<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่ม22รัวโหด ง้อแฟนนร.ม.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตแฟนหนุ่มวัย 22 ปี จ่อยิงโหด 4 นัด แฟนสาวนักเรียน ม.5 ดับคาบ้าน หลังตามง้อไม่สำเร็จ มอบตัวในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ม.ค.64 พ.ต.ท.ลาภ คำภาพันธ์ สว.(สอบสวน) สภ.สวี ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงตายที่บ้านเลขที่ 18/3 หมู่ 3 ตำบลปากแพรก อ.สวี จ.ชุมพร หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วย พ.ต.อ.อุดร แก้วสุขศรี ผกก.สภ.สวี พ.ต.ท.สายันต์ จันทมาศ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ถิรเดช แข็งแรง สว.สส. โดยมี พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยพร้อมกับตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลสวี และหน่วยอาสากู้ภัยกู้ชีพมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์เขตสวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวติดถนนสายปากแพรก-บ้านหนองพรหม ภายในโรงจอดรถติดกับตัวบ้านพบศพทราบชื่อคือ น.ส.ณัฐฐาพร บุญอยู่ หรือน้องอาย อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนสวีวิทยา สภาพนอนหงายเสียชีวิตข้างรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ RYUKA สีเขียว ทะเบียน 1 กญ 2349 ชุมพร มีกุญแจเสียบคาไว้ และล้มพิงติดกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1กฉ 6309 ชุมพร มีเลือดไหลนองพื้น โดยมีนายสนอง บุญอยู่ อายุ 43 ปี นางวาสนา บุญอยู่ อายุ 39 ปี พ่อและแม่ผู้ตาย และนางเนียบ เมืองงาม อายุ 67 ปี ผู้เป็นยายนั่งร่ำไห้ปิ่มขาดใจด้วยความโศกเศร้าเสียใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ณัฐฐาพร หรือน้องอาย ถูกอาวุธปืนขนาด .38 ยิงเข้ากกหูขวา 1 นัด เข้าหน้าอกซ้าย 1 นัด แขนขวา 2 นัด รวม 4 นัด ใกล้ศพยังพบปลอกกระสุนตกเกลื่อนรวม 5 ปลอก และกระเป๋าผ้าแบบหิ้วขนาดเล็ก ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งโรงพยาบาลสวีให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเนียบ เมืองงาม อายุ 67 ปี ยายของน้องอาย เล่าว่า น้องอายหลานสาวกำลังจะเอาการบ้านของน้องสาวคนเล็กไปให้แม่ที่ทำงานเพื่อให้แม่พาไปให้คุณครูที่โรงเรียน แต่ระหว่างที่น้องอายเดินไปที่รถจักรยานยนต์ ได้เห็นอดีตแฟนที่เลิกรากันไปพักหนึ่งแล้วมายืนพูดคุย คาดว่าน่าจะมาของ้อคืนดี ซึ่งตนเองนั่งเย็บผ้าอยู่หน้าบ้าน ครู่ต่อมาน้องอายส่งเสียงร้องโวยวายและทำท่าจะวิ่งหนีเข้าบ้าน แต่จากนั้นได้ยินเสียงปืน 2 นัด น้องอายล้มเสียชีวิตทันที ส่วนตนได้วิ่งหนีไปหาที่ปลอดภัยกลัวถูกตามมายิงปิดปาก เมื่อเสียงเงียบออกมาดู อดีตแฟนของน้องอายก็วิ่งหนีหายไปแล้ว และแจ้งตำรวจดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.ถิรเดช แข็งแรง รอง ผกก.สส.สภ.สวี ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่าคนร้ายคือ นายอนันตพงษ์ พรมพฤกษ์ หรือ เจ๋ อายุ 22 ปี ชาวตำบลท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร ชาวตำบลท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดไว้ในสวนปาล์มน้ำมันห่างจากหลังบ้านเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร เพื่อมาดักซุ่มรอจนกระทั่งเห็นน้องอายผู้ตายเดินมาเอารถจักรยานยนต์ข้างบ้าน จึงเดินเข้าไปหาแล้วพยายามพูดจาง้อขอคืนดีแต่ไม่เป็นผลจึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้นแล้ววิ่งไปขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ขี่หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นช่วงสาย นายอนันตพงษ์ หรือเจ๋ มือปืนโหดยิงอดีตแฟนนักเรียนสาว ได้ติดต่อผ่านแช้ตไลน์ข้อความไปหานายธนชัย เมืองงาม หรือวิน อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย โดยบอกว่าที่ก่อเหตุเพราะต้องการไปเคลียร์ และถามน้องอายว่าทำไมถึงได้บอกเลิกกับตน แต่ทางน้องอายไม่ยอมคืนดีด้วย และเห็นว่าน้องอายร้องตะโกนส่งเสียงดังทำให้ตกใจจึงยิงตาย และตนเองกำลังจะไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรับผิดในสิ่งที่ทำทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งตอนเที่ยง พ.ต.ท.ถิรเดช รอง ผกก.สส.สภ.สวี พร้อมกำลังควบคุมตัว นายอนันตพงษ์ หรือเจ๋ มือปืน พร้อมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีฟ้า ทะเบียน ขตน 166 ราชบุรี พาหนะในการก่อเหตุมาที่ห้องสืบสวน สภ.สวี โดยมีผู้เป็นยายติดตามมาด้วย ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นหลังยิงน้องอายตาย ช่วงหลบหนีได้ไปโยนทิ้งคลอง ระหว่างทางซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างประสานหน่วยกู้ภัยงมค้นหา เพื่อเป็นของกลางก่อนจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89853</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐฐาพร บุญอยู่, ธนชัย เมืองงาม, พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค, วาสนา บุญอยู่, สนอง บุญอยู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันตพงษ์ พรมพฤกษ์, เนียบ เมืองงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_60003e7f57993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับลูกตร.นำขบวน ขนกัญชา2ตันลงใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งยาเสพติดเหิม ขนกัญชาร่วม 2 ตันใช้รถเป็นคาราวาน 6 คันจากภาคกลางลงใต้ หนีด่านสกัดบ้านพละ แต่ไม่รอด ถูกจับ 8 คนล้วนวัยรุ่น หนึ่งในนั้นคือลูกตำรวจระดับนายพัน พบเป็นเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กันยายนนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.อ.ปกรณ์ จันทรโตะ รอง ผบ.มทบ.44 พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 8 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ประจำด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ (บ้านพละ) ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม 8 ผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติด ประกอบด้วย นายอนุชา โสมจินทร์ อายุ 22 ปี นายอังกินันท์ หนำคอก อายุ 18 ปี นายธีรดนย์ เทียนประทีป อายุ 24 ปี นายณัฐภัทร ภูมิภัทร อายุ 25 ปี นายวรกานต์ ตันสกุล อายุ 23 ปี นายอิทธิพงศ์ ศรีศักดา อายุ 23 ปี นายรณชัย แซ่ลิ้ม อายุ 24 ปี และนายเกรียงศักดิ์ ปฏิสุวรรณ อายุ 23 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ของกลางได้แก่ กัญชาอัดแท่ง ตราดาว จำนวน 1,980 แท่ง น้ำหนัก 1,980 กิโลกรัม และรถยนต์ 6 คัน ประกอบด้วย รถยนต์อีซูซุ มิว 7 สีขาว ทะเบียน 8กล-4218 กรุงเทพมหานคร รถยนต์อีซูซุ มิว 7 สีขาว ทะเบียน 9กย-9961 กรุงเทพมหานคร รถกระบะอีซูซุ ดีแม็คซ์ สีดำ มีหลังคาแครี่บอย ทะเบียน ขษ-9851 สงขลา รถยนต์เชฟโรเล็ต ทะเบียน 9กข-9064 กรุงเทพมหานคร รถยนต์อีซูซุ มิว 7 สีขาว ทะเบียน กน-2331 นครศรีธรรมราช และรถยนต์อีซูซุ มิว 7 สีขาว ทะเบียน ฎฉ-7717 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ฉลาดเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจสืบสวนทราบว่าจะมีรถยนต์ 6 คัน ร่วมกันลำเลียงยาเสพติดจากภาคกลางลงไปส่งที่ภาคใต้ และจะผ่านด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ จึงวางแผนและร่วมกันตั้งด่านตรวจบนถนนสายเพชรเกษมขาล่องใต้ หมู่ที่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร และกระจายกำลังไปเฝ้าระวังตามถนนสายรอง จนกระทั่งเวลา 03.30 น. คืนวันเดียวกัน พบรถยนต์อีซูซุ มิว 7 สีขาว ทะเบียน 8กล-4218 กรุงเทพมหานคร มีนายอนุชา โสมจินทร์ เป็นคนขับ มีนายอังกินันท์ หนำคอก นั่งมาด้วย และรถยนต์อีซูซุ มิว 7 สีขาว ทะเบียน 9 กย-9961 กรุงเทพมหานคร มีนายธีรดนย์ เทียนประทีป เป็นคนขับ ผ่านเข้ามาที่ด่านตรวจจึงเรียกขอตรวจค้น ปรากฏว่าได้มีรถยนต์ที่ตามหลังมาอีก 4 คันไหวตัว ขับหลบเข้าซอยใกล้กับด่านตรวจ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้ สภ.ใกล้เคียงตั้งด่านสกัดจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้พบรถยนต์กระบะ ทะเบียน ขษ-9851 สงขลา ขับหลบหนีเข้ามาเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงจับกุมไว้ได้พร้อมคนขับคือ นายณัฐภัทร ภูมิภัทร จากนั้นจับกุมรถยนต์เชฟโรเล็ต ทะเบียน 9กข-9064 กรุงเทพมหานคร พร้อมนายวรกานต์ ตันสกุล, นายอิทธิพงศ์ ศรีศักดา, นายรณชัย แซ่ลิ้ม และนายเกรียงศักดิ์ ปฏิสุวรรณ ขณะซ่อนตัวในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง นำตัวไปสอบสวน ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้จอดรถยนต์ที่บรรทุกกัญชาทิ้งไว้ในสวนปาล์มพื้นที่ ตำบลนาสัก อ.สวี จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจยึดรถยนต์ ทะเบียน กน-2331 นครศรีธรรมราช ซึ่งถอดเบาะนั่งออกหมด บรรจุกัญชา เช่นเดียวกับรถยนต์ทะเบียน ฎฉ-7717 กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มนี้มีการวางแผนกันมาเป็นอย่างดี โดยใช้รถยนต์อีซูซุ รุ่น มิว 7 จำนวน 4 คัน แต่งเหมือนกันทุกอย่างแม้กระทั่งล้อแม็กซ์สีทอง สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้ล้วนเป็นวัยรุ่น และหนึ่งในนั้นเป็นลูกชายนายตำรวจระดับนายพันคนหนึ่งร่วมขบวนการด้วย ซึ่งกลุ่มนี้ยังเป็นเครือข่ายของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ทำมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่รอด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77662</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐภัทร ภูมิภัทร, ธีรดนย์ เทียนประทีป, พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ, พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค, พ.อ.ปกรณ์ จันทรโตะ, พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา, รณชัย แซ่ลิ้ม, วรกานต์ ตันสกุล, สมพร ปัจฉิมเพ็ชร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา โสมจินทร์, อังกินันท์ หนำคอก, อิทธิพงศ์ ศรีศักดา, เกรียงศักดิ์ ปฏิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f6206967be42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเมีย-ชู้จ้างฆ่า รองนายกอบต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจชุมพรฉับไว จับเมียอดีตรองนายก อบต.สวมเขาให้ผัวไม่พอ สมคบชายชู้จ้างมือปืนแสนห้าฆ่าผัว หลังผู้ตายระแคะระคายสัมพันธ์ลับ เหลือคนยิงที่ยังหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ที่ สภ.นาสัก จ.ชุมพร พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย ผบก.ภ.จว.ชุมพร&amp;nbsp;พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค&amp;nbsp;ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร และ พ.ต.อ.อุดร แก้วสุขศรี ผกก.สภ.นาสัก ประชุมชุดสืบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดีคนร้ายดักยิงนายสุชาติ เพชรสวี อายุ 58 ปี ผู้จัดการฝ่ายบุคคลกลุ่มผลิตกาแฟเขาทะลุ อดีตรองนายก อบต.เขาทะลุ ขณะขี่จักรยานยนต์ไปเฝ้าสวนทุเรียน เสียชีวิตระหว่างทางเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับและสามารถตามจับกุมคนร้ายได้แล้วจำนวน 3 คน ได้แก่&amp;nbsp;นางพิมพ์ชนก เพชรสวี อายุ 46 ปี ภรรยาผู้ตาย ในฐานะผู้จ้างวานฆ่านายเกษม ชุมทอง อายุ 59 ปี ผู้ติดต่อมือปืน และนายสุรชัย บุญเชิด อายุ 39 ปี คนขับรถและเป็นเพื่อนชายชู้กับนางพิมพ์ชนก ขณะที่นายสมปอง ชุมทอง อายุ 58 ปี มือปืน ยังคงหลบหนี&amp;nbsp;โดยแนวทางการสืบสวนสอบสวน ปรากฏผู้ตายไม่เคยมีเรื่องกับใคร สร้างฐานะด้วยตัวเองจนร่ำรวย ตำรวจจึงสรุปน่าจะเป็นปัญหาเรื่องส่วนตัว ซึ่งจากการหาข่าวเชิงลึก พบผู้ตายระแคะระคายเรื่องภรรยามีสัมพันธ์กับชายอื่นซึ่งก็คือนายสุรชัย ขณะที่นายสุรชัยก็รู้ตัวว่าถูกจับได้ นายสุรชัยจึงร่วมวางแผนกับนางพิมพ์ชนกชิงสังหารฝ่ายสามีก่อน โดยให้นายเกษมติดต่อหามือปืนเป็นเงิน 150,000 บาท เพื่อมาสังหารนายสุชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อตำรวจติดตามจับกุมนายสุรชัยได้ ก็ให้การรับสารภาพจนหมดสิ้น บอกว่านำปืนและโทรศัพท์มือถือของกลางไปโยนทิ้งในบึงน้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตามไปงมนำมาเป็นพยานหลักฐานต่อไป&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41327</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย, พิมพ์ชนก เพชรสวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษม ชุมทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d30752985016.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช้างตกใจหมาเห่า เหยียบควาญดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช้างพังตกใจเสียงหมาเห่า ควาญเข้าห้ามเกิดเสียหลักล้มถูกกระทืบหัวแบะดับอนาถ ก่อนที่ช้างจะไล่เหยียบรถจักรยานยนต์พังไปอีกคัน แล้วหนีขึ้นไปในป่าบนเขา ยังหาไม่พบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สภ.พะโต๊ะ พร้อมด้วย นายสกูลศักดิ์ เกื้อกูล ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน อ.พะโต๊ะ นายสามารถ เลาห์ประเสริฐ ปศุสัตว์ อ.พะโต๊ะ นายประภาส อินเกล้า กำนันตำบลพะโต๊ะ นายสมชาย ไชยราช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลปากทรง นำกำลังลงพื้นที่หมู่ 7 ตำบลปากทรง อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร หลังได้รับรายงานมีช้างพังตกใจคลุ้มคลั่งทำร้ายควาญช้างซึ่งเป็นเจ้าของจนเสียชีวิต แล้วกระชากโซ่ที่ล่ามจนขาดวิ่นไปทำลายทรัพย์สินชาวบ้านเสียหาย ก่อนหนีเตลิดขึ้นไปในป่าบนภูเขาข้างโรงเรียนบ้านตะแบกงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุในสวนปาล์มน้ำมัน เจ้าหน้าที่พบศพนายนุกูล ภูมิไชยยา อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 8 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร สภาพศพนุ่งกางเกงขายาวสีดำ ไม่สวมเสื้อ ศีรษะหายไปทั้งแถบ มันสมองกระจาย สร้างความสยดสยองแก่ผู้พบเห็น โดยมีรอยเท้าช้างเหยียบย้ำอยู่หลายจุดบริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรรณธิดา วิเศษสิงห์ อายุ 40 ปี ลูกสาวของผู้ตาย ให้การว่า ในช่วงสายวันเดียวกัน นายนุกูลผู้เป็นพ่อได้นำช้างเพศเมียชื่อ &amp;ldquo;พังสาวเหมย&amp;rdquo; อายุ 40 ปี ซึ่งนายนุกูลได้เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ นำไปเลี้ยงในสวนปาล์มข้างบ้านตามปกติทุกวัน ขณะล่ามโซ่ช้างไว้กับต้นปาล์ม ได้มีสุนัขหลายตัววิ่งเข้ามาเห่าช้างเสียงดังลั่น ทำให้ช้างตกใจจะวิ่งเข้าทำร้ายสุนัข นายนุกูลจึงพยายามเข้าไปไล่สุนัขและห้ามช้างไม่ให้ตกใจ แต่ปรากฏว่านายนุกูลเกิดเสียหลักลมลง เป็นจังหวะที่ช้างอยู่ในอาการตกใจกระชากโซ่จนขาด แล้วใช้เท้ากระทืบไปที่หัวนายนุกูลจนเสียชีวิต จากนั้นช้าง &amp;ldquo;พังสาวเหมย&amp;rdquo; ได้วิ่งหนีไปที่สำนักสงฆ์และโรงเรียนบ้านตะแบกงาม เหยียบรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่จอดไว้พังเสียหายไป 1 คัน ก่อนที่ช้างจะหนีเตลิดขึ้นไปในป่าบนเขาสูงใกล้กับโรงเรียน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังหาไม่พบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12510</URL_LINK>
                <HASHTAG>นุกูล ภูมิไชยยา, พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค, พรรณธิดา วิเศษสิงห์, สกูลศักดิ์ เกื้อกูล, สมชาย ไชยราช, สามารถ เลาห์ประเสริฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38e73559e90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
