<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ปชป. จวก &#039;ทวี&#039; บิดเบือนข้อมูลโจมตี &#039;เฉลิมชัย&#039; เหน็บคุ้นเคยรัฐบาลเก่าทุจริตจนจำฝังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีการอภิปรายของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ในส่วนที่มีการอภิปรายนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เป็นการเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลที่บิดเบือนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี กระบวนการระบายยางพาราครั้งที่ 3 ซึ่งยืนยันว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด ไม่มีการทุจริตเชิงนโยบายและรัฐไม่ได้เสียประโยชน์แต่ประการใด ที่สำคัญที่กล่าวหาว่ามีแผนประทุษกรรมนั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะไม่มีใครที่จะคิดแผนประทุษกรรมงบประมาณของแผ่นดินและยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดๆทั้งสิ้น

ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้ชี้แจงในวาระที่มีการอภิปรายตนต่อไป และจะขอชี้แจงเมื่อได้มีการฟังสมาชิกที่จะอภิปรายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครบทั้งหมดทีเดียว แล้วจะตอบชี้แจงในทุกประเด็น ซึ่งมั่นใจว่า เมื่อประชาชนได้ฟังความจริงจะทราบทันทีว่า เป็นหนังคนละม้วนกับข้อมูลของพ.ต.อ.ทวี

&amp;ldquo;ผิดหวังกับการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพ.ต.อ.ทวี ที่เป็นถึงอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่ออกมาพูดไม่น่าเชื่อว่าจะมีการบิดเบือนข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง นายเฉลิมชัย ไม่มีความคิดที่จะเป็นอาชญากรเหมือนที่พ.ต.อ.ทวี กล่าวหา แต่พ.ต.อ.ทวี อาจเคยเห็นนักการเมืองในรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา ที่พ.ต.อ.ทวี คุ้นเคย ที่มีการทุจริตจนจำฝังใจแล้วมาบิดเบือนข้อมูลโจมตีทำลายความน่าเชื่อถือของนายเฉลิมชัย ซึ่งจะนายเฉลิมชัย จะชี้แจงความจริงในสภาต่อไป&amp;rdquo;นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115177</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พรรคประชาธิปัตย์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612e00a9165ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทวี&#039;แย้มฝ่ายค้านเตรียมยื่นปปช. สอบจริยธรรมบิ๊กตู่ปมแก้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.64-พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีอภิปรายออนไลน์ กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 เราเห็นพฤติกรรมของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เป็นความจงใจที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นบ่อเกิดการแพร่ระบาด ตั้งแต่การปล่อยให้มีการชกมวย บ่อนเถื่อน แรงงานข้ามชาติ สถานบริการ สิ่งที่ควรทำอย่างเร็วคือ หาวัคซีนมาและฉีดให้เร็วที่สุด ทั้งนักธุรกิจ หอการค้า บอกว่าต้องการวัคซีนโดยด่วน แต่นายกฯ มาโทษประชาชน ทั้งที่ควรตั้งกรรมการตรวจสอบ ที่นายกฯจะอยู่ไม่ได้คือ ปล่อยให้คนผิด ยังอยู่ในครม. เหมือนว่าท่าน ไม่ใส่ใจประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในอาทิตย์นี้หน้าฝ่ายค้านเตรียมยื่นต่อปปช. เพื่อให้ดำเนินการกับนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม ฝ่ายค้านยังมีอีกหลายเรื่องที่เตรียมไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101534</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกกรัฐมนตรี, ป.ป.ช., ฝ่ายค้าน, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e8ce68de07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทวี&#039;จี้รัฐบาลพัฒนาวิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัยให้เกิดขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.64-พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;quot;ร่วมไว้อาลัยผู้เสียสละชีวิต และเรียกร้องรัฐบาลพัฒนาวิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัยให้เกิดขึ้น&amp;quot; โดยระบุว่า ขอแสดงความไว้อาลัยและรำลึกถึงคุณความดีของผู้เสียชีวิต จำนวน 5 คน จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ซ.บรมราชชนนี 105 เขตทวีวัฒนา กทม. เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 และให้กำลังใจเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ที่รักษาตัวอยู่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิต คือ 1.นายธนภพ ประไพ อายุ 44 ปี &amp;nbsp;(เหนือ 33-120) ครูฝึกดับเพลิง เจ้าหน้าที่สังกัดมูลนิธิสยามนนทบุรี 2.นายสมัชชา นิลธง อายุ 48 ปี &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ รหัส ธน27-30 &amp;nbsp;สังกัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ธน 27-00 3. นายอรรถพล ท้วมทอง อายุ 26 ปี &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รหัส ธน 27-85สังกัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ธน 27-00&amp;nbsp;
4. นายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด อายุ 38 ปี &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ รหัส ธน 27-32 &amp;nbsp;สังกัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ธน 27-00&amp;nbsp;
5.นายเกียรติ แพตเตอร์สัน อายุ 35 ปี &amp;nbsp;ลูกจ้างเจ้าของบ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้เสียชีวิตจากอัคคีภัย มีจำนวน 4 ท่าน เป็นอาสาสมัครดับเพลิงและกู้ภัยที่ภัยเกิดกับคนอื่น แต่อาสาสมัครยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือจนทำให้ตนเองต้องเสียชีวิตแทน ทุกท่านเป็นตัวอย่างผู้เสียสละที่ควรยกย่อง เป็นผู้ทำงานเพื่องานที่ไม่หวังผลตอบแทน จึงขอแสดงความสดุดีเทิดเกียรติทุกท่านอย่างสูง&amp;nbsp;
อยากฝากให้รัฐบาลและทุกภาคส่วน ได้ตื่นรู้ให้คุณค่าและความสำคัญช่วยกันยกระดับคุณภาพงานด้านดับเพลิงและกู้ภัยในประเทศไทยให้พัฒนาขึ้น ปัจจุบันได้ถูกหลงลืม ละเลย ที่เห็นคุณค่าต่อเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น ทั้งที่มีหน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไปเป็นผู้ปฏิบัติงานดับเพลิงและกู้ภัยเป็นจำนวนมาก จึงถึงเวลาที่รัฐและสังคมไทยต้องผลักดันให้บัญญัติกฏหมายและการสนับสนุนให้เป็น &amp;ldquo;วิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัย&amp;rdquo; เพราะเป็นงานที่ต้องใช้จริยธรรม ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน เป็นมาตรฐานวิชาชีพ และเป็นองค์กรวิชาชีพให้เกิดขึ้นโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฏหมายและองค์กรวิชาชีพอยู่ 17 องค์กร ที่ยังไม่มีวิชาชีพด้านดับเพลิงและกู้ภัยรวมอยู่ด้วย ซึ่ง 17 องค์กรวิชาชีพ ได้แก่ &amp;nbsp;1) คุรุสภา 2) สภาทนายความ 3) สภาวิศวกร 4) สภาสถาปนิก 5) สภาวิชาชีพบัญชี 6) สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 7) ทันตแพทย์สภา 8) แพทยสภา 9) สภาเภสัชกร 10) สัตวแพทย์สภา 11) สภาการพยาบาล 12) สภากายภาพบำบัด 13) สภาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี 14) สภาเทคนิคการแพทย์ 15) สภาการสาธารณสุขชุมชน 16)สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และ 17) สภาการแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำว่า วิชาชีพ และอาชีพ จะต่างกัน ที่สรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือ วิชาชีพ มุ่งด้านการช่วยเหลือ ศีลธรรมจรรยา ที่เป็นงานให้บริการสาธารณะที่เป็นการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ ทรัพย์สินและสิ่งมีชีวิตรวมโลกให้ปลอดภัย ผู้ทำต้องมีทักษะเฉพาะ ความรู้ ความชำนาญ และมีจิตสาธารณะ &amp;nbsp; อาชีพ มุ่งหวังค่าตอบแทน หรือมุ่ง กำไร &amp;nbsp;กำไร และกำไร ที่เป็นตัวเงินและวัตถุเพื่อดำรงชีวิตสร้างความสุขสบายให้ตนและบริวาร &amp;nbsp;ความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าคงไม่ใช่เป็นครั้งสุดท้าย แต่อยากให้นำคุณค่าของผู้สูญเสียชีวิตผลักดัน วิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัย ให้เกิดกฏหมายและองค์กรที่เป็นมาตรฐานวิชาชีพและเป็นสากลที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้ปฏิวัติงานด้านดับเพลิงและกู้ภัย รวมทั้งป้องกันความเสี่ยง ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พัฒนาวิชาชีพดับเพลิง, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6359b36f403.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านยื่นศาล ให้ฟังผู้เชี่ยวชาญ วินิจฉัยแก้ไขรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้ รธน.วาระสองพิจารณา 24-25 ก.พ.นี้จนแล้วเสร็จ พรรคร่วมฝ่ายค้านจ่อยื่นหนังสือถึงศาล รธน. ขอให้พิจารณาความเห็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายรอบด้านก่อนวินิจฉัยสภามีอำนาจแก้ รธน.หรือไม่ &amp;quot;โรม&amp;quot; ลั่นอำนาจการแก้ รธน.เป็นของ ปชช.ไม่ควรให้องค์กรอื่นพิจารณาแทน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 22 กุมภาพันธ์ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการประชุมร่วมของรัฐสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่สอง ในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ว่า จะมีการนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ... ซึ่งค้างจากการประชุมครั้งก่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังจากนั้นจะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่สองตลอดทั้ง 2 วัน โดยไม่มีการกำหนดกรอบเวลาในการอภิปราย สามารถประชุมได้จนกว่าการอภิปรายจะแล้วเสร็จทั้งหมด เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญพิจารณาในวาระ 3 ได้ ส่วนการเปิดประชุมสมัยวิสามัญจะเป็นวันใดอยู่ที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้พิจารณา หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขผ่านตามกำหนดจะมีการแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ซึ่งตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจะต้องเว้นจากวาระสอง 15 วันถึงจะพิจารณาวาระสามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านได้รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐ นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา &amp;nbsp;โดยรัฐสภามีมตินำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา และศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณา ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เราตั้งข้อสังเกตุว่า 1.การที่ศาลจะรับฟังความเห็นผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม &amp;nbsp;4-5 ท่าน เช่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และนายอุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น บุคคลต่างๆ เหล่านี้มีส่วนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงมีมติมอบหมายให้คณะทำงานยกร่างหนังสือส่งไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้ฟังความเห็นผู้ทรงวุฒิด้านกฎหมายมหาชนให้กว้างขวางกว่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขื้น โดยจะยื่นหนังสือต่อศาลในวันที่ 23 ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถแก้ไขทั้งฉบับได้ ฝ่ายค้านจะมีแนวทางแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร นายชูศักดิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องของอนาคต ตามความเห็นส่วนตัว ไม่คิดว่าศาลจะวินิจฉัยออกไปทางนั้น อย่างไรก็ดีตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายไปยังศาล จะไม่แนบชื่อไปด้วยเพราะกลัวถูกมองว่าจะเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิของพรรคฝ่ายค้านอีก ขอเรียกร้องให้ศาลรับฟังผู้ทรงคุณวุฒิอย่างกว้างขวาง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;กล่าวว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญขอให้ช่วยจับตา 3 &amp;nbsp;ประเด็นสำคัญ 1.สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่จะมีการตั้งขึ้นในอนาคตจะมีหมวด 1-2 ที่ไม่สามารถไปแก้ไขปรับปรุงได้ หากดูข้อเรียกร้องจากการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เรียกร้องประเด็นนี้ ดังนั้นอาจนำไปสู่การสร้างชนวนความขัดแย้งใหม่ เพราะไม่ได้เป็นทางออกแท้จริง 2.ระหว่างที่มี ส.ส.ร.จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ &amp;nbsp;ปกติเราจะแก้รัฐธรรมนูญบางประเด็นระหว่างนี้ได้ แต่ปัญหาคือร่างของ กมธ.เสียงข้างมากกำหนดว่าหากจะแก้ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งโอกาสในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากมาก เมื่อเกิดปัญหาวิกฤติเรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นในอนาคต สภาจะฝ่าวิกฤติไปยากมาก 3.กรณีที่ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วต้องนำไปลงประชามติ หากร่างที่ออกมาประชาชนไม่เห็นด้วย ก็ต้องขีดเส้นใต้ว่าไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะอยากทนอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 แต่อาจหมายถึง ส.ส.ร.ต้องไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ดีกว่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเป็นการบีบให้เราอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ไปตลอดกาล สุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ในอนาคตอาจต้องใช้วิธีการรัฐประหารเท่านั้น การแก้ไขจึงต้องระมัดระวังมาก สะดุดไม่ได้เลย ถ้าสะดุดอาจจะให้ใบอนุญาตกองทัพในการทำรัฐประหารต่อไป เชื่อว่าอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ไม่จำเป็นต้องให้องค์กรอื่นพิจารณาแทน&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า แม้แต่คนร่างรัฐธรรมนูญอย่างนายมีชัยยังบอกว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ จึงไม่อยากให้อำนาจของรัฐสภาที่มีอำนาจในการแก้ไขถูกยกไปให้หน่วยงานอื่นตีความ ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ซึ่งเป็นเรื่องยาก เมื่อถึงการโหวตวาระ 3 คงต้องขอชั่งน้ำหนักดูก่อนว่าจะโหวตอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า ในกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตามที่นายไพบูลย์ขอให้วินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา &amp;nbsp;256 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถึงเวลานี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่านายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา &amp;nbsp;จะมีแนวทางออกมาอย่างไร ที่ผ่านมาไม่มีประเพณีปฏิบัติว่าจะต้องหยุดการพิจารณา เชื่อว่าคงมีการพิจารณาตามวาระที่กำหนดไว้ โดยจะรอดูว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร หากบอกว่าทำไม่ได้ ทุกสิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็กลายเป็นศูนย์ กลับไปนับหนึ่งกันใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจในการเสนอกฎหมายและออกกฎหมายเพื่อคนส่วนมากของประเทศ แต่คนที่ไปร้องไม่ทราบว่าร้องได้อย่างไร เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่เริ่มต้นเลย แต่ไปร้องว่าขัดแล้ว ดังนั้นเจตนาของนายไพบูลย์ชัดเจนว่าทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไขธรรมนูญ โดยใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือ&amp;quot; นายสมคิดกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่ายังไม่เห็นชะตากรรม แม้หลายคนเชื่อว่าถ้าไม่แก้แล้วรัฐบาลอยู่ไม่ได้ แต่มองว่าประชาชนมีความด้านชาแล้ว คงต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการตั้ง ส.ส.ร.จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ คาดว่า โอกาสจะไม่เกิด 50 ต่อ 50 แต่ถ้ามี ส.ส.ร.จะเป็นอีกสนามหนึ่งที่ประชาชนจะไปสนใจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93905</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ชูศักดิ์ ศิรินิล, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, รังสิมันต์ โรม, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033b30529832.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลประทับฟ้องคดี &#039;ทวี สอดส่อง&#039; กับพวกปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ช่วยพยานคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุฯหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 ศาลอ่านคำสั่งคดี อท.114/2562 ที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พ.ต.อ. สุชาติ วงษ์อนันตชัย รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท. เบญจพล จันทวรรณ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียในขณะนั้น เป็นจำเลย ในฐานความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 และ มาตรา 200 เเละข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีดีเอสไอ, พ.ต.อ.สุชาติ และ พ.ต.ท. เบญจพล ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 และ มาตรา 200 พร้อมนัดพร้อมสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 9 เม.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจำเลยกับพวกได้ร่วมกันนำ พ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก จำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดจำคุกตลอดชีวิตมาคุ้มครองพยานตามมาตรการของดีเอสไอ และนำตัวมาสอบสวนเพื่อนำตัวมาต่อรองคดี ซึ่งต่อมาพยานปากดังกล่าวได้ถูกพาหลบหนี จนปัจจุบันยังไม่ได้นำตัวกลับมารับโทษในคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ก่อนหน้าได้เคยยื่นฟ้องคดีตั้งแต่เมื่อปี 2552 เเต่ในขณะนั้นโจทก์อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีที่ถูกกล่าวหาอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อารูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุฯ ศาลจึงได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีจนกว่าจะรอผลคำพิพากษาคดีหลักให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ต่อมามีผลคำพิพากษายกฟ้อง 3 ศาล จึงได้นำคดีที่สั่งจำหน่ายไว้ 10 ปีขึ้นมาไต่สวน และมีคำสั่งประทับรับฟ้องในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้รับโทษ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 และ มาตรา 200 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93533</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอุ้มฆ่า, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6359b36f403.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้รธน.ลากยาวต้นปี64 กมธ.ไม่ปิดประตูร่างตีตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.พิจารณาร่างแก้ไข รธน.ยังหวังสภาร่าง รธน.จะนำประเด็นที่อยู่ในร่างแก้ไข รธน.รายมาตราของฝ่ายค้านซึ่งถูกตีตกไป ไปเขียนไว้ใน รธน.ฉบับใหม่ งานนี้มีลากยาว แค่ผลการพิจารณา กมธ. กว่าจะเสร็จก็ต้นปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ.&amp;hellip;. ของรัฐสภา จะมีการประชุมกันนัดแรกวันที่ 24 พ.ย.นี้ เพื่อเลือกตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่&amp;hellip;) พ.ศ&amp;hellip;.. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเสนอชื่อให้ตัวเองเป็นประธาน กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านเสนอก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ แต่ก็รู้ว่าเสียงข้างมากไม่รับ แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้เป็นกติกาการเมืองที่ทุกคนมีสิทธิ โดยหาก กมธ.คิดถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การให้ฝ่ายค้านขึ้นมาทำหน้าที่จะถือเป็นสิ่งที่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเนื้อหาในร่างแก้ไข รธน.รายมาตรา ในร่างแก้ไขรธน.ร่างที่ &amp;nbsp;3-7 ซึ่งรัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบจนตกไป จะสามารถผลักดันให้ถูกนำมาบรรจุได้หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า 1.ตัว กมธ.ต้องหยิบเอามาเสนอในที่ประชุม แต่ประเด็นที่หยิบขึ้นมาเสนอจะต้องอยู่ในหลักการ จะต้องไม่ขัดกับหลักการเดิม 2.สมาชิกที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการ สามารถยื่นคำแปลญัตติเข้ามายัง กมธ.ได้ 3.แต่ตั้งที่ปรึกษาที่มาจากภาคประชาชน และ 4.ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะเข้าสู่กระบวนการตั้ง ส.ส.ร. และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดย ส.ส.ร.สามารถพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่จะเป็นประเด็นในการถกกันในชั้น กมธ. นพ.ชลน่านกล่าวว่า แตกต่างกันในรายละเอียดที่ต้องแก้ไขเท่านั้น เช่น ที่มาของ ส.ส.ร. ร่างของรัฐบาลให้มาจากการแต่งตั้ง แต่ร่างของฝ่ายค้านและความต้องการของภาคประชาชนต้องการให้มาจากการเลือกตั้งทางตรงทั้งหมด ประเด็นต่อมาคือเรื่องประชามติ โดยรัฐบาลมองว่าเมื่อ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญแล้วส่งให้สภาพิจารณา เมื่อผ่านสภาแล้วก็นำทูลเกล้าฯ ถวาย แล้วบังคับใช้ได้เลย แต่ฝ่ายค้านมองว่าเมื่อ ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้ส่งเรื่องไปที่ประธานสภาฯ รับทราบ จากนั้นนำไปเข้ากระบวนการประชามติก่อนประกาศใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้รัฐธรรมนูญยังสามารถเป็นทางออกให้กับประเทศได้อยู่หรือไม่ เพราะด้านนายกฯ เองก็ประกาศใช้กฎหมายทุกมาตราในการเอาผิดผู้ชุมนุม นพ.ชลน่านกล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญคือทางออกของประเทศทางหนึ่ง และเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม แม้สิ่งที่ภาคประชาชนเสนอขึ้นมาวันนี้จะแก้ไม่ได้ทั้งหมด ท่าทีของนายกฯ ที่ประกาศใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้ชุมนุม เสมือนเป็นการปิดทางออกที่ทุกคนจะหันหน้าเข้ามาคุยกัน และอาจจะทำให้สถานการณ์ลุกโชนขึ้นไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การตั้ง กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเสร็จภายใน 45 วันนั้นเป็นเรื่องฝ่ายค้านพูดถึง จริงๆ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระสองไม่ได้มีการกำหนดเวลา ซึ่งก็จะดำเนินการโดยเร็ว แต่ก็จะมีช่วงเวลาให้แปรญัตติ 15 วัน คือให้สมาชิกรัฐสภาทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเสนอคำแปรญัตติมาที่กรรมาธิการภายใน 15 วัน แล้วกรรมาธิการก็จะนำไปพิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และก็จะมีการเชิญผู้เสนอคำแปรญัตติมาชี้แจง ซึ่งจะใช้เวลาในช่วงเดือนธันวาคม เนื่องจากมีวันหยุดเยอะ น่าจะจบรายงานของกรรมาธิการภายในประมาณต้นเดือนมกราคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงประเด็นของการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หากฝ่ายค้านจะเสนอที่มาของ ส.ส.ร. จะเป็นไปได้หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ร่างที่จะพิจารณา สมาชิกรัฐสภามีสิทธิ์เสนอแปรญัตติตามที่ตนเองเห็นว่าควรจะเป็นอย่างไร ก็เสนอเป็นคำแปรญัตติมา ดังนั้นอยู่ที่จะแปรญัตติมาอย่างไร แล้วกรรมาธิการก็จะมาพิจารณาอีกทีว่าจะแก้ไขให้เป็นไปตามที่แปรญัตติมาหรือไม่ หรือจะยืนตามร่างเดิม ซึ่งเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการที่จะต้องพิจารณา เพราะกรรมาธิการจะใช้เสียงข้างมาก
ปชป.หวังโมเดลไอลอว์ได้ไปต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า จากผลการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีมติให้ผ่านความเห็นชอบ 2 ฉบับ และไม่ผ่าน 5 ฉบับนั้น เป็นที่น่าเสียดายสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ไม่ผ่านมติขั้นรับหลักการ ซึ่งเป็นการปฏิเสธกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองภาคประชาชน แม้สาระในร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับดังกล่าวอาจมีข้อบกพร่องบ้าง แต่ยังมีจุดที่น่าสนใจหลายประเด็น ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับเพิ่มเติม ควรจะนำรายละเอียดที่เป็นจุดเด่นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไปศึกษา ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้ 1.ยกเลิกช่องทางนายกฯ คนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง 2.ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขียน และกดทับรัฐบาลทุกชุด 3.ยกเลิกแผนปฏิรูปประเทศที่คนของ คสช. เป็นคนเขียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวอีกว่า 4.ยกเลิกที่มาของผู้บริหารท้องถิ่นแบบพิเศษที่ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง 5.ยกเลิกการนิรโทษกรรม คสช.ที่ช่วยให้ คสช.พ้นผิด 6.แก้ไขที่มานายกฯ ยกเลิกบัญชีว่าที่นายกฯ และให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. ปิดช่องทางให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ 7.แก้ไขที่มาของ ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้ง และลดอำนาจพิเศษของ ส.ว. 8.แก้ไขที่มาองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญพร้อมสรรหาใหม่ยกชุด 9.แก้ไขวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ง่าย ใช้แค่เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา 10.แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการร่างใหม่ทั้งฉบับโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 10 ข้อนี้ตรงกับหลักการประชาธิปไตยสากล จึงขอเสนอให้กมธ.พิจารณารัฐธรรมนูญฯ และสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคต รับข้อเสนอและสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน นำไปศึกษาและบรรจุในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย เพื่อไม่ให้เจตนารมณ์ของประชาชนสูญเปล่าไปอย่างไร้ความหมายทางการเมือง&amp;quot; นายเทพไทระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ แสดงทัศนะว่า แม้รัฐสภาเสียงข้างมากจะมีมติไม่รับร่างแก้ไขเพิ่มเติม รธน.60 ของประชาชนที่ร่วมลงชื่อจำนวน 100,732 คน ที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชื่อย่อว่า &amp;ldquo;5 ยกเลิก 5 แก้ไข&amp;rdquo; และเปิดทางให้เกิดการ &amp;quot;ร่าง&amp;quot; รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน คือยกเลิก 1 ช่องทางนายกฯ คนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง, ยกเลิก 2 แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ คสช. เขียนขึ้น คิดแทนอนาคต กดทับรัฐบาลทุกชุด, ยกเลิก 3 แผนปฏิรูปประเทศที่ คสช.เขียนขึ้น, ยกเลิก 4 ท้องถิ่นพิเศษ ที่เปิดช่องผู้บริหารไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง, ยกเลิก 5 นิรโทษกรรม คสช. ที่ช่วยคนทำรัฐประหาร ทำอะไรไว้ไม่มีทางผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคประชาชาติให้ทัศนะอีกว่า นอกจากนี้ยังเสนอแก้ไข 1 แก้ระบบบัญชีว่าที่นายกฯ เขียนให้ชัด นายกฯ ต้องเป็น ส.ส., แก้ไข 2 เปลี่ยน ส.ว.ชุดพิเศษคนของเขา เป็น ส.ว. จากการเลือกตั้งของประชาชน, แก้ไข 3 เปลี่ยนที่มาองค์กรที่ไม่ทำงาน สร้างระบบสรรหาองค์กรอิสระแบบใหม่ ให้คนที่นั่งอยู่พ้นจากตำแหน่ง, แก้ไข 4 ปลดล็อกวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้เสียงครึ่งหนึ่งของสภา ไม่ต้องมีอำนาจพิเศษของ ส.ว., แก้ไข 5 ตั้ง ส.ส.ร.ชุดใหม่จากการเลือกตั้งทั้งหมด เปิดทางสร้างการเมืองแบบใหม่ สังคมแบบใหม่ และสุดท้าย เปิดทางตั้ง ส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง 100% ใช้ประเทศเป็นเลขเลือกตั้งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนขึ้นมาใช้บังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเสนอของประชาชนด้วยความหวังจะมีอนาคตที่ดี สร้างยุคสมัยที่คนต้องเท่ากับคน ด้วยการมีสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรี ความยุติธรรม การไม่รับร่าง &amp;ldquo;กฎหมายเข้าชื่อ&amp;rdquo; ของประชาชน จึงเหมือนการทำให้ &amp;#39;สายลมประชาธิปไตยเปลี่ยนเป็นพายุประชาธิปไตย&amp;#39; ที่ไม่อาจหยุดประชาชนได้ เนื่องจากโอกาส ความหวังที่จะการมีอนาคตและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนสังคมไทยสามารถทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาอื่นได้&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา และหนึ่งในคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเช่นกันว่า การประชุมกรรมาธิการนัดแรกในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ จะมีการเลือกตำแหน่งต่างๆ และพิจารณากรอบการทำงานในเบื้องต้น แต่ว่ากรอบการพิจารณาก็จะต้องใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลัก เนื่องจากเป็นมติของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรอบการพิจารณาสามารถนำร่างที่ตกไปขึ้นมาหารือได้อีกครั้งหรือไม่ นายคำนูณกล่าวว่า เฉพาะประเด็นการแก้ไขมาตรา 256 กับการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็น่าจะเปิดกว้าง คือ 1.จะต้องมีคำแปรญัตติของสมาชิกเข้ามาอยู่แล้วภายใน 15 วัน 2.กมธ.สามารถหารือกันได้ เพราะ กมธ.สามารถปรับแก้ได้ตลอด แต่ว่าในส่วนที่แก้ไขรายประเด็นคงจะไม่เกี่ยว เพราะ 2 ร่างที่รับหลักการ เป็นหลักการแก้ไขมาตรา 256 กับการตั้ง ส.ส.ร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตำแหน่งประธานและรองประธาน กมธ.ควรจะต้องมีสัดส่วนของ ส.ว.ด้วยหรือไม่ นายคำนูณกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือกัน แต่ว่าโดยปกติ กมธ.ร่วมฯ จะใช่วิธีการพูดคุยและทำความเข้าใจกันมากกว่า ซึ่งเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด
จอน-ไอลอว์ขอบคุณทิ้งทวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจอน อึ๊งภากรณ์ อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ ผู้ก่อตั้งไอลอว์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของประชาชนกว่าหนึ่งแสนคนจะถูกรัฐสภาตีตกโดยที่ ส.ว.แต่งตั้งและส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลายคนเลือกที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจไอลอว์มากกว่าที่จะวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาของร่างของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อย่างไรก็ตาม พวกผม (ผม เป๋า และจิ๋ว) ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเสนอร่างของประชาชนในฐานะผู้ริเริ่มเสนอกฎหมายได้รับแต่ความร่วมมือ การอำนวยความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น และกำลังใจจากเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้น ผมอยากขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภา คุณชวน หลีกภัย ที่ทำให้ร่างของประชาชนสามารถเข้ารับการพิจารณาพร้อมกับร่างของพรรคการเมืองและสมาชิกรัฐสภาอีกหกฉบับ ทั้งนี้ โดยที่ท่านได้สั่งเร่งการตรวจสอบการลงชื่อทั้งหมดให้เสร็จในระยะเวลาที่สั้นที่สุด โดยผ่านขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดครบทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอขอบคุณสินี ส้มมี ผู้อำนวยการสำนักการประชุม ที่ให้การต้อนรับและเอื้ออำนวยการให้ทีมงานเจ้าหน้าที่ของไอลอว์สามารถใช้ห้องประชุมของสำนักฯ เพื่อติดตามการอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งคือบรรดาเจ้าหน้าที่ของกลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย นำโดยคุณสมพงษ์ รัตนวรรณ ผู้อำนวยการ รวมถึงคุณศักรินทร์ และคุณศักดา ซึ่งได้ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น และอำนวยความสะดวกทุกประการ รวมถึงการเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนการหาแท็กซี่สำหรับกลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายขอขอบคุณเจ้าหน้าที่แลกบัตรที่กระซิบให้กำลังใจหลังจากที่พวกเราถูกอภิปรายอย่างหนัก.&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84612</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, จอน อึ๊งภากรณ์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, สมพงษ์ รัตนวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201121/image_big_5fb911228f139.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกแก้วิกฤติวนในอ่าง ฝ่ายค้านตั้งธงนายกฯลาออก-พปชร.ไม่รับ3ข้อเสนอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมรัฐสภาตามมาตรา 165 แก้วิกฤติม็อบ วันแรกยังวนในอ่าง ฝ่ายค้านตั้งธง &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ยอมรับทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลก แต่ต้องไม่ลืมว่าคนไทยหลายสิบล้านไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวาย อย่าลืมรากเหง้าประเทศ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; กางกฎหมายอธิบายเรื่องลาออก-ยุบสภา ชี้หากไขก๊อกนายกฯ ใหม่ต้องใช้ 366 เสียงไม่นับ ส.ว. &amp;ldquo;จุรินทร์&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสนอผุดคณะกรรมการหาแนวทางแก้ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; พาเหรดชงตั้ง กมธ.ยุ่บยั่บ &amp;ldquo;ปารีณา&amp;rdquo; ตอกฝาโลงไม่รับ &amp;nbsp;3 ข้อเสนอม็อบเด็กส่วนน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม มีระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนการเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยว่า เลขาธิการสภารายงานว่ามีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมา 13 กองร้อย ซึ่งก็บอกว่าอย่าไปถึงขนาดนั้นเลย เพราะเชื่อว่าผู้ชุมนุมถ้าจะมีใครละเมิดอะไรบ้างก็เป็นเรื่องของผู้นั้น ก็มีกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ได้พูดกันในวันประชุมร่วมว่าจะไม่ประมาท เตรียมตัวไว้ในระดับหนึ่ง &amp;nbsp;แต่ไม่ถึงขั้นจะให้เจ้าหน้าที่มาอยู่ในนี้ และเชื่อว่าไม่มีการเผชิญหน้า และตอนนี้มันก็ยังไม่เกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้อภิปรายประเด็นขัดขวางขบวนเสด็จฯ ซึ่งจะชี้ให้ประชาชนเห็นว่าใครอยู่เบื้องหลังและตั้งใจล้มล้างสถาบัน รู้กันอยู่ว่ามีคนตาเหล่สองคน หน้าเหลี่ยมหนึ่งคนใช้ผู้ชุมนุมเป็นเครื่องมือ ดูจากการไลฟ์สดมายังผู้ชุมนุม และโพสต์ยั่วยุปลุกปั่น หลอกใช้เด็กและประชาชนเป็นเครื่องมือ มักใหญ่ใฝ่สูง อยากเป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง เนรคุณบ้านเมือง
และในเวลา 08.46 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้าเรียบเฉย และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมความพร้อมชี้แจงในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;รอฟังๆ&amp;rdquo; ก่อนขึ้นลิฟต์ไปยังห้องรับรองทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.45 น. ในการประชุมรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ได้เสนอญัตติโดยกล่าวตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์การชุมนุมที่มีต่อเนื่อง เราทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามดูแลสถานการณ์อย่างดีที่สุด ไม่ว่าเรื่องการห้ามเตือน พยายามชี้แจงข้อกฎหมายต่างๆ แต่การชุมนุมก็ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 3 ข้อเรียกร้องอยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่แล้ว หลายครั้งการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีความรุนแรง แต่บางครั้งก็ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่สมควร ดังนั้นจึงรู้สึกเป็นห่วง รัฐบาลจึงมีเห็นความชอบร่วมกันที่ได้เปิดประชุมในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราไม่อยากให้เกิดการปะทะกันหรือเกิดการจลาจลในบ้านเมือง รัฐบาลมีหน้าที่รักษาสิทธิ์แทนคนไทยทั้งประเทศ สิ่งที่ผมมั่นใจคือ วันนี้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะมีมุมมองด้านการเมืองอย่างไร แต่ทุกคนยังรักชาติและต้องการอนาคตที่ดี รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เราจึงจะได้สังคมที่มีความแข็งแรง มีรากเหง้า ผมในนามรัฐบาลรู้ว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลก แต่ต้องยอมรับคนไทยหลายสิบล้านคนไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวาย สับสนอลหม่าน เราต้องมีความสมดุลในความต้องการของแต่ละคน วันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะใช้เวลา 2 วันของสภาท่ามกลางสภาวการณ์ หยิบยกเรื่องสำคัญหลายเรื่องมาพูดกันในสภาของเราในที่นี้ ควรรวบรวมสติปัญญาและความสามารถ รวมทั้งเลือดรักชาติทุกหยด ร่วมกันคิดทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ ทำให้ประเทศเดินหน้าไปอย่างแข็งแรงยิ่งขึ้นและยั่งยืน โดยทำในสิ่งที่ถูกต้องเป็นประโยชน์กับประเทศในระยะยาว พื้นฐานของคนไทยมีความเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน แม้จะมีเรื่องไม่เห็นด้วยกันบ้าง แต่เราก็ยังรักกันได้ตลอดไป&amp;rdquo;
จี้ &amp;#39;ประยุทธ์&amp;#39; ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท.ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ญัตติของรัฐบาลไม่สร้างสรรค์ เนื้อหาสาระมีแนวโน้มที่จะสร้างความแตกแยกร้าวฉานในสังคมไทย &amp;nbsp;ซ้ำเติมสถานการณ์ให้บานปลาย เป็นการราดน้ำมันลงไปในกองเพลิง เราต้องพิจารณาข้อเสนอของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนอย่างจริงจัง ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว ไม่ดึงเวลาให้ล่าช้า เร่งปล่อยตัวนักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่ถูกจับกุมคุมขัง และยุติการใช้กฎหมายที่ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เห็นต่างจากรัฐบาล ที่สำคัญคือนายกฯ ต้องลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.22 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค พท.อภิปรายว่า รู้สึกผิดหวังเพราะรัฐบาลมองว่าตัวเองไม่มีความผิด แต่โยนความผิดให้ผู้ชุมนุม ซึ่งเมื่อรัฐบาลตั้งโจทย์ผิด การแก้ปัญหาจึงผิดไปด้วย โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นต้นตอของปัญหาที่นายกฯ ไม่อาจปฏิเสธได้ และ พล.อ.ประยุทธ์คือผู้สร้างปัญหาโดยตรง หนทางที่จะทำให้ม็อบยุติลง &amp;nbsp;รัฐสภาต้องลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ และตั้ง กมธ.เต็มสภา รวมทั้งขอเรียกร้องให้นายกฯ ยืนขึ้นและประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางสภา แต่ถ้าเลือกหนทางยุบสภา ผลที่ตามมาคือ แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้และเพิ่มความขัดแย้ง ดังนั้นนายกฯ ต้องเสียสละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายว่า การกระทำของผู้ชุมนุมถือเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีเป้าหมายหลักต้องการปฏิรูปสถาบัน แต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นบุคคลที่เป็นเลิศในเรื่องจงรักภักดีต่อสถาบัน เป็นผู้ที่มีความเข้มแข็งในการปกป้องสถาบัน &amp;nbsp;แกนนำผู้ชุมนุมจึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก เพื่อให้การปกป้องประเทศชาติอ่อนแอลงจนนำไปสู่การรุกคืบต่อการปฏิรูป จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งทำหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา &amp;nbsp;และพระมหากษัตริย์ต่อไป อย่าไปลาออกตามฝ่ายที่เรียกร้องซึ่งมีคนเพียงไม่กี่หมื่นคน ท่านต้องคำนึงถึงเสียงประชาชน 8.4 ล้านคนที่เลือกท่านมาเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.45 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เนื้อหาของญัตติเป็นข้อบิดเบือน กลบเกลื่อนและให้ร้าย โยนความผิดให้ผู้ชุมนุมโดยไม่ได้คำนึงถึงความผิดพลาดของตัวเอง มีการกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมขวางขบวนเสด็จฯ ทั้งที่รัฐบาลเป็นผู้ถวายการอารักขาความเรียบร้อยในการเสด็จฯ และผู้ชุมนุมก็หลีกเลี่ยงเส้นทางนั้นแล้ว แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้สำนึกถึงความผิดพลาดของตนเอง แต่ไปใส่ร้ายผู้ชุมนุมซึ่งนำไปสู่คดีความที่มีโทษถึงประหารชีวิต เติมเชื้อไฟในสังคม &amp;nbsp;ส่วนที่นายกฯ ชี้แจงว่ามีการดำเนินการบางเรื่องที่ผู้ชุมนุมขอมาแล้ว ทำเรื่องไหนแล้วบ้างและคืบหน้าถึงไหน ไม่ใช่ฟอกขาวตัวเองและปกปิดความผิดในการแก้ปัญหาประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลาที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องทบทวนการร่วมรัฐบาล รัฐบาลจะไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีพรรคร่วม &amp;nbsp;นายกฯ ต้องหยุดเอาความจงรักภักดีมากอดตัวเอง หยุดผูกมัดเอาสถาบันไว้กับปัญหาที่ตัวเองเป็นคนก่อ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจและปกปิดความล้มเหลว หยุดสะกดจิตตัวเองว่าไม่ผิดและยอมลาออก&amp;rdquo; นายพิจารณ์ระบุ
ชงผุดคณะกรรมการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.20 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ต้องช่วยกันชักฟืนออกจากกองไฟ โดยพรรคเห็นว่าควรนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 ทันทีที่ทำได้ และไม่ควรมีเงื่อนไขใดๆ &amp;nbsp;เพิ่มเติมจนสังคมเข้าใจว่ายื้อเวลา โดยขอเสนอให้วิป 3 ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา หาคำตอบร่วมกันว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะพิจารณา 6 ร่างในวาระไปก่อน หรือรอร่างไอลอว์ซึ่งเป็นโจทย์ที่วิป 3 ฝ่ายควรหาทางออกร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากเห็นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยถือหลัก 3 ข้อ คือ 1.องค์ประกอบนั้นต้องมีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้แทนรัฐบาล ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ฝ่ายที่เห็นต่างผู้ชุมนุม และฝ่ายอื่นๆ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ 2.ให้คณะกรรมการแสวงหาคำตอบที่เป็นทางออกที่เป็นรูปธรรม เน้นรูปแบบการจับเข่าคุยกันอย่างสร้างสรรค์ อาจต้องถอยคนละก้าวหรือคนละสองก้าว และ 3.ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นแสงสว่างแห่งความหวังถูกจุดขึ้นตรงปลายอุโมงค์โดยรัฐสภา&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.15 น. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า ได้ไปสังเกตการณ์การชุมนุม และพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองที่นำความขัดแย้งส่งต่อให้ลูกหลาน การชุมนุมมีคำปราศรัยที่รุนแรง ก้าวล่วงไกลเกินกว่าจะรับได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐสภาต้องหาทางออก โดยมีข้อเสนอ 9 ข้อแก้ปัญหา &amp;nbsp;ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลใช้หลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ใช้ไม้นวมไม้แข็งดูแลความขัดแย้งอย่างเหมาะสม 2.รัฐบาลต้องชี้แจงองค์การระหว่างประเทศเรื่องการแก้ปัญหาให้ดีกว่านี้ 3.ตั้งทีมจัดการข่าวปลอมเชิงรุกอย่างรวดเร็ว 4.ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ 5.ให้รัฐบาลเปิดเวทีกลางให้ผู้ชุมนุมได้เสนอความเห็นตามเสรีภาพ แทนการชุมนุมบนถนน 6.เปิดเวทีเจรจา แม้จะยากแต่ต้องทำ 7.การปฏิรูปสถาบันเป็นข้อเสนอสุดโต่ง 8.นายกฯ ไม่ควรลาออกเพราะไม่ช่วยแก้ปัญหา และ &amp;nbsp;9.หากการดำเนินการข้อ 1-8 แล้วยังไม่สามารถเป็นทางออกได้ ให้ใช้วิธีออกเสียงประชามติแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายว่า ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย แต่อยากให้หยุดคิดแล้วถามกลับไปว่า ถ้าถอยคนละก้าวไม่พอ จะถอยมากกว่าก้าว คิดว่าต้องทำ ถ้ารักประเทศและประชาชนอย่างที่ประกาศเอาไว้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.05 น. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล กล่าวว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่สะพานชมัยมรุเชฐเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้ชุมนุมไม่ได้เจตนาขัดขวางขบวนเสด็จฯ แต่เกิดจากการผิดพลาดในการจัดเส้นทาง และความผิดพลาดนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ พรรคจึงขอยื่นญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเมื่อวันที่ 14 ต.ค. และขอวิงวอนว่าอย่านำเหตุการณ์ขบวนเสด็จฯ มาให้ร้ายประชาชน และอยากให้รัฐบาลรับผิดชอบ เลิกบิดเบือนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;รัฐบาลต้องทำหน้าที่ธำรงให้สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่นำสถาบันมาสร้างความเกลียดชัง สร้างความชอบธรรมให้ประชาชนออกมาทำร้ายกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การชุมนุมเป็นการเมืองแท้ๆ แต่ตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อน เราไปดึงเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมเรียกร้องทางการเมือง ขาดความเคารพ ขาดความเกรงใจ ขาดความให้เกียรติ ยุคก่อนไม่มี ซึ่งต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง ถ้าไม่มีจะไม่เลยเถิดมาขนาดนี้ได้
บิ๊กตู่เตือนเรื่องรากเหง้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.14 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; โดยได้ย้ำถึงประเด็นที่ได้อภิปรายไปว่า &amp;quot;สิ่งที่มั่นใจคือ คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีมุมมองทางการเมืองแบบไหน &amp;nbsp;แต่ทุกคนรักชาติ รักวัฒนธรรม รักรากเหง้า และคุณค่าของความเป็นไทย แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็รู้ว่าทุกคนต้องการอนาคตที่ดีสำหรับประชาชนและประเทศ ซึ่ง 2 เรื่องนี้ คือเรื่องรักในรากเหง้าความเป็นไทย และเรื่องต้องการอนาคตที่ดีสำหรับลูกหลานเยาวชนไทย รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่เป็น 2 &amp;nbsp;เรื่องที่เดินไปด้วยกันได้ เราต้องหาหนทางแก้ไขที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น อย่างมีหลักการ มีเหตุผล และมีความถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ทำลายอดีตที่มีคุณค่าของเรา เราจะได้สังคมที่แข็งแรง &amp;nbsp;สังคมที่มีรากเหง้าที่ดีงามหยั่งรากลึก และก็มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกเรื่องที่จะหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ซึ่งได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วว่าถ้านายกฯ ลาออกจากตำแหน่งจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยคณะรัฐมนตรีต้องพ้นทั้งคณะ นายกฯ และ ครม.ชุดเดิมต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีชุดใหม่เข้ามา แต่ต้องเลือกนายกฯ คนใหม่จากที่ประชุมรัฐสภา ต้องมีมติเสียงกึ่งหนึ่งรวมทั้ง ส.ส.และ ส.ว. แต่ถ้าเป็นการยุบสภาก็ต้องพ้นทั้งคณะ รวมทั้งสมาชิกภาพของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องสิ้นสุดไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.50 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้อภิปรายว่า ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมมีอยู่ประมาณ 6-7 ข้อ เช่น เรียกร้องอิสรภาพให้ฮ่องกง, เรียกร้องให้เปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งก็ได้เปิดแล้ว &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ซึ่งล่าสุด พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงประชามติมีการตรวจเสร็จสิ้นทุกมาตราแล้ว น่าจะส่งเข้าสภาได้ในสัปดาห์หน้า โดยจะขอพิจารณาร่วมสองสภาซึ่งจะเร่งรัดตัดขั้นตอนไปได้ คงใช้เวลาช่วงเดือน พ.ย.คู่ขนานไปกับการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวอีกว่า ข้อเสนอ 3 ข้อที่ยังไม่มีการดำเนินการ คือ การลาออกของนายกฯ, การยุบสภา และการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งการปฏิรูปสถาบันรัฐบาลไม่ทราบและไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหมายถึงอะไร จึงอยากฟังการอภิปรายของสมาชิกให้ชัดเจน ส่วนการยุบสภานั้นมีการพิจารณาเหมือนกัน แต่สภามีความผิดอะไรถึงจะยุบ เพราะต้องเกิดจากความขัดแย้งอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาถึงจะยุบสภาได้ แต่ถ้าเป็นความประสงค์และเจตนาร่วมจากหลายฝ่าย นายกฯ คงต้องหารือผู้เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนประเด็นนายกฯ &amp;nbsp;ลาออก ทางฝ่ายกฎหมายได้ทำข้อเสนอมาว่า หากลาออกแล้วจะหานายกฯ คนใหม่จากขั้นตอนใด ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 มีเงื่อนไขว่านายกฯ คนใหม่ต้องมาจากรายชื่อที่เสนอเอาไว้ตั้งแต่ครั้งเลือกตั้ง ขณะนี้มีอยู่ 5 คน จากเดิม 7 คนโดยตัดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และพล.อ.ประยุทธ์ออกไป แต่คนที่จะมาเป็นนายกฯ จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภาที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเมื่อเช้าประธานได้รายงานว่าที่ประชุมมีสิทธิ์ออกเสียงได้ 732 คน ซึ่งกึ่งหนึ่ง ก็คือ 366 เสียง ต่อให้ ส.ว.งดออกเสียงทั้งหมดตามที่หลายคนเรียกร้อง ก็ต้องหากันมาให้ได้ 366 เสียง &amp;nbsp;หากไม่ได้ก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็จะเป็นข้อกฎหมายว่าหากถึงทางตันแล้วจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนเสนอว่าขอให้พรรคพลังประชารัฐเทเสียงให้พรรคร่วมฝ่ายค้านยกใครขึ้นมาเป็นนายกฯ ก็ทำได้ แต่ก็ต้องคำนึงเรื่องสิทธิของแต่ละฝ่ายด้วย เพราะนายกฯ ก็ได้รับเสียงเรียกร้องเหมือนกันว่าอย่าออก &amp;nbsp;ก็ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนอีกข้อเสนอที่ทั้งสามฝ่ายเสนอมาในที่ประชุม คือการทำประชามติถามประชาชน ก็ต้องถามว่าจะถามอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 166 บัญญัติห้ามทำประชามติออกเสียงเรื่องตัวบุคคล แต่หากจะหาช่องทางอื่นที่แยบคายและแนบเนียนก็น่าจะพิจารณาได้&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในระหว่างที่นายวิษณุชี้แจง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล ประท้วงให้นายวิษณุถอนคำพูดประโยคที่ว่าผู้ชุมนุมเรียกร้องอิสรภาพให้ฮ่องกง ซึ่งไม่เป็นความจริง ถือเป็นการใส่ร้ายผู้ชุมนุม ส่งผลให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงนางอมรัตน์ว่าออกมาเรียกร้องเหมือนกับเป็นหัวหน้าม็อบ จึงทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายชัยวุฒิถอนคำพูด ซึ่งนายชัยวุฒิก็ยอมถอน แต่ขอเปลี่ยนเป็นผู้ควบคุมม็อบ ซึ่งนางอมรัตน์ไม่ยินยอมและให้ถอนคำพูดอีกครั้ง ซึ่งนายพรเพชรได้ไกล่เกลี่ยจนสำเร็จ &amp;nbsp;
ย้ำหลายสิบล้านไม่อยากวุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า นายกฯ มีปัญหาเรื่องความคิด โดยนายกฯ ได้พูดก่อนสลายการชุมนุมว่าอย่าประมาทกับชีวิต คนเราสามารถตายได้ทุกเวลา และอย่าท้าทายกับพญามัจจุราช ซึ่งวันที่ 16 ต.ค.ก็สั่งสลายการชุมนุม ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้หากมีการจาบจ้วงก็ควรดำเนินคดีเป็นรายบุคคลตามหลักฐาน อีกทั้งสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือหาผู้รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งอันดับแรกนายกฯ ควรต้องลาออกเพราะเป็นผู้ดูแล พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องไปลงโทษทุกคนเพราะเป็นการถวายพระเกียรติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องที่พูดถึงพญามัจจุราชนั้น เพราะช่วงนั้นไปงานศพคุณพ่อทุกวัน &amp;nbsp;จึงยกมาเตือนตัวเองไม่ได้ไปขู่ใครเลย ส่วนเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นทุกท่านทราบดีอยู่แล้วกับเหตุการณ์ในช่วงค่ำของวันที่ 14 ต.ค. และได้ประกาศไปเมื่อวันที่ 15 ต.ค. เนื่องจากสถานการณ์นั้นมีแนวโน้มว่าอาจลุกลาม ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ออกมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว ออกในสมัยรัฐบาลใครก็ไม่รู้และก็ใช้มาทุกรัฐบาล แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ยกเลิกไปก็เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นในเวลา 16.56 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า &amp;quot;รู้ว่าทุกอย่างอาจต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของโลกปัจจุบัน แต่เราต้องยอมรับว่าในประเทศไทยของเราคนจำนวนหลายสิบล้านคน ไม่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะวุ่นวาย สับสนอลหม่าน ทุกคนมีความเชื่อของตัวเอง เขาเห็น เขาเชื่อ มาตลอดชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นเราต้องมีความสมดุลระหว่างความต้องการของแต่ละคน และความต้องการของคนอื่นๆ ในสังคมด้วย อย่างสร้างสรรค์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.50 น. นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า การกล่าวว่าการใช้กำลังสลายการชุมนุมเป็นไปตามหลักสากล ถามกลับว่าใช้แหล่งไหนอ้างอิง ขอเสนอให้ตั้งคณะ กมธ. หรือใช้ กมธ.สามัญของสภาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะตอนนี้ยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ หรือการแถลงจากกองอำนวยการร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ว่าสารเคมีคืออะไร แก๊สน้ำตาหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกเรื่องจะจบที่การพูดคุย คนรุ่นใหม่ก็คิดแบบคนรุ่นใหม่ นายกฯ ต้องฟัง อย่าคิดว่าคนคิดต่างมีเบื้องหลัง-ไม่มี นายกฯ บอกว่าผิดเรื่องอะไร ทำไมต้องลาออก ท่านต้องไปดูว่าท่านเป็นภาระ เป็นปัญหาของประเทศ ขอเสนอว่าเรื่องรัฐธรรมนูญกำหนดวัน ว. เวลา น.ให้ได้ แล้วไปคุยกันกับลูกหลาน แต่ทั้งนี้อยู่ที่ความจริงใจของผู้ใหญ่มากกว่า ความสวยงามในระบบประชาธิปไตยคือความคิดต่าง เราคนไทยทั้งนั้น นายกฯ ลองไปสงบอารมณ์ พอท่านบอกว่าพอแล้วก็ไปลาออก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.30 น. ขณะที่นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายโจมตีนายกฯ และเรียกร้องให้ลาออกอยู่นั้น นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ลุกขึ้นประท้วงว่าอภิปรายซ้ำซากวนเวียน ไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้นายกฯ ลาออก ทำให้นายชวนที่ทำหน้าที่ประธานวินิจฉัยว่าผู้อภิปรายได้อภิปรายตามกรอบ แม้นายนิโรธจะพยายามท้วงติงอีกครั้ง แต่นายชวนกดตัดเสียงไมโครโฟนและให้นายจิรวัฒน์อภิปรายต่อจนจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.อภิปรายว่า จากข้อเสนอ 3 ข้อของม็อบเยาวชน เป็นเพียงความต้องการของคนส่วนน้อย ทางออกเป็นไปไม่ได้ จะไม่เกิดขึ้นทั้ง 3 ข้อ นายกฯ ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ไม่มีการปฏิรูปสถาบัน เพราะจุดเริ่มต้นของความแตกแยกไม่ได้เกิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ เยาวชนหรือสถาบันใดๆ แต่เกิดจากโซเชียลมีเดีย และผู้อยู่เบื้องหลังความแตกแยกก็ใช้โซเชียลมีเดีย เช่นการสร้างข่าวปลอมว่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติ และให้ข่าวใส่ร้ายสถาบัน ประชาชนควรติดตามข่าวสารที่แท้จริง แม้การจัดการโซเชียลทำได้ยากมากเพราะเป็นบริษัทต่างชาติ ดังนั้นต้องใช้วิจารณญาณ แม้แต่เยาวชนบางคนยังบอกว่ามีต่างชาติสนับสนุน อนาคตของประเทศไทยต้องไม่เป็นฐานทัพของประเทศใดไปสู้กับจีน เพราะประเทศเรามีทรัพยากรมาก หากผู้ใดให้ความร่วมมือถือว่าขายชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมยังมีความก้าวร้าวและจาบจ้วงอย่างชัดเจน แม้จะเรียกร้องว่าหยุดใช้กฎหมายควบคุมผู้ที่เห็นต่าง แต่เมื่อวันที่ 14 ต.ค.จะเห็นว่าขบวนเสด็จฯ ถูกคุกคามเสรีภาพ ไม่ใช่ขบวนเสด็จฯ เข้าไปหาม็อบ และยังถูกการพูดจาก้าวร้าวหยาบคายใส่ ต่อให้ไม่ใช่ขบวนเสด็จฯ ก็ไม่มีสิทธิ์ปิดถนนหรือตะโกนด่าใคร และไม่มีสิทธิ์เอาคีมเหล็กไปตีตำรวจ เป็นเหตุให้ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อไม่ให้มีการชุมนุมที่มากเกินไป รัฐบาลควรจัดสถานที่ชุมนุมให้เยาวชนชุมนุมอย่างสงบและพูดคุยกับรัฐบาล แม้มีการบอกว่าปฏิรูปไม่ได้แปลว่าล้มล้าง เป็นความเข้าใจของคนส่วนน้อย ทั้งที่ความจริงไม่ต้องมีการปฏิรูปสถาบันและปฏิรูปไม่ได้อยู่แล้ว ขอให้ฝ่ายการเมืองที่ให้การสนับสนุนหยุดใช้เยาวชนที่เป็นผ้าขาวมาเป็นเครื่องมือ เพราะเวลาใกล้จะหมดแล้วและอาจจะจบด้วยการไม่มีแผ่นดินอยู่&amp;quot; น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 19.00 น. พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายถึงแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งว่า ทำประชามติแต่ไม่ให้รัฐบาลเป็นผู้ตั้งคำถาม โดยให้ประธานรัฐสภาใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งประกอบด้วย ตัวแทนรัฐบาล, ส.ส.รัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน, ส.ว., ตัวแทนนักเรียน นักศึกษา, อดีตประธานศาลฎีกา, อดีตประธานศาลปกครอง, ตัวแทนองค์กรอิสระ ไปร่วมกันตั้งคำถามประชามติอย่างน้อย 3 ข้อในประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้ง เพื่อหาข้อยุติแล้วส่งให้รัฐบาลไปทำประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสิน โดยจะทำประชามติในวันที่ 20 ธ.ค.63 วันเดียวกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ทั่วประเทศ เชื่อว่าไม่ช้าหรือเร็วเกินไป จะเป็นการลบคำสบประมาทว่าเวทีรัฐสภาเป็นเวทีปาหี่ หาทางออกไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.27 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายกฯ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุด ปล่อยให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านเข้าไปในที่ชุมนุมได้อย่างไร รวมทั้งต้องสอบข้อเท็จจริงเรื่องการสลายการชุมนุมว่ามีการใช้มาตรการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ศูนย์รวมของปัญหาคือนายกฯ ขอให้เห็นแก่ชาติบ้านเมือง ท่านทำมาเยอะแล้ว แต่วันนี้บ้านเมืองไปไม่ได้ มีคำเดียวที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดคือลาออกจากการเป็นนายกฯ แม้จะมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิมเลือกนายกฯ เข้ามาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 แม้วรรคสองจะระบุว่าหากเลือกในบัญชีไม่ได้ เรายินดีสนับสนุนให้เลือกคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ แต่ไม่ได้หมายถึงคนนอกสภา ต้องเป็น ส.ส.ในสภา ถือว่าเป็นทางออกในการแก้ปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่อยากให้มองอีกฝ่ายเป็นปัญหา อย่ามองข้อเรียกร้องของเยาวชนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ความจริงใจของนายกฯ ที่จะไม่เติมเชื้อไฟเข้าสู่กองฟืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารักชาติ เทิดทูนสถาบัน เราต้องยกสถาบันขึ้นเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม การปฏิรูปสถาบัน อาจเอาเหลือบ ริ้น ยุงที่แอบอิงเกาะกินสถาบันออกมาให้หมด สถาบันจะมีความสง่างาม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.25 น. นายชวนกล่าวว่า วันนี้ได้ใช้เวลาการอภิปรายพอสมควรแล้ว มีสมาชิกอภิปราย 41 &amp;nbsp;คน ขอนัดประชุมใหม่ในวันที่ 27 ต.ค. ขอให้สมาชิกมาให้ตรงเวลา จากนั้นได้ปิดการประชุม. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81884</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ, ปารีณา ไกรคุปต์, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96df458f51d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
