<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับพ่อค้าหมึกย่าง ชิงเงินไปฟอกไต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับพ่อค้าปลาหมึกย่างวิ่งราวเงิน 9 หมื่นในห้างโลตัสพระราม 2 อ้างป่วยต้องหาเงินไปฟอกไต ส่วนชิงทองมูลค่ากว่าล้านที่นครสวรรค์ก็หนีไม่รอด คนร้ายเป็นพ่อค้ารถพุ่มพวง สร้างหนี้ไว้เยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม สั่งการให้ พ.ต.ท.เตือน สอดส่อง สว.สส.สน.ท่าข้าม นำกำลังจับกุมนายชัยพิทักษ์ ตาลทอง อายุ 37 ปี ชาว จ.ยโสธร ผู้ต้องหาก่อเหตุวิ่งราวเงินสดจำนวน 90,000 บาท จากร้านทองในห้างดังย่านพระราม 2 โดยสามารถจับกุมได้ที่คลินิกบางขุนเทียนฟอกไต ถนนบางขุนเทียน-เทียนทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนผู้ต้องหายอมรับมีอาชีพขายปลาหมึกย่าง ป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกไตวันเว้นวัน ต้องการใช้เงินไปรักษาตัว วันเกิดเหตุออกจากห้องพักซึ่งเป็นห้องเช่าในซอยสะแกงาม &amp;nbsp;42 นั่งวิน จยย.ไปที่ห้างเทสโก้ โลตัส ริมถนนพระราม 2 ประมาณ 09.30 น. สำรวจลาดเลาก่อนตัดสินใจลงมือวิ่งราวทรัพย์ในห้างทองเพชรทองใบเยาวราช จากนั้นนำเงินที่ได้มาจ่ายค่ารักษาที่คลินิกแห่งนี้ เหลือติดตัวเพียง 15,000 บาท กระทั่งวันนี้ถูกตำรวจตามจับกุมไว้ได้ขณะจะเข้าทำการรักษาตัวอีกครั้ง เบื้องต้นชุดจับกุมจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำก่อนแจ้งข้อหาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดนครสวรรค์ เช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีเหตุคนร้ายมีปืนยาวเป็นอาวุธ บุกเดี่ยวชิงทองของร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาท่าตะโก เมื่อเย็นวันจันทร์ ได้ทองรูปพรรณรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยให้เจ้าหน้าที่นำหลักฐานทุกอย่างที่รวบรวมได้ ทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุ ภาพกล้องวงจรปิด รวมถึงข้อมูลการสอบปากคำพนักงานขายและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ นำมาวิเคราะห์และประมวลผลในการติดตามหาตัวคนร้าย ซึ่งชุดสืบสวนได้กระจายกันลงพื้นที่ล่าตัวคนร้ายใน จ.เพชรบูรณ์ อ่างทอง และสิงห์บุรี ทั้งนี้ ตำรวจเตรียมขออนุมัติหมายจับคนร้ายจากศาลจังหวัดนครสวรรค์แล้ว โดยทราบว่าเป็นคนในจังหวัดนครสวรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ อนุมัติหมายจับนายจักรกฤษ เฮงสกุล อายุ 33 ปี พ่อค้าขายอาหารเร่ (รถพุ่มพวง) ชาว ต.ตะคร้อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุมัติ จากนั้นตำรวจได้ติดตามจับกุมนายจักรกฤษได้ที่บ้านพัก เบื้องต้นนายจักรกฤษรับสารภาพว่าไม่มีเงินใช้หนี้จึงก่อเหตุดังกล่าว ต่อมาตำรวจพาตัวไปค้นยึดทองรูปพรรณที่ซ่อนไว้ในป่าหลังบ้านพักได้จำนวนหนึ่ง พร้อมสอบสวนขยายผลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดของคดีนี้ เมื่อเย็นวันจันทร์ คนร้ายวใช้อาวุธปืนยาวพันด้วยผ้าสีขาวบุกเข้าไปในร้านทองเยาวราชกรุงเทพฯ ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาท่าตะโก เทศบาลตำบลท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์ โยนถุงผ้า พร้อมใช้อาวุธปืนยาวจี้บังคับพนักงานขายให้กวาดทองรูปพรรณใส่ถุง ไม่เช่นนั้นจะยิงให้ตาย พนักงานขายจึงหยิบทองรูปพรรณใส่ถุงส่งให้ รวมน้ำหนัก 38 บาท มูลค่า 1,136,200 บาท ก่อนขับรถหลบหนีไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ กล่าวว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพพฤติกรรมคนร้ายได้ชัดเจน จะเห็นว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดี เลือกใช้อาวุธปืนยาวมาก่อเหตุ น่าจะมีการมาดูลาดเลาก่อนหน้านี้ด้วย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครสวรรค์เร่งแกะรอยตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้างสรรพสินค้าในร้านทองที่เกิดเหตุนำมาตรวจสอบพฤติกรรมคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุว่าหมายเลขทะเบียนอะไร ในรถมีคนร้ายอีกหรือไม่ ทั้งนี้ ประเด็นเกลือจะเป็นหนอนหรือไม่ ก็ยังไม่ได้ตัดทิ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74135</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรกฤษ เฮงสกุล, พ.ต.ท.เตือน สอดส่อง, พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พล.ต.ต.สุกฤษฎิ์ บุญทรง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32937c7e334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขม่นในร้านเหล้า ตะลุมบอนยิงดับ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่างกลึงไปนั่งดื่มกินในร้านเหล้ากับเพื่อนๆ เจออริเก่าเกิดตะลุมบอนกันนัวเนีย การ์ดร้านเข้าห้ามทัพ แต่อีกฝ่ายยังไม่หายแค้น ดักยิงข้างลานจอดรถหนุ่มช่างกลึงดับคาที่ ตำรวจเผยรู้ตัวมือปืนแล้ว อยู่ระหว่างกดดันไล่ล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 15 มีนาคมนี้ ร.ต.อ.ถิรายุ วงศ์สิงห์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิตภายในตลาดอีคิวไนท์ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุอยู่หลังตลาดเป็นลานจอดรถ พบศพนายธนบดี สารสุวรรณ อายุ 23 ปี เป็นช่างกลึง อยู่บ้านเลขที่ 115/1 หมู่ 5 ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบสีดำ ถูกยิงท้ายทอยกระสุนฝังใน 2 นัด สีข้างซ้ายทะลุแผ่นหลังซ้าย 1 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงษกร การบรรจง อายุ 27 ปี รุ่นพี่ผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้ามาดื่มกินที่ร้านรถนิยม@ตลาดอีคิวไนท์ กว่า 10 คน แล้วมีการกระทบกระทั่งกับวัยรุ่นโต๊ะข้างๆ ภายในร้านเรื่องผู้หญิง การ์ดของทางร้านเข้าห้ามปราม สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ก่อนแยกย้ายกันกลับ แต่ปรากกฏว่ากลุ่มการ์ดไม่พอใจ คาดว่าอาจมีคนถูกลูกหลง จึงเดินตามออกมายังลานจอดรถ พบกลุ่มผู้เสียชีวิต ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 2-3 นัด แล้วนายธนบดีที่เดินมาด้วยกันล้มลงเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนีโดยขับรถฮอนด้า แจ๊ซ สีเทา ไม่ทราบทะเบียน และรถกระบะ ไม่ทราบรุ่น สี และทะเบียน หลบหนีไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.ถิรายุกล่าวว่า เบื้องต้นให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาเบาะแสผู้ลงมือก่อเหตุ จากนั้นจะเชิญกลุ่มเพื่อนของผู้ตายที่ดื่มกินภายในสถานบันเทิงไปสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 สั่งการให้เร่งประชุมฝ่ายสืบสวนที่ สน.ท่าข้าม ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีการสนธิกำลังกันระหว่างตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม และ กก.สส.บก.น.9 เข้าหารือแนวทางคลี่คลายคดีร่วมกัน ขณะนี้ตนได้กำชับให้แบ่งงานกันตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามพยานทั้งในที่เกิดเหตุกับพยานบุคคลของคู่กรณีที่มีปัญหากันเข้ามาสอบปากคำแล้ว ทราบว่าปมการสังหารเกิดจากกลุ่มผู้ตายเคยมีเรื่องมีราวกับกลุ่มของมือปืนมาก่อน คาดว่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เร็วๆ นี้ แต่รายละเอียดเชิงลึกขอสงวนเอาไว้ก่อน เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวมือปืนที่ก่อเหตุเเล้ว ซึ่งไม่ใช่การ์ดในร้านแต่อย่างใด เป็นเพียงลูกค้าที่มีความสนิทสนมกับกลุ่มการ์ดที่รักษาความปลอดภัยในร้านเท่านั้น โดยหลังเกิดเหตุมือปืนก็ยังกบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมและไล่ล่าตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน ส่วนสาเหตุที่กลุ่มผู้ตายและกลุ่มมือปืน รวมแล้วนับสิบคน ยกพวกตะลุมบอนกันในร้านจนมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มของนายธนบดี ผู้ตาย ก็เคยมีเรื่องมีปากเสียงวิวาทกับกลุ่มของมือปืนมาแล้วครั้งหนึ่ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59849</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พงษกร การบรรจง, ร.ต.อ.ถิรายุ วงศ์สิงห์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6e2f97e5165.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีพลิก!มือยิงหนุ่ม23ดับคาผับไม่ใช่การ์ดแต่เป็นลูกค้าในร้านคู่อริเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63 - มีความคืบหน้าเหตุยิงหนุ่มวัย23 ดับภายในตลาดอีคิวไนท์ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ล่าสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 สั่งการให้เร่งประชุมฝ่ายสืบสวน ที่ สน.ท่าข้าม ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีการสนธิกำลังกันระหว่างตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม และ กก.สส.บก.น.9 เข้าหารือแนวทางคลี่คลายคดีร่วมกัน ขณะนี้ตนเองได้กำชับให้แบ่งงานกันตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามพยานทั้งในที่เกิดเหตุกับพยานบุคคลของคู่กรณีที่มีปัญหากันเข้ามาสอบปากคำแล้ว ทราบว่าปมการสังหารเกิดจากกลุ่มผู้ตายเคยมีเรื่องมีราวกับกลุ่มของมือปืนมาก่อน คาดว่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เร็วๆ นี้ แต่รายละเอียดเชิงลึกขอสงวนเอาไว้ก่อนเนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวมือปืนที่ก่อเหตุเเล้ว ซึ่งไม่ใช่การ์ดในร้านแต่อย่างใด เป็นเพียงลูกค้าที่มีความสนิทสนมกับกลุ่มการ์ดที่รักษาความปลอดภัยในร้านเท่านั้น โดยหลังเกิดเหตุมือปืนก็ยังกบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมและไล่ล่าตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน ส่วนสาเหตุที่ทำให้กลุ่มผู้ตาย และกลุ่มมือปืน รวมแล้วนับสิบคน ยกพวกตะลุมบอนกันในร้านจนเกิดความโกลาหลก่อนมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มของ นายธนบดี สารสุวรรณ อายุ 23 ปีผู้ตาย ก็เคยมีเรื่องมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับกลุ่มของมือปืนมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เหตุเกิดขึ้นที่อื่นไม่ใช่ภายในร้าน เมื่อสองฝ่ายโคจรมาพบกันทำให้มีปัญหากันง่ายขึ้น ขณะนี้ตำรวจกำลังหาสาเหตุของการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านั้นเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีหลังจับกุมมือปืนรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59823</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดยิงหนุ่ม23, ผบก.น.9, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, ยิงหนุ่ม23ดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6df8d1c468e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับลูกเสี่ยฆ่าสยอง ฝังศพสาวในบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผงะ ลูกชายเจ้าของตลาดดังฆ่าแล้วฝังสาวไซด์ไลน์ ตำรวจได้เบาะแสจากการจับกุมสมุนคนสนิทมียาเสพติดก่อนสารภาพร่วมกับลูกพี่ฝังศพหญิงคนหนึ่งไว้ในรั้วบ้าน สาเหตุจากลูกพี่ติดยาจนประสาทหลอน เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพบตั้งป้อมสู้ยิงปืนใส่ แต่กระสุนขัดลำ ทั้งเตรียมถังแก๊สไว้จุดระเบิด ยังให้การวกวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มกราคมนี้ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 สังกัด กก.ปพ.ผบช.น. พร้อมหมายค้นศาลแขวงธนบุรี เลขที่ 1/2563 ลงวันที่ 9 มกราคม 2563 เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 58 ถนนเพชรเกษม สุดซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม. หลังสืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวน่าจะมีเหตุฆาตกรรมฝังศพอำพรางคดีเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบ พบบ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ชั้นเดียว ปลูกในรั้วรอบขอบชิด บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ โดยด้านหลังของตัวบ้านมีอาคารโรงพิมพ์เก่าชื่อ มณฑลการพิมพ์ และยังมีส่วนของโกดังเก็บของเก่าแวดล้อมไปด้วยพงหญ้าขึ้นรกชัฏ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ได้เข้าล้อมตัวบ้านเอาไว้ ก่อนตะโกนเรียกให้บุคคลภายในแสดงตัว แต่ไร้การตอบรับ จึงต้องทลายประตูทางเข้าและประตูหน้าต่าง ก่อนโยนระเบิดสตั๊นบอมบ์ข่มขวัญแล้วเข้าเคลียร์พื้นที่ทุกห้อง พบนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี ลูกชายเจ้าของตลาดองค์วิศิษฐ์ย่านบางแค เจ้าของห้องซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนในสภาพคล้ายคนเมายา จึงเข้าชาร์จควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลาง อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อซีแซด รุ่นรามี่ และเครื่องกระสุนเต็มแมกกาซีน 15 นัด โดยอาวุธปืนอยู่ในสภาพขัดลำ เนื่องจากผู้ต้องหาพยายามต่อสู้ แต่ปืนเกิดติดขัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบในห้องพัก พบของกลางยาเสพติดประเภทไอซ์ บรรจุในซองซิปใส่จำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด ถังแก๊สหุงต้มขนาด 13.5 กิโลกรัม วางอยู่ปลายเตียงนอน 1 ใบ จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดใช้สำรวจความเคลื่อนไหวบริเวณทางเข้า-ออกภายในบ้าน ซึ่งวางอยู่ปลายเตียง 1 จอ นอกจากนี้ยังตรวจพบหีบเหล็กและหีบไม้ต้องสงสัยใส่กุญแจล็อกอย่างดี วางอยู่ในบ้านอีก 2 หีบ รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่นายอภิชัยชอบยิงใส่ฝ้าเพดานบ้านตัวเองตอนเมายาอีกหลายนัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบพื้นที่ลานดินว่างในป่าหญ้าด้านหลัง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านไปประมาณ 200 เมตร จากการใช้จอบและเสียมขุดหน้าดินลงไปประมาณ 1 เมตร พบถุงดำต้องสงสัย 1 ใบ ภายในบรรจุอวัยวะชิ้นส่วนคล้ายศพมนุษย์ สวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลือง สภาพเปื่อยผุพัง ถูกฝังอยู่ เบื้องต้น พล.ต.ต.อิทธิพลจึงสั่งการให้หยุดเพื่อรอประสานแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เข้ามาร่วมทำการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์กล่าวว่า การบุกจับกุมและตรวจค้นภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุวันนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายเฉลิมชล งะบัว อายุ 41 ปี ลูกจ้างของนายอภิชัย เจ้าของบ้าน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนขยายผลพบว่า นายอภิชัยเจ้าของบ้านน่าจะมีส่วนเกี่ยวพันกับยาเสพติดที่พบ นอกจากนี้ นายเฉลิมชลยังรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมด้วยว่า เมื่อช่วงปลายปี 2562 เคยช่วยนายอภิชัยฝังศพหญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่งเอาไว้ในที่ดินรกร้างด้านหลังบ้าน ซึ่งหญิงสาวผู้ตายรายน่าจะเป็นคู่ขาของนายอภิชัย ซึ่งนายอภิชัยเคยพามาอาศัยที่บ้านหลังนี้แล้วทรมานไว้ในบ้าน ก่อนทุบตีจนเสียชีวิต นำศพยัดใส่ถุง ก่อนช่วยกันฝังดิน จึงเป็นที่มาของการขอหมายค้นเข้าตรวจสอบ และให้นายเฉลิมชลทำการชี้จุดฝังศพก่อนขุดพบเจอศพที่ถูกฝังเอาไว้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังถูกจับกุม นายอภิชัยยังให้การภาคเสธในลักษณะวนไปวนมาเหมือนคนเมายา ว่ามียาไอซ์ของกลางเอาไว้เพื่อเสพ ขณะที่อาวุธปืนมีไว้ป้องกันตัวเท่านั้น สำหรับถังแก๊สที่วางเอาไว้ในห้องพัก ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ก่อวินาศกรรมยามเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นแต่อย่างใด ส่วนร่องรอยกระสุนปืนต่างๆ ที่พบภายในบ้าน ยอมรับว่าชอบยิงปืนเล่น เพราะตัวเองเกิดภาพหลอนตอนที่เสพยา แต่เรื่องการฆ่าฝังศพหญิงสาวที่พบในที่ดินหลังบ้านนั้นขอปฏิเสธ เนื่องจากไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชัยให้การด้วยว่า ศพที่พบน่าจะเป็นศพของ น.ส.กุ๊กกิ๊ก ชาว จ.สกลนคร อายุประมาณ 22-25 ปี สาวไซด์ไลน์ที่ตนเองเคยพามานอนที่บ้านเมื่อประมาณเดือน ต.ค.62 โดยรู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งตอนนั้นเมื่อ น.ส.กุ๊กกิ๊กมาถึงบ้าน ได้เล่าให้ตนฟังว่า เพิ่งถูกรุมโทรมมา ตนหวังดีจะพาไปแจ้งความกับตำรวจ แต่เมื่อ น.ส.กุ๊กกิ๊กรู้ว่าตนจะพาไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าตัวก็รีบหายหน้าออกจากบ้านไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหา จึงประสาน พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.พัฐกร ปิยธิติภูวดล สว.สส.สน.เพชรเกษม เจ้าของพื้นที่ ให้นำกำลังเข้ามาควบคุมผู้ต้องหาและรักษาสภาพที่เกิดเหตุเอาไว้ ก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อปี 2551 นายอภิชัยตกเป็นข่าวว่าจับเพื่อนชาย-หญิงกักขังเอาไว้ภายในบ้าน เนื่องจากเสพสิ่งเสพติดจนมึนเมา โดยมีหญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะร้าว และกระดูกซี่โครงหัก 4 ซี่ ต่อมาปี 2555 นายอภิชัยถูกแจ้งว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาววัย 17 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. จากนั้นได้นำตัวไปค้นห้องพักพบอาวุธปืนอีก 5 กระบอก ยาบ้า 44 เม็ด ยาไอซ์ 4.8 กรัม เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสื้อเกราะกันกระสุน เครื่องชอร์ตไฟฟ้า อุปกรณ์การเสพยา และกุญแจมือ 4 คู่ รวม 29 รายการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54200</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17294dd9eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสาวตุ๋น200ล. ตั้งวงแชร์ชักดาบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว สาวสิบแปดมงกุฎตั้งวงแชร์ตุ๋นเหยื่อกว่า 200 ล้าน พบมีความเชื่อมโยงกับแก๊งแชร์วัน-อ้ายที่สุรินทร์ รายนั้นมูลค่าความเสียหายถึงพันล้าน ส่วนที่ขอนแก่น เหล่าพยาบาลตกเป็นเหยื่อ 40 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.อ.ศุภัทร ศุภกำเนิน ผกก.สน.ดุสิต แถลงข่าวจับกุม น.ส.นาตยา มีมา อายุ 31 ปี อาชีพเกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 4 ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ตามหมายจับศาลอาญาที่ 540/2562 ลงวันที่ 9 เม.ย.2562 สามารถจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถยนต์ ห้างบิ๊กซี สาขาพิษณุโลก ถนนพิชัยสงคราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.นริศเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน ก.ย.61 น.ส.นาตยาได้โพสต์ข้อความลงทุนในเฟซบุ๊กชักชวนลงทุนในแชร์ออนไลน์ อ้างว่าเป็นแชร์หลุดวงแชร์ &amp;quot;รวยร้อยล้านทีมนัทตี้&amp;quot; โดยให้ผลตอบแทนสูงประมาณร้อยละ 25-100 เพียงระยะเวลาประมาณ 10 วัน ถึงเดือนเศษ มีประชาชนให้ความสนใจร่วมลงทุนจำนวนมาก และได้ตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ &amp;quot;รวยร้อยล้านทีมนัทตี้&amp;quot; โดย น.ส.นาตยาเป็นหัวหน้ากลุ่ม มีสมาชิกร่วมลงทุนประมาณ 300-400 คน มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงเดือน ก.พ.62 วงแชร์เกิดล้มไม่สามารถจ่ายเงินให้กับผู้ลงทุนได้ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดเงินตรวจสอบ ทำให้ไม่สามารถโอนเงินได้ จากนั้นผู้เสียหายที่ลงทุนไปไม่สามารถติดต่อเท้าแชร์ได้ โดยคดีนี้มีผู้เสียหาย 4 ราย เข้าแจ้งความที่ สน.ดุสิต ความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.นาตยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ จนสามารถจับกุม น.ส.นาตยาได้ที่ จ.พิษณุโลก จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเท้าแชร์วัน-อ้าย ที่ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.สุรินทร์ มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา &amp;quot;ฉ้อโกง, ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ&amp;quot; ส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิตดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.แพรว อายุ 30 ปี เจ้าของธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้ติดต่อกับ น.ส.นาตยาทางเฟซบุ๊ก ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าลงทุนเท่าไหร่ก็ได้ ภายใน 10-30 วันจะได้กำไร 20% ของเงินต้น จึงลงทุนครั้งแรกเป็นเงิน 17,000 บาท ได้กำไรกลับมาประมาณ 3,400 บาทในช่วงเวลา 10 วัน และเมื่อครบกำหนดก็ได้คืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย จึงมั่นใจว่าไม่ถูกโกง นำเงินมาลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมแล้วเกือบ 1 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 21 ก.พ.62 มีการโพสต์แจ้งสมาชิกว่าไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ เนื่องจากถูก ปปง.ตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินไว้ หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีก จึงรวมกลุ่มกับผู้เสียหายรายอื่นเข้าแจ้งความที่ สน.ดุสิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น กรณีนางชญาภา ศิริกรโภคกุล อายุ 47 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น พร้อมพวกรวมกว่า 70 คน เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ว่าถูกพยาบาลด้วยกันฉ้อโกงมูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท ต่อมาบ่ายวันที่ 9 พ.ค.นี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้ประชุมร่วมชุดสืบสวนเพื่อเร่งรัดคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายแล้วทั้งหมด จนได้ข้อสรุปว่าเป็นการหลอกลวงเล่นแชร์ มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความรวม 73 คน ซึ่งขณะนี้ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคือนายเกมส์บอล ไฝ่ฝัน อยู่บ้านเลขที่ 41หมู่ 4 ต.บึงแก อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ในฐานความผิด ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งขณะนี้หมายจับดังกล่าวได้มีการจัดส่งไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง และสถานีตำรวจทั่วทั้งประเทศ รวมไปถึงการเข้าระบบหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์ของนายเกมส์บอล คือตั้งวงแชร์จำนวน 376 วง มีทั้งแชร์เปียแข่งดอก และแชร์แจกดอก อ้างว่าผู้เล่นจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 โดยปันผลทุก 20 วัน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด มีความสนิทสนมไว้ใจกัน ซึ่งนอกจากตำรวจจะดำเนินคดีนายเกมส์บอลแล้ว ยังส่งสำนวนคดีไปยัง ปปง.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมองตามข้อเท็จริงแล้ว การปันผลดังกล่าวไม่สามารถที่จะทำได้ และของฟรีไม่มีอยู่จริง คดีนี้จากการสอบสวนพบว่ามีหน้าม้าที่อยู่ในวงแชร์ด้วยกันมาทำการเปียแชร์รับเงินไป เมื่อเหยื่อหลงเชื่อว่าได้จริง ก็จะเพิ่มเงินต้นเพื่อให้ได้ดอกมากขึ้น พอเงินของเหยื่อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเชิดเงินหลบหนีไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35444</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาตยา มีมา, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร, พ.ต.อ.ศุภัทร ศุภกำเนิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd428218be5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวไม่ได้ล็อกห้อง ไอ้หื่นบุกหอข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจห้วยขวางรวบไอ้หื่นออกจากคุกได้ไม่กี่เดือนก่อคดีเขย่าขวัญสตรีเพศ บุกหอพักพบห้องหนึ่งไม่ได้ล็อกประตู เข้าไปลักทรัพย์ขณะสาวเจ้าของห้องอาบน้ำ รอจนเหยื่อออกมา ขู่บังคับข่มขืนสำเร็จความใคร่ สารภาพเป็นคนมีอารมณ์ทางเพศสูง เคยต้องคดีข่มขืนมาแล้วที่ปทุมธานี เผยเลือกสถานที่ก่อเหตุที่ไม่มีกล้องวงจรปิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กันยายนนี้ ที่ สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง แถลงข่าวการจับกุมตัวนายสุรินทร์ หรือบังฮิม ยันตะดิลก อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2190/2561 ลงวันที่ 22 กันยายน 2561 ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขืนใจผู้อื่น และลักทรัพย์ในเคหสถาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.นครินทร์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเวลา 17.00 น. วันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.พร (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ว่าถูกคนร้ายบุกรุกเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราและลักทรัพย์ โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินไปคือโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และพระเครื่องจำนวนหลายองค์ เหตุเกิดที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวางได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และตรวจสอบสภาพแวดล้อมบริเวณใกล้เคียง ทราบว่าคนร้ายเป็นชาย 1 คน ใช้รถจักรยานยนต์ขับขี่มายังหอพักที่เกิดเหตุ จากการสืบสวนพบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้คือนายสุรินทร์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่ออนุมัติศาลออกหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กันยายน พ.ต.ต.ภาคิน ไกรจิตติชาญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้จับกุมนายสุรินทร์ไว้ได้ขณะหลบหนีไปอาศัยอยู่ในย่านใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ตรวจค้นภายในตัวพบแหวนหลวงพ่อชำนาญ สวมใส่อยู่ที่นิ้วก้อย ซึ่งเป็นของกลางที่ขโมยมาจากผู้เสียหาย จากนั้นได้ควบคุมตัวไปตรวจยึดพระเครื่องที่แผงเช่าพระไม่มีชื่อ ย่านสะพานใหม่ ได้ของกลางมาทั้งหมด 5 องค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายสุรินทร์ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยตนเป็นคนมีความต้องการทางเพศสูง และในวันเกิดเหตุ ขณะมาหาเพื่อนซึ่งเป็นสาวประเภทสอง แต่เพื่อนไม่อยู่ และเห็นว่าหอพักดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด จึงเดินตระเวนดูห้องที่ไม่ได้ล็อกตั้งแต่ชั้น 1 จนถึงชั้น 4 กระทั่งพบว่าห้องผู้เสียหายไม่ได้ล็อกประตู จึงเปิดประตูเข้าไปรื้อค้นเอาทรัพย์สิน ขณะที่ผู้เสียหายกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ เมื่อผู้เสียหายออกมาจึงใช้กำลังบังคับข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมด้วยของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.น.1 เผยต่อไปว่า จากการตรวจสอบประวัตินายสุรินทร์ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีข้อหาข่มขืนผู้อื่นเมื่อปี 2553 และเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม จับกุมเมื่อปี 2554 ความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนและวัตถุระเบิด เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 แล้วมาก่อเหตุซ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดี ที่ จ.นครปฐม พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.นครชัยศรี พร้อมกำลัง ได้ควบคุมตัวนายสุรพล พินทอง อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุบุกเข้าไปในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในเขต ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ลากเด็กหญิงนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อายุ 11 ปี เพื่อจะข่มขืน แต่เด็กต่อสู้ด้วยการชกหน้า และร้องขอความช่วยเหลือจนรอดพ้นมาได้ ส่วนนายสุรพลได้ขี่จักรยานยนต์หลบหนี ก่อนที่ตำรวจจะติดตามจับกุมไว้ได้ นำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สีหเดชเปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายสุรพลให้การยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหากระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยที่เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้กำลังประทุษร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบประวัตินายสุรพล พบเคยก่อเหตุฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเมื่อปี พ.ศ.2556 โดยฆ่าภรรยาแล้วนำศพไปยัดท่อ ศาลตัดสินจำคุก 7 ปีครึ่ง จำคุกมา 4 ปีกว่า นายสุรพลต่อสู้ในชั้นศาลว่าป่วยมีอาการทางจิต และเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกเมื่อปีที่แล้ว ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนายสุรพลไปตรวจดีเอ็นเอที่ พฐ.7 เพื่อตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบดีเอ็นเอของคนร้ายที่เคยก่อเหตุข่มขืนคนแก่ก่อนหน้านี้ ทั้งในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดอื่น โดยยังจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18239</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.ภาคิน ไกรจิตติชาญ, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ, พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180923/image_big_5ba796388621f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
