<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายแก๊งค้ารถ รับซื้อตลาดมืด ส่งขาย100ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ ทลายแก๊งค้ารถข้ามชาติ นายทุนใหญ่เป็นชาวลาว ให้สมุนคนไทยรับซื้อรถจากตลาดมืด หนีไฟแนนซ์ เน้นโตโยต้า วีโก้ ฟอร์จูนเนอร์ สวมยกชุดก่อนส่งไปขายในลาว 3 ปีทำเงินกว่า 100 ล้าน ยึดรถได้ 26 คัน พร้อมผู้ต้องหา 5 คน คาดมีเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมนี้ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ต.หญิงกัญจิรา นรสาร สว.กก.3 เลขานุการชุดปฏิบัติการหลักศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปจร.ก.) และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการทลายแก๊งค้ารถข้ามชาติพื้นที่ภาคอีสาน หลังควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวได้ 5 คน พร้อมตรวจยึดรถยนต์ของกลางได้ 26 คัน แผ่นป้ายทะเบียน หนังสือเอกสารการครอบครองรถอีกจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ &amp;ldquo;กองปราบปราม&amp;rdquo; เกี่ยวกับพฤติการณ์ของขบวนการลักลอบค้ารถข้ามชาติกลุ่มนี้ จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสการกระทำผิดนานร่วม 6 เดือน กระทั่งพบแก๊งค้ารถข้ามชาติกลุ่มนี้ มีนายทุนใหญ่หัวหน้าขบวนการเป็นชาวลาว มีสมาชิกผู้ร่วมขบวนการที่เป็นคนไทยแฝงตัวอยู่ตามพื้นที่ จ.มุกดาหาร จ.อุบลราชธานี และจังหวัดอื่นๆ ของภาคอีสาน เพื่อจัดหารถตามออเดอร์ของนายทุนชาวลาวรายนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ หรือฟอร์จูนเนอร์ ที่ส่วนมากมักจะเป็นรถหนีบริษัทไฟแนนซ์ (สินเชื่อ) จากผู้เช่าซื้อที่มีความเดือดร้อนเรื่องเงิน โดยเป็นการซื้อต่อๆ กันมาในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด หรือรับซื้อรถยนต์จากตลาดมืด หรือเพจรถหลุดจำนำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะนำมาแก้ไข ดัดแปลง ตอกหมายเลขตัวรถและหมายเลขเครื่องยนต์ให้ตรงกับเอกสารประกอบตัวรถที่ได้เตรียมเอาไว้แล้ว ให้มีลักษณะ ตรงรุ่น ตรงสี หรือเรียกว่าเป็นการสวมยกชุด ก่อนจะนำเอกสารรถยนต์เท็จไปแสดงต่อกรมการขนส่งทางบก, เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อนำรถยนต์ออกนอกราชอาณาจักรไทย ผ่านสะพานมิตรภาพทางช่องทางปกติ ไปส่งขายต่อให้กับกลุ่มพ่อค้าฝั่งประเทศลาว ซึ่งทำมานานกว่า 3 ปี สามารถส่งออกรถไปได้แล้วนับร้อยคันมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวต่อว่า เมื่อพบเบาะแสการกระทำที่แน่ชัดจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นอู่ซ่อมและแหล่งซุกซ่อนรถในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร อุบลราชธานี และสกลนคร จำนวนหลายจุด จนสามารถตรวจยึดรถยนต์และเอกสารของกลางได้ดังกล่าว พร้อมกับควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าวจำนวน 5 คน มาทำการสอบปากคำ ก่อนทั้งหมดจะให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ปลอมและใช้เอกสารของทางราชการปลอม แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ, นำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้ามหรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยหรือออกไปนอกพระราชอาณาจักร&amp;rdquo; ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือรายอื่นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73318</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.หญิงกัญจิรา นรสาร, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27f95db6860.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ร่วมล่าเทพโซโล เหิมค้ายาสั่งฆ่าคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กอวบ&amp;quot; สั่ง บช.ภ.4 ประสานตำรวจ ปส.และ ปอท.ขุดรากถอนโคนแก๊ง &amp;quot;เทพโซโล&amp;quot; ใช้สื่อโซเชียลค้ายาเสพติดและสั่งฆ่าลูกค้าเบี้ยวหนี้ กองปราบฯ ร่วมวงเข้าพื้นที่ขอนแก่นสืบสวนอีกทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 มกราคมนี้ ถึงความคืบหน้าติดตามตัว &amp;ldquo;เทพโซโล&amp;rdquo; ผู้ใช้สื่อออนไลน์ขายยาบ้า และบงการสมุนฆ่าผู้ที่เป็นอริ ว่า เบื้องต้นกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ประสานงานกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) และตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในการสืบหาข้อมูลของเทพโลโซ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลอันตราย โดยสั่งการใน 2 ส่วน คือ การทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และเรื่องยาเสพติด โดยให้นำกฎหมายฟอกเงินมาบังคับใช้ในคดีนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ยอมรับการกระทำดังกล่าวเป็นการก่ออาชญากรรมในรูปแบบเทคนิคการสื่อสารใหม่ ใช้พูดคุยสั่งการผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น และเร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อออกหมายจับโดยเร็ว อีกทั้งเตรียมขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเทพโซโล ทั้งในเรื่องคดีทำร้ายร่างกายและคดียาเสพติด หากพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการออกหมายจับเช่นกัน รวมไปถึงบุคคลที่ถูกทำร้ายร่างกายที่อ้างว่าเบี้ยวค่ายาเสพติด ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ให้ดำเนินการขยายผล คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการจับกุมตัวมาดำเนินคดี และขยายผลเครือข่ายทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ได้เรียกประชุมเพื่อสั่งการให้ กก.3 ป.ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมติดตามตัวเทพโซโลมาดำเนินคดี โดยกำชับให้มีการทำงานร่วมกับทีมสืบสวนคดีนี้ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ที่ขณะนี้ได้ระดมกำลังฝ่ายสืบสวนหาเบาะแสและจับกุมตัวเทพโซโล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 ป. กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งจาก ผบก.ป.ก็ได้สั่งระดมกำลังทีมสืบสวนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียง ให้เข้าพื้นที่เพื่อร่วมทำงานคู่ขนานกับทีมสืบสวนภูธรภาค 4 นอกจากนี้ ผบก.ป.ยังกำชับให้ กก.3 ป.ดำเนินการขยายผลถึงเครือข่ายของเทพโซโลทั้งหมด ทั้งเครือข่ายยาเสพติดและเครือข่ายที่รับจ้างทำร้ายร่างกาย เพราะอาจจะมีเครือข่ายอื่นนอกเหนือจากกลุ่มที่โดนจับไปแล้วก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รอง ผกก.สอบสวน สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวถึงการจับกุม 6 วัยรุ่นสมุนเทพโซโล ทำร้ายร่างกายนายคุรุศาสตร์ ศรีคุณหลิว หรือเรส อายุ 17 ปี จนถึงแก่ความตาย ว่าขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตามหาตัวเทพโซโลอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 17 ม.ค. จะมีพิธีฌาปนกิจของนายคุรุศาสตร์ ที่วัดป่ามิ่งเมือง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิศวะ หิรัญสุข อายุ 34 ปี พ่อนายเรส กล่าวว่า รู้สึกข้องใจการทำงานของตำรวจ ที่ว่าจับคนร้ายได้ 6 คน แต่เมื่อขอดูตัวก็ไม่ให้ดู บอกว่าจะเสียรูปคดี ทั้งที่ญาติผู้ตายอยากรู้ว่าคนร้ายที่จับกุมมาได้ใช่ตัวจริงหรือไม่ และเท่าที่มีข้อมูล ทราบว่ามีคนร้ายร่วมทำร้ายลูกรวม 9 คน และอยากให้เปลี่ยนข้อหาจากร่วมกันฆ่า เป็น ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งจะมีโทษหนักกว่า เพราะการที่ลูกชายอายุเพียงเท่านี้ออกไปกลางดึก ต้องมีการนัดแนะและวางแผนมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26854</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, วิศวะ หิรัญสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c407fca85e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
