<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!คดียุบ&#039;ทษช.&#039; ตร.1.5พันนายคุมเข้มศาลรธน./แม้วงัดแผนสำรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมเข้มศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดียุบพรรค ส่งตำรวจ 1.5 พันนายรักษาความปลอดภัย &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; ยันไข่แดงรัศมี 500 เมตร &amp;nbsp;M79 ยิงไม่ถึง ขณะที่ไทยรักษาชาติสั่งงดหาเสียง แนะมวลชนฟังข่าวอยู่กับบ้าน แต่กลุ่มอยากเลือกตั้งเสนอตัวไปฟังแทน ช่างกล้า &amp;quot;โบว์&amp;quot; ดักคอศาล อ้างหากจะมีใครนำพระราชโองการมาอ้างอิงใช้เสมือนเป็นกฎหมาย จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อหลักการนิติรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้จัดเตรียมความพร้อมของสถานที่ในการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 มี.ค. เวลา 15.00 น. การอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ได้สงวนสิทธิ์การขอเข้าฟังการคำวินิจฉัยในห้องพิจารณา แต่ได้เตรียมการถ่ายทอดสัญญาณจากห้องพิจารณามาที่จอโทรทัศน์วงจรปิดที่จะติดตั้ง 3 จุด ในบริเวณลานกิจกรรมของศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคารเอ โดย 2 จุดได้จัดเตรียมไว้ให้สื่อมวลชน ส่วนอีกหนึ่งจุดได้เตรียมให้ประชาชนที่สนใจสามารถรับชมการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการรักษาความปลอดภัยภายในศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นไปอย่างเข้มข้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล รวมถึงหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด พร้อมสุนัขตำรวจที่จะเข้ามาตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้ พร้อมประกาศปิดลานจอดรถด้านหน้า รวมถึงปิดประตูหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้เจ้าหน้าที่ของศาลเข้าช่องทางเดียวคือประตูฝั่งลานกิจกรรมเท่านั้น ส่วนบุคคลภายนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามายังพื้นที่ของศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า &amp;nbsp;การวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยนั้นจะมีไม่ต่ำกว่า 1,500 นาย ประกอบด้วย ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจสื่อสาร ชุดอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) กองกำกับการสุนัขตำรวจ 4 นาย และเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์กล้องวงจรปิดมาติดตั้งเพิ่มอีก 70 ตัว รักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบศาลรัฐธรรมนูญที่ศาลประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม รวมทั้งตั้งจุดตรวจจุดสกัด รวมถึงจุดคัดกรอง โดยเฉพาะพื้นที่รัศมี 500 เมตร จากที่ทำการศาลจะต้องปลอดภัยที่สุด และอยู่ในระยะที่ผู้ไม่หวังดีไม่สามารถใช้เครื่องยิงลูกระเบิด M79 ยิงถึงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริเวณด้านนอกตำรวจสื่อสารได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 70 ตัวโดยรอบพื้นที่ สามารถมองเห็นทุกจุดที่มีการเคลื่อนไหว รวมถึงติดตั้งระบบวิทยุสื่อสาร วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อเฝ้าติดตามและรายงานสถานการณ์ได้ทันที ล่าสุดยังไม่มีฝ่ายใดทำหนังสือขออนุญาตชุมนุมให้กำลังใจพรรคไทยรักษาชาติบริเวณศาลและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนประชาชนหากจะเดินทางมาศาล จะต้องไม่ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ในส่วนของสื่อมวลชน ศาลไม่อนุญาตให้เข้าฟังคำวินิจฉัย แต่ได้เตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ในการรับฟังคำพิพากษาไว้ให้ ซึ่งศาลอนุญาตให้คู่กรณีทั้ง 2 ฟังเข้าฟังคำวินิจฉัยฝ่ายละ 16 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เตือนไปยังกลุ่มผู้ไม่หวังดี ว่าขอให้อย่าเคลื่อนไหวหรือทำอะไรที่อยู่นอกเหนือกฎหมาย ส่วนแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ มีการดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ไม่ถึงกับส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าที่ที่ทำการพรรค แต่การข่าวยังไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด &amp;nbsp;ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่าจะสามารถดูแลความเรียบร้อยได้ในวันพรุ่งนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า การรักษาสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย ทาง สน.ทุ่งสองห้องก็จะปฏิบัติตามแผนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้วางไว้ โดยทาง สน.จะจัดกำลังไปสนับสนุนประมาณ 30 นาย ซึ่งจนถึงขณะนี้ในทางการข่าวก็ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการก่อความวุ่นวายใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคไทยรักษาชาติ โดยในช่วงเช้าวันที่ 7 มี.ค. คณะกรรมการบริหารพรรคจะหารือร่วมกับประธานฝ่ายยุทธศาสตร์เลือกตั้ง ประธานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ฝ่ายกฎหมาย เพื่อสรุปประเด็นในขั้นสุดท้ายอีกครั้งว่าจะหยิบยกประเด็นใดบ้างมาแถลงต่อศาล ซึ่งเบื้องต้นทางพรรคมอบหมายให้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นผู้แถลงปิดคดีด้วยวาจา นอกจากนี้จะมีการหารือในการส่งตัวแทนของพรรคไปร่วมฟังคำวินิจฉัย ตามที่ศาลอนุญาตให้ตัวแทนแต่ละฝ่ายส่งตัวแทนไปได้ฝ่ายละ 16 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานรณรงค์หาเสียง พรรคไทยรักษาชาติ เผยว่า กรรมการบริหารพรรค แกนนำบางส่วนและทีมกฎหมายจะไปฟังที่ศาล และแจ้งให้หัวหน้าทีมรณรงค์ทั้ง 7 ชุด บอกผู้สมัครทุกเขตและทีมงานในพื้นที่ติดตามข่าวสารที่บ้านหรือศูนย์ประสานงาน ช่วงเวลาอ่านคำวินิจฉัยจะไม่มีกิจกรรมรณรงค์ใดๆ ส่วนสมาชิกพรรคและพี่น้องประชาชนผู้สนับสนุน ขอให้ติดตามข่าวที่บ้านเช่นเดียวกัน เพื่อความสะดวก เรียบร้อย และให้ความร่วมมือกับกระบวนการของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนจะเฝ้าติดตามอยู่ที่พรรค เนื่องจากทราบมาว่าศาลรัฐธรรมนูญได้จำกัดที่นั่งของผู้ที่จะเข้าร่วมการฟังคำวินิจฉัย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ไม่เดือดร้อน ยังจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบต่อไป จะตรวจสอบทหาร นักการเมือง ซึ่งยังทำได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็น ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า สำหรับมวลชนที่นัดแนะอยากมาร่วมให้กำลังใจทางพรรคนั้น ไม่อยากให้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะจะดูไม่เรียบร้อย กลัวจะมีเรื่องแทรกซ้อน ซึ่งทางพรรคระมัดระวังในเรื่องนี้ ควรรอฟังผลที่บ้าน ทั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อยากให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.เหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ &amp;quot;ฟอร์ด เส้นทางสีแดง&amp;quot; แกนนำกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้งเปิดเผยว่า กลุ่มประชาชนคนอยากเลือกตั้งประมาณ 20-30 คน จะเดินทางมาร่วมรับฟังคำวินิจฉัย โดยกลุ่มพวกตนจะนัดหมายใส่เสื้อสีเป็นสัญลักษณ์กลุ่มเท่านั้น แต่ไม่มีการถือป้ายข้อความใดๆ เพราะเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการทำผิดละเมิดศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งนี้นั้นน่าจับตามองที่สุด ทั้งเรื่องการร้องเรียนเรื่องการยุบพรรคไทยรักษาชาติและพรรคอนาคตใหม่ และการกลับไปกลับมาของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชารัฐ ที่บอกว่าจะลงพื้นที่หาเสียงแบบบังเอิญต่อจากนี้ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การวินิจฉัยเป็นเรื่องของศาล ตนไม่ก้าวล่วง และขอไม่พูดถึงผลที่จะตามมา หากศาลพิพากษาว่ามีความผิด แต่ตนตั้งข้อสังเกต กกต.ว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว หากเทียบกับคดีต่างๆ ที่ตนร้องไปยัง กกต.ก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การวินิจฉัยเป็นเรื่องของศาล เวลาผมยื่นเรื่องให้ กกต.ให้พิจารณาตามคำร้อง ดำเนินการช้า แต่เรื่องนี้ กกต.ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยได้ ส่วนการพิจารณาการเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯ หากมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ก็ตั้งข้อสังเกตว่าพรรคพลังประชารัฐก็เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ คนที่ยึดอำนาจมา ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวว่า หลักการของการยุบพรรค หากจะมีใครนำพระราชโองการมาอ้างอิงใช้เสมือนเป็นกฎหมาย จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อหลักการนิติรัฐของประเทศไทย พฤติการณ์ของคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยเลย การเสนอชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคใด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ระบุไว้ชัดเจน ถ้าขาดคุณสมบัติเสมือนไม่ได้เสนอชื่อ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นปฏิปักษ์กับการปกครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า หลักการยุบพรรคควรจะเกิดขึ้นเมื่อมีความผิดอาญาร้ายแรงเท่านั้น เป็นมาตรฐานสากล จะไม่ยุบพรรคง่ายๆ เพราะพรรคเป็นตัวแทนอุดมการณ์ของประชาชน ศาลรัฐธรรมนูญน่าจะคงอยู่ในหลักการของความเป็นนิติรัฐ ให้นานาชาติเห็นว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ที่ทุกพรรคมีสิทธิเป็นตัวเลือกให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร ศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า การตัดสินคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อจำนวน ส.ส.ที่คำนวณไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากคะแนนเสียงสามารถถ่ายโอนไปเลือกพรรคการเมืองอื่นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลได้ แต่เป็นห่วงผู้สมัครที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นต้องได้รับผลกระทบ ไม่สามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ดังนั้นควรจะมีการเยียวยา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30686</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ณัฏฐา มหัทธนา, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุรักษ์ เจนตวนิชย์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7fdfe5ad89b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาปปช.เต้นสอบผู้ช่วย เซ่นปมร้อนชักปืนขู่แท็กซี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจารณ์ยับหนุ่มใหญ่โชว์ดุ &amp;quot;ชักปืนขู่&amp;quot; ที่แท้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. อ้างเห็นท่าไม่ดีกลัวคนขับแท็กซี่ทำร้าย จึงทำเพื่อป้องกันตัว ไม่คิดจะเหนี่ยวไก ขณะที่เลขาฯ ปราบโกงเต้น สั่งรายงานข้อเท็จจริงด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันอังคารที่ผ่านมา มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อคลิปเหตุการณ์ที่ชายวัยกลางคน &amp;nbsp; ลงจากรถฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ แล้วใช้ปืนจ่อไปที่ผู้ถ่ายคลิป &amp;nbsp;โดยเพจเฟซบุ๊ก @เฮียขับรถ โพสต์คลิปนี้พร้อมข้อความประกอบว่า &amp;quot;ชักปืน เล็งใส่ ฝากลุงไว้ในอ้อมใจสักคน เก่งจังเลยครับลุง ทะเบียนลุงก็ชัดอยู่นะ &amp;nbsp;หงายการ์ดอะไรดีน้า...&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผู้กำกับการ สน.ทุ่งสองห้อง พูดถึงเหตุการณ์นี้ว่า เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบทะเบียนรถดังกล่าวแล้ว ขณะนี้รู้ตัวผู้ครอบครองรถ &amp;nbsp; ที่อยู่ที่บ้านพักและบุคคลที่อยู่ในคลิปดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ติดตามตัวไปที่บ้านพัก ได้รับแจ้งว่าไม่อยู่บ้าน และติดตามไปที่ทำงาน ก็ได้รับแจ้งว่าไม่ได้ไปทำงาน และเมื่อโทรศัพท์ไปยังมือถือก็ไม่รับสาย ขั้นตอนหลังจากนี้ก็จะพยายามติดตามตัวมาสอบถามข้อมูลและแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าว แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี แต่พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดใน 3 ข้อหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง, พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะฯ และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว โดยเจ้าพนักงานตำรวจสามารถดำเนินคดีได้ทันที ล่าสุด บุคคลดังกล่าวเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ทุ่งสองห้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า บุคคลที่ปรากฏในคลิปดังกล่าวทราบภายหลังคือ นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. &amp;nbsp;ต่อมานายพิเศษพร้อมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง โดยหลบสื่อมวลชนเข้าทางด้านหลัง สน. พร้อมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุบรรณ อธิเศษ รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ชายในคลิปคือนายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. วันนี้มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ซึ่งได้แจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371, 392 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;ซึ่งนายพิเศษไม่ขอให้การในชั้นนี้ และเดินทางกลับทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กำลังติดตามตัวคนขับรถแท็กซี่คู่กรณีมาสอบสวนถึงมูลเหตุจูงใจของเหตุการณ์ โดยคนขับแท็กซี่ไม่จำเป็นต้องแจ้งความ เพราะคดีนี้เป็นความผิดต่อรัฐ รัฐเป็นเจ้าทุกข์ สามารถดำเนินคดีกับนายพิเศษได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิเศษ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสำนักหนึ่งทางโทรศัพท์ว่า วันเกิดเหตุมากับคุณป้าเพื่อทำธุระที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ อาคาร B ใช้เส้นทางคลองประปา จากนั้นรถติดไฟแดง ก่อนทางเข้าอาคาร A พอสัญญาณไฟเป็นสีเขียว รถแท็กซี่คันที่ตามหลังขับปาดมาด้านหน้าก่อนเลี้ยวเข้าศูนย์ราชการฯ แล้วหยุดรถกะทันหัน ทำให้ตนบีบแตรเตือน 1 ครั้ง ก่อนจะขับรถแซงเพราะรีบไปทำธุระ แต่คนขับรถแท็กซี่ขับตามมาด้วยความเร็วและบีบแตรหลายครั้ง พร้อมเปิดไฟหน้ารถลักษณะไม่พอใจ พอจังหวะขึ้นลูกระนาดตนชะลอและหยุดรถเพื่อถามว่าขับรถตามมาทำไม ส่วนการถือปืนในลักษณะคล้ายข่มขู่โดยยกขึ้นมา อ้างว่าเห็นท่าไม่ดี กลัวคนขับแท็กซี่ทำร้าย จึงต้องการแสดงให้เห็นว่าเขามีอาวุธป้องกันตัว ไม่ได้คิดจะลั่นไก แค่ป้องกันให้หยุดการไล่ตามเท่านั้น จนมี รปภ.อาคาร A ในศูนย์ราชการฯ มาห้ามไว้ จากนั้นรถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับหายไป อยากให้สังคมเห็นคลิปก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แค่คลิปที่ตัวชักปืนออกมาแล้วถูกปล่อยในโลกออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการแจ้ง 3 ข้อกล่าวหา คือ มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้อื่น ส่วนเรื่องการตรวจสอบอาวุธปืน ต้องรอหลังการไปตรวจค้นที่บ้านพัก หากพบเป็นปืนที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวว่า ได้เห็นคลิปในข่าวแล้ว และได้สั่งให้ นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวให้ส่งตรงมาที่ตนโดยด่วนที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20065</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สุบรรณ อธิเศษ, พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย, วรวิทย์ สุขบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5e6e172ffd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
