<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แง้มพฤติการณ์อัยการปริศนา &#039;วิชา&#039; บอกเป็นคนประสานเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน แถลงผลสอบข้อเท็จจริงเปิด ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนว่า มีบุคคลจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันจัดให้รองศาสตราจารย์ ส. ได้พบกับ พ.ต.ท.ชื่อย่อ ธ. เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่และมีการสอบปากคำ พ.ต.ท.ชื่อย่อ ธ. ภายใต้การกำกับของพนักงานอัยการไม่ทราบชื่อ เพื่อจัดทำพยานหลักฐานเท็จ โดยแก้ไขวันที่สอบปากคำให้เป็นวันที่ 26 ก.พ. 2559 และวันที่ 2 มี.ค. 2559 สำหรับใช้ในการร้องขอความเป็นธรรม ให้พันตำรวจโท ธ. ให้การเปลี่ยนความเห็นในเรื่องความเร็วของรถผู้ต้องหาในขณะที่ชนผู้ตายจาก 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามที่ปรากฏในรายงานการพิสูจน์หลักฐานครั้งแรกเป็นความเร็วที่ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับผลการคำนวณความเร็วรถของรองศาสตราจารย์ ส. ซึ่งได้มีการตระเตรียมกันไว้ล่วงหน้า โดยการลงวันที่อันเป็นเท็จดังกล่าว น่าเชื่อว่าเป็นไปเพื่อกันบุคคลบางคนให้ออกจากเรื่องนี้ และเพื่อให้การคำนวณความเร็วรถใหม่ใช้เวลาตามควรเพื่อให้น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชาระบุว่าการร่วมมือระหว่างทนายความ ผู้ต้องหา ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการดังกล่าว ย่อมทำให้การสอบสวนเป็นการสอบสวนที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า พนักงานอัยการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้จัดพา พ.ต.ท.ชื่อย่อ ธ. เดินทางไปเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ ปัจจุบันเป็นอัยการอาวุโสประจำสำนักงานในกรุงเทพฯ ได้เดินทางไปพร้อมอดีตตำรวจยศ พล.ต.อ.คนหนึ่ง วันที่ 29 ก.พ.2559 โดยมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด และเทปบันทึกการสนทนาไว้เป็นหลักฐาน สำหรับพนักงานอัยการคนดังกล่าว เคยปรากฏเป็นข่าวไปพัวพันกับคดีใหญ่คดีหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ตัวผู้ต้องหาหนีคดีออกนอกประเทศไปแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76293</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, สายประสิทธิ์ เกิดนิยม, อัยการสั่งไม่ฟ้อง, เปลี่ยนความเร็วรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e60563c9ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039; บอกอย่าเพิ่งตัดสินใครผิดถูก &#039;สมยศ-ธนสิทธิ์&#039; ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ต้องตรวจสอบเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา เปิดเผยว่ากรณีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.&amp;nbsp;ได้มาชี้แจงว่า&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวอ้างว่า&amp;nbsp;ได้พานายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาพบในวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.พ.2559&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เขาไม่ได้อยู่ประเทศไทย&amp;nbsp;แต่ไปประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์&amp;nbsp;และได้มอบเอกสารหลักฐานให้คณะกรรมการด้วย&amp;nbsp;และยอมรับว่า&amp;nbsp;เขาอยู่ในคณะกรรมาธิการที่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา&amp;nbsp;ก็แสดงว่า&amp;nbsp;ท่านปฏิเสธไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;แต่ยอมรับว่าเป็น&amp;nbsp;สนช&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;กมธ.กฎหมายฯ&amp;nbsp;จริง&amp;nbsp;และยอมรับว่าได้มีการส่งรายงานไปที่&amp;nbsp;อสส.จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;ส่วนวันนี้ครบรอบ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการส่งรายงานฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินการ&amp;nbsp;และครั้งหน้าจะพิจารณาข้อเท็จจริงในประเด็นทางกฎหมายที่กรรมการจะต้องพิจารณาว่าใครผิดใครถูกอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรต่อไปที่แต่ละฝ่ายให้ข้อมูลไม่ตรงกันทั้ง พล.ต.อ.สมยศ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ต.อ.ธนสิทธิ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;นายวิชา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เราจะไม่พูดว่าใครผิดใครถูก&amp;nbsp;จะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป แต่เมื่อเป็นเช่นนี้กระบวนการรับฟังข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นสุด&amp;nbsp;เนื่องจาก&amp;nbsp;พล.ต.อ.สมยศไม่ยอมรับ&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ต.อ.ธนสิทธิ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี&amp;nbsp;ผู้กำกับ&amp;nbsp;(สอบสวน)&amp;nbsp;สน.ทองหล่อ&amp;nbsp;ให้ข้อมูลไว้ หลังจากนี้คณะกรรมการจะปรึกษาหารือกันเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป&amp;nbsp;แต่ขณะนี้เราพบประเด็นใหม่ขึ้นมาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถอนหมายแดงออกจากอินเตอร์โพล&amp;nbsp;นายวิชากล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถอน&amp;nbsp;แต่ในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้ ได้เชิญตำรวจกองงานต่างประเทศ&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;คนปัจจุบันมาชี้แจง&amp;nbsp;รวมถึงจะเชิญตำรวจที่เชียงใหม่&amp;nbsp;มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายจารุชาติ&amp;nbsp;มาดทอง&amp;nbsp;รวมถึงการชันสูตรพลิกศพและพยานในส่วนของตำรวจอีกหลายปากมาชี้แจงข้อมูลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวิชากล่าวว่าไม่รู้สึกหนักใจกับการทำหน้าที่เราแค่ดูว่าอะไรคือข้อเท็จอะไรคือข้อเท็จจริง&amp;nbsp;ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสิ่งที่&amp;nbsp;พล.ต.อ.สมยศ&amp;nbsp;ชี้แจงมีน้ำหนักหรือไม่&amp;nbsp;นายวิชากล่าวว่า&amp;nbsp;เพิ่งมายื่นวันนี้ยังไม่มีการตรวจสอบ&amp;nbsp;ต้องนำไปเทียบเคียงกับข้อมูลอื่นๆ ที่คณะกรรมการฯได้รับมาตรวจสอบเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่&amp;nbsp;พล.ต.อ.สมยศ ให้การตรงกันกับ&amp;nbsp;พล.ต.อ.มนู&amp;nbsp;เมฆหมอก&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรดล&amp;nbsp;จะเป็นการชี้ว่าข้อมูลของ&amp;nbsp;พ.ต.อ.ธนสิทธิ ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่&amp;nbsp;นายวิชาระบุว่ายังไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้&amp;nbsp;เพราะเป็นเพียงการเริ่มรับฟังข้อมูลจากแต่ละบุคคล&amp;nbsp;จะผิดหรือถูกยังไม่รู้&amp;nbsp;อย่าเพิ่งตัดสิน&amp;nbsp;เพราะยังมีเวลาในช่วง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วันสุดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75070</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, วิชา มหาคุณ, สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2b8b48b2ae5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมยศ&#039; ยันบริสุทธิ์ หอบหลักฐานโต้เอี่ยวเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส ลั่นใครพูดอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมยศ&amp;quot; ยันบริสุทธิ์ ไม่รู้จัก &amp;quot;ธนสิทธิ์&amp;quot; ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน หลังโดนแฉเอี่ยวคดีบอส แจงประชุมฟีฟ่า อยู่สวิตฯ ระหว่าง 23-28 ก.พ.59 ลั่นใครพูดอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ พร้อมโชว์ไทม์ไลน์แจงหลักฐานยิบไม่ได้อยู่เมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.40 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงคณะกรรมการฯ ในกรณี พ.ต.อ.ธนสิทธิ์&amp;nbsp;แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการนำพยานเพิ่มเติมมาหักล้างสำนวนคดี ว่า ขอยืนยันว่าช่วงเวลานั้นระหว่างวันที่ 23 -28 ก.พ.2559 ตนเดินทางไปประชุมฟีฟ่า ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงไม่ได้อยู่ในห้องสอบสวนคดีตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนใครพูดอะไรไว้ ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ารู้จักกับพ.ต.อ.ธนสิทธิ์ หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนไม่รู้จักใคร และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าทำไมถึงมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ เอาว่าตนไม่ได้อยู่ หรือไม่ได้ทำอะไรที่เป็นไปตามข่าวที่กล่าวอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าเคยมีปัญหาขัดแย้ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครทั้งนั้น ฝากสื่อมวลชนทำให้กระจ่างในข้อเท็จจริง ตนวันนี้รอให้สังคมพิพากษาตน หรือคิดไปเองเดากันไปเอง จนกระทั่งมีวันนี้ ขอบคุณคณะกรรมการชุดนี้ที่เปิดเวทีให้ตนพิสูจน์ตัวเอง มั่นใจว่าไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าการเข้าชี้แจงในวันนี้เคลียร์แล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า &amp;nbsp;มั่นใจ เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ใครที่ทำอะไรไว้ขอให้พึงระมัดระวังและต้องรับผิดชอบด้วย &amp;nbsp;เพราะว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยไม่อาจปกป้องตัวเองบางครั้งเมื่อเป็นข่าวออกไปและถูกสังคมพิพากษา ครอบครัวของตนก็ได้รับผลกระทบตรงนี้ทุกคนมองว่าตนเป็นคนไม่ดี เลวที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุใดจึงทิ้งเวลาไว้ไม่รีบออกมาชี้แจงตั้งแต่แรก พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า &amp;quot;เพราะตนอยากรู้จักคนว่าใครคือเพื่อนแท้ที่เข้ามาให้กำลังใจช่วยเหลือ และใครคือคนที่ชั่งรอซ้ำเติมทำร้าย เพราะตนรู้ตัวเองว่าทำอะไรลงไป ส่วนที่ไม่ไปชี้แจงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพราะมารอชี้แจงกับคณะกรรมการชุดนี้ เพราะคิดว่ามาชี้แจงชุดเดียวก็พอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.ต.อ.ดร.สมยศได้ให้ข้อมูลกำหนดการของตัวเองแก่สื่อมวลชนเพื่อยืนยันว่าได้เดินทางไปเมือง ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเลือกประธาน FIFA คนใหม่ระหว่างวันที่ 24-27ก.พ.2559พร้อมกันนั้นพล.ต.อ.สมยศ ยังมอบข้อมูลดังกล่าวให้แก่นายวิชา อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายละเอียดดังนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้เดินทางออกจากประเทศไทย&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 00.35 นาฬิกา วันที่ 24 ก.พ.2559เดินทางด้วยสายการบินไทย จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ &amp;nbsp;โดยสายการบินที่ TG907 และเวลา 06.55 (ตามเวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงสนามบินซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (เวลาแตกต่างจากประเทศไทย 5 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น วันที่ 25 ก.พ.2559 &amp;nbsp; เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ โรงแรมแมริออทเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ &amp;nbsp;ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ FIFA และ AFC&amp;nbsp;วันที่ 26 ก.พ.2559 การเลือกตั้งประธาน FIFA (คนใหม่) ณ ฮัลเลน สตาดิโอน สนามอินดอร์สเตเดียม เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
วันที่ 27 ก.พ.2559 เวลา 13.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ออกเดินทางจากสนามบินซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลับประเทศไทย โดยสายการบินที่ TG 971&amp;nbsp;วันที่ 28 ก.พ.2559 เวลา 06.10 &amp;nbsp;น. (เวลาประเทศไทย) เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e640881e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ยุติธรรม&#039; พร้อมคุ้มครอง &#039;พ.ต.อ.ธนสิทธิ์&#039; พยานสำคัญคดีบอส ระบุจนท.มีศักยภาพดูแลได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;20 ส.ค.63 - &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยานในคดีความเร็วรถยนต์ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ประสานร้องขอคุ้มครองพยานจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพว่า ในกรณีนี้ผู้ร้องขอคุ้มครองพยานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องพิจารณาว่า การร้องขอคุ้มครองพยานเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯพร้อมให้ความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลทั่วไป อย่างไรก็ตาม การที่พยานซึ่งเป็นตำรวจขอให้ช่วยคุ้มครองพยาน เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะต้องภูมิใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและศักยภาพของเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่สามารถดูแลได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;แหล่งข่าวจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมาสำนักคุ้มครองพยานได้ประสานแจ้งสิทธิ์เกี่ยวกับการคุ้มครองพยานและแนวทางปฎิบัติที่เกี่ยวข้องไปให้พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ รับทราบเป็นระยะๆโดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้รับทราบว่า การคุ้มครองจะทำโดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยานกระทรวงยุติธรรม ซึ่งทางพ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ระบุว่า ขอพิจารณาก่อน เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับหน่วยงานที่จะมาทำหน้าที่คุ้มครองพยาน และต้องการให้คุ้มครองเฉพาะบางช่วงเวลาเท่านั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า หากต้องการให้เกิดประสิทธิภาพพยานควรจะได้รับการคุ้มครองตลอดเวลาอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอให้พ.ต.อ.ธนสิทธิ์แจ้งตอบรับกับสำนักคุ้มครองพยานก่อน จึงจะเข้าโครงการได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยาเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ได้แสดงความเป็นห่วง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ โดยระบุว่า&amp;nbsp; พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ถือเป็นพยานคนสำคัญที่ต้องดูแลอย่างดีทุกเรื่องรวมถึงเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp; และควรจะได้รับความคุ้มครองในฐานะพยานจนไปถึงชั้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75047</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, คุ้มครองพยาน, บอส อยู่วิทยา, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23cfe90f712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิชา&#039; สั่งเรียก &#039;สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง&#039; แจงคดีบอส หลังตำรวจพิสูจน์หลักฐานปูดถูกกดดัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - เวลา 16.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา​ นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานว่า พ.ต.อ.ธนะสิทธิ์ ถือเป็นพยานที่มีน้ำหนักทำให้อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ จาก 177 เป็น 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนเพียงครั้งเดียว คือ ในวันที่ 26 ก.พ.2559 และยืนยันว่าไม่ได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 มี.ค. ตามที่ถูกกล่าวอ้าง รวมถึงไม่ทราบว่า นายสายประสิทธิ เกิดนิยม เข้ามาได้อย่างไร ทราบเพียงเป็นผู้ทำข้อมูลในคดีเสี่ยชูวงษ์ จึงทำให้เชื่อถือในข้อมูล แต่เมื่อกลับมาทบทวนและเชื่อว่าไม่ถูกต้องจึงพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลกลับไปอยู่ที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสืบสวน สน.ทองหล่อ อ้างว่าทำคดีอื่นซับซ้อน ทำให้เกิดความสับสน จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธนะสิทธิ์ ยอมรับว่ากังวลเรื่องของความปลอดภัย โดยอ้างว่ามีบุคคลติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา กล่าวว่า เจ้าตัวยอมรับต่อคณะกรรมการว่าถูกกดดัน เมื่อผู้สื่อข่าวย้ำว่าถูกกดดันจากใคร นายวิชา ระบุว่า ไม่ได้ตอบตรงๆแต่บอกว่าคนที่พานายสายประสิทธิ์ มาคือ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ดังนั้นคณะกรรมการฯ จะเชิญมาให้ข้อมูลชี้แจงในวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค.ในเวลา 13:30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ รวมถึงเชิญอัยการสูงสุด มาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะต้องเชิญ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ที่ถูกกล่าวอ้างในรายงานชี้แจงหรือไม่ นายวิชาระบุ คงไม่ต้อง เพราะวันนี้ชี้แจงว่า ใช้เพียงห้องทำงานของพล.ต.อ.มนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะตรวจสอบว่าในการทำสำนวน มีใครที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ ส่วนข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบทั้งหมด พ.ต.อ.วิรดล เหมือนจะรับผิดคนเดียวใช่หรือไม่ นายวิชา ระบุอยู่ในกระบวนการ แต่ไม่เปิดเผยว่ามีบุคคลใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบฝ่ายตำรวจจะเชิญผู้บังคับการกองต่างประเทศ ที่รับผิดชอบการออกหมายแดง หรืออินเตอร์โพล และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาให้ข้อมูลต่อข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจรับพฤหัสนี้เช่นเดียวกัน รวมถึงเชิญตำรวจที่เชียงใหม่ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง รวมถึงการชันสูตรพลิกศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าให้ข้อเท็จจริงของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วันนี้ในช่วงบ่าย นายวิชาระบุว่า เจ้าตัวได้ชี้แจงเรื่องการมอบอำนาจว่าเป็นไปตามระบบ คำสั่งเป็นเด็ดขาดไม่รับคืน และที่ไม่เห็นแย้งอัยการเพราะไม่มีข้อมูลใดผิดปกติ แต่ยอมรับว่า เพิ่งทราบว่ามีการกดดัน พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ เมื่อวานนี้จากสื่อ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ว่ามีการกดดัน และทำสำนวนอันเป็นเท็จ ตนไม่ยอมหรอก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการจะต้องนำไปพิจารณากระบวนการทำงานของตำรวจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมไปดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจากข้อมูลจากคณะทำงานทั้งหมดจนถึงขณะนี้ เห็นได้ชัดแล้วถึงหรือไม่ว่าเป็นกระบวนการเอื้อในทางคดีให้กับนายวรยุทธ อยู่วิทยา นายวิชา กล่าวว่า อย่างที่สื่อมวลชนบอก เราก็รู้กันดีอยู่ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ใช่แค่คดีรถชนกันตาย แต่จริงๆแล้วไม่ปกติ สมแล้วที่นายกรัฐมนตรีจะต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา ยังชี้แจงต่อข้อวิจารณ์ในโซเชียล ที่มองว่าคณะกรรมการฯชุดนี้ เป็นขบวนการสอบเพื่อช่วยกันว่า ตนจะออกมาเปิดเผยข้อมูลพิรุธและบอกว่ามันผิดปกติทำไม มีหรือไม่ที่ตนบอกว่าไม่มีผิดปกติเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74823</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ, สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, สายประสิทธิ์ เกิดนิยม, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bb4841cfe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039;เปิดเอกสารลับ&#039;บิ๊กตร.&#039;พา&#039;สายประสิทธิ์&#039;มาเจอ&#039;ธนสิทธิ&#039;จนทำให้ความเร็วรถคดีบอสเปลี่ยนไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ส.ค.63 -นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง เปิดเอกสาร ตัวละครลับผู้พา รศ.ดร.สายประสิทธิ์ มาเจอ พ.ต.อ.ธนสิทธิ จนทำให้ความเห็นเรื่องความเร็วในคดีบอส อยู่วิทยา เปลี่ยนไป มีเนื้อหาดังนี้
.
เมื่อวานนี้ (13 สิงหาคม 2563) ในห้องประชุมกรรมาธิการกฎหมาย พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ที่เปลี่ยนความเห็น เรื่องความเร็วจาก 177 เหลือ 79.22 กม./ชม. ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีบอส อยู่วิทยา
.
พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ ได้กล่าวในห้องประชุมกรรมาธิการฯ ว่ามีผู้บังคับบัญชาระดับสูงนำตัว รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาพบในห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วย และนำสมมติฐานของคดีว่าเป็นวิธีใหม่ที่คำนวณได้ และนำส่งเอกสาร 10 หน้า ที่ระบุความเร็วที่ 79.22 กม./ชม. ในขณะนั้นเจ้าตัวมีเวลาจำกัด และเกิดแรงกดดันจนทำให้มีการเปลี่ยนความเห็นเรื่องความเร็วต่อพนักงานสอบสวน
.
ทำให้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกตั้งคำถามจากสาธารณชน ว่าใครผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนนั้น
.
พี่น้องประชาชนครับ คดีนี้เป็นมหากาพย์อันน่าอัปยศในกระบวนการยุติธรรมไทย ยิ่งค้นยิ่งเจอเรื่องแย่ ยิ่งสืบยิ่งเจอคนที่เกี่ยวข้องชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกล้าทำได้ ผมในฐานะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้รับเอกสารชี้แจงลำดับเหตุการณ์ กรณีคำนวณความเร็วรถนายวรยุทธ อยู่วิทยา จาก พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ซึ่งได้ระบุชื่อชัดเจนว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนนั้นเป็นใคร
.
ผมขอสรุปลำดับเหตุการณ์ให้พอสังเขปดังนี้นะครับ
.
1. พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ แตงจั่น (ยศในขณะนั้น) เป็นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ 3 กันยายน 2555 และเป็นผู้ออกรายงานการตรวจพิสูจน์ยืนยันความเร็วที่ 177 กม./ชม. ลงวันที่ 26 กันยายน 2555
.
2. หลังจากนั้นอีก 4 ปี คือเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สอบสวน สน.ทองหล่อ ได้เดินทางมาพร้อมกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. และ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ขอเข้าพบ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ที่สำนักงานของ พล.ต.ท.มนูฯ
.
3. ในวันเดียวกันนั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ได้แนะนำ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ให้ผู้แทนกองพิสูจน์หลักฐานกลางทำความรู้จัก และแจ้งว่า รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ มีสมมติฐานอีกวิธีมานำเสนอการหาอัตราความเร็วของรถยนต์ที่นายวรยุทธ เป็นผู้ขับขี่ โดยนำเสนอรายงานการวิเคราะห์จำนวน 10 หน้า ระบุความเร็ว 79.22 กม./ชม. และได้มอบเอกสารดังกล่าวให้กับกองพิสูจน์หลักฐานกลาง
.
4. ในวันเดียวกันนั้นได้มีการสั่งการให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ เข้าร่วมพิจารณากับ พ.ต.อ.วิรดลฯ ในสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ซึ่ง พ.ต.อ.วิรดลฯ ได้ส่งเอกสารสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 14 มกราคม 2559 โดยข้อความท้ายหนังสือดังกล่าวระบุว่าให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสอบสวนเพิ่มเติม พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ และส่งผลการสอบสวนให้พนักงานอัยการภายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ได้มีการคำนวณความเร็วตามสมมติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ในกระดาษอีกแผ่นซึ่งได้ค่าใกล้เคียงกัน พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ลงนามไว้ว่าเป็นการคำนวณของตนเอง
.
5. พร้อมกันนั้น พ.ต.อ.วิรดลฯ ให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ให้ปากคำเรื่องการคำนวณตามสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ โดยถามถึงความคลาดเคลื่อนที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการคำนวณตามรายงานการตรวจพิสูจน์ เมื่อ 26 กันยายน 2555 ที่ได้ 177 กม./ชม. ซึ่ง พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ได้ให้ปากคำว่าอาจเกิดขึ้นได้ตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ส่วนในเรื่องความคลาดเคลื่อนตามสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ซึ่งในเวลานั้นเพิ่งได้เห็นสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ เป็นครั้งแรก จึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีความคลาดเคลื่อนหรือความบกพร่องอย่างไร
.
6. พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ได้ให้ปากคำในวันนั้นจนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. สุดท้ายจึงลงนามในเอกสาร 2 ฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 อีกฉบับลงวันที่ 2 มีนาคม 2559 โดยมีการให้เหตุผลว่าถูกเร่งรัดให้รีบดำเนินการ
.
7. ต่อมา 29 มีนาคม 2559 พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ นำรายงานการคำนวณของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ มาให้ ร.ต.อ.ชวลิตฯ ร.ต.ท.ปิยวัฒน์ฯ ตรวจสอบ พบว่าการกำหนดให้ค่าตัวแปรต่างๆ ของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ผิดไปจากความเป็นจริงมาก จึงทำให้ความเร็วที่ได้เท่ากับ 79.22 กม./ชม. ซึ่งเป็นค่าคำนวณที่ไม่ถูกต้อง จึงได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาขอให้ประสานไปยัง พ.ต.อ.วิรดลฯ ผกก. สอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อขอให้ปากคำเพิ่มเติมยืนยันผลการตรวจพิสูจน์ที่ 177 กม./ชม. ตามรายงานเดิม ซึ่งในวันนั้นผู้บังคับบัญชาได้โทรประสาน พ.ต.อ.วิรดลฯ ทันที แต่ พ.ต.อ.วิรดลฯ ปฏิเสธว่าไม่สามารถสอบปากคำเพิ่มเติมได้และได้ส่งเอกสารการให้ปากคำให้กับพนักงานอัยการแล้ว พร้อมทั้งยังได้อ้างเหตุว่าคดีเรื่องขับรถเร็วขาดอายุความไปแล้ว ทำให้ผู้บังคับบัญชาและ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ สำคัญผิดว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกใช้ในสำนวนแล้ว แต่ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ยืนยันกับผู้บังคับบัญชาว่าจะให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อความถูกต้องในสำนวน
.
8. ต่อมา 21 กรกฎาคม 2559 พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ ได้เดินทางไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ แต่เมื่อไปถึงห้องประชุมได้มีเจ้าหน้าที่สภามาแจ้งว่าขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อนและไม่เคยมีใครติดต่อไปจนปัจจุบัน
.
9. ต่อมา 11 สิงหาคม และ 4 กันยายน 2560 พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ เดินทางไปให้ถ้อยคำกับจเรตำรวจและสำนักงาน ป.ป.ช. และได้แจ้งว่าขอเพิ่มเติมความเห็นในกรณีความเร็วของรถ ว่าสามารถพบความบกพร่องของสมมุติฐานในการคำนวณความเร็วของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ดังนั้นความเร็ว 79.22 กม./ชม. จึงไม่ถูกต้อง ซึ่งทั้งมีบันทึกคำให้การถูกคัดถ่ายเป็นสำเนาไว้
.
โดยสรุป
.
รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ถูกนำตัวมาพบกับสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ โดยอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ชื่อว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจในขณะนั้นคือ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ พิจารณาสมมุติฐานของ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ฯ ซึ่งการสอบปากคำ พ.ต.ท.ธนสิทธิฯ ต่อพนักงานสอบสวนเป็นการให้ปากคำในทางวิชาการ แต่ไม่ถือว่าเป็นผลการตรวจพิสูจน์ เพราะยังไม่มีการยกเลิกรายงานการตรวจพิสูจน์เดิมของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง
ดังนั้นในความเห็นของ พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ (ยศปัจจุบัน) เขายืนยันว่าไม่ได้กลับคำให้การในเรื่องการคำนวณความเร็วแต่อย่างใด
.
พี่น้องประชาชนครับ นี่คือการสรุปข้อเท็จจริงจากเอกสารชี้แจงของ พ.ต.อ.ธนสิทธิฯ มีลำดับเหตุการณ์ซึ่งผมได้โพสต์รูปไว้แล้วพี่น้องสามารถอ่านและพิจารณาโดยละเอียดได้
.
สำหรับตัวผมในฐานะของกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาเชิญบุคลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะนายตำรวจระดับสูงหลายคน ตามเอกสารฉบับนี้มาชี้แจงต่อกรรมาธิการในการประชุมโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74458</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายรังสิมันต์ โรม, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, วรยุทธ อยู่วิทยา, สายประสิทธิ์ เกิดนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f366e34b306b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ปลอดภัย! &#039;สิระ&#039; จี้ ผบ.ตร. คุ้มครอง &#039;ธนสิทธิ์&#039; หวั่นเซ่นคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภาฯ นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมาธิการฯได้เชิญทางตำรวจ อัยการ มาชี้แจงคดีที่สำนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดง พบว่าในการชี้แจงของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สบ.4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พูดในที่ประชุมกลับไปกลับมา ตั้งแต่ระบุว่า มีผู้บังคับบัญชาบางคนพานายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักวิชาการวิศวกรรมเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ผู้ที่คํานวนความความเร็วรถยนต์ของวรยุทธก่อนชนได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. ซึ่งการชี้แจง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มีข้อพิรุธ ทำให้น่าสงสัยว่า มีผลประโยชน์อะไรหรือไม่ ถูกผู้บังคับบัญชาบางคนบังคับอะไรหรือไม่ เพราะผลจากการให้การของพ.ต.อ.ธนสิทธิ์ เรื่องความเร็วรถ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางคดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จะเข้ามาชี้แจง ได้พูดคุยกับผมเป็นการส่วนตัวว่า เมื่อมาชี้แจงจะพูดว่า โดนใครบังคับให้ทำ แต่พอมาชี้แจงบอกเพียงว่า มีผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งพานายสายประสิทธิ์มาหา รวมถึงนายสายประสิทธิ์เอง พบความผิดปกติหลายอย่าง ไม่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ขณะที่พนักงานสอบสวนก็น่าจะบกพร่องต่อหน้าที่เช่นกัน เราเป็นห่วง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จะมีอันตรายเหมือนกับพยานในคดีที่อยู่ในเชียงใหม่หรือไม่ ก็อยากเรียกร้องให้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ รีบเปิดเผยข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.ก็ควรให้ความคุ้มครอง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ด้วย&amp;rdquo;นายสิระกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระกล่าวอีกว่า ทางคณะกรรมาธิการฯจะเชิญ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี อดีตผกก.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ นายสายประสิทธิ์ นักวิชาการที่คำนวณความเร็ว พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร หนึ่งในพยานที่ให้การนายวรยุทธ ขับรถไม่รวดเร็ว รวมทั้งนายธานี อ่อนละเอียด อดีตกรรมาธิการกฎหมายฯ สมัยสนช. นายวรยุทธ มาชี้แจงด้วย โดยเฉพาะนายธานี หากยังไม่มาจะออกคำสั่งเรียก นายธานี ในฐานะที่เคยเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ ควรให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติเดินทางมาชี้แจงด้วย ส่วนนายวรยุทธหรือบอส แม้ทนายความจะอ้างว่า ถูกเพิกถอนพาสปอร์ตแล้ว ไม่อยู่ในประเทศไทย เมื่อนายบอส ยังเป็นคนไทย ไม่ว่าจะรวยหรือจน ต้องมารับโทษ ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แม่น้ำ3สาย 1.คณะทำงานชุดที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน 2.ฝ่ายตำรวจ 3.อัยการ เราจะเชิญมาให้ข้อมูลกรรมาธิการกฎหมายฯ เพื่อที่เราจะเอาข้อมูลนั้นมาดู นำไปสู่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่ว่าคนรวยหรือคนจน ต้องได้รับการปฏิบัติจากกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74443</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น, วรยุทธ อยู่วิทยา, สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3651800a090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
