<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึกไฟไหม้ เซ็นทรัลเวิลด์ ตาย2เจ็บ16</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ &amp;quot;พนักงาน-นักท่องเที่ยว&amp;quot; วิ่งหนีตายอลหม่าน บางคนตกใจกระโดดหนีไฟร่างกระแทกหลังคาบริเวณชั้น 2 ประตูทางเข้าโหลดสินค้า จนท.ระดมดับเพลิงใช้เวลาหลาย ชม.กว่าจะสงบ &amp;quot;ผู้ว่าฯ กทม.&amp;quot; สรุปมีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 7 คน ชี้ต้นเพลิงมาจากห้องเก็บเอกสาร รอ พฐ.ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 เม.ย.62 เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งเหตุเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนพระราม 1 แขวงเขตปทุมวัน จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยบรรเทาสาธารณภัยกว่า 20 คัน พร้อมทั้งหน่วยกู้ชีพมูลนิธิร่วมกตัญญู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบต้นเพลิง บริเวณชั้น 8 อาคารบี ฝั่งวัดปทุมวนารามฯ ประชาชนที่มาใช้บริการที่ห้างและผู้มาใช้โรงแรมต่างวิ่งหนีตายอลหม่านจนเกิดความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างได้พยายามกันประชาชนออกนอกพื้นที่ เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นเวลาที่มีผู้เลิกงานกันเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าบริเวณที่เกิดเหตุได้ ต้องใช้เวลาอยู่หลายนาทีกว่าที่รถดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยจะสามารถเข้าบริเวณที่เกิดเหตุได้ กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบริเวณที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มควันและแสงเพลิงออกมากันเป็นจำนวนมาก พบว่ามีผู้ติดอยู่บริเวณต้นเพลิงได้กระโดดหนีไฟลงมาร่างกระแทกหลังคาบริเวณชั้น 2 ประตูทางเข้าโหลดสินค้า ประชาชนที่ยืนเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ต่างหวีดร้องตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำดับเพลิงประมาณ 20 นาทีเพลิงจึงสงบ ซึ่งยังเหลือแต่กลุ่มควันอีกจำนวนมากบริเวณชั้น 7 และชั้น 8 ที่ต้องเร่งระบายออกจากบริเวณภายในอาคาร พร้อมส่งเจ้าหน้าที่นักผจญเพลิงเข้าสำรวจอาคาร ที่อาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีผู้ติดค้างภายใน แต่พบว่าเวลาผ่านไปกว่า 1 ชม. กลุ่มควันยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่เขตปทุมวัน เจ้าหน้าที่โยธา และเจ้าหน้าที่ส่วนของห้างสรรพสินค้า นำแผนผังของอาคารมาตรวจสอบสาเหตุของต้นเพลิง พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 2 คน ทราบชื่อคือ นายศักดิ์ชาย เจริญลาภ และนายอาทิตย์ คำสาย บาดเจ็บ 16 ราย รักษาตัวอยู่ที่ รพ.จุฬาฯ 6 คน และที่ รพ.ตำรวจอีก 10 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบตั้งแต่ชั้น 8 ลงมา ยังไม่พบต้นเพลิง แต่คาดว่ามาจากชั้นบี 2 ห้องไฟร์ปั๊ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปได้ ควันยังหนาแน่น ได้ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 30 นายเข้าระบายควัน สาเหตุที่ขึ้นมาชั้น 8 เนื่องจากตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วควันจะพวยพุ่งขึ้น ซึ่งน่าจะเข้าไปตามปล่องท่อชาร์ปและไปออกยังชั้นบน โดยต่อจากนี้จะต้องสั่งปิดอาคารดังกล่าวไปจนกว่าจะปลอดภัย ส่วนสัญญาณเตือนภัย ระบบสปริงเกลอร์ทำงานหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบ ส่วนอาคารดังกล่าวยังไม่ได้มีการแต่งเติมแต่อย่างใด ต้องรอการตรวจสอบจากสภาวิศวกรรมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ &amp;nbsp;ทั้งด้านความมั่นคงของอาคาร ระบบไฟฟ้า น้ำประปา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.ธนา ธุระเจน รองนายแพทย์​ใหญ่​ โรงพยาบาล​ตำรวจ ​ลงพื้น​ที่​ห้องฉุกเฉิน​ รพ.ตร. พร้อมสั่ง​กา​รเจ้าหน้าที่​ แพทย์​ พยาบาล​ ประจำ​ห้อง​ฉุกเฉิน​ เตรียม​ความพร้อม​รับ​ผู้ป่วย​ที่​ประสบ​เหตุ​จากเพลิง​ไหม้​เซ็นทรัลเวิลด์​ ขณะนี้​มีผู้ประสบเหตุ​เพลิงไหม้​ทั้งหมด จำนวน 8 ราย ผู้ชาย 2 ราย ผู้หญิง 6 ราย ที่เข้ามารับการรักษาที่ รพ.ตร. โดยมีอาการสำลักควัน ซึ่งขณะนี้​ได้รับการรักษา ตรวจร่างกาย ให้ออกซิเจน สังเกตการหายใจอย่างใกล้ชิด ​และทาง รพ.ตร.ยังไม่​ได้รับ​รายงาน​ผู้เสียชีวิต​เข้ามาที่ รพ.ตร. พร้อมแสดงความห่วงใยผู้ประสบเหตุ​เพลิงไหม้ ​ถ้ามีอาการผิดปกติหรือมีอาการสำลัก​ควันให้รีบเข้ามารับการรักษาได้ที่ รพ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่สำลักควันไฟจะรู้สึกมึนงง เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจไม่ออก แสบตาและอาจเป็นลม หมดสติ ทั้งนี้ สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยรีบนำผู้ป่วยออกจากจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด แล้วพาไปในที่อากาศโปร่งถ่ายเทได้สะดวก คลายเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มของผู้ป่วยให้หลวมสบาย กรณีที่ผู้ป่วยหมดสติหรือหยุดหายใจให้รีบช่วยหายใจทันทีด้วยวิธีการเป่าลมเข้าปากหรือเป่าลมเข้าปากสลับกับการนวดหัวใจ หากตรวจพบบาดแผลไฟไหม้หรือถูกความร้อนที่ทำให้พุพอง ให้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการล้างแผลด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิปกติ จากนั้นซับด้วยผ้าแห้งสะอาด แล้วสังเกตว่าถ้าผิวหนังมีรอยถลอก มีตุ่มพองใส หรือมีสีของผิวหนังเปลี่ยนไป ควรรีบไปพบแพทย์ ห้ามใส่ยาใดๆ ก่อนถึงมือแพทย์ เพราะผู้ป่วยแต่ละคนมีอาการตอบสนองต่อตัวยาไม่เหมือนกัน จะต้องขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้ออกแถลงการณ์ว่า ขณะนี้เกิดกลุ่มควันอยู่ด้านนอกของศูนย์การค้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกค้า ทางศูนย์การค้าของดให้บริการชั่วคราว และจะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 19.10 น. ศูนย์การค้าได้ออกแถลงการณ์ความคืบหน้าอีกครั้ง โดยมีในความว่า &amp;ldquo;เมื่อเวลาประมาณ 17.40 น. ของวันนี้ (วันที่ 10 เมษายน 2562) เกิดกลุ่มควันบริเวณช่องท่อระบายควันชั้น 8 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทางศูนย์ฯ ได้รีบทำการอพยพคนออกจากพื้นที่ทันที และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประจำศูนย์ฯ ได้เข้าควบคุมกลุ่มควันได้สำเร็จภายในเวลา 18.10 น. และขณะนี้สถานการณ์ได้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านในความห่วงใย โดยหากมีความคืบหน้าทางศูนย์ฯ จะรีบแจ้งให้ทราบต่อไป&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33405</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง, พล.ต.ต.ธนา ธุระเจน, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cae049000865.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนาธรปลุกปั่นปชช. ตร.ออกหมายเรียกคดีปี58 กกต.สั่งสอบปมโอนหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานเข้า &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เจอหมายเรียกข้อหาปลุกปั่น ปชช. โวยอำนาจมืดกลัวความจริงมี 6.3 ล้านคนหนุนอนาคตใหม่ ปลุกพลังเงียบต้านเผด็จการให้จบในยุคสมัยของเรา ชาวเน็ตแห่ติดแฮชแท็ก #savethanathorn &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; ปัดไม่เกี่ยวการเลือกตั้ง แจงคดีตกค้างเหตุเกิดปี 58 กรณีนำรถตู้รับกลุ่มผู้ชุมนุมหลบหนี กกต.ตั้ง กก.สอบสวนโอนหุ้นธุรกิจสื่อ &amp;quot;วี-ลัค มีเดีย&amp;quot; แล้ว สำนักข่าวอิศราแฉพิรุธ 8 ม.ค.62 วันโอนหุ้นแต่ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; หาเสียงที่บุรีรัมย์ &amp;quot;ประสงค์&amp;quot; ข้องใจแจงโอนหุ้นให้ &amp;quot;หลาน 2 คน&amp;quot; สร้างตัวละครรับช่วงการโอนหุ้นอีกทอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thanathorn juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระบุว่า &amp;quot;เมื่ออำนาจมืดไม่ยอมปล่อยอนาคตใหม่ มีหมายเรียกมารอผมที่บ้าน กล่าวหาว่าผมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา &amp;nbsp;116 และให้ผมไปรายงานตัวที่ สน.ปทุมวัน วันที่ 6 เมษายนนี้ เวลา 10 โมงเช้า ซึ่งผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า ผมไปก่อความกระด้างกระเดื่องหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศตอนไหน ในเมื่อตลอดปีที่ผ่านมาเวลาเกือบทั้งหมดในแต่ละวันของผมทุ่มไปกับการพบปะประชาชนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย แทบจะไม่ได้เจอหน้าลูกๆ ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่แน่ชัดว่าเกมการเมืองเก่าไม่ใช่แค่ไม่ยอมยุติลงหลังเลือกตั้ง แต่กลับยิ่งเข้มข้นขึ้นเพราะพวกเขากำลังกลัวอนาคตใหม่ กลัวชัยชนะที่เกินความคาดหมายของหลายๆ คน กลัวความจริงที่ว่าการเมืองที่ชูนโยบาย อุดมการณ์ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาได้ สร้างแรงสนับสนุนจากประชาชนได้โดยไม่ต้องใช้เงินหรืออิทธิพล กลัวความจริงที่ว่ามีคนเกือบ 6 ล้าน 3 แสนคนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ด้วยใจบริสุทธิ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรระบุว่า &amp;quot;ผมจะไปตามหมายเรียกครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อพิสูจน์ว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยจะไม่ศิโรราบยอมตนเป็นเครื่องมือเผด็จการ ผมไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจรัฐในมือ ไม่มีมาตรา 44 ไม่มีปืนหรือคุกตะรางไว้จัดการคนที่อยู่ตรงข้าม แต่ผมเชื่อมั่นว่ามีประชาชนหลายล้านคนที่รักความเป็นธรรมยืนเคียงข้างผม และพร้อมจะแสดงออกว่าพวกเขาไม่ยอมทนกับอำนาจมืดที่จ้องทำลายอนาคตใหม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายธนาธรให้สัมภาษณ์ถึงการถูกหมายเรียกว่า พูดตรงๆ ว่าตนยังไม่รู้ว่าเรียกตนเรื่องอะไร &amp;nbsp;ทราบแต่เพียงเรียกตามมาตรา 116 แต่เนื้อหาของคดีคงต้องรอไปฟังในวันที่ 10 เม.ย.นี้ ยืนยันว่าพวกเราพรรคอนาคตใหม่ยังแน่วแน่ ไม่หวาดกลัว ไม่สะทกสะท้าน ทั้งตนและนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าเรื่องพวกนี้ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเกิดขึ้น พวกเรารู้อยู่แล้วว่าต้องถูกกระทำเช่นนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกว่า การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เป็นภัยต่อประเทศ แต่เราเป็นภัยคุกคามต่อกองทัพที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย ปฏิปักษ์กับประชาชน เราไม่ใช่คนที่จะทำให้ประเทศไทยเดือดร้อนวุ่นวาย ข้อเรียกร้องของเราเป็นเรื่องง่ายๆ ปกติและยุติธรรม เราเรียกร้องสังคมนิติรัฐ สังคมประชาธิปไตย ที่เสียงของประชาชนได้รับการเคารพ ดังนั้นเราไม่ใช่ภัยของคนส่วนใหญ่ของประเทศแน่นอน และมีความเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมจะปกป้องพวกเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงถ้อยคำที่เรียกร้องให้ร่วมกันต่อต้านอำนาจมืดเป็นการส่งสัญญาณอะไร นายธนาธร กล่าวว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้คนรุ่นต่อไป หลายคนโดนคดี บ้างเสียชีวิต บ้างอยู่ในคุก เพียงเพราะพวกเขาเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพให้คนไทยทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคม ถ้าพวกเราที่พอมีต้นทุนทางสังคม มีชื่อเสียงอยู่บ้าง นั่งเงียบเฉยภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเราจะตอบคนรุ่นต่อไปว่าอย่างไร ว่าในสภาพที่สังคมมืดมิดที่สุดแบบนี้พวกเราทำอะไรกันอยู่&amp;nbsp;
ปลุกต้านเผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเชิญให้ทุกคนลุกขึ้นมาต่อต้านกับเผด็จการด้วยกัน เพื่อทำภารกิจนี้ให้จบในคนรุ่นเรา นี่คือภารกิจของคนรุ่นผม คนที่เกิดก่อนผม ต้องหยุดยั้งประเทศไทยที่มีวังวนรัฐประหารซ้ำซากให้ได้ อย่าปล่อยให้เป็นภาระของคนรุ่นต่อไป ทำเรื่องนี้ให้จบในคนรุ่นเรา ใครเป็นคนที่ทำให้สังคมไทยขัดแย้ง คนที่เรียกร้องความเป็นธรรมหรือคนที่ยึดอำนาจจากประชาชน ถ้ารัฐประหารฟังเสียงของประชาชน เปิดให้มีการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมก็ไม่มีความขัดแย้ง กลุ่มคนที่สร้างความขัดแย้งคือกลุ่มคนที่ยึดอำนาจไปจากประชาชนแล้วไม่ยอมคืนประชาชน กลุ่มคนนั้นต่างหากที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งและความวุ่นวายของสังคม&amp;quot; นายธนาธรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร เปิดเผยว่า เป็นหมายเรียกที่ สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียกให้นายธนาธรไปรับทราบข้อกล่าวหา ขั้นตอนในวันดังกล่าวจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาถามคำให้การของนายธนาธรว่าจะรับสารภาพหรือให้การปฏิเสธ ตนพร้อมที่จะเดินทางไปพร้อมกับนายธนาธรในวันดังกล่าว ทางเราก็ไม่ทราบชัดเจนถึงพฤติการณ์ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเราไปกระทำผิดที่ไหนอย่างไรกับใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวว่าสาเหตุที่โดนแจ้งข้อกล่าวหามาจากปี 2558 ที่นายธนาธรช่วยสนับสนุนยานพาหนะกลุ่มผู้ต้องหานักศึกษาคดีผิดมาตรา 116 นายกฤษฎางค์ระบุว่า เป็นความเข้าใจของเราตอนนี้ว่าอาจจะมาจากเหตุการณ์ที่กล่าวกัน แต่ข้อเท็จจริงที่แน่ชัดเรายังไม่ทราบชัดเจน เรื่องนี้เหมือนกับคนกล่าวหาที่เขามารังแกเราก็พูดลอยๆ ออกมา หลังจากให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เราคงมีการแถลงข่าวถึงการดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่านายธนาธรยังมีกำลังใจดีหรือไม่ นายกฤษฎางค์กล่าวว่าไม่มีปัญหา มันเรื่องเล็ก เพราะเมื่อตัดสินใจเข้าสู่เวทีการเมือง โดยเฉพาะตัดสินใจต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการทหารแล้วมันก็ต้องเจอปัญหาพวกนี้ ถ้าถามเรื่องกำลังใจก็ต้องบอก 100% และเรามั่นใจด้วยว่าชนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า ทราบว่าที่มาของการออกหมายเรียกในคดีนี้เป็นเรื่องเก่า มาจากคณะทำงานก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นของ ตร. หรือ บช.น.ซึ่งไม่เกี่ยวกับ สน.ปทุมวัน สำนวนคดีตัดจากโรงพักไป ทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะทำงาน ยืนยันว่ายังไม่เห็นสำนวนการสอบสวนของคดีนี้เลย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากทีมกฎหมาย คสช.เปิดเผยถึงกรณีที่ พ.ต.ท.เจริญสิทธิ จงอิทธิ พนักงานสอบสวน &amp;nbsp;สน.ปทุมวันออกหมายเรียกนายธนาธรมารับทราบข้อกล่าวหาว่า เป็นเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 24 มิ.ย.58 &amp;nbsp;โดยขณะนั้นนายรังสิมันต์ โรม และพวกกลุ่มดาวดินรวม 7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำกิจกรรมทางการเมือง หน้าหอศิลป์ฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.58 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน ในข้อหามั่วสุมชุมเกิน 5 คน ตามคำสั่ง คสช.ฉบับ 3/2558 ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งมีโทษปรับ 10,000 บาท หรือจำคุก 6 เดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมพวกกว่า 20 คนมารวมตัวชุมนุมปิดล้อม สน.ปทุมวัน ต่อมาหลังการชุมนุมยุติ ตำรวจและทหารได้ออกติดตามเพื่อจับกุมบุคคลที่มีหมายจับ ซึ่งขณะที่ตำรวจและทหารจะเข้าไปจับนายรังสิมันต์ โรม แต่ไหวตัวทันวิ่งหลบหนีไปขึ้นรถตู้ที่รอรับขับหนีออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยข่าวได้ติดตามและจดหมายเลขทะเบียนรถตู้ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ครอบครอง อีกทั้งในวันเกิดเหตุนายธนาธรได้สังเกตการณ์อยู่ภายนอก และมีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย จึงเป็นที่มาของการออกหมายเรียกครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้มีรายงานว่า รถคันที่นำตัวนายรังสิมันต์หลบหนีไปนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบป้ายทะเบียนรถพบว่าเป็นของบริษัทของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรเป็นกรรมการ&amp;nbsp;
คดีเก่าตกค้างปี 58
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ชี้แจงถึงการออกหมายเรียกนายธนาธรว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.58 &amp;nbsp;เวลาประมาณ 22.00 น. มีการชุมนุมกันที่หน้า สน.ปทุมวัน เป็นเรื่องเก่ารัฐธรรมนูญปี 60 ยังไม่ออก ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งเพราะรัฐธรรมนูญยังไม่มี เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องเวลาที่ช้านานมีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนเมื่อปี 58 โดยตนเป็นคนตั้งคำสั่งสมัยที่เป็น ผบช.น. แต่หัวหน้าพนักงานสอบสวนในขณะนั้นได้ย้าย กระทั่ง พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง ผกก.สน.ปทุมวันย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ จึงมีการรับส่งมอบสำนวน เมื่อตรวจดูพบว่ามีสำนวนความมั่นคงตกค้าง ผกก.ปทุมวัน จึงเข้ามาปรึกษาตน จึงได้สั่งการให้ทำตามระเบียบ คดีนี้ศาลทหารให้ออกหมายเรียกข้อหา 116 &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.58
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อศาลสั่งให้ดำเนินก็ต้องดำเนินการ เรื่องเกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่า กกต.จะไม่ประกาศรับรอง เพราะศาลยังไม่ตัดสิน เป็นไปไม่ได้ที่ศาลจะตัดสินก่อนวันที่ 9 พ.ค.นี้ ไม่ได้ดิสเครดิตใคร เป็นการสอบสวนตามวิ.อาญา การออกหมายเรียกครั้งนี้พนักงานสอบสวนมีหลักฐานทั้งจากกล้องวงจรปิด ถ้าไม่มีมูลไม่สามารถออกหมายเรียกได้&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการออกหมายเรียกนายธนาธรในช่วงจังหวะเวลานี้ จะเป็นการตอกลิ่มความขัดแย้งหรือไม่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ตอบว่าไม่ทราบ รู้แต่ว่าทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎหมาย ศาลสั่งตั้งแต่ปี 58 &amp;nbsp;แล้วไม่ดำเนินการอย่างนี้ใช้ไม่ได้ ตนก็เพิ่งทราบ ถ้าทราบก่อนหน้านี้ก็ทำไปแล้ว นายธนาธรเองก็โพสต์เฟซบุ๊กว่าเขาไปเองเกิน 10 คน ปิดหน้าโรงพัก ถ้าเข้าหลักข้อกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีต่อไป เช่นเดียวกับแม่ของนายธนาธร ตั้งแต่ปี 58 หลังจากนี้จะออกหมายเรียกแม่นายธนาธรมาสอบปากคำเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ส่วนที่ ปอท.มีการออกหมายเรียกนายปิยบุตรมันคนละเรื่องกัน หมายเรียกนายธนาธรตั้งแต่ปี 58 ส่วนนายปิยบุตรปี 62 จะมาโยงกันได้อย่างไร แต่จะวิจารณ์อะไรก็แล้วแต่อย่าทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหายแล้วกัน เราทำงานตรงไปตรงมาตามอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีตำรวจแจ้งข้อหานายธนาธร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ว่า ผิดหรือไม่ยังไม่รู้เลย แล้วแต่เจ้าหน้าที่ มีกฎหมายอยู่ไม่ต้องห่วงว่าจะแรงหรือไม่แรง ทุกอย่างทำตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะจะต้องมีการสืบสวนสอบสวน และเราไม่รู้ว่าใครทำอะไรไว้บ้าง ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจ้องสกัดหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเขาผิดหรือไม่ เพราะยังไม่มีอะไรเลย เพียงแต่เจ้าหน้าที่เริ่มทำการตรวจสอบเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยหลังเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไงที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งทุกอย่างก็ทำตามกฎหมายทั้งนั้น ส่วนที่มีการใช้มาตรา 116 ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นกฎหมายด้านความมั่นคงนั้น แล้วเป็นเรื่องความมั่นคงหรือไม่ล่ะ อย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. และกรณีการแจ้งความนายธราธรไม่มีความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าอุณหภูมิจะยิ่งร้อนขึ้นหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวเพียงว่า &amp;ldquo;ไม่มี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน สมาชิกทวิตเตอร์จำนวนมากร่วมติดแฮชแท็ก #savethanathorn เพื่อให้กำลังใจ และส่วนมากเขียนแสดงความคิดเห็นทำนองไม่เห็นด้วยที่มีหมายเรียกนายธนาธร และเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง จนขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์เป็นอันดับ 1 ยอดนิยมของประเทศไทย
กกต.สอบโอนหุ้นวี-ลัค มีเดีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า วันนี้ก่อนออกไปทำงาน ตนเห็นกระดาษเสียบอยู่ในตู้จดหมาย หยิบมาดูปรากฏว่าเป็น &amp;quot;หมายเรียกพยาน&amp;quot; กรณีแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งตนเป็นผู้อ่านในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 โดยเจ้าหน้าที่ให้ตนไปพบ ปอท.ในวันนี้ คือวันที่ 3 เมษายน เวลา &amp;nbsp;13.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเพิ่งได้รับหมายเรียกพยานก่อนเที่ยงวันนี้เอง ให้ผมไปพบพนักงานสอบสวนตอนบ่ายโมงวันนี้ &amp;nbsp;แต่ในหมายเรียกเขียนว่าออกหมายวันที่ 27 มีนาคม ผมจึงต้องมอบหมายให้ทนายความไปแจ้งพนักงานสอบสวนขอเลื่อนนัดไปก่อน คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็เพิ่งจะได้รับหมายเรียกเช่นกันหลังการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน 6.2 ล้านเสียง และตลอดสัปดาห์นี้ เราพยายามเรียกร้องให้ กกต.เปิดคะแนนเสียงเลือกตั้งรายหน่วย แต่ทำไปทำมาช่วงนี้เรากลับได้ของสะสมที่ระลึกเป็น &amp;#39;หมายเรียก&amp;#39; แทน&amp;quot; นายปิยบุตรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 25 มี.ค.62 ขอให้ตรวจสอบว่านายธนาธรขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ เนื่องจากขณะสมัครรับเลือกตั้งยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อ ที่เข้าลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งนั้น มีรายงานว่า กกต.ได้สั่งรับไว้เป็นเรื่องร้องเรียนแล้ว และตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยอยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และแจ้งให้นายศรีสุวรรณในฐานะผู้ร้องมาให้ถ้อยคำในวันศุกร์ที่ 5 เม.ย. เวลา 13.30.น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันสำนักงาน กกต.ก็ได้สั่งรับเรื่องที่นายศรีสุวรรณยื่นขอให้ตรวจสอบนายธนาธร กระทำการเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมผิดตามมาตรา 73 (5) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จากกรณีอ้างว่าเป็นนักการเมืองคนแรกที่ใช้แนวทาง Blind Trust คือโอนทรัพย์สินมูลค่า &amp;nbsp;5 พันล้านบาท ไปให้ Trust หรือกองทุนเป็นผู้ดูแล เป็นเรื่องร้องเรียนและตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วเช่นกัน ทั้งนี้นายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า เพิ่งได้รับแจ้งจาก กกต.ซึ่งนอกจากตนจะไปให้ถ้อยคำแล้วก็จะได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ตามที่นายธนาธรโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 2 เม.ย.62 ออกแถลงการณ์กรณีข้อสงสัยเรื่องการถือหุ้นของตนในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยอ้างว่าตนได้โอนหุ้นดังกล่าวทั้งหมดให้แก่คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ กรณีดังกล่าวยังไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมดว่าจะเป็นแถลงการณ์ที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ยังมีประเด็นที่คุณธนาธรอ้างว่าคุณสมพรได้โอนหุ้นต่อไปให้หลาน 2 คนตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.62 แล้ว แต่เหตุใดหลานทั้ง 2 คนจึงโอนหุ้นกลับมาให้คุณสมพรอีกในวันที่ 21 มี.ค.62 &amp;nbsp;นิติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีการชำระเงินกันจริงหรือไม่ มีสเตทเมนต์ยืนยันระหว่างคุณสมพรกับหลานหรือไม่ และหลานทั้งสองมีอำนาจทำนิติกรรมได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงการสร้างพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างแก้ต่างกรณีถูกจับพิรุธในการประชุมกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มี.ค.62 &amp;nbsp;ว่าเหตุใดยังคงมีกรรมการจำนวน 10 คนมาประชุมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังมีอีกข้อพิรุธอีกมากมายที่สมาคมฯ จำต้องนำความพร้อมข้อมูลหลักฐานไปยื่นร้องต่อ กกต.เพิ่มเติมเพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนว่าการกระทำดังกล่าวของนายธนาธรเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 98 (3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักข่าวอิศราตรวจสอบพบว่า ในวันที่ 8 ม.ค.62 นอกจากมีการโอนหุ้นในวันดังกล่าวตามคำชี้แจงของนายธนาธรแล้ว ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่าสื่อมวลชนอย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ ข่าวสด (โพสต์ข่าวเมื่อ 14.55 น.) ไทยรัฐ (โพสต์ข่าวเมื่อ 15.11 น.) แนวหน้า (โพสต์ข่าวเมื่อ 18.22 น.) และช่อง 7 &amp;nbsp;(เจาะสนามเลือกตั้ง 62 วันที่ 8 ม.ค.62) รายงานว่า วันที่ 8 ม.ค.62 นายธนาธรเดินทางไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ทั้ง 8 เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธรกล่าวชี้แจงสำนักข่าวอิศราถึงข้อเท็จจริงเรื่องการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ว่า &amp;quot;ส่วนตัวนั้นไม่กังวลในประเด็นนี้แต่อย่างไร เพราะเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพวกเรา อีกทั้งในการชี้แจง 2-3 ครั้งที่ผ่านๆ มาก็มีเอกสารต่างๆ ที่ชี้แจงไปหมดแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสำนักข่าวอิศราถามว่า ในวันที่ 8 ม.ค.นายธนาธรได้หาเสียงอยู่ต่างจังหวัดใช่หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ก็ใช่ไง&amp;quot; เมื่อถามต่อว่าแล้วจะโอนหุ้นได้อย่างไร นายธนาธรตอบว่า &amp;quot;อ๋อ ไม่ใช่ วันที่ผมไปหาเสียงก็คือวันที่ อะไรนะ 10 เท่าไรนะ แต่คุณเข้าใจผิดแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าวันที่ 8 ม.ค.เขาอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ใช่ๆ คุณเข้าใจผิดแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการโอนหุ้นระหว่างหลาน 2 คนกับนางสมพร ที่นางสมพรโอนหุ้นให้หลานไปก่อน แล้วหลานก็โอนหุ้นกลับมาที่นางสมพรนั้น นายธนาธรกล่าวว่า &amp;quot;ผมยืนยันว่าเมื่อผมขายหุ้นไปแล้ว ทางบริษัทและทางคุณแม่ผมจะไปทำอะไร ผมไม่รู้เรื่อง ที่ออกมาเล่าก็คือเล่าว่าข้อเท็จจริงให้สังคมฟังว่าเขาไปทำอะไรกัน ส่วนเหตุผลว่าใครจะไปทำอะไรยังไงนั้น ผมไม่มีความเกี่ยวข้อง ก็ให้เป็นไปตามเอกสาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่าทำไมไม่เอาหุ้นดังกล่าวไปเข้าสู่กระบวนการ Blind Trust แทน นายธนาธรชี้แจงว่า &amp;nbsp;&amp;quot;บริษัทจะปิดตัวอยู่แล้ว จะนำบริษัทไปเข้า Blind Trust ทำไม&amp;quot;
สร้างตัวละครรับช่วงโอนหุ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวย้ำว่า &amp;quot;ประเด็นเรื่องใครโอนหุ้นกันไปมาอย่างไรนั้น โดยส่วนตัวไม่สามารถจะอธิบายแทนเขาได้ ว่าจะโอนให้ใคร ทำไม เรื่องของผมก็คือว่าการที่พวกเรา ผมและภรรยาได้ขายหุ้นให้กับบุคคลที่ 3 ก่อนที่จะมีการสมัคร ส.ส.ของพรรค แล้วเรื่องก็จบตรงนั้น ส่วนเอกสารและคำชี้แจงต่างๆ เราก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวอิศรา เขียนบทความเรื่อง &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยิ่งดิ้น แจงโอนหุ้นให้ &amp;quot;หลาน&amp;quot; ยิ่งเกิดคำถามที่ซับซ้อนมากขึ้น? ระบุว่า ในเมื่อนางสมพรต้องการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในนามตนเองอยู่แล้ว &amp;nbsp;เมื่อได้รับโอนหุ้นมาจากนายธนาธรเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ทำไมจึงไม่แจ้งชื่อตนเองเป็นผู้ถือหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเลย แต่กลับโอนไปให้คุณเอ คุณบีก่อน แล้วจึงโอนกลับมาให้ตนเองอีกครั้ง เท่ากับโอนหุ้นกลับไปกลับมาสองครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสงค์ระบุว่า ทนายความผู้ทำคำรับรอง หรือทนายความโนตารี เป็นใครมาจากไหน สืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์พบว่า มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับทนายความโนตารีว่า ทนายรับรองเอกสาร (Notary &amp;nbsp;Public) ข้อแนะนำการแปลและรับรองเอกสารเพื่อยื่นหน่วยงานราชการในหลายๆ ประเทศ โนตารี พับลิค คือทนายความชนิดพิเศษอย่างหนึ่งที่มีใบอนุญาต ในต่างประเทศหลายๆ ประเทศมักจะมีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยโนตารี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงแล้วถ้านายธนาธรมั่นใจว่า การทำตราสารการโอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 เป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่มีการทำเอกสารย้อนหลังจนเกิดข้อบกพร่อง ก็ไม่เห็นว่านายธนาธรจะต้องดิ้นรนอะไร เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1192 ตราสารการโอนหุ้นที่นายธนาธรนำมาแสดงนั้น เพียงแต่นำไปลงทะเบียนในสมุดทะเบียนของบริษัทก็ถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อนายธนาธรเขียนคำชี้แจงล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 2 เมษายน 2562 ปรากฏว่ามีตัวละครใหม่ที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาอีก 2 คนคือ คุณเอ (หลานชายคนที่ 1) และคุณบี (หลานชายคนที่ 2) ที่ได้รับโอนหุ้นต่อจากนางสมพร หลังจากที่ในการชี้แจงข้อมูลต่อสื่อมวลชนหลายครั้งก่อนหน้านี้ไม่เคยระบุถึง? นำมาซึ่งคำถามใหม่ตามมาอีกหลายประเด็น 1.คุณเอ และคุณบี ที่บอกว่าเป็นหลาน เป็นลูกใคร? ทำไมเมื่อนางสมพรได้รับการโอนหุ้นมาจากนายธนาธร ต้องโอนให้กับคุณเอ คุณบี (วันที่ 14 มกราคม 2562)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เมื่อโอนหุ้นให้คุณเอ คุณบีแล้ว ก่อนจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ทำไมต้องให้คุณเอ คุณบีโอนหุ้นจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่นางสมพรทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนยื่นแจ้งเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในเมื่อนางสมพรต้องการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในนามตนเองอยู่แล้ว เมื่อได้รับโอนหุ้นมาจากนายธนาธรเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ทำไมจึงไม่แจ้งชื่อตนเองเป็นผู้ถือหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเลย แต่กลับโอนไปให้คุณเอ คุณบีก่อน แล้วจึงโอนกลับมาให้ตนเองอีกครั้ง เท่ากับโอนหุ้นกลับไปกลับมาสองครั้ง เสียทั้งเวลา ยุ่งยากทั้งเรื่องเอกสาร และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าจ้างทนายความโนตารี หรือเป็นวิสัยของนักธุรกิจระดับหมื่นล้านที่คนทั่วไปยากจะเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การปรากฏตัวขึ้นของคุณเอ และคุณบี เกิดขึ้นหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวว่า เลขหมายใบหุ้นนายธนาธรโอนให้แก่นางสมพรที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ควรจะลงวันที่ 08/01/2562 (วันที่นายธนาธรแสดงตราสารการโอนหุ้น) ไม่ใช่วันที่ 21/03/2562 ตามเอกสารบัญชีผู้ถือหุ้นของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นการสร้างตัวละครรับช่วงการโอนหุ้นอีกทอดหนึ่งเพื่อทำให้วันที่ในการลงเลขหมายใบหุ้นของนางสมพรตรงกับที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่ และที่สำคัญเพื่อให้ตัวเลขการเข้าประชุมวิสามัญของผู้ถือหุ้นตรงกับตัวเลข 10 คน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ก่อนหน้านี้นายธนาธรเคยชี้แจงว่าจะปิดบริษัท วี-ลัค มีเดีย มาตั้งแต่ปลายปี 2561 แล้ว เมื่อนายธนาธรอ้างว่าได้โอนหุ้นทั้งหมดให้แก่นางสมพรเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ยิ่งไม่มีเหตุผลใดๆ ที่นางสมพรจะโอนหุ้นดังกล่าวต่อให้หลานคุณเอ คุณบี ให้ถือครองเพียง 2 เดือน แล้วโอนกลับมาให้ตนเอง ดูเหมือนว่านายธนาธรยิ่งชี้แจงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เกิดคำถามที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32943</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎางค์ นุตจรัส, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.ต.อ.ธรรมนูญ บุญเรือง, พรรคอนาคตใหม่, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca4d0bb57204.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
