<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยโป้พยายามฆ่า รวบตัวบนโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สันธนะ&amp;quot; พาเสี่ยโป้เข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงใส่อริ เจอตลบหลังเจ้าหน้าที่แสดงหมายจับรวบตัวดำเนินคดี 4 ข้อหา รวมทั้งพยายามฆ่า ก่อนคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง เจ้าตัวโวยไม่ยุติธรรม ยังดีที่ศาลอนุญาตให้ประกันด้วยหลักทรัพย์ 3.5 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 ตุลาคมนี้ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล พานายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ อายุ 28 ปี และนายเขมทัต ชัชอานนท์ หรือเสี่ยบุ๊ค อายุ 25 ปี น้องชาย เข้าพบ ร.ต.อ.สมเกียรติ กิจประภานันท์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ เพื่อลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีถูกกล่าวหาเป็นมือปืนยิงคู่อริหน้าร้านนวดแผนโบราณ สรี เซาว์น่าแอนด์สปา ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางหว้า &amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ กทม.จากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกัน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิรักษ์กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนใช้บริการเซาว์น่าในร้านดังกล่าวตามปกติ โดยอยู่กับพรรคพวกอีก 3 คน ขณะที่นายเขมทัตน้องชาย ซึ่งมีเรื่องกับนายตั้งและนายตั๊วมาก่อน ได้นัดหมายไปเจรจากับคู่กรณีที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งริมถนนราชพฤกษ์ เลยจากร้านเซานาไปไม่กี่กิโลเมตร ต่อมานายเขมทัตซึ่งเข้าใจว่าเจรจากับคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ก็พาเพื่อนๆ อีกราว 10 คนมาหาตนที่ร้านเซานา จังหวะนั้นตนยืนอยู่ด้านบนร้านดังภาพที่ปรากฏ ขณะที่กลุ่มคู่กรณียกพวกเข้ามาราวๆ 200 คน จนตนเห็นว่าทางคู่กรณีมีการชักอาวุธปืนเล็งมาที่ตน ตนจึงหลบและมีเสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องกว่า 60 นัด ยืนยันตนไม่ได้มีอาวุธปืนติดตัวแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุก็ได้พาน้องชายเข้าแจ้งความตำรวจตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 27 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า รู้จักกับครอบครัวเสี่ยโป้มานาน ส่วนคู่กรณี พ่อของเขาก็เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน โดยคนหนึ่งทำงานด้วยกันสมัยอยู่กองปราบปราม อีกคนทำงานด้วยกันสมัยอยู่ บช.น. เมื่อรู้เรื่องว่าสองฝ่ายมีปัญหากันก็พยายามไกล่เกลี่ย กระทั่งเสนอให้มาชกกันตัวต่อตัวเพื่อให้เรื่องจบลงแบบนักเลง แต่ด้วยความใจร้อนของวัยรุ่นทำให้เหตุการณ์เป็นแบบนี้ ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดใครถูก แต่หลังเกิดเหตุมีคนเจ็บขึ้นกลับได้ยินฝ่ายคู่กรณีพูดถึงเงินค่าทำขวัญสูงถึง 10 ล้าน ตนก็ไม่เข้าใจว่าจะเอาลูกหลานมาขายในเหตุทะเลาะวิวาทแบบนี้หรือ จึงตัดสินใจพาเสี่ยโป้กับน้องชายเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังลงบันทึกประจำเสร็จ เสี่ยโป้กับน้องชายจะเดินทางกลับ พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ ได้นำหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 28 ต.ค.63 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน มาแสดงให้นายอภิรักษ์ดู ก่อนจะควบคุมตัวสอบสวนต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า นอกจากเสี่ยโป้แล้ว ยังมีเพื่อนของเสี่ยโป้ ชื่อเสี่ยเคนถูกออกหมายจับในข้อหาเดียวกัน และยังไม่ปรากฏตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเช้าวันเดียวกัน ตำรวจ กก.สส.บก.น.9 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาธนบุรี เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 60/23-27 ถนนเพชรเกษม ซอย 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. ซึ่งเป็นที่อยู่ตามภูมิลำเนาของเสี่ยโป้ โดยอาคารดังกล่าวสูง 4 ชั้น ปลูกติดกัน 7 คูหา แต่ละคูหาสามารถทะลุเชื่อมต่อกันได้ ปัจจุบันยังเปิดเป็นกิจการโรงงานเย็บผ้าและสกรีนเสื้อผ้า ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครับเสี่ยโป้ เบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย พบเพียงคนงานที่อาศัยอยู่ภายในประมาณ 10 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวบานเย็น ชาญนรา แม่ของเสี่ยโป้ กล่าวว่า ไม่ได้ตกใจ และเรารู้ว่าที่เจ้าหน้าที่มาตรวจค้นเพราะเหตุใด ก็อยากให้ไปตรวจค้นอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน เพราะมีอาวุธปืนเอามายิงถล่มกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ คุมตัวนายอภิรักษ์ไปฝากขังศาลอาญาธนบุรี ขณะที่นายอภิรักษ์กล่าวสั้นๆ ก่อนขึ้นรถว่า ไม่มีความยุติธรรม เพราะตำรวจออกหมายจับตนด้วยคำพูดของคนเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้พกปืนไปเลย คิดว่าสาเหตุที่ถูกกระทำแบบนี้ เพราะคู่กรณีคิดว่าตนมีเงิน จึงต้องการเงิน และคู่กรณีเป็นลูกผู้อิทธิพลย่านลอยฟ้า ทำให้ตัวเองสู้คดีไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาธนบุรี พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญได้นำตัวนายอภิรักษ์ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-9 พ.ย.63 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น โดยระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.63 เวลาประมาณ 22.30 น. มีกลุ่มวัยรุ่นนัดหมายกันเพื่อดูการชกมวยระหว่างนายอิทธิพล หรือตั้ง สุจริตกุล และนายเขมทัต หรือบุ๊ค ชัชอานนท์ ในระหว่างนั้นเกิดการท้าทายกัน ผู้ต้องหาจึงได้ร่วมกับนายพิพัฒน์ เกียรติไพบูลย์ ใช้อาวุธปืนยิงนายจำเรียง ตะโบะ และนายณัฐพงษ์ คล่องบัญชี จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ร้านสรี นวดแผนไทย ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เพราะเกรงหลบหนีหรือไม่ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาหลักทรัพย์พร้อมคำร้อง มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว ระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 350,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเคลื่อนไหวของนายสันธนะที่ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า ได้ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดี พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ และ พ.ต.ท.คงศักดิ์ ปานน้อย รอง ผกก.สส.สน.ภาษีเจริญ ในความผิดตามกฎหมายอาญา ม.157 และ ม.200 เพราะเหตุการณ์นี้มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นับร้อยคน ไม่ใช่เพียงเสี่ยโป้และนายเคน ยังมีนายตั้ง นายตั้ว และอื่นๆ เชื่อว่าต้องมีการร่วมมือกันอยู่เบื้องหลัง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82221</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์, ร.ต.อ.สมเกียรติ กิจประภานันท์, สันธนะ ประยูรรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิรักษ์ ชัชอานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9ab81b24174.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตต.หญิงล็อกคอ รัว4นัดฆ่าแฟนสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ต.ต.หญิงประจำด่าน ตม.สุวรรณภูมิ บุกยิงแม่ค้าออนไลน์ขณะใส่บาตรพระในวัดย่านบางแค จับล็อกคอลั่นไก 4 นัด กระสุนเจาะหัวตายคาที่ ส่วนมือปืนขับรถหนีก่อนจะตัดสินใจเข้ามอบตัวที่สุพรรณบุรี เผยปมมาจากรักสามเส้า แค้นผู้ตายตัดใยไปมีคนอื่น แถมโทร.ฟ้องผู้บังคับบัญชาจนเกรงกว่าจะถูกสอบวินัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 21 กันยายนนี้ ขณะที่ พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ กำลังปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจรในพื้นที่ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในวัดนิมมานรดี ถนนบางแค 1 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. จึงรีบไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ, พ.ต.ท.บริบูรณ์ จำปาดี สว.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถหน้าพระอุโบสถ เชื่อมกับทางเดินทางเข้าออกกุฏิพระสงฆ์ในวัดดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพนางลินลดา พัฒนพันธ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/12 หมู่ 3 ซอยเพชรเกษม 41 แขวงและเขตบางแค กทม. สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะด้านหลัง 4 นัด ข้างกันพบรถเก๋งมินิคูเปอร์ สีขาว ทะเบียน ญผ 5288 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายจอดอยู่ โดยมีตะกร้าข้าวของที่ใช้ใส่บาตร ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 4 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. 1 นัด ตกอยู่ที่พื้น จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน น.ส.มณีรัตน์ ศรีธรราษฎร์ อายุ 52 ปี แม่บ้านของผู้ตายซึ่งเดินทางมาใส่บาตรด้วยกัน ให้การว่า ผู้ตายมีอาชีพค้าขายกระเป๋าและเสื้อผ้าทางออนไลน์ ออกจากบ้านพักมาพร้อมกับตนเมื่อช่วงเช้ามืดเพื่อมาใส่บาตรที่วัดแห่งนี้ โดยจังหวะที่มาถึงสังเกตเห็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง สีดำ ไม่ทราบทะเบียน จอดติดเครื่องรออยู่ข้างรถผู้ตาย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรจนใส่บาตรเสร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างเก็บของกลับขึ้นรถ ปรากฏมีคนร้ายซึ่งยังไม่แน่ใจว่าเป็นชายหรือผู้หญิง ลักษณะคล้ายทอมบอย 1 คน อายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีทึบ สวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า เดินลงมาจากรถ 7 ที่นั่ง ปรี่มาจับมือผู้ตายและล็อกคอจากด้านหลังยิงใส่ 4 นัด ก่อนจะขึ้นรถเร่งเครื่องหลบหนีไป โดยตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมมือปืนต้องมาดักยิงนายจ้างตนอย่างอุกอาจขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้ตายยังไม่มีสามีและลูก แต่ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนสาวคนสนิทที่บ้านพักและแม่บ้าน รวม 3 คน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัด พบภาพรถของคนร้ายในระยะไกล อยู่ระหว่างติดตามหาเบาะแสมือปืนมาดำเนินคดี และกำลังประสานญาติพี่น้องของผู้ตายเข้าให้ปากคำเพื่อหาชนวนการสังหารในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ภาษีเจริญ พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า เวลา 05.35 น. ผู้ตายกำลังยืนตักอาหารใส่บาตรพระ คนร้ายได้ขับรถ 7 ที่นั่ง สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น และทะเบียน มาจอดด้านหลัง เมื่อพระสวดให้พรเสร็จแล้ว ขณะที่ผู้ตายกำลังเก็บของในเวลา 05.41 น. คนร้ายลักษณะคล้ายทอมบอย 1 คน อายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีดำทึบ สวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า ลงรถมายิงจากหลังศีรษะไป 4 นัด กระสุนทะลุหน้าผาก แก้มสองข้าง และหลังกกหู แล้วยิงอีก 1 นัด กระสุนถูกหน้าแข้งขวา จากนั้นขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้คือ ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณ สำเร็จศิลป์ อายุ 37 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.ขาเข้า ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งหลังก่อเหตุได้เดินทางเข้ามอบตัวตำรวจที่ สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งฝ่ายสืบสวน สน.ภาษีเจริญ และ กก.สส.บก.น.9 ได้เดินทางไปรับตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดที่ สน.ภาษีเจริญ เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเกิดจากปัญหารักสามเส้า ที่ผู้ตายพยายามเลิกรา แต่ฝ่ายผู้ก่อเหตุเกิดความหึงหวง เพราะผู้ตายไปมีคนอื่น จึงสะกดรอยติดตามมาก่อเหตุสลดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ศรีประจันต์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 09.00 น. พ่อแม่ของ ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณ ซึ่งเป็นข้าราชการครูบำนาญ ได้พาตัว ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณมามอบตัวที่ สภ.ศรีประจันต์ หลังสอบถามจนทราบว่าลูกเพิ่งไปก่อเหตุยิงนางลินลดาเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ ซึ่งทางตำรวจ สภ.ศรีประจันต์ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ พร้อมทำหนังสือรับมอบตัว จากนั้นก็ประสานทาง ตม.ต้นสังกัดให้มารับตัวตัวไปส่ง สน.ภาษีเจริญ ท้องที่เกิดเหตุ พร้อมประสานไปยังพนักงานสอบสวน สภ.ภาษีเจริญ เพื่อรอรับมอบตัวด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ภัคภณกล่าวว่า จากการสอบสวน ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าคบหากับนางลินลดาผู้ตายมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยทั้งคู่พักอาศัยอยู่ที่แฟลตตำรวจที่พักของผู้ต้องหา ช่วงที่คบกันก็มีปัญหาระหองระแหง รักๆ เลิกๆ กันมาโดยตลอด กระทั่งครั้งล่าสุดเลิกรากันไปอีกรอบ จากนั้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายโทรศัพท์ไปทวงทรัพย์สินที่ยังอยู่ในห้องพักของ ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณ โดยทั้งคู่นัดหมายรับของคืนในวันที่ 22 ก.ย. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณให้การว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุผู้ตายโทร.ไปฟ้องผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตรของตัวเองว่า ทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะกัน เลิกรากันแล้วฝั่งผู้ต้องหาไม่ยอมคืนทรัพย์สิน ทางผู้บังคับบัญชาจึงเรียกตัวไปสอบถามเรื่องราว ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความวิตกกังวลว่าจะถูกดำเนินการทางวินัย เลยเกิดความเครียด โทรศัพท์ไปเล่าให้แม่ฟัง ก่อนลงมือก่อเหตุ จากนั้นก็ขับรถกลับบ้านพักที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนให้พ่อแม่พามามอบตัวดังกล่าว&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78164</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.บริบูรณ์ จำปาดี, พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา, พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้, พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์, ส.ต.ต.หญิงสิริวรรณ สำเร็จศิลป์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f689cc49f001.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งงานบวชอ่วม จ่อชดใช้อีก7แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.เรือนจำเผย 20 อันธพาลนอนคุกคืนแรกเครียดหนัก ตรวจพบ 2 คนมีสารเคตามีน ตำรวจยืนกรานก่อนหน้านี้ไม่พบ เร่งรวมหลักฐานขอหมายจับเพิ่มอีก 3 รมช.ศึกษาฯ เผยค่าจัดสอบใหม่อยู่ที่ 7 แสน ต้องไล่เบี้ยเอากับผู้ก่อเหตุ บวกค่าเสียหายของทางโรงเรียนอีกหลักหมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมภพ รุจนเวช ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษธนบุรี เปิดเผยเมื่อวันพุธ ถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ 20 คนที่ถูกส่งเข้าเรือนจำหลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวในคดีบุกทำร้ายครูและนักเรียนขณะสอบที่ รร.มัธยมวังสิงห์ ว่า คืนแรกได้ให้ผู้ต้องขังทั้งหมด 20 คน นอนรวมห้องเดียวกันในแดนแรกรับ หรือแดน 6 โดยผู้ต้องขังทั้งหมดมีความเครียดกังวล เนื่องจากคดีเป็นกระแสสังคมและเป็นข่าวใหญ่ จึงต้องอาศัยการปรับตัวสักระยะ แต่ทุกคนสุขภาพแข็งแรง ส่วนการตรวจปัสสาวะทั้งหมดเบื้องต้นพบสารเคตามีน 2 ราย ในส่วนของข้อกังวลว่ากลุ่มผู้ต้องขังใหม่อาจทะเลาะวิวาทกับกลุ่มผู้ต้องขังอื่นๆ นั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ช่วยสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด ป้องกันเหตุกระทบกระทั่ง เพราะข่าวที่ออกไปมีผลต่อความรู้สึก รวมทั้งยังสอบถามผู้ต้องขังว่ามีคู่อริอยู่ในเรือนจำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การย้ายแดนของผู้ต้องขังแต่ละราย ปกติจะรอจนกว่าศาลพิพากษาถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ ​สน.บางขุนเทียน​ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์​ สุริวงศ์​ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปตรวจสอบความคืบหน้าคดี พร้อมกล่าวว่า​ ผู้บังคับบัญชาได้เน้นให้ตำรวจทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา​​ เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก​ ขณะนี้ไม่มีอะไรน่ากังวลเนื่องจากตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ได้มา​​ ซึ่งจะเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนเร่งทำสำนวนส่งอัยการโดยเร็วที่สุด ส่วนกระแสข่าวที่ทาง​ ผบ.เรือนจำพิเศษธนบุรี​ ระบุว่ามีการตรวจปัสสาวะ​ผู้ก่อเหตุ​ 2 ราย ในแดนแรกเข้าพบว่ามีสีม่วงนั้น​ ทางตำรวจได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้วพบว่าไม่มีสารเสพติดแต่อย่างใด ​ซึ่งต้องให้ทางราชทัณฑ์ตรวจสอบว่ามาจากสาเหตุใด ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก​ 3 ราย​ ขณะนี้ทางตำรวจทราบตัวบุคคลแล้ว​ และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ​ต่อไป​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.บางขุนเทียน เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อระบุข้อมูลตัวบุคคลอีก 3 คน ที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดบริเวณด้านหน้าโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาพยายามบุกรุกเข้าไปภายในโรงเรียนและทำร้ายร่างกายผู้อื่น ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถึงพฤติกรรมที่เข้าไปภายในโรงเรียนแล้วลงมือทำอะไรบ้าง ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏภาพทั้งชายและหญิงที่บุกเข้าไปภายในโรงเรียน แต่ตำรวจพุ่งเป้าตรวจสอบกลุ่มผู้ชายเป็นหลัก เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่ให้การไปในทิศทางเดียวกัน ว่าผู้ลงมือก่อเหตุเป็นชาย พบว่ามีทั้งหมด 27 คน จับกุมแล้ว 24 คน เหลืออีก 3 คนที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอหมายจับ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ลือศักดิ์กล่าวว่า การแจ้งข้อกล่าวหาอนาจารกับนายวัลลภ นุชแฟง หรือ เอก ไฝ ยืนยันว่าเป็นไปตามคำให้การของนักเรียนหญิง ส่วนผู้ต้องหาจะปฏิเสธก็เป็นสิทธิ์สามารถทำได้ แต่ขึ้นกับดุลพินิจของศาลในการพิจารณา นอกจากนี้ที่มีกระแสข่าว พระมลเฑียร คำมูลนาน พระที่อุปสมบทใหม่ในงานแห่นาคที่เกิดเรื่อง ไม่กล้าออกบิณฑบาต เนื่องจากเกรงจะถูกทำร้ายร่างกายนั้น ยังไม่ได้รับการประสานมาแต่อย่างใด ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นสืบเนื่องจากกรณีนี้อีก เพราะกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก็สำนึกผิดและออกมาขอโทษสังคมแล้ว ซึ่งประชาชนก็ควรแยกแยะระหว่างคดีที่ขึ้นกับเรื่องของศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระครูนวการวิมล เจ้าอาวาสวัดสิงห์ กล่าวว่า สภาพจิตใจของพระมณเฑียรขณะนี้ค่อนข้างสับสนและรู้สึกเครียด ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายนอก เพราะพระยังอยู่ในโบสถ์ ตอนนี้พระมณเฑียรรู้สึกเสียใจ ซึ่งทางวัดได้ติดตามสอบถามทางพระพี่เลี้ยงและกำชับให้พระมณเฑียรอย่าเพิ่งให้สัมภาษณ์อะไร เพราะยังใหม่อยู่และยังไม่รู้ว่าพูดไปจะกระทบกับพระธรรมวินัยหรือไม่ ส่วนเหตุที่ยังไม่ให้พระออกบิณฑบาต เนื่องจากยังสอนในเรื่องการห่มผ้าอยู่ แต่ก็ให้ปฏิบัติกิจของสงฆ์ ด้วยการทำวัตรเช้าและเย็น รวมทั้งให้มีการนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายบุณยพงษ์​ โพธิวัฒน์ธนัต ผอ.โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์​ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน​ สน.บางขุนเทียน​ เพื่อชี้แจงเรื่องความเสียหายภายในโรงเรียน​ จากนั้นเปิดเผยว่า ได้นำเอกสารเรื่องความเสียหายทรัพย์สินภายในโรงเรียน มายื่นให้ทางตำรวจ​ เบื้องต้นมีโต๊ะเรียน​ เก้าอี้นักเรียน​ โทรทัศน์ที่ได้รับความเสียหาย​ ส่วนความเสียหายด้านอื่นต้องนำเอกสารมายื่นเพิ่มเติมอีกครั้ง​ ทั้งนี้ การฟ้องร้องเรื่องค่าเสียหายทางแพ่ง​ต้องเป็นหน้าที่ของต้นสังกัด คือ​สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)​ แต่เท่าที่ประเมินเบื้องต้น มูลค่าความเสียหายอยู่ที่หลายหมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุณยพงษ์​กล่าวว่า​ ในส่วนของขวัญและกำลังใจของครูและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ได้รับบาดเจ็บ​ ขณะนี้ยังมีความรู้สึกตกใจอยู่บ้าง​ แต่ในเรื่องของสภาพร่างกาย​ ทุกคนกลับไปพักผ่อนรักษาตัวที่บ้านหมดแล้ว​ สำหรับเด็กนักเรียนที่เป็นผู้เสียหายส่วนใหญ่มาจากต่างโรงเรียน​ จากการสอบถามพบว่าอาการดีขึ้น​ ทั้งนี้ นักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ยังมีความเชื่อมั่นในตัวโรงเรียนเหมือนเดิม​ ไม่มีอะไรน่ากังวล​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงตอนนี้ยังไม่มีญาติหรือผู้ก่อเหตุมาขอโทษแต่อย่างใด​ สำหรับในอนาคตคาดว่าจะมีการพูดคุยเพื่อหาทางแก้ปัญหา​ร่วมกับทางวัด​ และจะต้องมีทาง​ สพฐ.เข้ามาร่วมพูดคุยในครั้งนี้​ เพราะวัด​ ชุมชน และโรงเรียน ก็มีการประสานงานมาโดยตลอด ไม่ได้มีปัญหาใดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากรายงานค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการจัดสอบวิชาแพต 5 หรือความถนัดทางวิชาชีพครูรอบใหม่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 มี.ค.นี้ อยู่ที่ประมาณ 7 แสนบาท โดยคำนวณจากจำนวนผู้เข้าสอบ 248 คน ที่ต้องจัดพิมพ์ข้อสอบใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า จะเอาเรื่องกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ซึ่งนอกจากจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดสอบใหม่ แต่ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลคนของกระทรวง รวมทั้งค่าเสียหายของโรงเรียนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30108</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.อุดม คชินทร, บุณยพงษ์​ โพธิวัฒน์ธนัต, พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์, พระครูนวการวิมล, พล.ต.ต.ธีรศักดิ์​ สุริวงศ์, สมภพ รุจนเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c76947f94608.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
