<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับครู-อดีตนายก เสพกามเด็กหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.นำกำลังคอมมานโดเปิดปฏิบัติการกวาดจับผู้ซื้อกามเด็ก ปูพรม 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี รวบนักการเมืองท้องถิ่น อดีตนายก อบจ.-รองนายก อบต.-ผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งครู เตรียมส่งฝากขังพร้อมค้านประกันตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ที่กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ รอง ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังตำรวจคอมมานโด และ กก.5 บก.ปคม. ปิดล้อมตรวจค้น 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี เพื่อจับกุมผู้ซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการที่ก่อนหน้านี้ราวเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง บก.ปคม.ได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการค้าประเวณีเด็กรายใหญ่ ในพื้นที่กาญจนบุรีและราชบุรี โดยครั้งนั้นได้การตรวจค้นและจับกุมเอเยนต์ และผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาเด็กมาขายบริการทางเพศ จำนวน 7 ราย และได้ช่วยเหลือเด็กผู้เสียหาย อายุระหว่าง 14-17 ปี จำนวน 4 คน ให้เข้าสู่การคุ้มครองดูแลของกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ได้สั่งการให้ขยายผลเพิ่มเติม โดยจากการสอบปากคำบรรดาแม่เล้าเด็ก พบว่ามีการจัดหาเด็กมาเพื่อให้บริการทางเพศ ซึ่งจัดหาบ้านพัก รีสอร์ตให้เด็กหญิงมาพักเพื่อรอชายที่นิยมเสพกามเด็กหญิง โดยมีการติดต่อทางไลน์ ส่งรูปเด็กหญิงหน้าตาดีไปให้เลือก ตกลงราคา ก่อนจะขับรถมารับออกไปหาที่พักหลับนอนกัน ทั้งนี้พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก เป็นบุคคลที่มีชื่อในพื้นที่ จึงขออนุมัติหมายจับและหมายค้นรวม 10 ราย นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งในพื้นที่ จ.ราชบุรี มี 9 จุด ประกอบด้วย อ.เมืองราชบุรี 6 จุด อ.ดำเนินสะดวก 2 จุด อ.บ้านโป่ง 1 จุด และในจังหวัดเพชรบุรี 1 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ จ.ราชบุรี อาทิ รองนายก อบต., อดีตนายก อบจ., สมาชิก อบต., ผู้ใหญ่บ้าน, ประธานลูกเสือชาวบ้าน และครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 7 กระบอก กระสุนปืน 40 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังปฏิบัติการได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ บก.ปคม. ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 4 อาคารบี ภายในศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยบรรยากาศการสอบปากคำเป็นไปด้วยความตึงเครียด ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การปฏิเสธและภาคเสธ เนื่องจากผู้ต้องหาบางรายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ อีกทั้งเกรงว่าเรื่องจะไปถึงหูของครอบครัวและภรรยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยกระทำเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร&amp;rdquo; ในท้ายสำนวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว ก่อนนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อทำการฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75065</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, พล.ต.ต.สยาม บุญสม, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับช่างภาพปืนจี้ขืนใจถ่ายวิดีโอแบล็กเมล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับช่างภาพอิสระ ปืนจี้บังคับขืนใจแฟนเก่า ทั้งยังถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอเอาไว้แบล็กเมล์นานแรมปี ล่าสุดวิปริตร่วมรักทางประตูหลังจนเหยื่อเครียดหนัก ปรึกษาเพื่อนก่อนเข้าแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.), พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง สว.กก.5 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายปณต อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.30/2563 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งได้กระทำโดยใช้อาวุธปืน และได้บันทึกภาพหรือเสียงการกระทำชำเรา เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือบุคคลอื่นๆ มีหรือใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถเพลินนารีมอลล์ ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก น.ส.หญิง (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ได้ถูกนายปณต ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตแฟน มีอาชีพเป็นช่างภาพรับถ่ายรูปงานทั่วไป ซึ่งคบหาอยู่กันมาตั้งแต่ปี 2560 แต่ได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องเงินและมีผู้หญิงอื่น น.ส.หญิงต้องการที่จะบอกเลิก แต่นายปณตผู้ต้องหาไม่ยอมจน จนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง และนายปณตขู่ว่าจะมาทำร้ายครอบครัวของ น.ส.หญิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากลางเดือน ก.พ.2562 นายปณตได้นัดให้ น.ส.หญิงมาพบเพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่นายปณตกลับใช้กำลังบังคับข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยได้ถ่ายภาพและอัดคลิปวิดิโอเอาไว้ จึงเกิดความกลัวไม่กล้าขัดขืน กระทั่งปลายเดือน ก.พ.2562 นายปณตได้มีปากเสียงกับ น.ส.หญิงอีกรอบ แต่ครั้งนี้นายปณตได้นำอาวุธปืนลูกโม่ออกมาข่มขู่ด้วย ด้วยความเกรงกลัวจึงถูกนายปณตบังคับข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิปอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2562 นายปณตได้มาดักรอ น.ส.หญิงถึงที่ทำงาน โดยข่มขู่ว่าถ้าไม่ไปด้วยจะทำทุกอย่างให้มาด้วยจนได้ จน น.ส.หญิงต้องจำยอมตามไปที่บ้านของนายปณต เมื่อถึงบ้าน นายปณตได้ใช้ปืนข่มขู่ แล้วทำร้ายโดยหวังข่มขืน น.ส.หญิงอีกครั้ง โดยนายปณตให้ น.ส.หญิงเลือกว่าจะใช้ปากสำเร็จความใคร่ให้ หรือจะให้นายปณตสอดใส่ทางทวารหนัก ซึ่ง น.ส.หญิงไม่ยินยอม พยายามวิ่งหนี แต่ถูกนายปณตเข้ามาทำร้ายเอาปืนจ่อศีรษะข่มขู่ และเปิดให้ดูว่ามีลูกกระสุนปืนอยู่ บังคับให้ถอดเสื้อผ้าแล้วไปที่เตียงนอน เอากล้องที่ใช้ในงานช่างภาพมาตั้งเพื่อที่จะอัดคลิปวิดิโอ จากนั้นได้บังคับข่มขืนทางทวารหนัก ระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์อยู่ก็ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพและวิดิโอไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นนายปณตได้โทร.มาข่มขู่ น.ส.หญิงตลอดเวลา จน น.ส.หญิงหวาดกลัวทนไม่ไหว ถึงขั้นเครียดมากจนแทบจะต้องไปรักษาอาการทางจิต ก่อนจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟัง และพามาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปคม.จึงได้เฝ้าติดตามตัวนายปณต ผู้ต้องหา กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ก่อนนำตัวนายปณตส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57563</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4be9fe8ad99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเจ้าอาวาสวัดป่า ข่มขืนเณร-เด็กวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.บุกรวบรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่า นำตัวไปสึกก่อนดำเนินคดีบังคับเสพเมถุน ทำอนาจารเณร 10 รูป รวมทั้งเด็กวัด ปฏิเสธเสียงแข็งอ้างถูกกลั่นแกล้ง ขณะที่ญาติโยมก็ไม่เชื่อ สุดท้ายยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 ธันวาคมนี้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.), พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. บก.ปอท. และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในวัดป่าสุวัฑฒนาราม (ทุ่งอินทรี) หมู่ 11 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือนายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแพ้ว อายุ 40 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.451/2562 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2562 ข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้ายซึ่งเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดานหรือกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.วรวัฒน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าพระครูสังฆรักษ์ หรือนายศักดิ์สิทธิ์ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสพเมถุน กระทำอนาจารต่อสามเณรที่มาบวชเรียนช่วงปิดภาคเรียน รวมทั้งเด็กวัด โดยมีภาพหลักฐานยืนยันการกระทำผิดชัดเจน ประกอบกับคำให้การในเบื้องต้นของเด็กที่เป็นเหยื่อ ผู้ปกครอง แม่ชี นอกจากนี้จากแนวทางสืบสวนยังทราบอีกว่าในช่วงระหว่างที่ก่อเหตุ พระครูสังฆรักษ์จะยึดโทรศัพท์มือถือของสามเณรและเด็กวัดทุกคนเพื่อป้องกันการแอบถ่ายหรือโทรศัพท์ไปบอกให้คนอื่นทราบ จนกระทั่งเหยื่อเริ่มทนพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหว จึงได้แอบถ่ายภาพหลักฐานและแอบติดต่อกับผู้ปกครองจนมีการร้องเรียนและนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า วัดดังกล่าวมีสามเณรทั้งหมด 19 รูป แบ่งเป็นสามเณรอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 รูป อายุ 19 ปี 1 รูป และเด็กวัดจำนวน 10 คน ซึ่งสามเณรที่อายุน้อยสุดในจำนวนนี้มีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนาฯ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มสามเณรรูปอื่นๆ ที่เคยมาบวชเรียนอยู่ที่วัดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า การตรวจสอบและตรวจค้นกุฏิต่างๆ ภายในวัด พบโทรศัพท์มือของสามเณรที่พระครูสังฆรักษ์ยึดไว้หลายเครื่อง พร้อมกับตรวจพบถุงยางอนามัยใช้แล้วที่บริเวณด้านหลังกุฏิของสามเณรตกอยู่ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญตัวพระครูสังฆรักษ์ไปทำการลาสิกขาจากความเป็นพระเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบปากคำพระครูสังฆรักษ์ ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง ตนบวชเรียนเป็นพระมานานกว่า 20 ปี ทำประโยชน์ให้กับวัดมาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านใกล้วัด เมื่อทราบข่าวก็พากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ โดยไม่เชื่อว่าพระครูสังฆรักษ์จะทำผิดดังที่ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวที่ บก.ปคม. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. กล่าวว่า ในวัดมีสามเณร 19 รูป เด็กวัด 10 คน ปรากฏว่ามีสามเณรที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 10 รูป มีเด็กวัดที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 1 คน เคยนำเรื่องไปบอกให้กับญาติพี่น้อง แต่ไม่มีใครเชื่อ เนื่องจากพระครูสังฆรักษ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า &amp;quot;พระอาจารย์ปู&amp;quot; มีญาติโยมรักเคารพมาก และกำลังจะได้เป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ในเร็วๆ นี้ ส่วนพยานหลักฐานที่ตรวจค้นพบคือ คอมพิวเตอร์ ถุงยางอนามัยใช้แล้ว ทิชชูเปื้อนเลือด หวายไม้เรียว มือถือของสามเณร เจลหล่อลื่น ผ้าปูที่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เณรบางรูปยังอยู่ในอาการหวาดกลัว นั่งร้องไห้ ต้องรีบเยียวยาฟื้นฟูจิตใจ หากสามเณรยังอยากที่จะบวชเรียนต่อ ก็จะช่วยจัดหาวัดแห่งใหม่ในตัวเมืองให้เป็นที่บวชเรียนต่อ&amp;quot; ผบก.ปคม.เผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า ภายหลังนำตัวมาสอบปากคำพร้อมกับนำพยานหลักฐานที่มีให้ดู ในที่สุดนายศักดิ์สิทธิ์ก็ยอมรับสารภาพว่าทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา จากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53261</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e03630cb45ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฐิติราชลั่นเงินทอนวัดโยงใครจับหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจลงใต้ตามไปถึงเมืองคอน &amp;nbsp;รวบผู้ต้องหาคนที่ 9 คดีเงินทอนวัดได้แล้ว ส่งศาลฝากขังทันที ศาลไม่ให้ประกัน ยังเหลืออีก 2 อดีตรอง ผอ.สำนักพุทธฯ ส่วน &amp;quot;นพรัตน์&amp;quot; อดีต ผอ.สำนักพุทธฯ ตัวการใหญ่ หนีซุกสหรัฐ &amp;quot;ฐิติราช&amp;quot; ลั่นโยงถึงใคร เป็นพระก็จับดำเนินคดีหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายเจษฎา วงศ์เมฆ อายุ 38 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง และเจ้าของร้าน &amp;quot;เจ.เอ.ซีซีทีวี&amp;quot; ตั้งอยู่เลขที่ 253/2 ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช จำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล้องวงจรปิด กล้องติดรถยนต์ เครื่องใช้สำนักงานและเครื่องกรองน้ำ ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 102/2561 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริต และสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต จับกุมได้ที่ร้านดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้สืบสวนสอบสวนคดีทุจริตงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือคดีเงินทอนวัด ต่อมาได้ประสานกำลังตำรวจ บก.ป. ติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ และดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเป็นล็อตที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าจับกุมอดีตพระชั้นผู้ใหญ่และบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แม้ว่าบางรายยังคงหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัวนายเจษฎา ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-14 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10-15 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพยานหลักฐานอื่นๆ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุจำเป็นของการฝากขังแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ ต่อมาญาติของนายเจษฎาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนี้ กระทั่งเวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 8 จาก 11 ราย ได้แก่ 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. 2.นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.พศจ.อ่างทอง 3.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อดีต พศจ.นครปฐม 4.นายบุญเลิศ โสภา ผอ.พศจ.ลำปาง 5.นายชยพล พงษ์สีดา อดีต รอง ผอ.พศ. 6.นางพรเพ็ญ กิติธรางกูร ผอ.กลุ่มระบบพัฒนาระบบบริหาร พศ. 7.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.พศจ.สิงห์บุรี และ 8.นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด พศ. ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด คุมตัวฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับนายเจษฎา ได้หลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช กระทั่งในวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ดังกล่าว ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป. โดยผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 3 คงเหลือเพียง น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ.ที่น่าจะหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว และนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. ผู้ต้องหารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมด ซึ่งทราบข้อมูลว่าหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เดินทางมายัง บก.ป. เพื่อร่วมประชุมคณะทำงานติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบของ บช.ก. พร้อมกับกล่าวว่าได้กำชับให้คณะทำงานทั้งในส่วนของ บก.ปปป. และ บก.ป. เร่งรัดดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นและผู้ต้องหาที่มีการจับกุมตัวได้แล้วนั้น เราจะทำให้เป็นแบบอย่างว่า เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่คิดกระทำการทุจริต ไม่ว่าจะสังกัดกระทรวง ทบวง กรมไหน ก็ต้องตระหนัก และจัดการกับปัญหาเหล่านี้ คดีนี้จะเป็นกรณีศึกษา สิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรจะต้องถูกจัดการจากนี้ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจับกุมนายเจษฎา ทางเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานชัดเจน จึงขออำนาจศาลออกหมายและจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องในประเด็นไหน อย่างไร ขอยังไม่เปิดเผย รวมทั้งการดำเนินการหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม ซึ่งคณะทำงานจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่พบ หากเชื่อมโยงถึงผู้ใดไม่ว่าเป็นพระสงฆ์หรือไม่ ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวถึงกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 8 รายว่า ได้รับรายงานหลังรับตัวกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจร่างกาย ตรวจประวัติ ตามขั้นตอน และระเบียบการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ และนำตัวไปไว้ในแดนแรกรับ โดยทุกคนยังคงมีอาการเครียดบ้าง เหมือนผู้ต้องขังใหม่รายอื่นๆ ส่วนกลุ่มที่มีอายุมากก็จะมีโรคประจำตัวผู้สูงอายุ หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงจะพิจารณาแยกไปไว้แดนต่างๆ ระหว่างรอพิจารณาคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเงินทอนวัดว่า เป็นเรื่องของตำรวจ เพราะตนไม่ทราบว่าคนที่หลบหนีนั้นไปอยู่ที่ไหน คิดว่าตำรวจคงติดตามนำตัวมาดำเนินคดี และเชื่อว่าการสืบสวนสอบสวนของตำรวจน่าจะมีข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเป็นระยะ คงบอกจำนวนของผู้กระทำผิดไม่ได้ว่าเพิ่มขึ้นเท่าไร เรื่องนี้ต้องให้ตำรวจมีเสรีภาพ มีอิสระในการดำเนินการไปตามกฎหมายและพยานหลักฐานที่มีอยู่ เชื่อว่าตำรวจจะทำเต็มความสามารถเพื่อให้เรื่องนี้มีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณพล ใบเงิน ทนายความข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ต้องหาในทุจริตเงินทอนวัด เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครว่า ได้เข้าเยี่ยมนายพนมและผู้ต้องหาคนอื่นๆ ทุกคนมีสีหน้าปกติ และยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าปฏิบัติไปตามหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณให้กับวัด โดยจะขอยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่คัดค้านการประกันตัวในวันจันทร์หน้า ที่ศาลาอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ว่าผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณพลกล่าวด้วยว่า ระหว่างเข้าเยี่ยมได้มีโอกาสเจอกับอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ &amp;nbsp;เดินผ่าน แต่ไม่ได้พูดคุย แต่สีหน้ายิ้มแย้ม ร่างกายยังคงปกติไม่ซูบผอม คาดว่าน่าจะปรับตัวได้แล้ว รวมทั้งสวมชุดขาวคล้ายกับชุดปฏิบัติธรรม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14660</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, หนังสือพิมพ์, เงินทอนวัด, เงินทอนวัดโยงใครจับหมด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b645fa7a384a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
