปิดล้อมบ้านห้วยไคร้ใหม่ หมู่ 5 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง เพื่อตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ทำร้าย พ.ต.ท.ตรีโลจน์ ปันตี รอง ผกก.สส. สภ.เวียงแหง โดยใช้ไม้ฟาดและก้อนหินทุบที่ศีรษะ และทำร้าย&amp;nbsp;ด.ต.ชัชวาลย์ วงค์หาญ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เวียงแหง ขณะเข้าไปช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 23 ก.ค.&amp;nbsp;พ.ต.ท.ตรีโลจน์ นำกำลังชุดสืบสวน 6 นายออกตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่บ้านห้วยไคร้ใหม่&amp;nbsp;ขณะเจ้าหน้าที่ขับรถเข้าไปในหมู่บ้าน พบชาย 2 คนซ้อนรถจักรยานยนต์ผ่านมา คนนั่งซ้อนท้ายถือปืนยาว ตำรวจจึงเรียกตรวจ แต่คนขี่จอดรถวิ่งหลบหนี ส่วนคนซ้อนยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ เกิดยิงปะทะกัน และคนร้ายถึงแก่ความตาย ชื่อนายจะจือ จะอ่อ อายุ 50 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ ตรวจสอบประวัติพบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 732/2561 ลงวันที่ 6 พ.ย.61 ข้อหามียาเสพติดเพื่อจำหน่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านทราบเหตุได้รวมตัวกันราว 200 คน เข้าล้อมเจ้าหน้าที่ หาว่าทำเกินกว่าเหตุ และนาย 5-6 คน กรูเข้าทำร้าย พ.ต.ท.ตรีโลจน์ ศีรษะแตก เย็บ 10 เข็ม ส่วน ด.ต.ชัชวาลย์ บาดเจ็บมีแผลฟกช้ำตามร่างกายและใบหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเคลื่อนไหวของตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยเมื่อวันพุธ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี พร้อม พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. และ พล.ต.ต.สุนทร โตรอด ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ติดตามผลการปราบปรามยาเสพติด หลังจาก พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. นำกำลังเจ้าหน้าที่เปิดยุทธการสยบไพรี เช้าตรู่วันเดียวกัน เข้าปิดล้อมบ้านเป้าหมาย ซอย 6 หมู่ 1 ต.ถนนใหญ่ อ.เมืองลพบุรี จับกุมนายศุภชัย หรือนิว แก้วชัยมี อายุ 30 ปี เครือข่าย &amp;ldquo;หลงจู๊&amp;rdquo; ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ลพบุรีและสระบุรี พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท มีทั้งรถยนต์ ทองคำรูปพรรณ และอสังหาริมทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า บก.ปส.2 ได้ดำเนินการสืบสวนและขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญในความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นพื้นที่ จ.สระบุรี, ลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง โดยประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.56 ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี จับกุมนายโอกาส สาลี พร้อมยาบ้า 176,000 เม็ด ผู้ต้องหาให้การซัดทอดนายพงศกร ศรีสรวง จากการสืบสวนขยายผลปรากฏพยานหลักฐานว่า นายศุภชัย นายพงศกร และ น.ส.ปรารถนา ลาระลม ภรรยานายพงศกร อยู่เบื้องหลัง ต่อมาปี 2561 นายพงศกร ศรีสรวง ถูกตำรวจ บก.ปส.2 บช.ปส. จับกุมดำเนินคดีตามความผิดฐานฟอกเงิน โดยปรากฏข้อมูลการสืบสวนพบว่านายพงศกรอยู่เบื้องหลังคดียาเสพติดหลายคดี แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีได้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนเข้มข้นกระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับและเปิดยุทธการสยบไพรี 62/18 &amp;ldquo;ปิดจ๊อบ หลงจู๊&amp;rdquo; และจะเร่งติดตามจับตัวนายพงศกร กับ น.ส.ปรารถนา มาดำเนินคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41870</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ตรีโลจน์ ปันตี, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้, พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d385feab17d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาบ้า15ล.เม็ด ซุกหมู่บ้านมูเซอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 5 ร่วมกับกองทัพภาค 3 จู่โจมยึดยาบ้าล็อตมหึมา 15 ล้านเม็ด หลังสกัดจับหนุ่มนครสวรรค์รับจ้างขนยาซิ่งแหกด่าน 3 ด่าน แต่ไปไม่รอด ก่อนพาไปตรวจยึดที่เหลือในหมู่บ้านมูเซอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมนี้ พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผกก.สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีรถบรรทุกสีเทา ทะเบียน ผก 9497 นครสวรรค์ ขนยาบ้าจากแม่อาย ปลายทางนครสวรรค์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สกัดจับ แต่รถต้องสงสัยได้แหกด่านถึง 3 ด่าน จากบ้านสันต้นดู่ บ้านท่าตอน ก่อนจะสกัดจับรถและคนขับ คือนายรักชาติ ตันแสน อายุ 31 ปี ชาวนครสวรรค์ ได้ที่บ้านแม่สาว อ.แม่อาย พร้อมยาบ้า 48 กระสอบ กระสอบละ 100,000 เม็ด รวมทั้งหมด 4,800,000 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.มนตรี สมปุณณานนท์ รรท.ผบช.ภ.5 สั่งการ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5, พ.ต.อ.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผกก.สภ.แม่อาย, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผกก.สภ.แม่จัน จ.เชียงราย นำกำลัง ตร.ประสาน พ.อ.เอกวุฒิ สุขรส ผบ.บก.ควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาค 3 นำกำลังขยายผล หลังสอบสวนเบื้องต้น นายรักชาติ ตันเสน ที่ถูกจับพร้อมยาบ้า 4.8 ล้านเม็ด ให้การว่า มีคนว่าจ้างให้ขนยาบ้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายรักชาติได้พาเจ้าหน้าที่ไปยังจุดที่ไปรับยาบ้าขึ้นรถ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอบ้านเอโก่ ซึ่งเป็นบ้านบริวารของบ้านสันต้นดู่ หมู่ 6 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อยู่ในป่าห่างถนนสายท่าตอน-แม่จัน เมื่อเจ้าหน้าไปถึง พบยาบ้าอีกจำนวน 102 กระสอบ ประมาณ 10.2 ล้านเม็ด รวมทั้งหมด 150 กระสอบ ประมาณ 15 ล้านเม็ด โดยเจ้าหน้าที่นำของกลางทั้งหมดเก็บรักษาที่ สภ.แม่อาย และในวันที่ 23 ต.ค.จะมีการแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20468</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล, พ.ต.อ.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง, พล.ต.ต.มนตรี สมปุณณานนท์, ยาบ้า, รักชาติ ตันแสน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdd4f5d6d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!4หมูป่าปลอดภัย ออกถํ้าหลวงฯถึงมือ&#039;หมอ&#039; ไม่เกิน20ชม.ช่วยอีก9ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศอร.&amp;quot; เปิดปฏิบัติการลำเลียงทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนสำเร็จ! เบื้องต้นช่วยเด็กออกมาแล้ว 4 คน นำส่งตรวจร่างกาย รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ทันที &amp;quot;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์&amp;quot; ยันทุกคนปลอดภัย ระบุอีก 9 คนรอความพร้อมหลังขวดออกซิเจนวางรายทางหมดต้องนำไปวางใหม่ คาดไม่เกิน 20 ชม.เริ่มปฏิบัติการอีกครั้ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เตรียมบินลงพื้นที่เชียงรายรอบ 2 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) เปิดปฏิบัติการลำเลียงโค้ชและเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายซึ่งติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จากบริเวณจุดเนินนมสาวออกมาภายนอกถ้ำหลวงฯ หลังจากทั้งหมดติดอยู่ภายในถ้ำมานานกว่า 16 วัน รวมทั้งกรมอุตุนิยมวิทยายังได้พยากรณ์อากาศในช่วงตั้งแต่วันที่ 8-13 ก.ค.2561 จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเวลา 10.30 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) แถลงถึงการลำเลียง 13 เยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายออกจากถ้ำหลวงฯ ว่า ความพร้อมในการที่จะลำเลียงเด็กออกมาคือ สภาพอากาศ น้ำ ร่างกาย และจิตใจของเด็ก รวมถึงทุกปฏิบัติการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ความพร้อมถึงขีดสุดแล้ว โดยดีเดย์ปฏิบัติการเมื่อเวลา 10.00 น. ใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดำน้ำถ้ำจากต่างประเทศ 13 คน และผู้เชี่ยวชาญของไทยอีก 5 คน เข้าไปปฏิบัติการช่วยเด็กให้ออกมา โดยมีการวางแผนกันชัดเจนว่าจะเข้าไปและนำเด็กออกมาอย่างไร โดยในหน้างานจะมีผู้ปฏิบัติการและทีมแพทย์เท่านั้น&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. น้ำลงต่ำที่สุด โถง 1 ไปโถง 3 สามารถเดินได้แล้ว มีการสูบน้ำลดได้สูงสุด 30% ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในรอบกว่า 10 วัน และดูจากสภาพอากาศวันนี้เราเห็นว่าพายุลูกใหม่กำลังจะมา ถ้าเรารอจะเกิดฝนตกลงมา ความพร้อมจะลดจากร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นระดับต่ำลงมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพร่างกายของเด็ก ขอยืนยันทั้ง 13 คนมีความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจสูงมาก เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ทั้ง 13 คนรับทราบภารกิจที่เราจะปฏิบัติแล้ว เขาพร้อมที่จะออกมาด้วย ไม่ว่าจะเผชิญอะไร รวมทั้งครอบครัวทราบแล้วก่อนที่เราจะปฏิบัติภารกิจ ส่วนทีมแพทย์ เราซ้อมติดต่อกันมา 3-4 วัน ซ้อมแม้กระทั่งนำเด็กมาทดสอบความพร้อมว่าจะช่วยอย่างไร เราพร้อมปฏิบัติจริงๆ&amp;quot; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการนำสแลนสีเขียวมาล้อมบริเวณหน้าถ้ำ นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เพราะเราซ้อมการเข้าถึง ซ้อมภารกิจของแต่ละคน เราจะไม่ยอมให้มีความสับสนแม้แต่นิดเดียว ซึ่งขอยืนยันการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เราพร้อมทุกด้าน เรามีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านถ้ำและสุขภาพชาวออสเตรเลียเข้าไปประเมินโดยตรงเมื่อวันที่ 7 ก.ค. จึงไม่มีวันใดที่เราพร้อมกว่านี้อีกแล้ว หลายจุดถ้ำสามารถเดินได้ ถ้าเราไม่เริ่มปฏิบัติการในเวลาที่เราได้เปรียบที่สุดและพร้อมที่สุด เราอาจเสียโอกาสที่จะทำปฏิบัติการไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้า-ออกถ้ำ เราประเมินว่าอย่างเร็วที่สุดคนแรกน่าจะออกมาประมาณ 21.00 น. ซึ่งการลำเลียงเด็กออกครั้งนี้ เราจะทยอยออกทีละ 1 คน โดยเด็ก 1 คนจะมีคนดูแล 2 คน อาจจะใช้เวลาพอสมควร และไม่ใช่วันนี้จะเสร็จ แต่ภารกิจวันนี้จะต่อเนื่องตลอดจนกระทั่งคนสุดท้ายออกมา โดยผลจะเริ่มออกมาหลัง 21.00 น. และจะมีผลออกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
ทีมรวมดาราโลกลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า เรามีการซักซ้อมในเรื่องทางออกหลายทาง ซักซ้อมทั้งทางอากาศและบนพื้นดิน เราเลือกแผนที่เหมาะสมที่สุด ณ เวลานั้น เราดูจะสถานการณ์ทุกอย่างประกอบกัน เราเตรียมเฮลิคอปเตอร์และรถพยาบาลไว้ทั้งหมด ขอให้ทุกคนเอาใจช่วยการปฏิบัติการครั้งนี้ ส่งแรงใจให้น้องๆ 13 คน และทีมปฏิบัติการของเราทุกคนประสบความสำเร็จ เพอร์เฟกต์ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่พวกเราคาดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมที่เข้าปฏิบัติการครั้งนี้อยากเรียกว่าทีมรวมดาราโลกเลยละกัน เพราะมาจากแทบทุกประเทศที่เชี่ยวชาญ หลายคนพอได้รับการประสานก็แบ็กแพ็ก เอาอุปกรณ์กันมาเลย ซึ่งเขาเป็นทีมที่เจอกันประจำในระดับโลก ซ้อมกันประจำอยู่แล้ว ส่วน 5 คนของเรานั้นมีการคัดพิเศษที่เพอร์เฟกต์และเข้ากับเขาได้&amp;rdquo; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่นายณรงค์ศักดิ์จะแถลงข่าว ตั้งแต่เวลา 06.45 น. เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) ได้แจ้งในกลุ่มไลน์สื่อมวลชนที่มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศอร.ว่า จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบริเวณทางเข้าปากถ้ำหลวงฯ โดยผู้บัญชาการเหตุการณ์คือนายณรงค์ศักดิ์จะมาลงแถลงข่าวที่ อบต.โป่งผา ริมถนนพหลโยธินแทน ซึ่งอยู่ไกลจากบริเวณปากถ้ำหลวงฯ หลายกิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตั้งแต่เมื่อค่ำคืนวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้กางสแลนสีเขียวปิดทางออกจากปากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ยาวไปถึง รพ.สนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย ประกาศในฐานะ ศอร. ขอยึดคืนพื้นที่สื่อมวลชนที่มาเกาะติดรายงานสถานการณ์ช่วยเหลือเด็กและโค้ช จำนวน 13 ชีวิต ภายในวนอุทยานถ้ำหลวงฯ โดยให้ย้ายมาอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดถนนพหลโยธิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร รวมทั้งยังให้จิตอาสาและเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานออกนอกพื้นที่ไปอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผาด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ถนนสนามบินเก่า ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่จะนำทั้ง 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมีมารักษาพยาบาลหลังออกจากถ้ำหลวงฯ ในเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และ รปภ.ของโรงพยาบาลได้จัดเตรียมสถานที่ให้กับทางสื่อมวลชนให้มาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางโรงพยาบาล โดยมีการนำแผงเหล็กมาตั้งเรียงรายตามแนวถนน แต่สามารถทำข่าวได้ในช่วงที่มีการนำเด็กทั้ง 13 คนส่งถึงโรงพยาบาล โดยมีการขอร้องไม่ให้ทางสื่อหรือชาวบ้านผ่านเข้า-ออกหน้าห้องฉุกเฉิน นอกจากญาติผู้ป่วยที่เข้ามารักษาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับห้องชั้น 8 ที่จะใช้เป็นสถานที่รักษาและดูแลทั้ง 13 คน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเส้นทางขึ้นไว้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบันไดหรือลิฟต์ ในด้านการจราจร ในช่วงเช้ายังอนุญาตให้รถยนต์ผ่านไปมาได้ แต่มีการเตรียมปิดถนนได้ทันทีหากมีการลำเลียงเด็กเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามแผนหลังนำเด็กออกจากถ้ำหลวงฯ จะนำส่งทั้งเฮลิคอปเตอร์และทางรถยนต์ โดยเฮลิคอปเตอร์จะมาลงที่บริเวณสนามโรงเรียนสันโค้ง (เชียงรายจรูญราษฎร์) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จากนั้น 13 ชีวิตถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาลจะถูกนำตัวไปยังหอผู้ป่วยสามัญอุบัติเหตุชั้น 8 ซึ่งจะถูกปรับให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจทั้งชั้น ซึ่งภายในจะมีระบบควบคุมการติดเชื้อตามมาตรฐาน คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและควบคุมโรคให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ทั้งตัวผู้ป่วยเองและญาติ
4 หมูป่าออกมาสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนต่อไปจะนำ 13 ชีวิตไปตรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นการประเมินภาวะอุณหภูมิของร่างกาย การขาดน้ำ การขาดสารอาหาร ตรวจเอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ปัสสาวะ นำตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาเชื้อ รวมทั้งตรวจพิเศษอื่นๆ ตามคำประเมินของแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอผู้ป่วยยังจะถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ห้องโถงพักญาติแยกชัดเจนจากผู้ป่วย โดยให้ญาติที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมดเพียง 52 คนเท่านั้นที่เข้าเยี่ยมได้ และการเยี่ยมจะเกิดขึ้นหลัง 3 ถึง 7 วันที่ได้มีการประเมินอาการของ 13 ชีวิตก่อนตามระเบียบสากล/ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับญาติและทีมแพทย์ก่อนเข้าไปถึงห้องพักของทั้ง 13 คน เสื้อผ้าที่ฆ่าเชื้อแล้วจะถูกจัดไว้ให้เปลี่ยนเพื่อความสะอาดปลอดภัยขั้นสูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ระเบียบในการเยี่ยมญาติต้องห่างจาก 13 ชีวิต 2 เมตร ห้ามสัมผัสใกล้ชิด/ห้ามโดนเครื่องมือแพทย์ เนื่องจากต้องระมัดระวังการแพร่เชื้อที่ไม่มีใครรู้ว่ามีเชื้อโรคอะไรบ้างที่ 13 ชีวิตจะนำติดออกมาจากถ้ำ ขณะที่ในห้องที่ 13 ชีวิตพักรักษาตัวจะมีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ได้เกิดฝนตกบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน นานกว่า 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวงฯ กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า นายณรงค์ศักดิ์ &amp;nbsp;โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ได้ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้า หลังจากนักดำน้ำนานาชาติและหน่วยซีลได้เริ่มปฏิบัติการเข้าไปช่วยเหลือนำทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนว่า ทุกคนเริ่มปฏิบัติการเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำจากต่างประเทศ จำนวน 13 คน ได้เข้าไปดำน้ำเพื่อกู้ภัยในถ้ำ ในจำนวนนี้ 10 คนได้ไปประจำที่จุด 9 (จุดที่น้องอยู่) และจุด 6 (จุดกลางทางใกล้สามแยก) ตามแผนงาน เพื่อเริ่มกระบวนการนำเด็กออกจากถ้ำ ส่วนอีก 3 คนทำงานสนับสนุนการช่วยเหลือเด็ก โดยได้เริ่มดำน้ำตามแผนตั้งแต่เวลา 14.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารข่าวระบุว่า นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกจำนวนหนึ่ง นักประดาน้ำ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เชี่ยวชาญการกู้ภัยจากไทย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีนและยุโรป ประจำการอยู่ที่บริเวณโถงหมายเลข 3 จนถึงปากถ้ำ ทั้งนี้ มีการวางระบบรอก เพื่อสนับสนุนการนำเด็กออกจากถ้ำในบริเวณโถงหมายเลข 2 และ 3 ซึ่งมีสภาพพื้นที่ที่มีความยากลำบาก เนื่องจากความซับซ้อนและยากลำบากของสภาพภายในถ้ำ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลาเท่าใดที่จะสามารถนำเด็กชุดแรกออกจากถ้ำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยนักประดาน้ำจะทำงานร่วมกับแพทย์ภายในถ้ำ เพื่อประเมินสภาพร่างกายของเด็กๆ และพิจารณาความเหมาะสมว่าเด็กคนไหนจะถูกนำตัวออกมาเป็นชุดแรก เนื่องจากความซับซ้อนของถ้ำและความยากของการปฏิบัติการ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าเด็กกี่คนจะสามารถออกจากถ้ำในการดำเนินการครั้งแรก&amp;quot; เอกสารข่าวศูนย์ปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ถ้ำหลวงฯ กรมประชาสัมพันธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่สามารถพาน้อง 2 คนแรกทีมหมูป่าอะคาเดมีออกถ้ำหลวงฯ มาได้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็น ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม หรือน้องมาร์ค และ ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม หรือน้องโน้ต และนำไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.40 น. เจ้าหน้าที่นำน้องทีมหมูป่าอะคาเดมีคนที่ 3 ออกจากถ้ำเดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตามด้วยเวลา 19.50 น. นำน้องคนที่ 4 ออกจากถ้ำ เดินทางด้วยรถพยาบาลไปที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
ไม่เกิน 20 ชม.ลุยอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 21.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย และคณะ ร่วมแถลงข่าวแห่งความสำเร็จปฏิบัติการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีพร้อมผู้ฝึกสอน 4 คนแรกออกมาจากถ้ำหลวงฯ ได้สำเร็จว่า เป็นเวลา 16 วันแห่งการรอคอยที่คุ้มค่าที่สุด หลังจากทุกฝ่ายได้ปฏิบัติการอย่างเต็มที่ วันนี้มีความพร้อมทั้งระดับน้ำที่ลดลงไปมาก อากาศที่เอื้ออำนวย สภาพร่างกายและจิตใจของเด็กและพ่อแม่ และทีมบุคลากรที่ทำงาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ภารกิจมีทั้งหมด 3 ระยะ คือ ค้นหา กู้ภัย และส่งกลับ ซึ่งสามารถกู้ภัยและส่งตัวน้องๆ 4 คนแรกถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างปลอดภัยทุกคน ปฏิบัติการดังกล่าวใช้เจ้าหน้าที่เทคนิคดำน้ำ 13 คน โดย 10 คน เป็นนักดำน้ำ อีก 3 คนเป็นฝ่ายเทคนิค มีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลไทย 5 นาย &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ดำน้ำกว่า 90 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศกว่า 50 คน และคนไทยกว่า 40 คน โดยใช้วิธีให้เด็กเกาะอยู่ข้างใต้ตัวเทคนิค ใส่หน้ากากกันน้ำเข้า มีระบบหายใจตามปกติ ให้น้องอยู่ข้างใต้และกอดน้องออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปฏิบัติการวันนี้ประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาด คนแรกออกมาจากถ้ำเมื่อเวลา 17.40 น. คนที่สองออกมาหลังจากนั้น 20 นาที นำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยรถพยาบาลต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนคนที่ 3 และ 4 ออกมาในเวลา 19.40 น.และ 19.50 น.&amp;quot; นายณรงค์ศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศอร.กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการต่อไป จะทำเมื่อมีความพร้อม ทุกอย่างต้องเตรียมใหม่ โดยเฉพาะขวดออกซิเจนที่ใช้หมดแล้ว จะต้องนำไปวางใหม่ โดยปฏิบัติการถัดไปจะเริ่มอีกไม่เกิน 20 ชั่วโมงนับจากนี้ และสภาพจะต้องเหมือนวันนี้ โดยจะมีการประชุม เชิญทุกทีมมาประเมิน ทั้งระบบลำเลียง ยานพาหนะ &amp;nbsp;ทีมแพทย์ ทีมขนส่ง ทีมบริหารจัดการทั้งหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ระบบส่งตัวโดยรถพยาบาลไปถึงเฮลิคอปเตอร์ราบรื่นมาก ใช้เวลาเพียง 2 นาทีกว่า &amp;nbsp;เร็วกว่าวันซ้อม 5 เท่า เหนือสิ่งอื่นใดคือพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยและทรงให้กำลังใจทีมงานทุกคน จนภารกิจสำเร็จลงได้ และจะมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจที่เหลือให้สำเร็จลุล่วงเป็นของขวัญแก่ชาวไทยทั้งประเทศ&amp;quot; ผอ.ศอร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 22.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักขึ้นอีกครั้งบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แสดงความเป็นห่วงอย่างมาก โดยมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำเพื่อระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะช่วยน้องๆ ออกมาได้ว่า ตามหลักการจะมีแพทย์หลัก 2 คน เป็นผู้ตรวจ 13 ชีวิต คือ อายุรแพทย์ตรวจผู้ที่มีอายุเกิน 15 ปี 1 คน &amp;nbsp;และกุมารแพทย์สำหรับตรวจผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี 1 คน นอกจากนั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ เช่น ด้านโรคติดเชื้อ จักษุแพทย์ ร่วมกันวินิจฉัยอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ว่า มีทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมแล้ว ไม่ต้องขอรับทีมเสริมจากที่อื่น ขณะที่มีเรื่องน่ายินดีว่าถ้าทั้ง 13 คนมีสภาพร่างกายแข็งแรง ฟื้นตัวเร็ว ผลเลือดไม่มีการติดเชื้อ และเมื่อดูอาการภายใน 24 ชั่วโมงไม่พบว่ามีไข้หรืออาการไอ ก็จะสามารถให้ญาติมาเยี่ยมได้ แต่ต้องอยู่ในระยะห่าง 2 เมตรตามหลักสากล&amp;quot; นพ.ธงชัยกล่าว&amp;nbsp;
นายกฯ บินลงเชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ จะเดินทางไปถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เดินทางมาที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามภารกิจช่วยเหลือ 13 คนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับฟังจากรายงานของหน่วยงานต่างๆ และการรายงานของสื่อมวลชน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงอยากไปติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง หลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 21.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องติดตามปัญหา และสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรที่เสียสละพื้นที่ของตนเป็นที่รับน้ำจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเหล่านี้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบให้เกษตรจังหวัดเชียงรายและเกษตรอำเภอแม่สายสำรวจพื้นที่ ซึ่งพบว่ามี 3 ตำบลใน อ.แม่สาย ที่ได้รับผลกระทบ คือ ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา และ ต.บ้านด้าย รวมจำนวน 1,397 ไร่ เกษตรกรราว 100 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของพื้นที่ที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับอัตราการช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการคือ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท, พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท, พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท โดยระหว่างนี้เกษตรกรสามารถไปแจ้งความเสียหายได้ และคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้านจะลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายแปลงทุกแปลง คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ จะได้ข้อสรุปการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมด&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ จ.เชียงราย พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หากไม่เพียงพอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบที่มีอยู่ โดยจะโอนเงินผ่านบัญชีของเกษตรกรโดยตรง อีกทั้งจะมีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ฟื้นฟูสภาพดิน และให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสมหลังน้ำลดแก่เกษตรกรด้วย ทั้งนี้ นายกฯ ขอบคุณเกษตรกรทั้งหมดที่เสียสละประโยชน์ของตัวเอง และปลาบปลื้มใจที่ทราบว่าทุกคนยินดีให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ขอเพียงให้สามารถช่วยเหลือเยาวชนทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวงฯ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ให้กำลังใจโค้ชเอก พร้อมทั้งเสนอแนวทางการใช้พุทธจิตวิทยาบำบัดให้กับโค้ชทีมนักเตะหมูป่าว่า พุทธจิตวิทยาบำบัดกับการบำบัดแบบไทยๆ ที่ได้ผลและควรค่าแก่การนำมาใช้กับเด็กๆ ทั้ง 13 คนในถ้ำหลวงน้ำนางนอน ประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้ว เพื่อทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา โดยจะพบเห็นการจัดปอยส่างลองกันมากที่จังหวัดในภาคเหนือตอนบน คนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมประเพณีนี้ก็สืบเชื้อสายมาจากไทยใหญ่ ซึ่งก็ได้ร่วมกันสืบทอดงานประเพณีนี้มาเป็นเวลาช้านานบนความเชื่อที่ยังคงสืบสานต่อมาจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามที่ผมตั้งข้อสังเกตว่า ผมกลัวมากที่สุด คือ กลัวว่าโค้ชเอกจะโทษตนเอง และสำนึกแบบสำคัญผิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของตนเอง และไม่ยอมยกโทษให้ตนเอง รวมถึงการเสียชีวิตของจ่าเอกสมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการในระหว่างการเข้าไปช่วยเหลือ หากเด็กทั้ง 13 คนทราบหลังจากผ่านช่วยเหลือออกมาได้แล้ว ก็เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งกระทบจิตใจอย่างรุนแรงของเด็กได้ และอาจนำไปสู่การพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรงเฉียบพลัน หรือชนิดเรื้อรัง และทำร้ายตนเองได้ เพราะความรู้สึกนี้จะรบกวนจิตใจของเด็กตลอดเวลาแบบมิรู้ลืม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดยุติธรรมกล่าวว่า เมื่อประเทศไทยในภาคเหนือตอนบนความยังคงมีเข้มแข็งทางวัฒนธรรมอยู่ ดังนั้น ประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้ว เพื่อทำการบรรพชาเป็นสามเณรในพระพุทธศาสนา อาจเป็นเครื่องมือจิตบำบัดที่สำคัญของเด็กกลุ่มนี้ ทั้งยังเป็นการบรรพชาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้วีรบุรุษของพวกเขาและโลก คือจ่าแซมไปเสียในคราวเดียวกันด้วย ผมเชื่อว่าวิธีการนี้น่าจะเป็นพุทธจิตวิทยาบำบัด ได้เป็นอย่างดีและทรงประสิทธิภาพครับ ขอให้กำลังใจเด็กและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วยหัวใจและความเคารพครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม คณะสงฆ์ได้ร่วมสวดเจริญพระพุทธมนต์ ขอพรเทวดา และสำรวมจิต เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้กำลังใจคนไทย และให้ประเทศ ก้าวผ่านวิกฤติ เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นติดต่อกัน ทั้งเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต เครื่องบินกองทัพบกตก และทีมหมูป่าอะคาเดมีติดในถ้ำหลวงฯ จังหวัดเชียงราย รวมถึงตั้งจิตอธิษฐานให้ทั้ง 13 คนที่ติดถ้ำกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13017</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์, นักประดาน้ำ, ประจักษ์ สุธรรม, พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, มงคล บุญเปี่ยม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b422b76ade6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
