<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุ่นพี่เข้ามอบตัวทำน้องมิ้นท์ตายสอบโยงถึงอจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่นพี่เข้ามอบตัวลงโทษน้องมิ้นท์วิ่งรอบลานจอดรถจนช็อกตาย ให้การภาคเสธ เจอข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนอีก 3 คนรอดเพราะหลักฐานยังสาวไม่ถึง ตำรวจเผยมหาวิทยาลัยและอาจารย์อาจต้องร่วมรับผิด ชี้ถ้ามีระบบความปลอดภัยดีพอน้องมิ้นท์อาจรอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ชี้แจงเมื่อวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้ากรณี น.ส.พรพิพัฒน์ เอียดคำ หรือน้องมิ้นท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เสียชีวิตหลังถูกรุ่นพี่ลงโทษให้วิ่งรอบสนามกระทั่งเกิดอาการช็อก ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองภูเก็ตเพิ่มเติมว่า จากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ต้องหา 1 รายซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นพี่ ตามวันเกิดเหตุเป็นผู้ควบคุมการซ้อมเชียร์กีฬา และเป็นผู้สั่งลงโทษผู้ตายรุ่นน้องให้วิ่งรอบลานจอดรถหน้าตึกคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่เกิดเหตุ กระทั่งผู้ตายเป็นลมหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่าเสียชีวิตเนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเช้าวันนี้ (24 ส.ค.63) พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาดังกล่าวทราบว่า กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราวโดยไม่มีประกันในระหว่างการสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษาและไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ส่วนกรณีของนักศึกษารุ่นพี่อีก 3 รายนั้น จากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่พบว่ามีพฤติการณ์ หรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเเต่อย่างใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีดังกล่าวในขั้นตอนต่อไป พนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวน และมีความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาตามกฎหมายต่อไป ส่วนในเรื่องของการฟ้องร้องค่าเสียหายทางเเพ่ง พ่อเเม่ของผู้ตายเป็นผู้เสียหาย สามารถเรียกได้จากผู้กระทำคือรุ่นพี่ ขณะที่มหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดเพียงใดนั้น ต้องดูว่ามหาวิทยาลัยมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปควบคุมหรือกำกับในกิจกรรม มีหน้าที่ที่จะต้องกำชับวิธีการปฏิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบ กวดขันเอาใจใส่มากน้อยเพียงใดหรือใม่ ถ้ามหาวิทยาลัยไม่มีการควบคุม กำชับการปฏิบัติ กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการรับน้อง ไม่เข้าไปสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด อาจจะต้องร่วมรับผิดในทางแพ่งด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดภูเก็ตว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค.นี้ ที่ สภ.เมืองภูเก็ต ผู้ปกครองของนักศึกษารุ่นพี่เชียร์ลีดเดอร์ปี 2 หัวหน้าควบคุมการฝึกซ้อม ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ตได้ออกหมายเรียกไปเมื่อวันอาทิตย์ พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาและทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนทำข่าวแต่อย่างใด ซึ่งแต่ละคนอยู่ในอาการที่เคร่งเครียด โดยเฉพาะตัวนักศึกษารุ่นพี่ผู้ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำพยานซึ่งเป็นทั้งฝ่ายผู้เสียหายที่มาแจ้งความดำเนินคดี และฝ่ายอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประจำคณะ และกลุ่มนักศึกษาที่ฝึกซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ในวันเกินเหตุ รวมแล้วประมาณ 15 ปาก รวมถึงรุ่นพี่ที่อยู่ในข่ายจำนวน 4 คนด้วย จากการสอบปากคำพยานระบุว่า มีนักศึกษา 1 คนที่เข้าข่ายว่าทำผิด กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบปากคำรุ่นพี่คนดังกล่าวก็ให้การยอมรับว่าเป็นผู้สั่งให้น้องวิ่ง เพราะมีการตกลงกันว่าหากเต้นไม่พร้อมกันก็จะถูกลงโทษด้วยการวิ่งบริเวณลานจอดรถ หน้าอาคารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ระยะทางรวมแล้วประมาณ 200 เมตร ซึ่งก็วิ่งพร้อมกันหลังจากซ้อมเสร็จ จำนวน 8 รอบ แต่วิ่งไปได้ประมาณ 6 รอบเศษ น้องนักศึกษาก็ล้มหมดสติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธีรวัฒน์กล่าวว่า ในส่วนของผลการชันสูตรศพ ขณะนี้ยังรอผลการตรวจชิ้นเนื้อจากนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นจากที่ได้พูดคุยกับแพทย์นิติเวช ทราบว่าน้องที่เสียชีวิตหมดสติและหัวใจหยุดเต้นก่อนจะถึงโรงพยาบาล และปั๊มหัวใจขึ้นมา ก่อนจะมาเสียชีวิตในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลว เพราะไม่มีร่องรอยบาดแผลใดๆ ยกเว้นรอยถลอกบริเวณขา อาจเนื่องมาจากช่วงที่ล้มลงหรือระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลซึ่งไปด้วยรถจักรยานยนต์ โดยผลตรวจที่ชัดเจนจากแพทย์จะเป็นส่วนประกอบหลักฐานสำคัญ แต่การแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นนั้นเป็นไปตามพยานบุคคลแวดล้อม ขั้นตอนต่อจากนี้ต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากแพทย์มายืนยันอีกครั้ง นอกจากนี้จะต้องสอบพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในส่วนของอาจารย์ ซึ่งได้มีการสอบไปแล้ว 2 ปาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองภูเก็ตกล่าวว่า คดีนี้จะดำเนินคดีอาจารย์ด้วยหรือไม่นั้น จะต้องมาดูในเรื่องของกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย ว่ามีข้อกำหนดอะไรในการจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงมาตรการในการดูแลความปลอดภัย และการเตรียมความพร้อมรองรับหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น เพราะระยะทางจากจุดเกิดเหตุในมหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาลวชิระฯ ก็ไกลพอสมควร ประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งหากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที น้องอาจจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนของกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุอยู่ในตัวอาคาร ไม่สามารถมองเห็นภายนอกอาคารได้ ทำให้ไม่เห็นว่ามีนักศึกษาคนไหนอยู่นอกอาคารบ้าง และพบว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุกล้องวงจรปิดบันทึกภาพรุ่นพี่อีก 3 คนอยู่ภายในตัวอาคารจริง ส่วนรุ่นพี่ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ด้านนอกอาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชนะ สุทธิมาศ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบลานจอดรถหน้าตึกคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อดูสถานที่เกิดเหตุในการประกอบสำนวนคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.นำคณะเดินทางไปยัง สภ.เมืองภูเก็ต รับฟังบรรยายสรุปคดีนี้ ก่อนจะเปิดเผยว่า ขณะนี้มีหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหารุ่นพี่ผู้หญิง 1 คนในข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจในการปล่อยตัวชั่วคราว หากการสอบสวนมีหลักฐานว่ามีผู้ใดเข้าข่ายน่าจะกระทำความผิดจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ส่วนรุ่นพี่คนดังกล่าวให้การภาคเสธ รับว่าจัดกิจกรรมจริง แต่ไม่ได้กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานว่าในการจัดกิจกรรมนี้เป็นความประมาทหรือไม่ และเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า ในทางคดีต้องรอผลตรวจจากแพทย์ โดยก่อนหน้านี้ที่มีความเห็นว่าหัวใจล้มเหลวนั้นไม่ได้เป็นความเห็นเป็นทางการ แต่เป็นความเห็นส่วนบุคคลซึ่งทางพนักงานสอบสวนยังไม่รับทราบตรงนี้ ส่วนการนำส่งโรงพยาบาล ระยะเวลาที่ล้มได้รับปฐมพยาบาลหรือไม่ก่อนนำส่งโรงพยาบาล ด้วยวิธีการใด ขณะนำส่งอยู่ในอาการใด พนักงานสอบสวนยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้ บก.ภ.จว.ภูเก็ตประสานกับ ม.ราชภัฏภูเก็ต ให้มีการวางมาตรการป้องกันเหตุในสถานศึกษา เพื่อมิให้เกิดเหตุในลักษณะนี้อีก จากนั้นจะนำเรื่องนี้เสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการขยายผลแผนปฏิบัติความปลอดภัยในการทำกิจกรรมของสถานศึกษาไปยังสถานศึกษาอื่นต่อไป. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75432</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ชนะ สุทธิมาศ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ, พ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43b1a32a784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างตึกไม่ขออนุญาตพังถล่มคร่า7คนงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารระหว่างก่อสร้างพังครืนทับ 9 คนงานชาวไทยและพม่าอยู่ใต้ซาก เจ้าหน้าที่ระดมค้นหาช่วยออกมาได้ 2 คนส่ง รพ. ที่เหลือพบแล้ว 3 ศพ ส่วนอีก 4 อยู่ระหว่างค้นหา คาดรอดยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์นเรนทร (สพฉ.) รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ จ.ภูเก็ต​ เกิดอุบัติเหตุ อาคารกำลังก่อสร้างทรุดตัว ในเขตก่อสร้างบริษัท ​ทรายสีน้ำเงิน​ ก่อนถึงโฮมโปรถลาง​ ต.ศรีสุนทร​ อ.ถลาง​ จ.ภูเก็ต​ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย​ และมีผู้​ติดค้างใต้อาคารในที่​เกิดเหตุ​จ​ำ​นวน​ 7 ราย​ อยู่ระหว่างการค้นหา จากนั้นชุด​ปฏิบัติการ​ฉุกเฉิน​ระดับสูง-รพ.ถลาง-รพ.วชิระ​ภูเก็ต ชุด​ปฏิบัติการ​ฉุกเฉิน​ระดับต้น-กุศลกรรม​ ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น-ทต.ศรีสุนทร ออกให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รอง ผวจ.ภูเก็ต, นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รอง ผวจ.ภูเก็ต, นายกองโทอดุลย์ ชูทอง นายอำเภอถลาง, นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง ปภ.จ.ภูเก็ต, พ.ต.อ.เสริมพันธ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ถลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.ท.วุฒิชัย แก้วทอง สว.สอบสวน สภ.ถลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธีรวัฒน์กล่าวว่า อาคารชั้นเดียวที่อยู่ระหว่างก่อสร้างได้พังลงมา มีคนงานพม่าติดค้างอยู่หลายคน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และได้นำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ถลาง สาเหตุยังไม่ทราบว่าอาคารพังลงมาอย่างไร โดยจะเรียกผู้รับเหมา วิศวกร มาสอบปากคำ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของบริษัท ทรายสีน้ำเงิน จำกัด จำหน่ายดินหินทรายและกำลังก่อสร้างปั๊มน้ำมัน อาคารที่ถล่มคืออาคารสำนักงานชั้นเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวงศกรเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลถลางแล้ว 2 คน เป็นไทย 1 คน ชื่อนายจตุรวิทย์ หมวดสิงห์ อายุ 34 ปี และหญิงพม่า 1 คน ได้ทราบว่าพื้นปูนชั้นสองหล่นลงมาทับอีก 7 คน เป็นคนไทย 4 คน พม่า 3 คน รวมแล้ว คนไทย 5 คน พม่า 4 คน เบื้องต้นการตรวจสอบสาเหตุยังไม่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่ได้รับแจ้งจากนายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทรว่า บริษัทแห่งนี้ที่ก่อสร้างอาคารดังกล่าวยังไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้าง และที่ผ่านมาทางเทศบาลตำบลศรีสุนทรได้ส่งนายช่างมาตรวจดูและสั่งระงับการก่อสร้างไปแล้ว แต่ยังมีการก่อสร้างจนเกิดเหตุ จากการตรวจดูแผ่นพื้นปูนที่ทับลงมา มีเสา 6 ต้นรับน้ำหนัก ดูแล้วเสาไม่สามารถรับน้ำหนักได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประพันธ์ ขันธ์พระแสง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเกิดการทรุดตัวของรากฐานอาคารก่อสร้าง และดึงโครงสร้างลงมาทับคนงานติดใต้ซากดังกล่าว เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดใต้ซากแผ่นปูนที่หล่นทับ โดยใช้การขุดเจาะค้นหาเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า เจ้าหน้าที่พบคนงานเสียชีวิตติดอยู่ใต้ซากและนำร่างออกมาได้แล้ว 3 ศพ นำส่งโรงพยาบาลถลาง เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ประกอบด้วย 1.นายจีระชัย วงศ์หาจักร อายุ 35 ปี 2.ชายชาวพม่าไม่ทราบชื่อ 3.น.ส.พรพิมล แวววงศ์ อายุ 21 ปี ชาวอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนผู้สูญหาย เบื้องต้นทราบชื่อผู้สูญหาย ดังนี้ 1.นาย Sa Aung Aung 2.นาย Nay Myo Win 3.นาง Kay Thi Khaing.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50832</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองโทอดุลย์ ชูทอง, จีระชัย วงศ์หาจักร, ธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ, ประพันธ์ ขันธ์พระแสง, พ.ต.ท.วุฒิชัย แก้วทอง, พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ, พ.ต.อ.เสริมพันธ์ ศิริคง, พรพิมล แวววงศ์, วงศกร นุ่นชูคันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd687836cbeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือยอชต์100ล. ไฟไหม้4ชัั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้เรือซูเปอร์ยอชต์มูลค่ากว่า 100 ล้านขณะจอดอยู่ที่ท่าเรือภูเก็ต ระดมดับเพลิง 4 ชั่วโมงเอาไม่อยู่ ต้องลากออกไปกลางทะเลเพราะเกรงลามเรือลำอื่น คาดไฟชอร์ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 สิงหาคมนี้ พ.ต.ต.วุฒิชัย แก้วทอง สารวัตรสอบสวน สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือโดยสารรับนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ &amp;nbsp;ที่จอดเทียบบริเวณท่าเทียบเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงจำนวน 5 คัน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ต ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ตำรวจน้ำภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอถลาง ไปยังที่เกิดเหตุเพื่อระดมดับเพลิง โดยพบว่าเพลิงได้โหมลุกไหม้บริเวณชั้น 2 และชั้น 3 ของท้ายเรืออย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำรอบลำเรือเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังเรือลำอื่นอีกจำนวนมากที่จอดข้างเคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.ถลาง ตรวจสอบพบว่า เรือที่ถูกไฟไหม้เป็นเรือซูเปอร์ยอชต์ ความยาวกว่า 55 เมตร ชื่อ &amp;ldquo;Lady D&amp;rdquo; ขณะที่นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายอำเภอถลาง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบ เพลิงได้ลุกไหม้มานานกว่า 4 ชั่วโมง ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธีรวัฒน์กล่าวว่า เรือซูเปอร์ยอชต์ Lady D ลำดังกล่าว เพิ่งเดินทางมาจากเกาะลังกาวี เข้ามาเทียบท่าที่ภูเก็ตไม่นาน และเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื้องต้นไม่พบผู้ใดอยู่บนเรือ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ได้แจ้งตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.ภูเก็ต) ตรวจที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือ Lady D มีนายเทด เบลงเกอร์ส อายุ 64 ปี ชาวแคนาดา เป็นกัปตันเรือ ส่วนเรือถือสัญชาติอังกฤษ ขนาด 179 ฟุต 1,285 ต้นกรอส น้ำหนักบรรทุก 385 ตัน มูลค่ากว่าร้อยล้านบาท ตำรวจตรวจสอบทราบว่าขณะเกิดเหตุเจ้าของเรือไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ส่วนภายในเรือลำดังกล่าวมีน้ำมันจำนวนกว่าแสนลิตร จึงเกรงว่าอาจเกิดระเบิดได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนลากเรือออกไปนอกชายฝั่ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเรือลำอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.ภูเก็ต ได้สั่งการให้เอาทุ่นของ ปตท. ล้อมรอบบริเวณที่เกิดเหตุ ป้องกันน้ำมันรั่วไหล และห้ามผู้ใดขึ้นไปบนเรือเด็ดขาด เนื่องจากในเรือมีน้ำมันจำนวนมาก เกรงว่าจะเกิดอันตราย ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่าไฟฟ้าภายในเรือลัดวงจร หลังจากเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจสอบและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า ในช่วงบ่าย ทีมกู้ภัยได้ลากเรือ Lady D ไปใกล้ชายฝั่งเกาะนาง ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัย อยู่ในตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง ในรัศมีความลึก 10 เมตร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ลุกลามไปยังเรือลำอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42963</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.วุฒิชัย แก้วทอง, พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทด เบลงเกอร์ส, เรือซูเปอร์ยอชต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4acecfd342f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
