<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือค้อนฆ่าลูกเลี้ยง ขอรับโทษประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามีผู้ตายพร้อมญาติบุกโรงพักฮือจะทำร้ายพ่อเลี้ยงใช้ค้อนตีลูกเลี้ยงตั้งท้อง 7 เดือนตายสยอง ตำรวจระงับทำแผนรอจนฝ่ายผู้สูญเสียกลับไปหมดจึงจำลองเหตุการณ์ใน สน. พบพฤติกรรมสุดเหี้ยม แค้นแม่ผู้ตายหนีกลับต่างจังหวัดมาลงที่ลูก เรียกให้เปิดประตู กระหน่ำตีทั้งหัวและท้องจนหัวค้อนหลุด คร่ำครวญสำนึกผิดขอให้ศาลสั่งประหารชดใช้ 2 ชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 เมษายนนี้ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ได้คุมตัวนายภูมิใจ เหลืองทอง หรือใจ พ่อเลี้ยงโหดวัย 57 ปี ที่ก่อเหตุใช้ค้อนทุบหัวฆ่านางสาวนันท์ชยา หรือนุ่น จันทะโมคา อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงที่กำลังตั้งท้อง 7 เดือน เตรียมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยก่อนที่จะเริ่มทำแผน นายธนวัตร แก้วคำสอน อายุ 29 ปี สามีผู้เสียชีวิต และนายณัชพล สุวชัย อายุ 26 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต พร้อมกลุ่มญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิต ทยอยเดินทางมาที่ สน.คันนายาว เพื่อมาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตแจ้งความประสงค์ว่า อยากจะถามผู้ต้องหาว่าฆ่าผู้ตายทำไม โดยทั้งหมดได้เข้าพบผู้ต้องหาที่หน้าห้องควบคุมตัว ซึ่ง พ.ต.อ.สิงห์ได้จัดกำลังดูแลความเรียบร้อย เพื่อป้องกันความวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของผู้ตายได้เดินขึ้นไปที่ห้องควบคุมเพื่อพูดคุยกับผู้ต้องหาผ่านลูกกรง ก่อนที่นายภูมิใจผู้ต้องหาจะยกมือไหว้ขอโทษ อย่างไรก็ตาม นายธนวัตรได้ตะโกนด่าทอนายภูมิใจอย่างรุนแรง และชกไปที่ลูกกรง จนเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะเกิดเหตุบานปลาย จึงได้สั่งยุติการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สิงห์กล่าวว่า คดีนี้ตนอยากให้ทางญาติสบายใจว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพยานหลักฐาน ตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ ส่วนที่ผู้ต้องหารับสารภาพแล้วจะเป็นเหตุลดโทษทำให้ไม่โดนโทษสถานหนักหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจพิจารณาเอง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว หากผู้ต้องหาจำนนต่อพยานหลักฐาน ก็เป็นดุลพินิจที่ศาลจะไม่ลดโทษให้ก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.สน.คันนายาวเปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตำรวจได้ไปรับตัวนายภูมิใจจากโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี หลังกินยาฆ่าแมลงเพื่อหนีความผิด โดยนำตัวมาสอบสวนตั้งแต่เมื่อคืน ต่อหน้าทนายความ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมกับมีอาการเครียด จึงเฝ้าสังเกตอาการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุเกิดจากการหึงหวงภรรยา และมีปากเสียงกันจนภรรยาหนีออกจากบ้านและไม่ยอมรับโทรศัพท์ ด้วยความโกรธแค้นจึงหยิบค้อนภายในบ้านเดินไปเคาะประตูห้องผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นลูกสาวของภรรยาที่ภรรยารักมาก โดยอ้างว่าจะขอยืมเงิน เมื่อผู้เสียชีวิตเปิดประตู จึงใช้ค้อนกระหน่ำตีที่หัวหลายครั้ง และใช้ค้อนทุบที่ท้องอีก 3 ครั้งจนเสียชีวิต โดยที่ไม่ได้มีความโกรธแค้นกับผู้เสียชีวิตมาก่อน และผู้ตายก็ไม่ได้ต่อสู้ แต่เป็นเพราะโมโหภรรยา ซึ่งหลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีไปบ้านเกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนย้อนกลับเข้ามาที่กรุงเทพมหานครอีกครั้ง กระทั่งมีคนพบว่าผู้ต้องหากินยาเบื่อหนูเพื่อฆ่าตัวตาย และก่อนหน้านี้ก็พยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 1 ครั้ง โดยใช้สายไฟโรงแรมที่พักระหว่างหลบหนีมาชอร์ตตัวเอง แต่ระบบตัดไฟทำงานจึงไม่เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังร้องขอรับโทษประหารชีวิต เนื่องจากสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไปกับลูกเลี้ยง วันพรุ่งนี้ (15 เม.ย.) พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวนายภูมิใจไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ก่อนเวลา 12.00 น. พร้อมคัดค้านประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ&amp;quot; พ.ต.อ.สิงห์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนวัตร แก้วคำสอน สามีของผู้เสียชีวิต กล่าวภายหลังขึ้นไปพบกับผู้ต้องหาในห้องควบคุมตัวชั้น 2 ของ สน.คันนายาว ว่า ผู้ต้องหาอยู่กินกับแม่ของผู้เสียชีวิตมานานถึง 15 ปี โดยทุกคนในครอบครัวไว้ใจมาโดยตลอด ไม่คิดว่าจะก่อเหตุเพียงเพราะความโมโห ตนต้องสูญเสียลูกและภรรยาอย่างไม่เป็นธรรม จึงเรียกร้องให้ลงโทษสูงสุดประหารชีวิต เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับภรรยาและลูก ส่วนศพของภรรยาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสัมมาชัญญาวาส หรือวัดใหม่ ริมถนนพระยาสุเรนทร์ ติดกับซอย 40 และจะฌาปนกิจในวันที่ 17 เมษายนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ว่านไพลิน หอมวัชระ ทนายความอาสาของผู้ต้องหา กล่าวว่า คดีนี้ผู้ต้องหามีอาการเครียด โดยระหว่างที่ให้คำปรึกษาด้านคดี ตัวผู้ต้องหาได้เเจ้งกับตนหลายครั้งว่าจะมีวิธีไหน ทำอย่างไรก็ได้ที่ศาลจะพิพากษาประหารชีวิต เนื่องจากเขาสำนึกผิด ตอนที่กระทำไปเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ จนเขาลืมไปหมดว่าที่เขากระทำอยู่เป็นคนท้อง อยากจะขอโทษญาติและขออโหสิกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.40 น. หลังจากสามีและญาติของผู้ตายพากันกลับไปหมดแล้ว ตำรวจได้นำตัวนายภูมิใจออกมาบริเวณห้องพบญาติ เพื่อจำลองเหตุการณ์ เริ่มจากผู้ต้องหาตะโกนเรียกผู้เสียชีวิตให้เปิดประตูออกมา จากนั้นก็ใช้ค้อนกระหน่ำตีผู้ตายหลายครั้ง ทั้งที่ศีรษะและลำตัวจนหัวค้อนหลุด ขณะที่ผู้เสียชีวิตได้แต่ยกแขนกันครั้งเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมใจ เหลืองทอง กล่าวผ่านห้องขังหลังทำแผนว่า อยากจะบอกผ่านสื่อไปถึงญาติของผู้เสียชีวิตว่า ตนเองรู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่าตอนนั้นโมโหขาดสติ เพราะตนรักแม่ของผู้ตายมาก จนลืมนึกไปว่าผู้ตายตั้งครรภ์อยู่ เชื่อว่าสิ่งที่ตนเองพูดไปคงไม่สามารถเปลี่ยนใจญาติคนตายได้ จึงอยากจะขออโหสิกรรมกับสิ่งที่ทำลงไป และอยากขอให้ศาลหรือกระบวนการยุติธรรมตัดสินประหารชีวิต หาก 1 ชีวิตแลกกับ 2 ชีวิตได้ก็ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาของคดีนี้ เมื่อบ่ายวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.คันนายาวรับแจ้งเหตุหญิงถูกฆ่าภายในหมู่บ้านเสริมสิริ ย่านแยกลำกะโหลก แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น เลขที่ 668/64 ด้านล่างเป็นร้านเสริมสวย ชื่อ พิมพา บิวตี้ ส่วนที่เกิดเหตุอยู่ในห้องนอนชั้น 2 พบศพ น.ส.นันท์ชยา จันทะโมคา อายุ 29 ปี ซึ่งกำลังท้องได้ 7 เดือน นอนเสียชีวิต ที่ศีรษะถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลฉกรรจ์ และที่ท้องมีร่องรอยถูกทุบ หูซ้ายขาด เจ้าหน้าที่พบค้อนตอกตะปูตกอยู่ การสอบสวนทราบว่าคนร้ายคือนายภูมิใจ เหลืองทอง ชาว จ.ฉะเชิงเทรา อาชีพขี่วินรถจักรยานยนต์ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวัตร แก้วคำสอน อายุ 29 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ภรรยาเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยดังกล่าว โดยทำอยู่กับนางพิม ผู้เป็นแม่ &amp;nbsp;ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายภูมใจซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของผู้เสียชีวิต มีนิสัยชอบเล่นพนัน โดยเฉพาะสนุกเกอร์ และชอบดื่มเหล้า ก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ายภูมใจมีปากเสียงกับนางพิมสาเหตุจากนายภูมใจหึงหวงนางพิม จนกระทั่งนางพิมทนไม่ไหวหนีกลับบ้านที่ จ.อำนาจเจริญ จากนั้นนายภูมิใจ ได้โทรศัพท์ไปขู่นางพิมว่า ถ้าไม่กลับมาจะฆ่า น.ส.นันทชยาให้ตาย จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเช้าวันที่ 13 เม.ย. มีผู้พบนายภูมิใจได้กินยาเบื่อหนูหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด บริเวณอู่รถเมล์สาย 122 ย่านแฮปปี้แลนด์ แต่มีคนช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลจนรอดชีวิต ก่อนที่ตำรวจจะไปรับตัวดำเนินคดี
แค้นเมียไม่คืนดีสาดลูกซองเจ็บ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชลบุรี พ.ต.อ.ปพนพัชร์ ใบยา ผกก.สภ.บ่อวิน อ.ศรีราชา นำกำลังไปตรวจสอบหลังรับแจ้งมีเหตุชายใช้มีดแทงตัวเองได้รับบาดเจ็บที่บ้านพักพนักงาน เลขที่ 219/10 หมู่ที่ 4 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา พบนายบุญลอง ปุ้กเป็ด อายุ 42 ปี มีบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าท้องไส้ทะลัก เจ้าหน้าที่ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมฉบัง สอบสวนทราบว่าก่อนหน้า นายบุญลองพยายามง้อภรรยาคือ น.ส.มุตตาล ครวญคะนอง อายุ 42 ปี ที่เลิกรากันประมาณปีเศษ แต่ไม่สำเร็จ จึงขับรถยนต์ เชฟโรเลต สีขาว หมายเลขทะเบียน บน 7612 อุตรดิตถ์ ไปที่หน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยวของ น.ส.มุตตาล ที่หมู่ 4 ต.บ่อวิน จากนั้นอาวุธปืนลูกซองยิงสาดเข้าในร้าน กระสุนถูก น.ส.มุตตาล อดีตภรรยา เข้าที่หัวไหล่ และยังถูกลูกค้า 2 คนที่มานั่งกินก๋วยเตี๋ยว คือนายสิทธิพงษ์ คำงูเหลือม อายุ 27 ปี และนายอนุวัฒน์ สิงหา อายุ 21 ปี สาหัสทั้ง 3 คน ถูกนำส่ง รพ.ปิยะเวชช์บ่อวิน จากนั้นนายบุญลองก็กลับไปแทงตัวเองเพื่อหนีความผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนวัตร แก้วคำสอน, พ.ต.อ.ปพนพัชร์ ใบยา, พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช, ภูมใจ เหลืองทอง, ว่านไพลิน หอมวัชระ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb339680c5c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
