<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบพ่อเลี้ยงโฉด ข่มขืน6ขวบนาน6ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับพ่อเลี้ยงโฉด ข่มขืนลูกเลี้ยงตั้งแต่วัย 6 ขวบจนผ่านมา 6 ปีเด็กตั้งท้องไปปรึกษาครูก่อนพาเข้าแจ้งความ รับสารภาพอาศัยช่วงแม่เด็กนอนหลับหรือออกไปทำธุระนอกบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม (บก.ป.) สั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. ร.ต.อ.ณรงค์ หาญสันเทียะ รรท.สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายกช อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.101/2557 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2557 ข้อหา &amp;quot;ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย&amp;quot; จับกุมได้ที่ริมถนนบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อปี 2556 ได้มีครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พา ด.ญ.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี ว่าถูกนายกช ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ก่อเหตุใช้กำลังบังคับข่มขืนภายในบ้านพักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี จนเด็กตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้ต้องหาจะอาศัยช่วงเวลาที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ภรรยาซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของ ด.ญ.น้ำ นอนหลับหรือออกไปทำธุระนอกบ้าน แอบบุกเข้ามาภายในห้องนอนของ ด.ญ.น้ำ แล้วลงมือก่อเหตุ ก่อนจะข่มขู่บังคับห้ามนำเรื่องไปบอกคนอื่น แต่ผู้เสียหายทนรับพฤติการณ์ดังกล่าวไม่ไหว จึงนำเรื่องมาบอกครูประจำชั้นฟัง ก่อนจะพากันเข้าแจ้งความจนมีการออกหมายจับ แต่ระหว่างนั้นนายกชทราบเรื่องว่าถูกแจ้งความเอาผิด จึงชิงหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปเสียก่อน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ปัจจุบันนายกชได้กลับเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่อีกครั้ง จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายกชให้การรับสารภาพ โดยรับข่มขืนผู้เสียหายมานานกว่า 6 ปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึง 2556 เพราะคิดว่าคงไม่มีใครรู้เรื่อง จนกระทั่งเรื่องมาแตกเพราะ ด.ญ.น้ำตั้งครรภ์ จนมีการแจ้งความ จึงได้พยายามหลบหนีคดีเรื่อยมา กระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.สารภีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72741</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, ร.ต.อ.ณรงค์ หาญสันเทียะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยันหลักฐานมัด แม่ฆ่าลูกรับบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.แถลงจับ &amp;quot;แม่ปุ๊ก&amp;quot; วางยาฆ่าลูกขอรับเงินบริจาค ได้ไป 20 ล้านแลกกับชีวิตลูกบุญธรรมวัย 4 ขวบ ส่วนลูกแท้ๆ วัย 2 ขวบอาการยังโคม่า ดำเนินคดี 5 ข้อหาหนัก แพทย์ระบุเด็กได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยการกิน รอผลตรวจใช่น้ำยาล้างห้องน้ำที่พบหรือไม่ เผยผู้ต้องหาเคยเรียนเภสัชฯ เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลมาแล้ว 6 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 24 พฤษภาคมนี้ &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. ร่วมแถลงกรณีตำรวจ กก.4 บก.ป. จับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือแม่ปุ๊ก ในข้อหา &amp;ldquo;รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, &amp;nbsp;ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน&amp;rdquo; จากการก่อเหตุหลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษาลูกสาวชื่อน้องอมยิ้ม อายุ 4 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดก่อนจะเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2562 ต่อมาแม่ปุ๊กอ้างว่าน้องอิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ ลูกชายคนเล็กได้ป่วยแบบเดียวกัน แต่เมื่อแพทย์ตรวจสอบอาการเด็กแล้วพบพิรุธว่าเด็กอาจถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายร่างกาย ขณะที่ตัวแม่ปุ๊กกลับได้เงินช่วยเหลือไปร่วม 20 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.เอกสิทธิ์กล่าวว่า คดีนี้ในส่วนของกองปราบฯ เริ่มจากแม่เอม ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของน้องอมยิ้ม ถูกหมายเรียกในคดีหลอกขายสินค้าออนไลน์ เจ้าตัวจึงเข้าชี้แจงว่าถูกแม่ปุ๊กนำเอกสารส่วนตัวไปใช้เปิดบัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าจะนำไปทำประกันสุขภาพให้น้องอมยิ้ม ต่อมาตำรวจสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีชื่อแม่เอมเกี่ยวข้องกับการรับบริจาคเงินให้น้องอมยิ้มและน้องอิ่มบุญ &amp;nbsp;เมื่อขยายผลพบว่ามีผู้เสียหายสั่งซื้อของกับแม่ปุ๊กแล้วไม่ได้รับสินค้าจำนวนมากได้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับจนกลายเป็นที่มาของการจับกุมครั้งนี้ พบเงินหมุนเวียนรวม 5 บัญชี เป็นชื่อของแม่เอม 3 บัญชี โดยแม่ปุ๊กเป็นผู้ดำเนินการเอง และชื่อแม่ปุ๊ก 2 บัญชี รวมยอดเงินราว 15-20 ล้านบาท แต่ยังไม่พบหลักฐานเงินบริจาคที่เชื่อมโยงไปถึงแม่เอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.ณัฐพงษ์กล่าวว่า ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าโรคประหลาดที่แม่ปุ๊กอ้างว่าลูกทั้งสองป่วยนั้น ไม่มีอยู่จริง ส่วนอาการเจ็บป่วยของเด็กซึ่งมีร่องรอยแผลไหม้ที่ปากนั้น ชัดเจนว่าเป็นการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานเข้าไป ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมตามคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งแพทย์ยืนยันข้อเท็จจริงมาแล้ว โดยในวันที่จับกุมผู้ต้องหา ตำรวจได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านและพบสารเคมีเป็นของเหลวต้องสงสัยบางอย่าง ซึ่งกำลังส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสารที่ออกฤทธิ์ตรงกับที่แพทย์ให้ข้อมูลเรื่องอาการของเด็กหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย แต่ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง และหากมีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ว่า น.ส.นิษฐาเคยเรียนเภสัชศาสตร์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการนำสารเคมีมาใช้หรือไม่ ก็นับเป็นข้อมูลสำคัญที่กำลังสืบสวนอยู่ ทั้งนี้ พบว่ายอดเงินบริจาคที่ได้รับ ไม่สอดคล้องกับค่ารักษาอาการเด็กอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะอาจมีการใช้สิทธิ์เบิกประกันอย่างไรหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.ณัฐพงษ์กล่าวว่า การที่แม่เอมยกน้องอมยิ้มให้แม่ปุ๊กรับไปดูแลนั้น เพราะเจ้าตัวไม่พร้อมจะมีบุตร โดยไปรู้จักกันผ่านโซเชียลเท่านั้น ซึ่งแม่ปุ๊กอ้างว่าจบเภสัชศาสตร์ แม่เอมจึงเชื่อว่าเด็กจะมีอนาคตที่ดีกว่า จึงขอฝากว่า การมีบุตรในสภาพไม่พร้อมนั้น ยังมีหน่วยงานรัฐที่พร้อมให้การช่วยเหลือ การนำบุตรไปยกให้คนอื่นเองอาจไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพของเด็กอย่างที่ควรจะเป็น และกลายเป็นบ่อเกิดปัญหาสังคม ขอเตือนด้วยว่า การให้เอกสารส่วนตัวกับคนอื่นนั้นไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ และฝากประชาชนที่ได้รู้เห็นพฤติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้องอิ่มบุญ น้องอมยิ้ม ขอให้ติดต่อ กก.4 บก.ป. เพื่อให้ข้อมูลประกอบการทำคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ต้องหารับสารภาพเฉพาะคดีฉ้อโกงประชาชน ที่มีพฤติกรรมหลอกลวงให้มาคนบริจาค ส่วนข้อหาอื่นๆ เช่น ทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาค้ามนุษย์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม คาดว่าจะส่งสำนวนสั่งฟ้องได้ภายใน 1 เดือน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแม่ปุ๊กต้องหาวางยาลูก มีข้อมูลที่น่าสนใจ ย้อนไปเมื่อปี 2560 แม่ปุ๊กสร้างโปรไฟล์เฟซบุ๊ก อ้างตัวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูก 2 คน คือ ด.ญ.อมยิ้ม และ ด.ช.อิ่มบุญ ต่อมาปี 2562 แม่
ปุ๊กโพสต์ภาพและรับบริจาคช่วยน้องอมยิ้ม อ้างว่าป่วยเป็นโรคประหลาด มีเลือดไหลและอ้วกเป็นเลือด ซึ่งมีผู้ป่วยเพียง 1 ในล้าน ชื่อโรค &amp;quot;เรนินโนม่าห์&amp;quot; มีการทำสินค้าต่างๆ ออกมาเพื่อขอรับบริจาค อ้างจะใช้เป็นทุนในการรักษา แต่ปรากฏว่าเดือนสิงหาคม 2562 น้องอมยิ้มอาการทรุดหนัก กระทั่งเสียชีวิตในเดือนธันวาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2563 แม่ปุ๊กอ้างว่าเสียใจที่น้องอมยิ้มเสียชีวิต จึงจะไปถือศีลบวชชี แต่ก่อนไปบวชได้โพสต์อ้างว่าน้องอิ่มบุญป่วยด้วยโรคเดียวกัน จึงจะขอขายสินค้าต่างๆ เพื่อนำเงินไปรักษาลูก ทำให้ชาวเน็ตแห่บริจาคเงิน และซื้อสินค้าจำพวกหน้ากากอนามัยและถุงผ้าจากแม่ปุ๊กจำนวนมาก คาดว่ามียอดบริจาครวม 20 ล้านบาท แต่แม่ปุ๊กไม่ได้ส่งสินค้าให้ผู้ซื้อและผู้บริจาค ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนเริ่มตั้งข้อสงสัย กระทั่งมีผู้โพสต์ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กทั้ง 2 คนถูกวางยาหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นดังกล่าว ทำให้แม่ปุ๊กเข้าแจ้งความตำรวจเมื่อวันที่ 24 เมษายน ให้ดำเนินคดี 2 บุคคลที่โพสต์โจมตีว่ามีการวางยาลูก ขณะที่แพทย์ตรวจร่างกายน้องอิ่มบุญอย่างละเอียด พบสารเคมีที่ออกฤทธิ์เป็นกรด ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส คล้ายสารเคมีที่เป็นส่วนผสมของน้ำยาล้างห้องน้ำหรือน้ำยาซักฟอก เข้าสู่ร่างกายโดยการกลืนเข้าไป ทำให้มีแผลในปาก ลำไส้ และกระเพาะอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ตำรวจได้ตรวจสอบสูติบัตรของน้องอมยิ้ม พบว่าแม่ปุ๊กไม่ใช่แม่เด็ก ส่วนสูติบัตรของน้องอิ่มบุญ ระบุว่ามารดาคือ แม่ปุ๊ก แต่ไม่มีบิดา และไม่ปรากฏประวัติฝากครรภ์ นอกจากนี้ ชื่อบัญชีที่รับโอนเงินยังไม่ใช่ชื่อของตนเอง อีกทั้งพบประวัติเคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุล 6 ครั้ง ในที่สุดตำรวจกองปราบฯ จึงจับกุมแม่ปุ๊กดำเนินคดี โดยสถานะปัจจุบันถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิง เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว 300,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66816</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิษฐา วงวาล, พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca66065c67e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค้นต้องฆ่าไอ้หื่น ข่มขืนเมียเย้ยซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มคนงานก่อสร้างแค้นเพื่อนบ้านหยามเกินทน บุกข่มขืนเมียแล้วยังไปเล่าให้คนอื่นฟังจนได้ยินกับหู บอกมีโอกาสจะทำอีก คว้าลูกซองสั้นจ่อยิงดับ ก่อนตัวเองหนีหัวซุนเกือบ 2 ปี กระทั่งกองปราบฯ ตามรวบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มกราคมนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม สั่งการให้ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายของ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดหล่มสัก ที่ จ.77/2551 ลงวันที่ 1 เมษายน 2561 ข้อหา &amp;ldquo;ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน&amp;rdquo; จับกุมได้ที่บริเวณเพิงพักแคมป์คนงานก่อสร้าง พื้นที่ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากภรรยาของนายของได้เล่าให้สามีฟังว่า ถูกนายสมบูรณ์ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันข่มขืน แต่ไม่กล้าไปแจ้งความ เพราะเกรงจะอับอาย ต่อมานายสมบูรณ์ได้ไปคุยกับเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ติดกับบ้านผู้ต้องหา โดยผู้ตายได้พูดคุยเรื่องที่ตัวเองบุกข่มขืนภรรยาของผู้ต้องหาในลักษณะเย้ยหยัน และยังบอกด้วยว่าถ้ามีโอกาสก็จะทำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนั้นผู้ตายได้พูดคุยเสียงดังมากจนผู้ต้องหาได้ยิน ทำให้ผู้ต้องหาเกิดโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จึงวิ่งไปหยิบเอาปืนลูกซองสั้นมาจากหลังบ้านแล้วยิงผู้ตายจนเสียชีวิต จากนั้นได้หลบหนีมาตลอด ต่อมาชุดจับกุมสืบสวนจนทราบว่า นายของหลบหนีมาทำงานอยู่ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ ต.สามเรือน อ.บางประอิน จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา บอกที่ต้องทำลงไปก็เพราะความแค้นที่ถูกผู้ตายมาหยามน้ำหน้ากันแบบนั้น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.บ้านกลาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55551</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์, พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d8efc6fe59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
