<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจ่อรวบ &#039;ไอ้ตั้ม-แก๊งโจ๋&#039; บุกยิงหัวนักรียน ม.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยความคืบหน้าในคดีของนายเอ(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5. โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่อริรุมทำร้ายร่างกายก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะอาการสาหัส ขณะนี้ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ ผู้ปกครองคุยกันแล้วแต่ไม่จบ!เรียกแก๊งข้างนอกยิงหัวนักเรียน ม.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อยืนยันการกระทำความผิด โดยล่าสุดทราบชื่อและที่อยู่ของผู้ร่วมก่อเหตุแล้วทั้งหมดประมาณ 5 คน โดยมือปืนรายนี้ คือ นายพัฒนกร &amp;nbsp;เนตรวงษ์ หรือตั้ม อายุ 19 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก เคยมีคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษออกจากสถานพินิจ คาดว่าน่าจะหลบหนีออกไปจากพื้นที่แล้วหลังก่อเหตุ อย่างไรก็ตามมีรายงงานว่าญาติติดต่อขอเข้ามอบตัวภายในวันนี้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกำลังรวมรวบหลักฐานสำนวนคดีและเอกสารต่างๆ เพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับในข้อหาพยามยามฆ่าผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน น.ส.กุ๊ก (ขอสงวนนามสกุล) พี่สาวของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะน้อง เป็นเด็กเรียนหนังสือเก่งยังมีอนาคตอีกไกล อาทิตย์หน้าก็จะไปสอบคัดเลือกเตรียมทหารแล้ว แต่กลับมาถูกวัยรุ่นคู่อริรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม พ่อแม่ก็เหมือนหัวใจแตกสลายได้แต่หวังให้เกิดปาฏิหาริย์ เพราะน้องยังไม่รู้สึกตัวกระสุนเข้าจุดสำคัญ ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีพ่อกับแม่เฝ้าอยู่หน้าห้องไอซียูตลอดเวลา จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98179</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักเรียนทะเลาะวิวาท, พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ, พิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_6067e4d6dc5f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฆ่าปาดคอหญิงชรา คาร้านเสริมสวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฆ่าสยองกลางเมืองพิษณุโลก คนร้ายบุกร้านเสริมสวย ปาดคอหญิงชราวัย 74 ปีทิ้งศพในห้องน้ำ ชิงทองเกือบ 2 บาทหลบหนี ลูกชายเผยแม่อยู่คนเดียวหลังพ่อตาย ชวนไปอยู่ด้วยก็ไม่ไป ซ้ำยังทำงานเปิดรับคนแปลกหน้า พยานระบุเห็นหญิงคล้ายทอมเข้าไปในร้านและมีเสียงคนทะเลาะกัน ตำรวจระดมล่า รับเป็นคดีสะเทือนขวัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 กันยายนนี้ ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุฆาตกรรมภายในบ้านเลขที่ 68/21 ถนนเอกาทศรฐ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เปิดเป็นร้านเสริมสวยชื่อร้านช่อทิพย์ ใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้าท็อปแลนด์พลาซ่า บริเวณห้องน้ำพบศพนางบัญญัติ กัลป์ทอง อายุ 74 ปี เจ้าของร้าน นอนคว่ำหน้า ที่ลำคอถูกของมีคมบาดเป็นแผลฉกรรจ์ ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ลึกจนหลอดลมขาด โดยมีร่องรอยการถูกปาดคอหลายครั้งจนเลือดไหลนองเต็มห้องน้ำ ตรวจสอบพบทรัพย์สินของผู้ตายหายไป &amp;nbsp;ได้แก่ สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือหนัก 50 สตางค์ และแหวนอีก 1 วง เบื้องต้นทราบว่ามีรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยมาจอดอยู่หน้าบ้านพักในช่วงเช้าวันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางมนัส กัลป์ทอง อายุ 46 ปี ลูกสะใภ้นางบัญญัติ ผู้พบศพคนแรก เปิดเผยว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียว ช่วงเวลาประมาณ 11.40 น. ตนมาหาแม่ตามปกติก็เอะใจเพราะประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ เข้าไปดูก็เห็นแม่นอนอยู่ตรงห้องน้ำ ทีแรกคิดว่าเป็นลมจึงโทร.แจ้ง 1669 เข้ามาตรวจสอบจึงรู้ว่าเป็นฆาตกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรายุทธ กัลป์ทอง อายุ 51 ปี ลูกชายคนที่ 2 ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พ่อของตนเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากนั้นแม่ก็ขออยู่คนเดียวมาตลอด โดยมีตนและน้องชาย เปิดร้ายขายของอยู่เยื้องกับบ้านแม่คอยดูแล ตนเพิ่งเจอแม่เมื่อคืนตอน 3 ทุ่ม เพราะทุกๆ วันตนจะเป็นคนมาปิดบ้านให้แม่ และสายวันรุ่งขึ้นก็จะเข้ามาอยู่กับแม่ จนวันนี้น้องสะใภ้โทร.ตามว่าแม่โดนฆ่าตาย หัวใจแทบสลาย ทำไมตนไม่มาอยู่กับแม่ให้ไวกว่านี้ เหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาดูข่าวแบบนี้มาตลอด ไม่คิดว่าวันนี้หนึ่งจะมาเกิดขึ้นกับแม่ตัวเอง เมื่อก่อนบ้านนี้เคยเปิดเป็นร้านเสริมสวย แต่พอพ่อเสียตนก็บอกว่าอยากให้แม่พัก ไม่ให้ทำงานอีกแล้ว แต่แม่ก็ยังแอบทำผมให้กับลูกค้าอยู่บ้าง เคยเตือนหลายครั้ง เพราะลูกค้าแม่บางทีก็เป็นขาจรที่มาพักโรงแรม ไม่อยากให้แม่ทำ เพราะเราไม่รู้จักว่าใครเป็นใคร เคยขอให้ไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่ไม่ยอม จนมาเกิดเรื่องจนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเพชร เรือนชม อายุ 48 ปี เปิดร้านซ่อมรองเท้าอยู่ข้างบ้านผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 9 โมงเช้ามาเปิดร้าน เห็นรถจักรยานยนต์น่าจะเป็นสกู๊ปปี้ สีแดง จอดอยู่หน้าร้าน ไม่ได้เอะใจอะไร เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาก่อนที่จะหายกลับเข้าไป รูปร่างท้วม อายุประมาณ 30 ปี ลักษณะคล้ายทอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.อ้อย พัฒนาวรกุล อายุ 47 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ประมาณ 9 โมงครึ่ง ถึงประมาณ 10 โมง ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน มีเสียงมึง-กูดังอยู่พักใหญ่ ตนคิดว่าลูกหลานทะเลาะกันจนมาทราบเรื่องว่าคุณยายเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาร่องรอยคนร้าย ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งชิงทรัพย์ เหตุส่วนตัวทะเลาะวิวาท ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเพื่อหาข้อมูลประกอบทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม จะเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพราะคดีนี้เป็นคดีอุกอาจ สะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก มั่นใจจะสามารถจับตัวคนร้ายได้โดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76420</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญญัติ กัลป์ทอง, พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ, มนัส กัลป์ทอง, ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว, สรายุทธ กัลป์ทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ้อย พัฒนาวรกุล, เพชร เรือนชม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50dc73582c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้องใจใบอนุญาต ให้คนจิตป่วยมีปืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมตัว &amp;quot;ช่างวิม&amp;quot; ทำแผนฆ่า 3 ศพ สาหัส 1 ใน สวท.พิษณุโลก เจ้าตัวเผยตั้งเป้าไว้ 2 คนซึ่งเป็นนายช่างคู่กรณี ส่วน ผอ.เป็นเหตุซึ่งหน้า ปลุกปล้ำกันเลยแทงด้วยมีดหมอก่อนยิงซ้ำ ครอบครัวทำพิธีเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน ข้องใจอนุญาตให้คนจิตป่วยพกปืน 2 กระบอกจนก่อเหตุสลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคมนี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 50 นาย ควบคุมตัวนายวิม สอนสุด อายุ 59 ปี นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน ตำแหน่งนายช่างเครื่องส่ง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. และ .38 รวม 2 กระบอก ยิงใส่เพื่อนร่วมงานเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 1 คน ภายในห้องกระจายเสียง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดพิษณุโลก (สวท.พิษณุโลก) อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สาเหตุมาจากความเครียดสะสมและปัญหาส่วนตัวกับเพื่อนร่วมงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดแรก คือจุดที่นายวิมใช้อาวุธปืนยิงนายจิรวุฒิ สุเมธเทพานันท์ อายุ 47 ปี นายช่างไฟฟ้าอาวุโส ขณะกำลังปีนบันไดปรับกล้องวงจรปิดอยู่บริเวณห้องโถงด้านหน้า จำนวน 3 นัด เสียชีวิต จากนั้นไปยังจุดที่ 2 บริเวณห้องควบคุมเครื่องส่ง ใช้อาวุธปืนยิงนายภูมิศรัณญ์ พันธ์ภูมิ อายุ 55 ปี นายช่างอาวุโส เสียชีวิตเป็นศพที่ 2 ในสภาพนั่งฟุบแอบหลังตู้ไฟอยู่ภายในห้องจัดรายการวิทยุ และจุดที่ 3 ใช้อาวุธปืนยิงนายปรุง จันทร์แดง อายุ 56 ปี ช่างเครื่องส่ง ขณะเข้ามาเห็นเหตุการณ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว และจุดที่ 4 บริเวณด้านหลังอาคาร สวท.พิษณุโลก นายวิมใช้มีดหมอแทงและใช้ปืนยิงใส่ร่างของนายสานิตย์ บุตรมางกูล อายุ 60 ปี ผอ.สวท.พิษณุโลก เสียชีวิตเป็นศพที่ 3 โดยใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 30 นาที ก่อนนำตัวกลับไปฝากขังไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อเตรียมส่งฟ้องศาลในวันที่ 29 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิมกล่าวเปิดใจระหว่างถูกควบคุมตัวว่า ตนเองเคยนั่งนับ 1-10 จนถึง 1,000 จึงผ่านทุกอย่างมาได้ แต่วันเกิดเหตุ ตนนั่งกินยาอยู่ก็ได้รับโทรศัพท์จากนายจิรวุฒิ นายช่างไฟฟ้าอาวุโส สั่งให้หาอุปกรณ์หม้อแปลง แต่เมื่อหาให้แล้วก็แสดงท่าทีไม่พอใจ ว่าไม่ใช่ของที่ต้องการ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็มีปัญหากับนายจิรวุฒิหลายเรื่อง โดยถูกนายจิรวุฒิตำหนิตลอดมา ทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมจนถึงจุดที่ทนไม่ไหว จึงพกปืนและมีดบุกไปก่อเหตุยิงนายจิรวุฒิเป็นศพแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภูมิศรัณญ์ นายช่างอาวุโส ที่เสียชีวิตเป็นศพที่ 2 นายวิมกล่าวว่า เพราะนายภูมิศรัณญ์เป็นคนชอบเสี้ยม ซึ่งเมื่อเห็นตนยิงนายจิรวุฒิก็รู้ว่าตัวเองก็ตกเป็นเป้าจึงพยายามวิ่งหนี แต่ตนตามทันจึงยิงเป็นศพที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายสานิตย์ ผอ.สวท.พิษณุโลก นายวิมกล่าวว่า ครั้งแรกไม่ได้คิดจะฆ่า แต่หลังจากยิงนายภูมิศรัณญ์ภายในห้องจัดรายการวิทยุ ตนก็เดินออกมาจากห้อง ปรากฏว่านายสานิตย์ไม่รู้มาจากไหนโถมเข้าใส่ จึงเกิดการต่อสู้ยื้อยุดฉุดกระชากกัน หักข้อมือกันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็เอามือข้างหนึ่งดันคางเขาไว้ ปืนมันก็ลั่นส่ายไปส่ายมา ในกระเป๋าผมมีมีดหมออยู่ เพราะผมเป็นคนชอบไสยศาสตร์ก็จะพกของพวกนี้ไว้ คือตอนนั้นคิดว่าถ้า ผอ.แย่งปืนไปได้ผมก็ตาย ผมเลยใช้มือที่ค้ำคอ ผอ. ก่อนหยิบมีดออกมาจ้วงแทงตัดขั้วหัวใจ แล้วใช้อาวุธปืนยิง ส่วนคนเจ็บเอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองอะไรกับเขา เพียงแต่เขาเป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ ถ้าเขารอด ผมก็โอเค แต่ในความรู้สึกตอนนั้นผมหน้ามืดแล้ว&amp;quot; นายวิมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ในการทำแผนครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือด้วยดี ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี รวมถึงขั้นตอนในการก่อเหตุต่างๆ ตั้งแต่ยิงที่ด้านหน้า สวท. ยิงที่ห้องส่ง และยิงคนเจ็บ จากนั้นจึงมีการต่อสู้กับ ผอ. แต่สู้ ผอ.ไม่ได้ นายวิมจึงใช้มีดหมอแทงตัดขั้วหัวใจก่อนใช้ปืนยิงซ้ำ สาเหตุเพราะมีปัญหากันระหว่างกลุ่มนายช่างกับผู้ต้องหาซึ่งมีอายุมาก ประกอบกับสุขภาพไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ จึงทำงานผิดพลาดมีปัญหา ของหายประจำ โดนหัวหน้างานต่อว่าบ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุก็เป็นเรื่องของหาย จึงทะเลาะกับนายช่างทั้ง 2 คน แล้วลงมือก่อเหตุ ส่วนเรื่องการกินยาระงับประสาท ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามียาโรคประจำตัว เช่น หืดหอบ โรคหัวใจ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลพุทธชินราชมาประกอบสำนวนในคดีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยงวันเดียวกัน ที่ สวท.พิษณุโลก ครอบครัวของผู้เสียชีวิต คือ นางวาสนา บุตรมางกูล ภรรยาของนายสานิตย์ ผอ.สวท.พิษณุโลก นางสุวัฒนา พันธ์ภูมิ ภรรยาของนายภูมิศรัณญ์ และนางวิริยา สุเมธเทพานันท์ ภรรยานายจิรวุฒิ พร้อมด้วยครอบครัว ได้นิมนต์พระไปทำพิธีทางศาสนา จุดที่บุคคลทั้ง 3 ถูกยิงเสียชีวิต พร้อมบอกกล่าวให้ดวงวิญญาณตามกลับบ้านและไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคูหาสวรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวาสนากล่าวว่า รู้สึกเสียใจ พูดอะไรไม่ออก เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินไป ตนและสามีเดิมทำงานอยู่ด้วยกันที่ สวท.เพชรบูรณ์ ก่อนที่สามีจะย้ายมารับราชการที่ สวท.พิษณุโลกได้ 1 ปีเศษ เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือน สามีก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ต้องมาเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด สำหรับผู้ต้องหาก็ขอให้เป็นเรื่องของคดี ปล่อยให้ไปตามขั้นตอนกฎหมายลงโทษ ชดใช้ความผิดไป สามีตนเป็นคนดี ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงลงมือกระทำอย่างเหี้ยมโหดแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสุวัฒนากล่าวว่า ปมปัญหาความขัดแย้งเป็นเรื่องในสำนักงาน ตนไม่รู้เกิดอะไรบ้าง แต่ที่รู้มาผู้กระทำผิดเป็นคนที่โมโหฉุนเฉียวรุนแรง บางครั้งจะระบายด้วยการยิงปืนเล่น ทั้งนี้ ทราบว่าข้าราชการสามารถซื้อปืนได้ถึง 3 กระบอก ซึ่งไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมีมากขนาดนั้น สำหรับนายวิมมีการพกปืน 2 กระบอก เป็นคนที่มีสุขภาพจิตไม่ปกติแล้วนำมาก่อเหตุอีก อันตรายมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ลงพื้นที่ติดตามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตรวจสอบรายละเอียด หากพบสาเหตุว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องการทำงาน ก็ให้เร่งปรับการทำงาน เพิ่มการดูแลเอาใจใส่เจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67209</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรวุฒิ สุเมธเทพานันท์, พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ, ภูมิศรัณญ์ พันธ์ภูมิ, วิม สอนสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfad0a40a79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
