<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเค้าเดือดแน่!ขอนแก่นจับซื้อเสียงเลือกนายกฯเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา &amp;nbsp;เก่งสาริกิจ ผกก สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับการส่งตัวผู้ต้องหาจากตำรวจสันติบาล คือนายสุนันท์ &amp;nbsp;วรวงษ์ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129 ม.25 บ.โกทา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน 1กฬ-3842 ขอนแก่น ,บัญชีรายชื่อประชาชนในเขตพื้นที่บ้านโกทา รวมหลายรายการ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจับกุมตัวได้ในเขตพื้นที่ บ.โกทา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ทำการแจกจ่ายเงินซื้อเสียงให้กับผู้สมัครนายกเทศมนตรีรายหนึ่ง ในเขตพื้นที่ ต.ศิลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน แต่พฤติกรรมและหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมมอบให้กับพนักงานสอบสวนนั้นชัดเจน โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ไปพร้อมกับพวกอีก 1 คนที่หลบหนีการจับกุมไปได้ ตระเวนขับรถไปตามบ้านของประชาชนที่ปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อ โดยในจังหวะที่ผู้ต้องหาแจกจ่ายเงินเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงตัวและเข้าจับกุมทันที ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่จ่ายเงินได้อาศัยจังหวะช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวบุคคลที่หลบหนีแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ สำหรับผู้ต้องหาอีก 1 คนที่หลบหนีไปนั้นเจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วว่าเป็นใครซึ่งจะทำการออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย และแม้ว่าผู้ต้องหารายนี้จะให้การปฏิเสธ แต่ด้วยหลักฐานตามที่ชุดจับกุมส่งมอบและพฤติการณ์ที่ปรากฏ จึงตั้งข้อกล่าวหาตามความผิด พรบ.เลือกตั้งสมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97086</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกุม, ซื้อเสียง, นายกเทศมนตรี, พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ, สภ.เมืองขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605a9ff6b49fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเสี่ยแพรนายทุนโหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.สั่งเด้ง-ตั้ง กก.สอบ 2 นายตำรวจเซ่นคดีเสี่ยเงินกู้ซ้อมสาวลูกหนี้ เหตุบกพร่องตั้งข้อหาเบาหวิว รวบแล้ว &amp;quot;เสี่ยแพร&amp;quot; คาคอนโดฯ ใน กทม. ตั้งเจอคดีทำร้ายร่างกาย ปล่อยกู้และทวงหนี้ผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมนี้ ว่า คดีนายธเนศ เปล่งขำ อายุ 42 ปี หรือเสี่ยแพร นายทุนเงินกู้นอกระบบ ชาวกรุงเทพฯ ทำร้ายร่างกาย น.ส.เอ (นามสมมุติ) จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้ ซึ่งต่อมา รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น ทำหน้าที่หัวหน้าสายตรวจ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่ไปถึงที่เกิดเหตุไม่พบคนเจ็บ จึงควบคุมตัวนายแพรนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนก็ลงพื้นที่ไปตรวจที่เกิดเหตุ แต่มีความบกพร่อง ไม่ละเอียดรอบคอบ เมื่อไม่พบผู้เสียหายก็ไม่ตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากช่วงที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ พลเมืองดีนำคนเจ็บส่งที่ รพ.ขอนแก่นไปแล้ว จึงทำได้เพียงการควบคุมตัวนายแพรไปดำเนินคดีในข้อหาทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ ปรับเป็นเงิน 1,000 บาท แล้วปล่อยตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิบัติงานดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่รอบคอบ บกพร่อง จึงมีคำสั่งให้รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น และพนักงานสอบสวนเวรในวันดังกล่าว ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น (ศปก.ภ.จว.ขอนแก่น) เป็นเวลา 30 วัน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนคนใหม่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าตำรวจไม่เกรงกลัวอิทธิพล และเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปรีชากล่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายกังวลเรื่องความปลอดภัย และเกรงว่าครอบครัวจะได้รับอันตราย จึงได้ติดตั้งคิวอาร์โค้ดที่บ้านของน้องเอ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจ ดูแลความปลอดภัยให้น้องเอและครอบครัว โดยจะมีการรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจนกว่าครอบครัวผู้เสียหายจะรู้สึกปลอดภัย ในส่วนคดีความของนายธเนศ จัดเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ลงมือทำร้ายร่างกายผู้หญิง ในเบื้องต้นตนได้สอบปากคำผู้เสียหายด้วยตัวเอง ทำให้ทราบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องถึงเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ไม่ขอเปิดเผย เพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปรีชากล่าวอีกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับนายแพร ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตาม ป.อาญา มาตรา 295 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท ข้อหาให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4 (1) โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และข้อหาเป็นผู้ทวงถามหนี้ กระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายของลูกหนี้ ตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หากนายแพรมาพบพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหา และคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เดินทางไปยัง สภ.เมืองขอนแก่น หลังได้รับรายงาน ตำรวจติดตามจับกุมเสี่ยแพรได้แล้วที่ห้องพักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง กทม. เพื่อติดตามคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ปรีชากล่าวว่า มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีลูกหนี้ที่ทำการกู้ยืมเสี่ยแพรอีก 5 ราย โดยได้กู้ยืมเป็นเงินหลักหมื่นบาท และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลเพิ่มเติมในทุกๆ ด้าน หากพบบุคคลใดมีส่วนร่วมกระทำความผิดหรือหลักฐานเชื่อมโยงใคร ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86961</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธเนศ เปล่งขำ, พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส, พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8ac9288f7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายทุนสุดโหด ปืนตบ-เตะสาว บังคับกราบเท้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทุนเงินกู้กร่างหนัก บุกทำร้ายสาวพีอาร์ต่อหน้าตำรวจในสนามฟุตบอล เหตุไม่จ่ายหนี้ ใช้ปืนตบหน้า โขกหัว เตะ บังคับให้กราบตีน ขึ้นโรงพักตำรวจปรับ 1 พันฐานขู่เข็ญให้เกิดความกลัวแล้วปล่อยตัวไป กระทั่งเป็นข่าวฉาวเลยเรียกมาเพิ่มข้อหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมนี้ ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น บันทึกภาพเหตุการณ์ชายคนหนึ่งตรงเข้ากระชากผมสาวพีอาร์ที่กำลังทำงานอยู่ขอบสนาม แล้วลากออกมาที่บริเวณลานจอดรถ จากนั้นชายคนดังกล่าวได้หยิบอาวุธปืนสั้น สีดำ ทราบภาบหลังว่าเป็นปืนบีบีกัน ออกมาทุบที่ใบหน้าและศีรษะของสาวพีอาร์ตลอดระยะทางที่ลากออกมา ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่มาออกกำลังกายที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม แต่ชายผู้นี้ก็ยังกระทำอุกอาจ บังคับให้หญิงสาวกราบเท้า พร้อมทั้งใช้ปืนตบใบหน้า ศีรษะหลายครั้ง แม้อีกฝ่ายจะร้องอ้อนวอนและยกมือไหว้ แต่ก็ยังถูกทำร้ายทั้งตบและเตะ กระทั่งชายอีกคน ทราบภายหลังเป็นตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเพื่อนๆ เข้าไปห้าม ก่อนจะแจ้งสายตรวจมาควบคุมตัวชายดังกล่าวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองขอนแก่น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. วันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ถูกทำร้าย เปิดเผยว่า ตนเองติดเงินกู้นอกระบบจำนวน 130,000 บาท ซึ่งกู้ยืมมาจากนายแพร ผู้ที่ปรากฏในคลิป นำเงินมาตั้งวงแชร์ แต่แชร์ล้ม ลูกแชร์ไม่ยอมจ่าย โดยก่อนเกิดเหตุได้มีการพูดคุยกับว่าตอนนี้ยังไม่มีเงินจ่าย และกำลังทำงานเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ วันเกิดเหตุนายแพรได้ไปหาแม่ของตนที่บ้าน ก่อนจะมาที่สนามฟุตบอล แล้วทำร้ายดังที่ปรากฏในภาพ เรื่องนี้ได้เข้าแจ้งความตำรวจแล้ว และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากเกิดเหตุนายแพรโดนดำเนินคดีแค่ข้อหาทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ ปรับ 1,000 บาท แล้วปล่อยตัวไป ในส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายนั้น ทางตำรวจบอกว่าต้องรอผลตรวจจากแพทย์ประมาณ 1 เดือน จึงจะสามารถแจ้งข้อหาได้ ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นกลัวว่านายแพรจะมาทำร้ายคนในครอบครัวหรือหนูอีก&amp;quot; น.ส.เอกล่าว และว่า ขณะนี้รู้สึกบวมช้ำไปทั้งตัว ศีรษะแตก 2 แผล ใช้ชีวิตประจำวันยากลำบาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ต้องหาคือนายธเนศ เปล่งขำ หรือแพร อายุ 42 ปี นายทุนเงินกู้ชาวกรุงเทพฯ จากการตรวจสอบพบเกิดเหตุการณ์จริง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำให้ตกใจกลัวฯ และเปรียบเทียบปรับเงิน 1,000 บาท แล้วปล่อยตัวไป แต่จากการสอบสวนทราบว่ามีการทำร้ายและปล่อยเงินกู้ที่มีการทำสัญญา จึงได้เรียกมาสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนการทำร้ายร่างกายสาหัส รักษาตัวกี่วัน ต้องรอแพทย์ลงความเห็น รอผลแพทย์ประมาณ 45 วัน ส่วนการกู้ยืมเงินนั้น ก็จะมีการตรวจสอบว่านายแพรเป็นนายทุนเงินกู้หรือไม่ ถ้าปล่อยกู้ คิดดอกเบี้ยในอัตราที่แพงกว่ากฎหมายกำหนด ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธเนศ เปล่งขำ, พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd7533014cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฆ่าพระธุดงค์ ไม้ตอกตะปูตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระธุดงค์ถูกฆาตกรรมสยอง คนร้ายตีท้ายทอยคาเถียงนาตรงข้าม บขส.ขอนแก่น พบท่อนไม้ตอกตะปูเปื้อนเลือดตกอยู่ พร้อมขวดเหล้า ขวดน้ำ ชาวบ้านเผยผู้ตายมากับพระอีก 2 รูป หลังเกิดเหตุหายไปทั้งคู่ คาดทะเลาะกันในวงเหล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 มกราคมนี้ ร.ต.อ.ยงยุทธ สะเดา สารวัตร (สอบสวน) สภ.ย่อยเมืองเก่า ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ &amp;quot;แก่นนคร 191&amp;quot; สภ.เมืองขอนแก่น พบศพพระมรณภาพอยู่ที่กระท่อมกลางทุ่งนา ใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง พื้นที่บ้านกุดกว้าง หมู่ 12 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ตรงข้าม บขส.ขอนแก่น แห่งที่ 3 จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น แพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ที่เกิดเหตุ บริเวณที่นาใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง มีเถียงนาตั้งอยู่ 1 หลัง พบจีวรของพระสงฆ์ กลด ถุงอาหาร ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง และขวดน้ำหลายชนิด ห่างจากเถียงนาประมาณ 10 เมตร พบศพพระสงฆ์อายุประมาณ 45-50 ปี มรณภาพสภาพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผิวหนังดำ คาดว่าโดนแสงแดดเผาจนไหม้ โดยมีบาดแผลถูกตีที่ท้ายทอย ห่างจากศพประมาณ 2 เมตร พบท่อนไม้ยาวประมาณ 1 เมตร ตะปูตอกติดอยู่ และมีคราบเลือดตกอยู่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบโดยรอบบริเวณ พบขวดเหล้าขาว 1 ขวด รองเท้า 1 คู่ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำเก็บใส่ถุงวัตถุพยาน เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.ยงยุทธกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าพระรูปนี้มรณภาพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 วัน พบท่อนไม้คาดว่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากผู้ใดมีเบาะแสก็สามารถแจ้งมาที่ สภ.เมืองขอนแก่น หรือ สภ.ย่อยเมืองเก่าได้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทางเจ้าหน้าที่ให้สามารถจับคนร้ายได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีพระสงฆ์ต่างถิ่น 2-3 รูปเข้ามาปักกลดธุดงค์&amp;nbsp;โดยจะออกบิณฑบาตตอนเช้าและพักพิงอยู่ในทุ่งนาดังกล่าวในรูปแบบมั่วสุม กระทั่งมีพลเมืองดีมาพบศพพระสงฆ์ถูกฆ่าตายดังกล่าว ส่วนพระที่มาปักกลดด้วยหายตัวไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปรีชากล่าวว่า ในที่เกิดเหตุมีหลักฐานท่อนไม้ตอกตะปู คาดว่าเป็นอาวุธที่ฆาตกรใช้ตีผู้ตายก่อนหลบหนีไป ส่วนสาเหตุอาจจะมีการดื่มกินจนมึนเมาแล้วพูดจาขัดหู จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทแล้วถูกฆ่าตายดังกล่าว ตำรวจจะได้สอบสวนสืบสวนว่าพระผู้เสียชีวิตเป็นพระจริงหรือไม่ อยู่ที่ไหน ก่อนรวบรวมหลักฐานออกหมายจับผู้ก่อเหตุต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55635</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ, ร.ต.อ.ยงยุทธ สะเดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ee2ddec11d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
