<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตายแก๊งชิงเงิน เหิมสู้เจอสวนคาที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ปิดคดีชิงเงิน 7.2 ล้าน สั่งลูกน้องตามจับ &amp;quot;กอล์ฟ&amp;quot; คนร้ายที่เหลือหลังได้ข้อมูลวนเวียนในพื้นที่ อีกฝ่ายฮึดสู้เลยถูกวิสามัญ พบเงินแค่ 3 แสน ส่วนอีก 3 ล้านอยู่กับเพื่อนสนิท ยังตามตัวไม่เจอ แม่ผู้ตายไม่เชื่อลูกเป็นคนร้าย โวยตำรวจทำเกินกว่าเหตุ เตรียมเดินหน้าขอความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 4 มีนาคมนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. ซึ่งร่วมประชุมคลี่คลายคดี 2 คนร้ายชิงเงิน 7.2 ล้านบาท ที่ สน.หนองค้างพลู สืบทราบว่านายทักษ์ดนัย หรือ กอล์ฟ เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 27 ปี 1 ใน 2 คนร้าย หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามจับกุม และเกิดยิงปะทะกันทำให้นายทักษ์ดนัยถูกยิงเสียชีวิตที่กลางซอยทวีวัฒนา 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา นายทักษ์ดนัยร่วมกับนายจิรายุส สวนมิ อายุ 20 ปี ก่อเหตุชิงเงินบริษัท BRINKS บริเวณทางเข้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ถนนเพชรเกษม ได้เงินสดไปกว่า 7.2 ล้านบาท ต่อมานายจิรายุสถูกจับกุมได้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.พ. ส่วนนายทักษ์ดนัยสามารถหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิตยังวนเวียนกบดานอยู่ในย่านพุทธมณฑล สาย 3 และพุทธมณฑล สาย 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลด้วยว่า ก่อนการยิงปะทะ นายทักษ์ดนัยยังคงนัดเจอกับเพื่อนฝูงที่โต๊ะสนุกเกอร์ปากซอยทวีวัฒนา 1 เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุม ปรากฏว่านายทักษ์ดนัยไหวตัวทัน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 7 กต 5952 กรุงเทพมหานคร หลบหนีเข้าไปในซอยทวีวัฒนา 1 จะมุ่งหน้าไปทางพุทธมณฑลสาย 4 แต่มีตำรวจอีกชุดหนึ่งปิดทางหนี ผู้ตายเห็นจวนตัว ทิ้งรถจักรยานยนต์วิ่งหลบหนีเข้าพงหญ้า ขณะที่ตำรวจไล่จับกุมอย่างกระชั้นชิด นายทักษ์ดนัยจึงชักอาวุธปืนพกลูกโม่ ยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี กระสุนเจาะกระจกข้างรถกระบะสีขาวของชุดจับกุม ตำรวจจึงยิงโต้ตอบและจบชีวิตผู้ต้องหาลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเคลียร์พื้นที่ พบว่านายทักษ์ดนัยถูกยิงเข้าที่กลางอก 2 นัด ตรวจสอบในกระเป๋าสะพายพบเงินสดจำนวน 300,000 บาท ตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานพนักงานสอบสวน สน.หนองค้างพลู เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ร่วมตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู กล่าวว่า จะต้องรอให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบพยานหลักฐานและวิถีกระสุนทั้งหมด เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีวิสามัญฆาตกรรม โดยได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่วิสามัญ และแจ้งข้อหานายทักษ์ดนัย พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เพื่อส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา แต่เนื่องจากนายทักษ์ดนัยเสียชีวิต พนักงานอัยการก็จะจำหน่ายคดีของนายทักษ์ดนัยออกจากสารบบ เหลือส่งฟ้องเพียงนายจิรายุส สวนมิ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้เพียงคนเดียว นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เกี่ยวข้องมาตรวจเลขธนบัตร และลายเซ็นบนสายรัดธนบัตร เพื่อยืนยันว่าเป็นเงินที่ถูกจี้ไป ส่วนอาวุธปืนของนายทักษ์ดนัย พบว่าเป็นปืนลูกโม่ขนาด .32 แต่เป็นคนละกระบอกกับที่ใช้ในวันชิงเงิน เพียงแต่ใช้กระสุนขนาดเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจยังได้เข้าตรวจค้นบ้านเช่าของนายทักษ์ดนัย ย่านบางบอน เพื่อค้นหาเงินอีกกว่า 3 ล้านบาท ขณะที่มีข้อมูลว่านายทักษ์ดนัยนำเงินไปฝากเพื่อนสนิท 2 คน โดยให้เพื่อนเปิดห้องเช่า และมีการย้ายห้องเช่าเพื่อเก็บเงินไปเรื่อยๆ ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการติดตามตัวเพื่อนของนายทักษ์ดนัยทั้ง 2 คนอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางสุพัตรา เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 49 ปี แม่ของนายทักษ์ดนัย พร้อมด้วยแฟนสาว เดินทางไปรับศพนายทักษ์ดนัย ขณะเดียวกันนางสุพัตราก็เปิดเผยว่า มีลูกชาย 2 คน นายทักษ์ดนัยเป็นคนโต ก่อนเกิดเหตุก็อยู่ด้วยกันกับตนตลอดที่บ้าน โดยแฟนของลูกชายก็พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ปกติลูกชายเป็นคนนิสัยดี รักครอบครัว ดูแลตนเองมาตลอด แต่วันที่เกิดเหตุตนติดต่อลูกไม่ได้ เพราะนัดลูกให้มารับ กระทั่งดูข่าวในโทรทัศน์จึงทราบเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุพัตรากล่าวว่า ไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นคนก่อเหตุชิงเงิน ทั้งไม่เคยเห็นเงินที่มากผิดปกติของลูก ส่วนลูกชายจะเคยทำงานบริษัทรถขนเงินหรือไม่ ไม่ทราบข้อมูล แต่การที่ตำรวจทำวิสามัญ ตนมองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ตำรวจพยายามปกปิดข้อมูล และสร้างสถานการณ์ขึ้นมา มั่นใจว่าลูกไม่มีอาวุธปืน อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาว่าพบปืนที่ลูกชายนำไปทิ้งแล้ว หลังจากนี้ตนจะเดินหน้าขอความเป็นธรรม และหากเป็นไปได้จะขอให้พิสูจน์ศพลูกชายอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวยืนยันว่า ผู้ต้องหาคือนายกอล์ฟ พกพาอาวุธปินติดตัว รายละเอียดในเหตุการณ์นั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. จะเป็นผู้ชี้แจง ส่วนเรื่องญาติของผู้ต้องหาร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30489</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุส สวนมิ, พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d2bdab06c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2โจรชิง7ล.ลอยนวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2 โจรหมวกกันน็อก ยิงปืนขู่ ชิงเงินกว่า 7 ล้านจากพนักงานบริษัท บริงค์ ขณะไปรับจากแบงก์ไทยพาณิชย์ในห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้าเพชรเกษม เผ่นหนีลอยนวล ตำรวจไล่เช็กกล้องวงจรปิด ตั้ง 2 ประเด็น ฝีมือคนใน หรือคนนอก บก.น.9 จัดทีมล่า &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; กำชับต้องได้ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.หนองค้างพลูรับแจ้งเหตุชิงทรัพย์บริเวณหน้าห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า สาขาพุทธมณฑลสาย 3 ตัดเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม.&amp;nbsp;จึงไปตรวจสอบ พบนายชัยยุทธ&amp;nbsp;สมงาม อายุ 41 ปี และนายสมยศ บุขุนทศ อายุ 31 ปี พนักงานขนเงินของบริษัท BRINKS ซีเคียวริตี้ (ไทยแลนด์) ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้มารับเงินสดจากธนาคารไทยพาณิชย์ ภายในห้องบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า จำนวน 7,270,000 บาท บรรจุอยู่ในถุง 1 ถุง ขณะที่นายชัยยุทธถือถุงเงินจะนำมาใส่รถ โดยมีนายสมยศเดิมคุ้มกัน ก็ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกนิรภัยเต็มใบ สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำทั้งคู่ นุ่งกางเกงลายพรางทหาร สวมรองเท้าแตะแบบหูหนีบสีฟ้า ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ทะเบียน 5 กว 8564 หรือ 8764 กรุงเทพมหานคร มาจอดที่ข้างรถขนเงิน จากนั้นคนซ้อนท้ายได้ลงมาจากรถ แล้วชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด ก่อนเล็งปืนมาทางนายชัยยุทธ พร้อมตะโกนบอกให้นายชัยยุทธวางถุงเงินลง ด้วยความกลัว นายชัยยุทธจึงปฏิบัติตาม คนร้ายจึงหยิบถุงเงินแล้วพากันซ้อนจักรยานยนต์หลบหนีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เมื่อบ่ายวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู, พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผกก.สส.บก.น.9, พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.กฤติเดช จันทร์เพชร รอง ผกก.สส.สน.หนองค้างพลู นำกำลังฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณละแวกใกล้เคียงลานจอดรถด้านหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า สถานที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้ข้อมูลจากพยานคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ปกติจะจอดรถแท็กซี่รอรับลูกค้าบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง ได้พบเห็นพนักงานขนเงินบริษัทดังกล่าว มักจะมารับเงินสดจากห้างร้าน ธนาคารทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าเร็วมาก คนร้ายใช้เวลาประมาณ 10 วินาที ก็ชิงเงินหลบหนีไปได้ โดยยิงปืนขู่พนักงานขนเงิน 1 นัด และหลังจากได้เงินก็ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเบิกทางอีก 1 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.นภดลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดร่วมกับ กก.สส.บก.น.9 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ หาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้ ทั้งเส้นทางหลบหนีและการเตรียมการ ซึ่งในเบื้องต้นได้ตั้งประเด็นการสืบสวนไว้ 2 แนวทาง คือ ผู้ก่อเหตุเป็นคนใน และผู้ก่อเหตุเป็นคนนอก แต่จะยังไม่ขอยืนยันรายละเอียดใดๆ ต้องขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน และในวันเดียวกันทางผู้บังคับบัญชาจะมีการประชุมชุดคลี่คลายคดีร่วมกับ บก.สส.บช.น.อีกครั้ง เพื่อหาแนวทางการล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายใช้อาวุธจี้ชิงทรัพย์รถขนเงินบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าย่านเพชรเกษมว่า คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้กำชับให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมกำชับท้องที่เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรมให้ดี โดยการเพิ่มความเข้มงวด วงรอบความถี่ ในการออกตรวจ ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด การตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย โดยเน้นการตรวจค้น จับกุม อาวุธปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด บุคคลตามหมายจับ และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อลดอาชญากรรมและป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะธนาคาร ร้านทอง และห้างสะดวกซื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพี่น้องประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือมีข้อมูลของคนร้ายสามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือสถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู โทร.‭0-2581-0020 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29836</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ภิญโญ, พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์, สน.หนองค้างพลู, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c7298d91b14d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
