<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้โรงเรียนกลางเมืองขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟไหม้โรงเรียนกัลยาณวัตร กลางเมืองขอนแก่น รถดับเพลิงระดมสกัดไฟใช้เวลากว่าชั่วโมงหลังอาคารวอดเป็นเถ้าถ่าน รปภ.กับครูเวรยันเกิดระเบิดที่หม้อแปลงไฟฟ้าก่อนลุกลามอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเที่ยงคืนเศษ ย่างเข้าวันอาทิตย์ พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รอง ผกก.(ป.) สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์ &amp;quot;แก่นนคร 191&amp;quot; สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เกิดเหตุเพลิงไม้อาคารภายในโรงเรียนกัลยาณวัตร ตั้งอยู่ด้านข้าง สภ.เมืองขอนแก่น จึงไปตรวจสอบพร้อมกับ พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น, นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น, นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลนครขอนแก่น รวมกว่า 10 คัน เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงเรียนติดกับถนนกลางเมือง เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ก็เสียหายทั้งอาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จำลองเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเป็นผู้แจ้งเหตุ ซึ่งอาคารแห่งนี้เป็นอาคารชั้นเดียวรวมทั้งหมด 6 ห้อง ใช้เป็นห้องจัดกิจกรรมทูบีนัมเบอร์วัน ห้องเก็บของ และห้องพยาบาล โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า พบเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นจากห้องเก็บของ ที่ส่วนใหญ่จะเก็บภาพเก่าและของใช้ทั่วไปของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง สำหรับความเสียหายยังประเมินไม่ได้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้ จากการสอบปากคำครูเวรและ รปภ.ที่เห็นเหตุการณ์ ต่างให้การตรงกันว่ามีระเบิดดังขึ้นจากตัวอาคารศูนย์วิจัยและพัฒนา จึงรีบวิ่งมาตรวจสอบ เห็นเพลิงลุกไหม้บริเวณเสาที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า จึงช่วยกันเอาถังดับเพลิงฉีดดับไฟ แต่ไฟลุกลามเร็วมาก จึงแจ้งตำรวจและดับเพลิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองขอนแก่น ถึงเหตุไฟไหม้อาคารในโรงเรียน สำหรับผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุคงต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ ว่าต้นเพลิงมาจากที่ใด อย่างไร หรือมีผู้ทำให้เกิดเหตุครั้งนี้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20392</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย อุ่นเจริญ, ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์, พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc7eec32180.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ.เหยี่ยวข่าวช่อง7ตก &#039;นักบิน-ช่างภาพ&#039;ดับ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฮลิคอปเตอร์เช่าทีมข่าวช่อง 7 ตกกลางทุ่งนา อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ระหว่างบินมารับผู้สื่อข่าวที่สนามบินขอนแก่น นักบินพร้อมผู้ช่วยและช่างภาพอีก 2 เสียชีวิตรวม 4 ศพ เบื้องต้นคาดทัศนวิสัยไม่ดี ฝนตกตลอดเวลา &amp;quot;คมนาคม&amp;quot; ส่ง จนท.เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.กีรติกร อมรพัฒน์ภาคิน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณทุ่งนา ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงรายงานพล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, &amp;nbsp;พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าว กกล.รว.จว.ขอนแก่น, แพทย์เวร รพ.ชนบท และหน่วยกู้ชีพ อบต.วังแสง เดินทางไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุเป็นทุ่งนา พบเครื่องบินเล็กแบบเฮลิคอปเตอร์โดยสาร ยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS355 NS สีขาว ตกอยู่กลางทุ่งนา สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนของเครื่องบินกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นที่ โดยมีไฟลุกไหม้ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวเครื่องตกอยู่กลางทุ่งนาติดกับถนนบริเวณท้ายของหมู่บ้าน ส่วนห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร ขณะที่ผู้เสียชีวิตพบในที่เกิดเหตุทั้งหมด 3 ราย แยกเป็นบริเวณที่นั่งคนขับ 1 ราย และอีก 2 รายอยู่ห่างจากจุดตัวเครื่องประมาณ 10 เมตร จำสภาพไม่ได้ เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงระดมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนที่เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ซากเฮลิคอปเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ พุธพึ่ง อายุ 41 ปี ชาวบ้านหูลิง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า มีเสียงเฮลิคอปเตอร์บินต่ำกว่าปกติ มองขึ้นบนฟ้าก็เห็นเฮลิคอปเตอร์บินต่ำจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร วนไปมา 2 รอบ และเสียงเครื่องก็ดับกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งลงกลางทุ่งนา มีไฟลุกท่วม จึงรีบวิ่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ระเบิด และเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบศพผู้ตาย 3 ศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานขอนแก่น กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้รับรายงานว่าออกจากสนามบินฝึกบิน จ.สระบุรี และขอผ่านเส้นทางขอนแก่นเท่านั้น ก่อนขาดการติดต่อในพื้นที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น โดยรายละเอียดต่างๆ นั้น กรมท่าอากาศยานจะส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่อีกครั้ง เบื้องต้นคาดการณ์ว่าทัศนวิสัยไม่ดี เนื่องจากพื้นที่ขอนแก่นเป็นเส้นทางการจราจรทางอากาศนั้นมีเมฆปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และฝนตกตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นที่นาของนายพงษ์ นามเข็ม ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือและให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มที่ จนกว่าการดำเนินการสอบสวนสืบสวนและการกู้ซาก รวมทั้งการลำเลียงผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุจะแล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุนั้นรอสรุปยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อที่ได้มีการแจ้งแผนการบินมากับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พบว่า ได้ทำการขอทำการบินในเส้นทางสระบุรี-ขอนแก่น โดยยืนยันจำนวนผู้โดยสารประกอบด้วย นายเสกสรร &amp;nbsp;วรรณา กัปตัน, พ.ต.อ.สินสมุทร สันเพทา ผู้ช่วยนักบิน,นายสมเนา น้อยสกลุ ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และนายรณกิจ เพชรนิล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ส่วนเฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานของ บ.SFS เอวิเอชั่น จำกัด ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ทำการเช่าเพื่อทำข่าวและรายการต่างๆ ของทางสถานี โดยก่อนเกิดเหตุได้ทำการบินมารับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น แต่ขาดการติดต่อไป จนกระทั่งมาพบว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งทีมงานช่อง 7 เดินทางมาติดตามเหตุการณ์ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มารอทีมงานที่สนามบินขอนแก่น เพื่อร่วมทำข่าวอิทธิพลของพายุฝนที่ จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากในระยะนี้มีพายุเข้าในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยทีมข่าวนั้นให้มาสแตนด์บายเพื่อรายงานข่าวในพื้นที่ โดยขณะอยู่ที่สนามบินสระบุรียังคงคุยกันกับทีมงานอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมทำข่าวร่วมงานกับทีมเหยี่ยวข่าว 7 สี ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำข่าวเรื่องของตัวเอง หรือพูดเรื่องของตัวเอง ผมเสียมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ทุกวันเราอยู่กันแบบครอบครัว&amp;quot; ผู้สื่อข่าวช่อง 7 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ การวัดระยะและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะกับการหากล่องดำหรือเครื่องบันทึกการบินของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อประกอบในสำนวนการสอบสวนสาเหตุในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ได้แล้ว โดยพบถูกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเครื่องนั้นทับอยู่ ทำให้ในขณะนี้ยืนยันผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้แล้วทั้งหมด 4 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่ รพ.ชนบท ส่วนการเก็บกู้ซากเครื่องบินนั้น ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการฯ อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักรเดินทางไปเก็บรวบรวมข้อมูล และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือด้านการสอบสวนที่จัดทำขึ้นระหว่างกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการสอบสวนฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้แจ้งข่าวการเกิดอุบัติเหตุไปยังสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรัฐผู้ออกแบบและรัฐผู้ผลิตอากาศยานดังกล่าว และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตามมาตรฐานการบินพลเรือนระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด, ประยุทธ พุธพึ่ง, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ, ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก, สราวุธ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกต วรกี, เครื่องตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4ea50ee29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
