<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มแสบอ้างเป็นตร.ข่มขืนสาวพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับสิบแปดมงกุฎ หลอกสาวพม่าอ้างจะส่งไปทำงาน ก่อนพาเข้าบังกะโล อ้างตัวเป็นตำรวจ ข่มขืนผู้เสียหายแล้วชิงทรัพย์ จากนั้นพาไปทิ้งกลางทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ รอง ผบก.ปคม. แถลงผลการจับกุมนายณรงค์ หรืออ๊อบ ห้วยหงส์ทอง อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับหญิงสาวต่างด้าวไปข่มขืนกระทำชำเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ เบื้องต้นจากการสอบสวน น.ส.เมย์ ชาวปะโอ สัญชาติพม่า ที่เข้ามารับจ้างทำงานใน กทม. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.63 ได้เห็นเฟซบุ๊กบัญชีชื่อ &amp;quot;AK Love Janne&amp;quot; โพสต์ประกาศว่าต้องการรับสมัครคนงานหญิงไปทำงานย่านเดอะมอลล์ บางแค จึงติดต่อสอบถามไป ก่อนจะให้เบอร์มือถือของนายณรงค์ ผู้ต้องหารายนี้มา เมื่อโทร.ติดต่อไป น.ส.เมย์แจ้งว่าเดินทางไปไม่ถูก นายณรงค์จึงนัดให้ น.ส.เมย์ที่พักอยู่ย่านลำสาลี มารอที่หน้าห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ก่อนขับรถเก๋งมิตซูบิชิ สีแดง ทะเบียน 3ฐ 9363 กทม. มารับ อ้างว่าจะพาไปดูที่ทำงาน จากนั้นขับรถพา น.ส.เมย์มายังห้องพักแบ่งให้เช่า ย่านบางบอน 1 ซอย 9 พาเข้าห้องแล้วบังคับให้ น.ส.เมย์ถอดเสื้อผ้าออก ก่อนโชว์บัตร อปพร. ควักลูกกระสุนปืนและกุญแจมือให้ดู พร้อมพูดจาอ้างว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าขัดขืน แล้วใช้กำลังทุบตี บังคับให้ น.ส.เมย์ใช้มือช่วยจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ค้นกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย เอาเงินสด 7,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบัตรต่างด้าวไป จากนั้นขับรถพาไปปล่อยผู้เสียหายกลางทางให้หาทางกลับเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.แง ชาวปะโอ สัญชาติพม่า ผู้เสียหายอีกราย ให้การว่า เข้ามาทำงานในไทยเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะตกงานเมื่อหลายเดือนก่อน จนเมื่อวันที่ 9 เม.ย. เห็นเฟซบุ๊กบัญชี &amp;quot;AK Love Janne&amp;quot; ประกาศรับสมัครคนงานหญิงจึงติดต่อไป ได้เบอร์โทร.ของนายณรงค์ให้ถ่ายรูปส่งไปให้ดูก่อน จากนั้นจึงโทร.นัดหมาย โดยนายณรงค์ให้นั่งรถมารอที่หน้าเดอะมอลล์ บางแค แล้วนายณรงค์ขี่รถจักรยานยนต์มารับ พาไปถึงหน้าอาคารสีชมพู บางบอน 1 แยก 10 ซอย 10 บอกให้เอากระเป๋าฝากไว้แล้วพานั่งซ้อน จยย.ขับไปยังบังกะโลแห่งหนึ่ง ใช้กำลังบังคับ น.ส.แง ให้เข้าไปภายในห้อง ก่อนโชว์บัตร อปพร. พร้อมอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเสร็จความใคร่ หลังจากนั้นได้ล้วงเอาเงินสด 2,000 บาท ในกระเป๋าผู้เสียหายไป แล้วพานั่งซ้อน จยย.มาปล่อยกลางทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้เสียหายทั้งสองรายได้เข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิ LNP (Labour Protection Network) ที่พาเข้าปรึกษาตำรวจสันติบาล ก่อนจะพามาแจ้งความตำรวจ บก.ปคม.ทำการสืบสวนสอบสวนจนจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ ห้วยหงส์ทอง, พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfad245e727.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อปิดคดี&#039;อุ้มบุญ&#039; หมอใหญ่มอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมออุ้มบุญ&amp;quot; อดีตนายแพทย์ รพ.รัฐ โผล่มอบตัว ปคม. พบหลักฐานทำหน้าที่ฉีดน้ำเชื้อใส่ผู้หญิงให้ท้องพาไปคลอดในจีน เป็นเครือข่ายนายทุนจีน &amp;quot;เจ้า หลาน&amp;quot; ส่วนอีก 4 หมอเข้าพบตำรวจ 27 พ.ค.นี้ ผบก.ปคม.เผยเตรียมออกหมายจับคดีอุ้มบุญเพิ่ม 10 ราย ภายในสัปดาห์นี้ปิดคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.2 บก.ปคม.) นพ.ชนินทร์ (สงวนนามสกุล) อดีตแพทย์โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ฯ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม. เพื่อให้ข้อมูลหลังพบหลักฐานเชื่อมโยงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเครือข่ายรับจ้างอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีนายเจ้า หลาน เป็นนายทุนชาวจีน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน &amp;quot;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลชุดสืบสวนระบุพฤติกรรมของนายแพทย์คนนี้ทำหน้าที่ผสมหัวเชื้อสเปิร์ม และฉีดเชื้อใส่แม่อุ้มบุญเพื่อให้ตั้งครรภ์ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในการทำแม่อุ้มบุญมาโดยตลอด รวมถึงเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการอุ้มบุญในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 พ.ค.63 นายแพทย์อีก 4 คนจะเดินทางมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีอุ้มบุญเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า คดีนี้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกประมาณ 10 คน ซึ่งมีทั้งแพทย์ นักวิชาการ และบุคคลอื่น โดยมีบางรายติดต่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาบ้างแล้ว ส่วนที่ยังไม่แสดงตัว ตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนเข้าประกบตัวแล้วเช่นกัน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถปิดคดีได้ เพราะสำนวนคดีทั้งหมดได้ส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว ส่วนกรณีตั้งข้อสงสัยเรื่องการค้าอวัยวะมนุษย์ จากแนวทางการสืบสวนตรวจสอบยังไม่เจอ และพบเพียงพ่อแม่คนจีนนำเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญไปเลี้ยงดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ ปคม.จับกุมนายหน้าหญิงไทยคนหนึ่งซึ่งมีหน้าที่รับส่งโอนเงิน โดยพบเส้นทางธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศมากกว่า 70 ครั้ง มาดำเนินคดี โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมแจ้งข้อหา &amp;quot;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;quot; เบื้องต้นนายหน้าหญิงไทยได้ใช้หลักทรัพย์เงินสด 2 แสนบาท ขอประกันตัวในชั้นสอบสวนไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ขยายผลมาจากเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ตำรวจ ปคม.เปิดปฏิบัติการ &amp;quot;อุ้มบุญ&amp;quot; หรือการรับจ้างตั้งครรภ์ที่มีนายทุนชาวจีนว่าจ้างผู้หญิงไทยอุ้มท้อง จำนวน 10 จุด เป้าหมาย 10 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเข้าตรวจค้นบ้านหรูหลังหนึ่ง บริเวณถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว พบทารกเพศชายอายุประมาณ 30 วัน กับหญิงสาว 7 คนที่รับจ้างตั้งครรภ์ โดยทั้ง 7 คนได้รับการฝังไข่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังจับนายจ้าว หรัน นายทุนชาวจีน และผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า มาสอบสวนและขยายผลจับ ผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้ 13 คน เป็นกลุ่มผู้รับจ้างตั้งครรภ์ 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มนายจ้าว หรัน 5 คน ในจังหวัดหนองคาย ส่วนอีก 7 คน พบในการตรวจค้นบ้านพักย่านลาดพร้าว กลุ่มที่ 2 พบแม่อุ้มบุญในจังหวัดปทุมธานี 8 คน และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่เพิ่งดำเนินคดีมีแม่อุ้มบุญ 1 คน และผู้เกี่ยวข้อง 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67001</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd086f4bb33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับช่างภาพปืนจี้ขืนใจถ่ายวิดีโอแบล็กเมล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับช่างภาพอิสระ ปืนจี้บังคับขืนใจแฟนเก่า ทั้งยังถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอเอาไว้แบล็กเมล์นานแรมปี ล่าสุดวิปริตร่วมรักทางประตูหลังจนเหยื่อเครียดหนัก ปรึกษาเพื่อนก่อนเข้าแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.), พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง สว.กก.5 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายปณต อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.30/2563 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งได้กระทำโดยใช้อาวุธปืน และได้บันทึกภาพหรือเสียงการกระทำชำเรา เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือบุคคลอื่นๆ มีหรือใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถเพลินนารีมอลล์ ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก น.ส.หญิง (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ได้ถูกนายปณต ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตแฟน มีอาชีพเป็นช่างภาพรับถ่ายรูปงานทั่วไป ซึ่งคบหาอยู่กันมาตั้งแต่ปี 2560 แต่ได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องเงินและมีผู้หญิงอื่น น.ส.หญิงต้องการที่จะบอกเลิก แต่นายปณตผู้ต้องหาไม่ยอมจน จนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง และนายปณตขู่ว่าจะมาทำร้ายครอบครัวของ น.ส.หญิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากลางเดือน ก.พ.2562 นายปณตได้นัดให้ น.ส.หญิงมาพบเพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่นายปณตกลับใช้กำลังบังคับข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยได้ถ่ายภาพและอัดคลิปวิดิโอเอาไว้ จึงเกิดความกลัวไม่กล้าขัดขืน กระทั่งปลายเดือน ก.พ.2562 นายปณตได้มีปากเสียงกับ น.ส.หญิงอีกรอบ แต่ครั้งนี้นายปณตได้นำอาวุธปืนลูกโม่ออกมาข่มขู่ด้วย ด้วยความเกรงกลัวจึงถูกนายปณตบังคับข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิปอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2562 นายปณตได้มาดักรอ น.ส.หญิงถึงที่ทำงาน โดยข่มขู่ว่าถ้าไม่ไปด้วยจะทำทุกอย่างให้มาด้วยจนได้ จน น.ส.หญิงต้องจำยอมตามไปที่บ้านของนายปณต เมื่อถึงบ้าน นายปณตได้ใช้ปืนข่มขู่ แล้วทำร้ายโดยหวังข่มขืน น.ส.หญิงอีกครั้ง โดยนายปณตให้ น.ส.หญิงเลือกว่าจะใช้ปากสำเร็จความใคร่ให้ หรือจะให้นายปณตสอดใส่ทางทวารหนัก ซึ่ง น.ส.หญิงไม่ยินยอม พยายามวิ่งหนี แต่ถูกนายปณตเข้ามาทำร้ายเอาปืนจ่อศีรษะข่มขู่ และเปิดให้ดูว่ามีลูกกระสุนปืนอยู่ บังคับให้ถอดเสื้อผ้าแล้วไปที่เตียงนอน เอากล้องที่ใช้ในงานช่างภาพมาตั้งเพื่อที่จะอัดคลิปวิดิโอ จากนั้นได้บังคับข่มขืนทางทวารหนัก ระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์อยู่ก็ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพและวิดิโอไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นนายปณตได้โทร.มาข่มขู่ น.ส.หญิงตลอดเวลา จน น.ส.หญิงหวาดกลัวทนไม่ไหว ถึงขั้นเครียดมากจนแทบจะต้องไปรักษาอาการทางจิต ก่อนจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟัง และพามาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปคม.จึงได้เฝ้าติดตามตัวนายปณต ผู้ต้องหา กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ก่อนนำตัวนายปณตส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57563</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4be9fe8ad99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อหมายจับ อีกชุด4คน แก๊งอุ้มบุญ พบหมอร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.เตรียมขอหมายจับอีกชุด 4 คน แก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ เผยไม่ทิ้งปมทารกอุ้มบุญเป็นเหยื่อกลุ่มซื้อขายอวัยวะ พบ รพ.5 แห่ง คลินิก 4 แห่งพัวพันแก๊งมังกรจีน มีหมอหลายคนอยู่ในข่ายถูกดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ถึงความคืบหน้าคดีอุ้มบุญข้ามชาติว่า ได้หารือกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เรื่องการตั้งคณะทำงานเพื่อคลี่คลายคดีนี้ไปตั้งแต่ก่อนเปิดปฏิบัติการแล้ว เห็นว่าควรต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อความสะดวกในการทำงาน เพราะเหตุเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ต้องใช้กำลังตำรวจในพื้นที่สนับสนุนด้วย ซึ่งขณะนี้ยังรอรายงานยื่นขอตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา ว่าจะขอรับการสนับสนุนในพื้นที่ใดบ้าง ส่วนเรื่องการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ ปคม.จะทยอยออกไปตามพยานหลักฐานที่ชัดเจนแล้วว่ามีใครเข้าข่ายกระทำผิดบ้าง โดยแม่อุ้มบุญต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าใครเป็นเหยื่อ ใครเป็นผู้ร่วมกระทำผิด ส่วนเรื่องนายทุนชาวจีน ยืนยันว่าได้ประสานความร่วมมือให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งได้มอบหลักฐานต่างๆ เช่น เส้นทางการเงิน, รายชื่อบริษัท, ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนายทุน รวมไปถึงข้อมูลเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ ซึ่งเข้าใจว่าติดขัดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในจีน ทำให้การสืบสวนติดขัดล่าช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ที่มีความกังวลว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ ไม่ได้ส่งไปให้พ่อ-แม่เลี้ยง แต่เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ หรือกลุ่มซื้อขายอวัยวะ เป็นเพียงสมมติฐานทางการสืบสวน ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทางการจีนก่อนว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงจะยืนยันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจ ปคม.จะหารือกับพนักงานอัยการและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างน้อย 5 คน ซึ่งหากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะออกหมายจับทันที โดยขณะนี้ ปคม.ไปขอศาลออกหมายจับแล้ว 13 คน เป็นหมายจับเครือข่ายกลุ่มนายจ้าวหราน 11 คน และเครือข่ายอื่นที่ต้องสงสัยว่ามีนายทุนคนเดียวกัน 2 คน ขณะที่เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ได้ขอศาลออกหมายจับเพิ่ม 3 คน ซึ่งได้ส่งหมายศาลให้ฝ่ายสืบสวนไปใช้จับกุมผู้ต้องหาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการหารือที่ประชุมในช่วงบ่ายจะมีการพิจารณาเรื่องผลการตรวจยึดหลักฐาน ยาและเวชภัณฑ์ที่พบในบ้านผู้ต้องหา ว่าเข้าข่ายทำผิดกฎหมายหรือไม่ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีแจ้งข้อกล่าวหากับนายจ้าวหราน ภรรยา และผู้ร่วมกระทำผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสรุปข้อมูลสถานพยาบาลต้องสงสัยที่ต้องไปตรวจค้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า ตำรวจมีกลุ่มเป้าหมายนายหน้าแก๊งอุ้มบุญที่เตรียมออกหมายจับอีกชุด แบ่งเป็นที่ จ.เชียงใหม่ 7 คน และ จ.หนองคาย อีก 5 คน โดยก่อนหน้านี้ได้จับกุมนายหน้าไปแล้ว 2 คน ส่วนกลุ่มแม่อุ้มบุญที่จังหวัดปทุมธานี ได้เรียกสอบปากคำไปแล้ว 7 คน เหลือเพียงคนเดียวที่จะเชิญมาซักถามรายละเอียดร่วมกับอัยการศาลในประเด็นของพฤติกรรมขบวนการนี้เพิ่มเติม หากพบว่าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็จะนำตัวไปคัดแยกว่าเป็นผู้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้หรือไม่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.วรวัฒน์ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอุ้มบุญข้ามชาติร่วมกับตัวแทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมการกงสุล โดยใช้เวลาหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลนานกว่า 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.วรวัฒน์เปิดเผยว่า ได้พิจารณาหลักฐานแล้ว เห็นว่าเพียงพอจะเสนอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับแก๊งอุ้มบุญเพิ่มเติมอย่างน้อย 4 คน เป็นชาวไทย 3 คน ทำหน้าที่เป็นนายหน้า และชาวต่างชาติอีก 1 คน ทำหน้าที่เป็นคนพาแม่อุ้มบุญไปทำคลอดที่จีน ส่วนผลการสอบปากคำแม่อุ้มบุญ จำนวน 21 คน ทำให้พบว่ามีการแบ่งกลุ่มดำเนินการออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนายจ้าวหราน ที่เพิ่งถูกจับกุมไป เกี่ยวข้องกับแม่อุ้มบุญ 5 คน ที่จังหวัดหนองคาย เมื่อปี 2555 และอีก 7 คน ที่พบที่บ้านย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มแม่อุ้มบุญ 8 คน ที่พบในจังหวัดปทุมธานี มีเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ 14 คน ถูกพาไปประเทศจีนแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และกลุ่มที่ 3 เป็นแม่อุ้มบุญ 1 คน ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา 2 คน ที่ถูกจับกุมได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการสอบสวนยังพบว่ากลุ่มนายหน้าทั้ง 3 กลุ่ม เดิมเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ต่อมามีการแยกตัวออกไปดำเนินการเอง จึงเป็นไปได้ที่จะมีนายทุนคนละคนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ปคม.กล่าวว่า ในส่วนการขยายผลเตรียมตรวจค้นสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากกรมสนับสนุนและบริการสุขภาพได้นำข้อมูลที่มีผู้ร้องเรียนว่ามีขบวนการแม่อุ้มบุญเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาล 9 แห่ง ซึ่งมีการระบุรายชื่อและข้อมูลอย่างชัดเจน เป็นโรงพยาบาล 4 แห่ง และคลินิก 5 แห่ง นอกจากนี้ยังพบข้อมูลแพทย์ที่ดำเนินการรับฝากครรภ์อาจมีหลายคน เนื่องจากเป็นการกระทำคนละขั้นตอน ซึ่งหลังจากนี้หากตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.อุ้มบุญ ก็จะมีความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับหลักฐานที่มีการตรวจพบในบ้าน 2 หลัง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีทั้งยาเวชภัณฑ์ แผนปัจจุบันและแผนโบราณ โดยพบมีการนำเข้ายาจากต่างประเทศที่ประเทศไทยไม่อนุญาต เข้าข่ายผิดกฎหมายชัดเจน อีกทั้งยังพบเครื่องมือผสมเทียมที่ใช้ในการผสมตัวอ่อนอยู่ในบ้านย่านลาดพร้าวของผู้ต้องหา ซึ่งต้องรอให้ทาง อย.นำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเข้าข่ายในความผิดข้อหาใดบ้าง ก็จะแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป&amp;quot; พล.ต.ต.วรวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนลินา ตันตินิรามัย ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า หากพบว่าสถานพยาบาลใดเกี่ยวข้องกับขบวนการอุ้มบุญนี้ ไม่ว่ารูปแบบใด ก็จะดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีแพทย์หลายคนที่ร่วมกระทำด้วย และหากลงมือโดยไม่ได้รับอนุญาตก็มีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แม้จะทราบถึงรูปแบบของขบวนการแล้วทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57443</URL_LINK>
                <HASHTAG>นลินา ตันตินิรามัย, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a8d9ca9c8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเจ้าอาวาสวัดป่า ข่มขืนเณร-เด็กวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.บุกรวบรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่า นำตัวไปสึกก่อนดำเนินคดีบังคับเสพเมถุน ทำอนาจารเณร 10 รูป รวมทั้งเด็กวัด ปฏิเสธเสียงแข็งอ้างถูกกลั่นแกล้ง ขณะที่ญาติโยมก็ไม่เชื่อ สุดท้ายยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 ธันวาคมนี้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.), พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. บก.ปอท. และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในวัดป่าสุวัฑฒนาราม (ทุ่งอินทรี) หมู่ 11 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือนายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแพ้ว อายุ 40 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.451/2562 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2562 ข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้ายซึ่งเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดานหรือกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.วรวัฒน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าพระครูสังฆรักษ์ หรือนายศักดิ์สิทธิ์ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสพเมถุน กระทำอนาจารต่อสามเณรที่มาบวชเรียนช่วงปิดภาคเรียน รวมทั้งเด็กวัด โดยมีภาพหลักฐานยืนยันการกระทำผิดชัดเจน ประกอบกับคำให้การในเบื้องต้นของเด็กที่เป็นเหยื่อ ผู้ปกครอง แม่ชี นอกจากนี้จากแนวทางสืบสวนยังทราบอีกว่าในช่วงระหว่างที่ก่อเหตุ พระครูสังฆรักษ์จะยึดโทรศัพท์มือถือของสามเณรและเด็กวัดทุกคนเพื่อป้องกันการแอบถ่ายหรือโทรศัพท์ไปบอกให้คนอื่นทราบ จนกระทั่งเหยื่อเริ่มทนพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหว จึงได้แอบถ่ายภาพหลักฐานและแอบติดต่อกับผู้ปกครองจนมีการร้องเรียนและนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า วัดดังกล่าวมีสามเณรทั้งหมด 19 รูป แบ่งเป็นสามเณรอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 รูป อายุ 19 ปี 1 รูป และเด็กวัดจำนวน 10 คน ซึ่งสามเณรที่อายุน้อยสุดในจำนวนนี้มีอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนาฯ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มสามเณรรูปอื่นๆ ที่เคยมาบวชเรียนอยู่ที่วัดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า การตรวจสอบและตรวจค้นกุฏิต่างๆ ภายในวัด พบโทรศัพท์มือของสามเณรที่พระครูสังฆรักษ์ยึดไว้หลายเครื่อง พร้อมกับตรวจพบถุงยางอนามัยใช้แล้วที่บริเวณด้านหลังกุฏิของสามเณรตกอยู่ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญตัวพระครูสังฆรักษ์ไปทำการลาสิกขาจากความเป็นพระเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบปากคำพระครูสังฆรักษ์ ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง ตนบวชเรียนเป็นพระมานานกว่า 20 ปี ทำประโยชน์ให้กับวัดมาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านใกล้วัด เมื่อทราบข่าวก็พากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ โดยไม่เชื่อว่าพระครูสังฆรักษ์จะทำผิดดังที่ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวที่ บก.ปคม. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. กล่าวว่า ในวัดมีสามเณร 19 รูป เด็กวัด 10 คน ปรากฏว่ามีสามเณรที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 10 รูป มีเด็กวัดที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 1 คน เคยนำเรื่องไปบอกให้กับญาติพี่น้อง แต่ไม่มีใครเชื่อ เนื่องจากพระครูสังฆรักษ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า &amp;quot;พระอาจารย์ปู&amp;quot; มีญาติโยมรักเคารพมาก และกำลังจะได้เป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ในเร็วๆ นี้ ส่วนพยานหลักฐานที่ตรวจค้นพบคือ คอมพิวเตอร์ ถุงยางอนามัยใช้แล้ว ทิชชูเปื้อนเลือด หวายไม้เรียว มือถือของสามเณร เจลหล่อลื่น ผ้าปูที่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เณรบางรูปยังอยู่ในอาการหวาดกลัว นั่งร้องไห้ ต้องรีบเยียวยาฟื้นฟูจิตใจ หากสามเณรยังอยากที่จะบวชเรียนต่อ ก็จะช่วยจัดหาวัดแห่งใหม่ในตัวเมืองให้เป็นที่บวชเรียนต่อ&amp;quot; ผบก.ปคม.เผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า ภายหลังนำตัวมาสอบปากคำพร้อมกับนำพยานหลักฐานที่มีให้ดู ในที่สุดนายศักดิ์สิทธิ์ก็ยอมรับสารภาพว่าทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา จากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53261</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e03630cb45ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งข้อหาอ๊อฟเจตนาฆ่า-ปูดยัด3แสนล้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; สั่งแจ้งความเอาผิด &amp;quot;อ๊อฟ&amp;quot; เจตนาฆ่า เผย &amp;quot;ท็อป&amp;quot; เข้าพบตำรวจแล้วและถูกกันไว้เป็นพยาน จี้กองปราบฯ เร่งคลี่คลายคดีให้ยุติก่อนครบฝากขังครั้งที่ 2 &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; แฉมีผู้ยัดเงิน 3 แสนล้มคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 1 สิงหาคมนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำครอบครัว น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี ที่เสียชีวิตจากการตกรถเทรลเลอร์ในพื้น สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ดำเนินคดีกับนายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ คนขับรถเทรลเลอร์ ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า ได้นำหลักฐานภาพถ่ายจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาแสดงต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการเล็งเห็นผลที่ตั้งใจฆ่าโดยเจตนา ส่วนผลตรวจอาวุธในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะค้อนที่คาดว่าอาจเป็นอาวุธสังหารนั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ดูแล ซึ่งคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจะแจ้งเพียงแต่นายสุรพล หรืออ๊อฟ เพียงคนเดียวเท่านั้น และหากผลตรวจนิติเวชชี้ว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศน้องหญิง จะเดินหน้าแจ้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศต่อไป ส่วน น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือเป็ด และนายท็อป จะแจ้งข้อหาสนับสนุนกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นที่แก่ความตาย หลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมทีมกู้ภัย จะลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของข้อหาค้ามนุษย์ นายอัจฉริยะกล่าวว่า เชื่อว่า น.ส.สิรินาถ หรือเป็ด ทำเพียงคนเดียว โดยลักษณะเป็นการตีสนิทล่อลวงหญิงสาวมาส่งให้ลูกค้าที่เชื่อว่าเป็นผู้ขับรถบรรทุกระยะไกล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ทางเรามีพยานหลักฐานว่ามีคนจ้างให้ตำรวจไม่ทำคดีนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท แต่ไม่ขอเอ่ยว่าเป็นใคร และไม่ใช่เงินที่ น.ส.เป็ดยื่นประกันตัว โดยจะฟ้องศาลให้ดำเนินคดีต่อไป&amp;quot; นายอัจฉริยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุบิน ยาวิราช บิดาของน้องหญิง ระบุว่า รู้สึกพอใจกับการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนี้หากคดีคลี่คลายจะนำร่างของน้องหญิงไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นรีกานต์ ว่า คดีนี้เป็นคดีที่ยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ตนคงตอบคำถามเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ยืนยันว่าได้บูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย เช่น บช.ภ.1 บก.ป. บก.ปคม. พฐ. และแพทย์ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิต ขณะนี้ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ มีเพียงผลการตรวจสอบพยานแวดล้อม และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์คือผลทางจีพีเอส ดังนั้นจะดำเนินการแจ้งข้อหาตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งมีพยานหลักฐานทำให้ทราบว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีฆาตกรรม จึงให้พนักงานสอบสวนไปร้องทุกข์เรื่องคดีฆาตกรรมแก่นายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ ในข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่น ส่วนในเรื่องอื่นๆ คงยังเปิดเผยไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า ขณะนี้ศพ น.ส.นรีกานต์ยังไม่มีการส่งมาตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ ขณะที่ตนได้สั่งการในที่ประชุมให้เร่งคลี่คลายประเด็นต่างๆ ที่ยังเป็นข้อสงสัยไม่ต่ำกว่า 50 ข้อ โดยต้องรวบรวมให้เสร็จก่อนฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 21 ส.ค. ส่วนกรณีมีกระแสข่าวกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินมาให้สินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีนี้ ยืนยันว่ายังไม่มีข้อมูล อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว สำหรับนายท็อปซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยนั้น เมื่อคืนนี้ได้เข้าให้ปากคำตำรวจ และตำรวจได้กันไว้เป็นพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. กล่าวว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบในประเด็นค้ามนุษย์ เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่พบอะไรเลย แต่ยืนยันว่ายังไม่ตัดประเด็นนี้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14530</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรีกานต์ ยาวิราช, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, สิรินาถ รอบรัมย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61b395895ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
