<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัด!พลทหารผูกคอ หมอยันผลชันสูตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.นิติวิทยาศาสตร์เผยผลชันสูตรพลทหารพิชวัฒน์เสียชีวิตจากเหตุแขวนคอ ไม่พบรอยฟกช้ำ-บาดแผลจากร่างกาย แต่ไม่อาจยืนยันว่าถูกวางยาก่อนหรือไม่ ระบุระหว่างตรวจพลิกศพ มารดาผู้ตายสังเกตการณ์ใกล้ชิด ก่อนรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ชี้แจงถึงผลการชันสูตรพลิกศพพลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์ อายุ 22 ปี ซึ่งถูกส่งร่างจาก จ.ร้อยเอ็ด เข้าตรวจพิสูจน์เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้รับร่างของพลทหารพิชวัฒน์ เมื่อเวลา 07.50 น.ของวันที่ 8 พ.ย. สภาพศพแช่แข็งมาเป็นอย่างดี ไม่พบการเน่าเปื่อยตามที่เป็นข่าว ซึ่งสถาบันฯ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คือ นพ.ชัยธวัช หาญคุณากร และ นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ ร่วมตรวจผ่าชันสูตรศพพลทหารพิชวัฒน์ โดยมีมารดาและญาติเข้าสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด สำหรับรายงานผลชันสูตรระบุว่า ไม่พบการบาดเจ็บภายในลำคอหรือกล่องเสียง ขณะที่สภาพร่างกายไม่พบรอยฟกช้ำ หรือร่องรอยการบาดเจ็บภายนอก ทำให้แพทย์ลงความเห็นว่า การกดรัดจากการแขวนคอเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต และเมื่อได้ผลการพิสูจน์แล้ว เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พ.ย. มารดาของพลทหารพิชวัฒน์ได้รับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นซึ่งปรากฏเป็นข่าวว่าญาติของพลทหารพิชวัฒน์ติดใจการเสียชีวิต สภาพศพเน่า และพบข้อโต้แย้งเรื่องสถานที่ผ่าพิสูจน์พลิกศพนั้น ในรายละเอียดคือ พลทหารพิชวัฒน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 พ.ย. และทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์วันที่ 8 พ.ย. ทั้งนี้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์ แต่เมื่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ประสานเข้ามา ต้องพร้อมให้บริการ และการตรวจสอบนั้นเป็นไปตามมาตรฐานและอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แพทย์ได้ตรวจสอบสิ่งที่แม่พลทหารพิชวัฒน์ติดใจ เช่น การถูกซ้อมที่บริเวณหลัง ทั้งนี้การเข้าสังเกตการณ์ของญาตินั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ เพื่อให้การตรวจพิสูจน์ของทีมแพทย์ได้รับความเชื่อถือและเกิดความโปร่งใส ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่ญาติและผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตเข้าสังเกตการณ์การผ่าพลิกศพแล้ว สมัยคดีของนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบของสถาบันฯ ยังมีรายละเอียดที่ต้องรอผลการตรวจสอบทางพยาธิและทางเคมีอื่นๆ อีกประมาณ 6-8 สัปดาห์ เช่น ดีเอ็นเอ, สารในร่างกาย ซึ่งตรวจได้จากน้ำในลูกตา ปัสสาวะ อาหารในกระเพาะอาหาร เส้นขน &amp;nbsp;เส้นผม และส่งชิ้นเนื้อตรวจสอบ ที่ต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลตรวจสอบที่แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบของทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่สามารถสรุปหรือยืนยันถึงเหตุการณ์เสียชีวิตตามที่มีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นก่อน หรือถูกวางยาก่อนแขวนคอ หรือนำผลของแพทย์ชี้ว่าใครกระทำความผิด หรือเป็นการกระทำความผิดของใครได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะนำรายละเอียดไปดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงการเสียชีวิต ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางเพื่ออำนวยความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83416</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชัยธวัช หาญคุณากร, นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ, พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พลทหารพิชวัฒน์ เวียงนนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa89240e938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.นิติวิทยาศาสตร์ เผยผลสรุปพลทหารผูกคอดับ ไม่พบรอยฟกช้ำ-บาดแผลร่างกาย แม่ร่วมดูใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;10 พ.ย.63 - พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงผลการชันสูตรพลิกศพ พลทหาร พิชวัฒน์ เวียงนนท์ อายุ 22 ปี ซึ่งถูกส่งร่างจาก จ.ร้อยเอ็ดเข้าตรวจพิสูจน์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับร่างของพลทหารพิชวัฒน์ เมื่อเวลา 07.50 น. ของวันที่ 8 พ.ย. ซึ่งสภาพศพนั้นแช่แข็งมาเป็นอย่างดี ไม่พบการเน่าเปื่อยตามที่เป็นข่าว ซึ่งสถาบันฯ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คือ&amp;nbsp; น.พ.ชัยธวัช หาญคุณากร และ น.พ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ ร่วมตรวจผ่าชันสูตรศพพลทหารพิชวัฒน์ โดยมีมารดาและญาติ เข้าสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด สำหรับรายงานผลชันสูตร ระบุว่า ไม่พบการบาดเจ็บภายในลำคอ หรือกล่องเสียง ขณะที่สภาพร่างกายไม่พบรอยฟกช้ำ หรือร่องรอยการบาดเจ็บภายนอก&amp;nbsp; ทำให้แพทย์ลงความเห็นว่า&amp;nbsp; การกดรัดจากการแขวนคอ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อย่างไรตามเมื่อได้ผลการพิสูจน์แล้ว เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้ (10 พ.ย.) มารดาของพลทหารพิชวัฒน์ได้รับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวด้วยว่าการเสียชีวิตที่เกิดขึ้น ซึ่งปรากฎเป็นข่าวว่า ญาติของพลทหารพิชวัฒน์ติดใจการเสียชีวิต สภาพศพเน่า และพบข้อโต้แย้งเรื่องสถานที่ผ่าพิสูจน์พลิกศพนั้น ในรายละเอียด คือ พลทหารพิชวัฒน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 พ.ย. และทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์ วันที่ 8 พ.ย. โดยสภาพศพเมื่อมาถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สภาพสด ไม่เน่า เพราะมีกระบวนการแช่งแข็งอย่างดี ทั้งนี้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเป็นหน่วยงานที่รับร่างเพื่อผ่าพิสูจน์ แต่เมื่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ประสานเข้ามา ต้องพร้อมให้บริการและการตรวจสอบนั้น เป็นไปตามมาตรฐานและอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;แม่ผู้ตายและญาติเข้าไปดูการผ่าพิสูจน์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ทั้งนี้แพทย์ได้ตรวจสอบสิ่งที่แม่พลทหารพิชวัฒน์ ติดใจ เช่น การถูกซ้อมที่บริเวณหลัง&amp;nbsp;ทั้งนี้การเข้าสังเกตการณ์ของแพทย์นั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ เพื่อให้การตรวจพิสูจน์ของทีมแพทย์ได้รับความเชื่อถือ และเกิดความโปร่งใส ทั้งนี้ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่ญาติและผู้ใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตเคยเข้าสังเกตการณ์การผ่าพลิกศพ แล้ว สมัยคดีของนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ&amp;rdquo; พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบของสถาบันฯ ยังมีรายละเอียดที่ต้องรอผลการตรวจสอบทางพยาธิ และทางเคมี อื่นๆ อีกประมาณ 6-8 สัปดาห์ เช่น ดีเอ็นเอ, สารในร่างกาย ซึ่งตรวจได้จากน้ำในลูกตา ปัสสาวะ อาหารในกระเพาะอาหาร เส้นขน&amp;nbsp; เส้นผม และส่งชิ้นเนื้อตรวจสอบ&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลตรวจสอบที่แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตามผลการตรวจสอบของทีมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถสรุป หรือ ยืนยันถึงเหตุการณ์เสียชีวิตที่เกิดขึ้นตามที่มีหลายฝ่าย ตั้งคำถามว่า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นก่อน หรือ ถูกวางยาก่อนแขวนคอ&amp;nbsp; หรือนำผลของแพทย์ชี้ว่าใครกระทำความผิดหรือเป็นการกระทำความผิดของใครได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะนำรายละเอียดไปดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงการเสียชีวิต ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางเพื่ออำนวยความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83385</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พลทหารผูกคอตาย, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa5ac2a1dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16ปีDSIช่วยชาติ4แสนล. รื้อโควตานมรร.แก้ทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; ครบรอบ 16 ปี โชว์ผลงานสางคดีเสร็จกว่า 2 พันคดี &amp;quot;ไพสิฐ&amp;quot; ประกาศแผนระยะ 5-10 ปี ลุยปราบโกงทุกรูปแบบ &amp;quot;รมว.เกษตรฯ&amp;quot; ฮึ่ม! ฟันไม่เลี้ยงแก๊งทุจริตนมโรงเรียน ลั่นปีหน้าเตรียมรื้อระบบโควตาใหม่ เปิดช่องภูมิภาคจัดซื้อเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 3 ต.ค. &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, &amp;nbsp;นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์, นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมกันปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษ ครบรอบปีที่ 16 โดยมีพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารแด่พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เจ้าคณะภาค 2 และกรรมการมหาเถรสมาคม และพระสงฆ์สมณศักดิ์ รวมจำนวน 10 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ดีเอสไอมีการปรับปรุงภารกิจและอำนาจหน้าที่เพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น และเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันมีการแบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ.2560 และปรับปรุงการปฏิบัติงาน ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพ 2.ทำคดีพิเศษให้มีความชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนกับงานตำรวจ และ 3.อำนวยความยุติธรรมคดีอาญาอื่น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งได้นำนโยบายดังกล่าวมาเป็นกรอบในการทบทวนบทบาทหน้าที่ด้านงานคดีพิเศษ และปรับลดงานคดีพิเศษที่หมดความจำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนและสอบสวนโดยใช้วิธีการพิเศษจากเดิมที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวน 37 ฉบับ กว่า 100 ฐานความผิด เหลือเพียง 23 กฎหมาย ประมาณ 50 ฐานความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กว่า 16 ปี ดีเอสไอมีการสอบสวนดำเนินคดีพิเศษไปแล้วถึง 2,531 คดี โดยดำเนินการสอบสวนเสร็จแล้ว 2,162 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 369 คดี นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่รับไว้สืบสวนก่อนรับเป็นคดีพิเศษ ถึง 2,778 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 2,662 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 116 เรื่อง โดยคดีพิเศษที่ดำเนินการแล้วเสร็จนั้น เมื่อนำมาคำนวณมูลค่าความเสียหาย ผลประโยชน์ที่ปกป้อง รักษา เรียกคืนให้แก่รัฐ เอกชน และประชาชนแล้ว มีมูลค่าถึง 400,821 ล้านบาทเศษ ในขณะที่แต่ละปีดีเอสไอใช้งบประมาณเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาทเศษเท่านั้น&amp;quot; พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ในระยะเวลา 5-10 ปีข้างหน้า ดีเอสไอได้กำหนดทิศทางการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล มุ่งเน้นการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สอบสวนอาชญากรรมที่มีลักษณะพิเศษในหลายๆ ด้าน รวมทั้งให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และระบบสถาบันการเงิน การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ให้เท่าทันกับอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้เกิดการพัฒนาในเรื่องความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน และมุ่งสร้างคนที่มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานเป็นทีมในรูปแบบสหวิชาชีพ&amp;rdquo; อธิบดีดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการจัดสรรสิทธิ (โควตา) นมโรงเรียนเทอม 2/2561 ว่า สั่งการให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เร่งรัดประชุมจัดสรรโควตาในพื้นที่ส่งนมโรงเรียนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะใกล้จะเปิดเรียนเทอม 2 โดยยังไม่เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์จัดสรรโควตานมให้ทำเช่นเดียวกับในเทอม 1 ไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้เน้นย้ำให้มีนมคุณภาพดีทั่วถึงเด็กนักเรียนกว่า 7.4 ล้านคนในโครงการทุกคน และการขนส่งจะต้องตรงเวลา เพื่อไม่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นเทอมนี้แล้ว ให้ไปศึกษามติ ครม.ปี 52 ในเรื่องรายละเอียดโครงการนมโรงเรียน หน้าที่ขององค์กรที่เกี่ยวข้อง และระเบียบวิธีการที่ออกมาจุดไหนที่เป็นปัญหาช่องโหว่ รวมทั้งให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ไปสำรวจตรวจสอบเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่กระจายอยู่ทั้ง 6 ภาค แล้วนำมาคำนวณตัวเลขปริมาณน้ำนมดิบและจำนวนผู้ประกอบการ เพื่อเป็นแนวทางไว้ หากให้กระจายการซื้อนมโรงเรียนไปยังส่วนภูมิภาค โดยให้องค์กรส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือโรงเรียนแต่ละแห่งไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างกันเอง&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ตนสั่งให้ศึกษาจัดระบบนมโรงเรียนใหม่ทั้งหมด เพื่อหาวิธีการที่ดีเป็นประโยชน์กับนักเรียนและเกษตรกรมากที่สุด นอกจากนี้ผู้ที่จะยื่นขอโควตาเทอม 2 ต้องมีหลักฐานเอกสารยื่นใช้สิทธิส่งนมโรงเรียนตามข้อเท็จจริงมาแสดง รวมทั้งรายใหม่ด้วย โดยขอความร่วมมือจากสื่อและประชาชน ถ้ามีหลักฐานการทุจริตนมโรงเรียน ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ ให้ส่งมาที่ตนได้ทันที ยืนยันจะดำเนินการเอาผิดอย่างเข้มข้นเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการนมโรงเรียนจะประกาศหลักเกณฑ์จัดสรรโควตาในกลางเดือนนี้ และพิจารณาคุณสมบัติของผู้ประกอบการ ถ้าไม่มีหลักฐานการซื้อนมจริง ไม่มีเอ็มโอยูซื้อขายนมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะโดนตัดออกไม่ให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขายนมโรงเรียนตลอดชีพ เพื่อตัดปัญหาการไซฟอนนม หรือโควตาลม ที่มีการร้องเรียนเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำนมดิบทั้งระบบ ปี 60/61 อยู่ที่ 3,307 ตันต่อวัน ส่วนในปี 61/62 มีปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น 126 ตันต่อวัน จากศูนย์รวบรวมนม 159 ศูนย์ทั่วประเทศรายงานเข้ามาทุกวัน ซึ่งมีปริมาณน้ำนมเพิ่ม 113 ศูนย์ ไปเข้านมโรงเรียน 1,170 ตันต่อวัน ส่วนที่เหลือไปเข้านมพาณิชย์ ยืนยันว่าไม่มีการทุจริตในการทำเอ็มโอยูนมโรงเรียนเพื่อไปใช้สิทธินำเข้านมผงในอัตราภาษีต่ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19047</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, มณฑล แก้วเก่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d3c908c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
