<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับพ่อค้าหมึกย่าง ชิงเงินไปฟอกไต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับพ่อค้าปลาหมึกย่างวิ่งราวเงิน 9 หมื่นในห้างโลตัสพระราม 2 อ้างป่วยต้องหาเงินไปฟอกไต ส่วนชิงทองมูลค่ากว่าล้านที่นครสวรรค์ก็หนีไม่รอด คนร้ายเป็นพ่อค้ารถพุ่มพวง สร้างหนี้ไว้เยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม สั่งการให้ พ.ต.ท.เตือน สอดส่อง สว.สส.สน.ท่าข้าม นำกำลังจับกุมนายชัยพิทักษ์ ตาลทอง อายุ 37 ปี ชาว จ.ยโสธร ผู้ต้องหาก่อเหตุวิ่งราวเงินสดจำนวน 90,000 บาท จากร้านทองในห้างดังย่านพระราม 2 โดยสามารถจับกุมได้ที่คลินิกบางขุนเทียนฟอกไต ถนนบางขุนเทียน-เทียนทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนผู้ต้องหายอมรับมีอาชีพขายปลาหมึกย่าง ป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกไตวันเว้นวัน ต้องการใช้เงินไปรักษาตัว วันเกิดเหตุออกจากห้องพักซึ่งเป็นห้องเช่าในซอยสะแกงาม &amp;nbsp;42 นั่งวิน จยย.ไปที่ห้างเทสโก้ โลตัส ริมถนนพระราม 2 ประมาณ 09.30 น. สำรวจลาดเลาก่อนตัดสินใจลงมือวิ่งราวทรัพย์ในห้างทองเพชรทองใบเยาวราช จากนั้นนำเงินที่ได้มาจ่ายค่ารักษาที่คลินิกแห่งนี้ เหลือติดตัวเพียง 15,000 บาท กระทั่งวันนี้ถูกตำรวจตามจับกุมไว้ได้ขณะจะเข้าทำการรักษาตัวอีกครั้ง เบื้องต้นชุดจับกุมจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำก่อนแจ้งข้อหาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดนครสวรรค์ เช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีเหตุคนร้ายมีปืนยาวเป็นอาวุธ บุกเดี่ยวชิงทองของร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาท่าตะโก เมื่อเย็นวันจันทร์ ได้ทองรูปพรรณรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยให้เจ้าหน้าที่นำหลักฐานทุกอย่างที่รวบรวมได้ ทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุ ภาพกล้องวงจรปิด รวมถึงข้อมูลการสอบปากคำพนักงานขายและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ นำมาวิเคราะห์และประมวลผลในการติดตามหาตัวคนร้าย ซึ่งชุดสืบสวนได้กระจายกันลงพื้นที่ล่าตัวคนร้ายใน จ.เพชรบูรณ์ อ่างทอง และสิงห์บุรี ทั้งนี้ ตำรวจเตรียมขออนุมัติหมายจับคนร้ายจากศาลจังหวัดนครสวรรค์แล้ว โดยทราบว่าเป็นคนในจังหวัดนครสวรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ อนุมัติหมายจับนายจักรกฤษ เฮงสกุล อายุ 33 ปี พ่อค้าขายอาหารเร่ (รถพุ่มพวง) ชาว ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุมัติ จากนั้นตำรวจได้ติดตามจับกุมนายจักรกฤษได้ที่บ้านพัก เบื้องต้นนายจักรกฤษรับสารภาพว่าไม่มีเงินใช้หนี้จึงก่อเหตุดังกล่าว ต่อมาตำรวจพาตัวไปค้นยึดทองรูปพรรณที่ซ่อนไว้ในป่าหลังบ้านพักได้จำนวนหนึ่ง พร้อมสอบสวนขยายผลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดของคดีนี้ เมื่อเย็นวันจันทร์ คนร้ายวใช้อาวุธปืนยาวพันด้วยผ้าสีขาวบุกเข้าไปในร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาท่าตะโก เทศบาลตำบลท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์ โยนถุงผ้า พร้อมใช้อาวุธปืนยาวจี้บังคับพนักงานขายให้กวาดทองรูปพรรณใส่ถุง ไม่เช่นนั้นจะยิงให้ตาย พนักงานขายจึงหยิบทองรูปพรรณใส่ถุงส่งให้ รวมน้ำหนัก 38 บาท มูลค่า 1,136,200 บาท ก่อนขับรถหลบหนีไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ กล่าวว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพพฤติกรรมคนร้ายได้ชัดเจน จะเห็นว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดี เลือกใช้อาวุธปืนยาวมาก่อเหตุ น่าจะมีการมาดูลาดเลาก่อนหน้านี้ด้วย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครสวรรค์เร่งแกะรอยตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้างสรรพสินค้าในร้านทองที่เกิดเหตุนำมาตรวจสอบพฤติกรรมคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุว่าหมายเลขทะเบียนอะไร ในรถมีคนร้ายอีกหรือไม่ ทั้งนี้ ประเด็นเกลือจะเป็นหนอนหรือไม่ ก็ยังไม่ได้ตัดทิ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74135</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรกฤษ เฮงสกุล, พ.ต.ท.เตือน สอดส่อง, พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32937c7e334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยันคดีฆ่าหั่นศพ หลักฐานชี้ลูกลงมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสรุปคดีฆ่าหั่นศพยัดตู้เย็น ยันลูกชายลงมือร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังมีผู้ชี้ถึงความผิดปกติ ตั้งข้อสังเกตอาจมีมือที่สาม ทั้งญาติและคนใกล้ชิดไม่เชื่อน้องกายทำร้ายแม่ได้ลง รอผลตรวจทางนิติเวชยืนยัน พยานเข้าให้ปากคำพบพิรุธและผู้ต้องสงสัยพยายามหลบหนี ก่อนยิงตัวเอง ผลชัน สูตรระบุแม่เสียชีวิตเพราะถูกแทงทะลุปอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 ชี้แจงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ คดีฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ขณะที่นายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี บุตรชาย ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ว่า ตำรวจต้องอาศัยเวลาและพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ทราบว่าการเสียชีวิตของ น.ส.ยุรีย์เกิดจากผู้ใด ในเมื่อสังคมมองว่าน่าจะเป็นลูกหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่มีประจักษ์พยานยืนยัน จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีแม่กับลูกอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น โดยมีพยานอีก 2 คนเข้ามาแล้วพบเหตุการณ์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพยาน 2 คนบอกว่าลูกชายใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.9 กล่าวว่า ในส่วนของกระแสสังคมอีกด้านหนึ่งที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทั้ง 2 คนหรือไม่นั้น ในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานและรับฟังอยู่ โดยตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยได้ให้ฝ่ายสืบสวนสืบในเชิงเทคนิค ได้ความชัดเจนกระจ่างแล้วจะชี้แจงให้ทราบ ทั้งนี้ สาเหตุการตายของบุคคลทั้งสองต้องให้แพทย์รายงานผลการชันสูตร และจะเรียก 2 พยานที่พบศพมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้สิ้นกระแสความ นอกจากนี้จะต้องไปสอบปากคำแพทย์ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ที่จ่ายยาให้นายศิระ ว่าอาการป่วยของผู้ตายถึงขั้นไหน ส่วนประเด็นผู้ก่อเหตุมีมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่ ทางตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ยืนยันว่าตำรวจไม่กดดันในการทำงาน โดยจะต้องคลี่คลายข้อสงสัยในทุกประเด็นให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า กรณีที่ผู้เสียชีวิตถนัดมือซ้าย แต่ยิงตัวเองด้วยมือขวานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนอาวุธมีดนั้นไม่พบคราบเลือด แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมมีดทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแล้ว ส่วนชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ทางแพทย์ยืนยันว่าได้ครบทุกส่วนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า พล.ต.ต.โชคชัยได้เรียก ด.ต.บุญคิด อธิราช ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ท่าข้าม ที่ไปถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก มาสอบถามข้อเท็จจริง ด.ต.บุญคิดระบุว่า รู้จักและคุ้นเคยกับ น.ส.ยุรีย์ จึงเดินทางไปดูในฐานะเพื่อน ซึ่งยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่ก่อนมีเสียงปืนเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง บันทึกภาพหน้าบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีบุคคลเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้าน 3 คน คือ ด.ต.บุญคิด ซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบสวมเสื้อสีเหลือง กำลังโทรศัพท์แจ้งเหตุให้ตำรวจที่อยู่เวรมาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว น.ส.วรนุช วงษ์ชัย เพื่อนผู้ตายที่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก และนายมนต์ชัย ฉิมเอี่ยม นายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ กำลังยืนคุยกัน จากนั้นจึงมีเสียงปืนดังขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับบ้านผู้ตายได้หอบเสื้อผ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เหตุเพราะกลัว ส่วนบ้านหลังอื่นก็จุดธูปไหว้พระ ศาลพระภูมิ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติเวช​ รพ.ศิริราช​ นายลอน เถาวัลย์ อายุ 63 ปี​ อาของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ และนายวีระศักดิ์ เขียวมงคล อายุ​ 50​ ปี​ ลูกพี่ลูกน้องกับ น.ส.ยุรีย์ ได้เดินทางมาจาก จ.สุโขทัย เพื่อรับศพ น.ส.ยุรีย์นำไปประกอบพิธีที่วัดบ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ส่วนศพนายศิระ หลานชาย ทางญาติฝั่งพ่อของนายศิระจะมารับไปประกอบพิธีที่วัดย่านดอนเมือง​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลอนกล่าวว่า ช่วงหลานชายยังเด็กได้พบกันบ่อย กระทั่งมาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ซึ่งตอนเด็กหลานเป็นคนเรียบเฉย ไม่ก้าวร้าว ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อว่าหลานเป็นคนทำ แต่จะเชื่อพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในใบมรณบัตรของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ ได้ระบุสาเหตุการตายไว้ว่า มีบาดแผลถูกแทงเข้าช่องอกถูกปอด​ทำให้เสียเลือดมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สน.ท่าข้าม นายมนต์ชัย ฉิมเอี่ยม พยานและเป็นนายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ เปิดเผยว่า ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ในฐานะพยาน โดยตนเองรู้จักกับ น.ส.ยุรีย์มาประมาณ 9-10 ปี โดยสาเหตุที่ น.ส.ยุรีย์ต้องพกปืน เนื่องจาก น.ส.ยุรีย์ทำอาชีพด้านไฟแนนซ์ ต้องถือเงินจำนวนมาก จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย ก่อนเกิดเหตุค่ำวันอาทิตย์ ตนได้ติดต่อมาหาผู้ตายคุยกันเรื่องงาน น.ส.ยุรีย์ก็รับโทรศัพท์ตามปกติ แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงโทรศัพท์หา น.ส.วรนุช เพื่อน น.ส.ยุรีย์ ให้เข้าไปตรวจสอบก่อน เมื่อตนเองเดินทางไปถึง ก็พบว่า น.ส.วรนุชนั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยมีตำรวจสายตรวจอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังพยานพบศพถูกหั่นยัดตู้เย็น นายศิระเริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง และพยายามเดินหนีออกจากบ้าน แต่พบกับ ด.ต.บุญคิดพร้อมเพื่อนตำรวจอีก 2 นายยืนอยู่หน้าบ้าน นายศิระจึงเดินย้อนเข้าไปในบ้าน จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า คดีสะเทือนขวัญดังกล่าวมีความซับซ้อนและยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการต้องใช้ข้อมูลอื่นๆ ประกอบต่อไป อย่างไรก็ตาม สถิติจากงานวิจัยในต่างประเทศที่มีการศึกษาคดีทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิตต่างๆ พบว่า มีเพียงร้อยละ 10-15 ของคดีเท่านั้นที่เกิดจากผู้ป่วยทีมีปัญหาด้านสุขภาพจิตระดับรุนแรง ได้แก่ โรคทางจิตที่มีอาการหูแว่ว ภาพหลอน หวาดระแวงอย่างรุนแรง โรคทางจิตเวชที่ซับซ้อนหลายโรคร่วมกัน รวมไปถึงภาวะการใช้สารเสพติดร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยส่วนมากแล้ว ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตทั่วไประดับที่ไม่รุนแรง เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล แม้มีความเสี่ยงในการทำร้ายตัวเองสูงกว่าคนทั่วไปก็ตาม แต่ความเสี่ยงในการทำร้ายผู้อื่นมักไม่ต่างจากสถิติในประชากรโดยรวม การด่วนสรุปว่าคดีสะเทือนขวัญต่างๆ เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตทั่วๆ ไปเพียงอย่างเดียวนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และอาจสร้างตราบาปต่อผู้ที่กำลังบำบัดรักษาด้านสุขภาพจิตอยู่ในสังคมได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า นายศิระเคยเข้ามารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา 2 ครั้ง ครั้งแรกมากับแม่ ครั้งที่ 2 มาคนเดียวในเดือน พ.ย.นี้เอง แต่ยังไม่สามารถระบุว่าป่วยเป็นโรคจิตเวชประเภทใดอย่างชัดเจน เนื่องจากคนไข้เราเยอะ ครั้งแรกที่มาจึงมีการประเมินเพียงคร่าวๆ ครั้งต่อๆ ไปถึงจะมีการตรวจรายละเอียด แต่รายนี้เกิดเหตุก่อนที่จะได้ตรวจประเมินอย่างละเอียด เลยยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของตัวโรคได้ แต่ก็ได้มีการจ่ายยาซึมเศร้าให้ไปก่อน เพราะเท่าที่ดูจากอาการเบื้องต้นในวันที่มาพบแพทย์ครั้งที่ 2 มีอาการเครียดและมีภาวะซึมเศร้าอยู่ แต่อาการนี้ถือว่าเป็นอาการทั่วไปเหมือนการเจ็บป่วย มีไข้ ปวดศีรษะ จึงต้องรักษาตามอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธรณินทร์กล่าวว่า โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะทำร้ายตัวเองมากกว่า เพราะมีอาการมองตัวเองในแง่ลบ หดหู่ มีน้อยที่จะทำร้ายผู้อื่น อย่างไรก็ตาม การป่วยด้วยโรคจิตเวชไม่จำเป็นว่าใน 1 คนจะต้องป่วยเพียงโรคเดียว เขาอาจจะมีหลายโรคร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งเราไม่ทราบ แต่ข้อสรุปคือตัวโรคซึมเศร้านั้นน้อยมากที่จะไปทำร้ายผู้อื่น ส่วนโรคทางจิตเวชที่มีการทำร้ายผู้อื่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจิตเวชรุนแรงที่ควบคุมอาการตัวเองไม่ได้ อาทิ หูแว่ว ประสาทหลอน มีเสียงสั่ง หรือร่วมกับการดื่มสุรา มีการใช้สารเสพติด ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือยับยั้งชั่งใจไม่ได้ หรืออีกกลุ่มคือกลุ่มบุคลิกต่อต้านสังคม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสังคมออนไลน์ ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย เพื่อนนายศิระคนหนึ่งโพสต์ว่า ผู้ตายถนัดมือซ้าย แต่จับปืนยิงตัวเองด้วยมือขวาซึ่งเป็นไปได้ยาก และยังบอกอีกว่าลูกชายเป็นคนที่รักแม่มาก พูดจากับแม่ดี พูดจากันสนุกสนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช ทนายความ ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตว่า &amp;ldquo;คดีนี้ดูแปลกมาก! ทั้งสองคนฆ่ากันเองจริงเหรอ หรือมีคนทำให้ตายแน่ ทำไมจากคำให้การผู้พบศพคนแรกฟังดูแปลกๆ! บอกไปตามหาคนตาย เจอลูกชายบอกแม่ไม่อยู่ แถมใส่ชุดนักเรียน แล้วลูกเอาเวลาไหนลงมือฆ่าหั่นศพ ทั้งที่ใส่ชุดนักเรียน แถมมีการเก็บกวาดบ้านล้างรอยเลือด ล้างมีดสะอาดเรียบร้อยเหมือนปกปิด ทำไมต้องปกปิดทั้งที่อยู่คนเดียว บอกลูกขอเปลี่ยนชุดนักเรียนก่อนยิงตัวเอง แต่ขณะถูกยิงยังอยู่ในชุดนักเรียน ที่สำคัญตามข่าวว่าลูกชายถนัดมือซ้าย แต่นี่ยิงขมับขวายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ แถมโรคซึมเศร้าปกติไม่ทำร้ายคนอื่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อนของนายศิระ หรือกาย อีกคนโพสต์ว่า &amp;quot;ที่เห็น ที่มอ เขาเขียนขวาครับ มีเพื่อนร่วมหอเก่าเขาเคยบอกว่ากายอยากถนัดขวาเลยฝึกเขียนขวา ซึ่งปัจจุบันเขาเขียนขวาครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 17 ซอย 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งเป็นบ้านเกิดเหตุฆ่าหั่นศพ โดยฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ารวบรวมพยานหลักฐานและทำการตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยมีการรื้อชักโครกภายในห้องน้ำจุดที่พบอวัยวะชิ้นเนื้อของผู้ตายซ้ำอีกครั้ง ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแนวทางการสืบสวนล่าสุดขณะพบพยานซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับผู้ตายและบุตรชาย ให้ข้อมูลว่า ในช่วงหัวค่ำวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปั๊มน้ำของบ้านที่เกิดเหตุดังตลอดเวลา คล้ายกับมีการเปิดน้ำทิ้งไว้จนกระทั่งเสียงปั๊มน้ำสงบลงในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 25 พ.ย. และมีผู้มาพบศพเจ้าของบ้านถูกฆ่าหั่นยัดตู้เย็นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พยานคนเดียวกันยังระบุแม่ลูกคู่นี้มักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งบ่นกันตามปกติ แต่ไม่เคยมีเหตุถึงขั้นรุนแรงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่าจากหลักฐานทั้ง หมดตอนนี้ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีใครอื่นนอกจากลูกชายเป็นผู้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะมีการทะเลาะกันก่อน เพราะ น.ส.ยุรีย์มีรอยแผลช้ำที่คิ้วขวาแต่ยังไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะ นอกจากนี้จากการที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจที่เกิดเหตุโดยใช้น้ำยาหาคราบเลือดฉีดในห้องน้ำพบรอยเรืองแสงซึ่งเป็นรอยเลือดจำนวนมาก คาดว่าเป็นจุดที่ใช้หั่นศพ แต่มีการล้างทำลายหลักฐานจนสะอาด ทาง พฐ.ได้เก็บอาวุธมีด ค้อน ที่เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธในการชำแหละอวัยวะไปตรวจสอบ เบื้องต้นมีพยานหลักฐานค่อนข้างแน่ชัดว่าลูกชายใช้อุปกรณ์ดังกล่่าวก่อเหตุ เพราะพบรอยตอกจากค้อนบนด้ามมีดและบนพื้น คาดว่าใช้มีดวางบนร่างก่อนใช้ค้อนตอกด้านบนให้ชิ้นส่วนขาดออกจากกัน จากนั้นล้างคราบเลือดในห้องน้ำแล้วเอาชิ้นส่วนใส่ถุงนำไปแช่ตู้เย็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.บุญคิด อธิราช, พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, ยุรีย์ เถาวัลย์, ลอน เถาวัลย์, วีระศักดิ์ เขียวมงคล, ศิระ สมเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อานนท์ เชื้อสัตตบงกช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd295ca00d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
