<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ 3 นิ้วมาแล้ว แต่ตำรวจเข้าประจำจุดเย็นนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.63- พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผกก.4 บก.ส.3) รับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลความปลอดภัยบริเวณทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ว่า ขณะนี้มาตรการต่างๆ ยังเหมือนเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางเจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันที่จะให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่แค่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษ ถนนพิษณุโลก ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.วัชรวีร์ กล่าวว่า ต้องดูหน้างานอีกครั้ง เพราะเป็นความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งไม่ทราบว่าจะเจรจาให้กลุ่มผู้ชุมนุมยอมมาทางที่กำหนดหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะมีการเจรจากับแกนนำเพิ่มเติมเมื่อไหร่ พ.ต.อ.วัชรวีร์ กล่าวว่า เราจะเจรจาในวันที่14 ต.ค. แต่ที่ผ่านมาก็มีการพยายามพูดคุยกันมาตลอด ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าจะมีแนวโน้มหรือท่าทีอย่างไร แต่ช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมออกเดินขบวนจะมีเจ้าหน้าที่คอยสกัดตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเป็นระยะๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีแนวโน้มว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะมุ่งตรงมายังทำเนียบรัฐบาล ตามถนนราชดำเนิน โดยไม่มาทางสนามม้านางเลิ้ง พ.ต.อ.วัชรวีร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะพยายามเจรจาไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ถนนราชดำเนิน แต่จะให้ไปทางถนนนครสวรรค์ ซึ่งต้องเจรจาอีกครั้งว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะยินยอมตามนั้นหรือไม่ หากไม่ยอม ทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องเตรียมความพร้อม โดยทาง บช.น. อาจจะต้องเตรียมแบริเออร์ และลวดหนามกั้นเหมือนช่วงการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ซึ่งต้องดูสถานการณ์ตอนนั้นอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วัชรวีร์ กล่าวว่า ถ้าสามารถเจรจากับแกนนำให้มาทางถนนนครสวรรค์ และให้ใช้พื้นที่อยู่บริเวณถนนพิษณุโลกได้ ทาง บช.น.จะนำแบริเออร์มากั้นบนสะพานชมัยมรุเชษ เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมข้ามมายังทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ในส่วนการรักความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาลที่ตนดูแลอยู่ ยังดูแลเข้มเป็นปกติ โดยตำรวจทุกนายจะเริ่มเข้าประจำการตามจุดต่างๆ ในเย็นวันนี้ (13 ต.ค.) &amp;nbsp;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80331</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผกก.4 บก.ส.3, พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา, ม็อบ14ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f8521e8dc8b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้างคืนรอบทำเนียบฯ ม็อบประกาศจุดยืน&#039;3ป.&#039; ตร.กล่อมแกนนำชู3นิ้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผย ปชช.ยี้พรรคการเมืองนำมวลชนลงถนนหนุนกลุ่มจาบจ้วงสถาบันเป็นการเมืองแบบเก่าซ้ำเติมวิกฤติชาติ &amp;quot;อานนท์&amp;quot; ยังเหิมหลังชู 3 นิ้วที่ราชดำเนินจะเคลื่อนขบวนไล่ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; พักค้างที่ทำเนียบฯ ฝ่ายความมั่นคงเผย ตร.พยายามคุยแกนนำเตือนชู 3 นิ้วระหว่างขบวนเสด็จฯ ผ่านไม่เหมาะสม ตร.ทำเนียบฯ ​​กันพื้นที่ให้อยู่เชิงสะพานชมัยฯ ห้ามข้ามประชิดรั้ว หมู่บ้านเสื้อแดงตะวันออกผนึกกันปกป้องสถาบัน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ร่วมตั้งกลุ่ม &amp;ldquo;Re-solution&amp;rdquo; ลั่นหากรัฐประหาร ปชช.จะเขียน รธน.ของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง &amp;quot;การเมืองใหม่ หรือ เก่า สาดสี&amp;quot; กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 5,260 คน ระหว่าง 1 มิถุนายน - 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเมื่อถามถึงการเมืองของพรรคการเมืองต่างๆ วันนี้ พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 93.3 ระบุ เป็นการเมืองเก่า เพราะนำมวลชนลงถนน เคลื่อนไหวนอกสภา สนับสนุนกลุ่มจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน เสาหลักของชาติ สาดสี เสียดสี พ่นสี จ้องโค่นล้มรัฐบาล ไม่สนใจว่าจะซ้ำเติมวิกฤติชาติและทุกข์ยากของประชาชน ขอให้พรรคพวกตนขึ้นมีอำนาจ ปล่อยต่างชาติเข้าแทรกแซงสั่นคลอนประเทศ ยังไม่มีผลงาน แต่จะเข้ามาทำงานกลุ่มการเมือง ในขณะที่ร้อยละ 6.7 ระบุ เป็นการเมืองใหม่ เพราะมีคนรุ่นใหม่ นโยบายใหม่ มาตรการใหม่ สถานการณ์ใหม่ช่วงโควิด-19 มีประเด็นใหม่ ใช้เทคโนโลยีโซเชียลมีเดียทำงานการเมือง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ทุกช่วงเวลาสำรวจพบว่าส่วนใหญ่ต้องการพรรคการเมืองใหม่แท้จริง ไม่เป็นต้นตอของความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่ล่วงละเมิดร่วมมือกับต่างชาติสั่นคลอนสถาบัน เสาหลักของชาติ ซื่อสัตย์ ไม่แย่งตำแหน่ง ทรยศหักหลังกัน มีผลงานช่วยเหลือประชาชนได้จริง และอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎร 2563 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า &amp;quot;14 ตุลา หลังชู 3 นิ้วที่ราชดำเนิน ขบวนประชาชนทั้งหมดจะเคลื่อนขบวนไปตั้งเวทีปราศรัยไล่ประยุทธ์และพักค้างรอบทำเนียบรัฐบาล ขอเชิญทุกท่านมาไล่ประยุทธ์ด้วยกัน นอนค้างบนถนนร่วมกับพี่น้องประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ระบุว่า เราจะไม่ยอมทนก้มหน้าฝืนกับระบอบเผด็จการศักดินา และชนชั้นปรสิตที่กัดกินประเทศนี้มาเป็นเวลานาน เราจึงขอประกาศข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.&amp;ldquo;ประยุทธ์ต้องออกไป&amp;rdquo; จากการเป็นนายกฯ กว่า 6 ปีที่เราต้องทนอยู่กับนายกฯ ที่ชื่อประยุทธ์ที่มาจากการรัฐประหารและสืบทอดอำนาจ ซ้ำยังบริหารเศรษฐกิจได้ล้มเหลว 2.&amp;ldquo;เปิดวิสามัญรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากประชาชน&amp;rdquo; 3.&amp;ldquo;ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; มิให้การขยายพระราชอำนาจของกษัตริย์ถอยห่างจากระบอบประชาธิปไตยมากไปกว่าที่เป็นอยู่ นี่ไม่ใช่การล้มล้าง แต่หากไม่มีการปฏิรูป สถาบันกษัตริย์อาจประสบวิกฤติจากการที่ประชาชนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะทำให้กษัตริย์สามารถอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญได้อย่างสง่างาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่ไม่ใช่การร้องขอ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริงชนชั้นนำ ไม่อาจปฏิเสธสายธารแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อีกต่อไป จงรับข้อเสนอดังกล่าวและนำประชาธิปไตยกลับคืนมาสู่ปวงประชาทั้งผอง&amp;quot;
ชูนิ้ว 3 ไม่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล​ พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล​ เปิดเผยถึงกรณีคณะราษฎร​ 2563​ประกาศเตรียมเดินทางมาปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบฯ​ ในวันที่​ 14​ต.ค.​ว่า​ ตำรวจสันติบาลทำเนียบฯ จะวางกำลังบริเวณทุกตึกภายในทำเนียบฯ โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ 1 เฝ้าระวังอาคารสถานที่​ รวมถึงแนวรั้วด้านในของทำเนียบฯ ซึ่งขณะนี้ตำรวจทำเนียบฯ มีอยู่จำนวน 138 นาย หากม็อบจะปักหลักค้างคืน เราก็ต้องประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อปฏิบัติงานร่วมกัน เบื้องต้นจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนว่าสถานการณ์จะเป็นไปขนาดไหน ถึงขั้นไหน ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่มากน้อยเพียงใด ส่วนพื้นที่ที่มีการประสานว่าจะให้เป็นพื้นที่ชุมนุมของม็อบจะอยู่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐยาวไปถึงแยกนางเลิ้ง โดยจะไม่ให้ข้ามสะพานชมัยมรุเชฐมาอยู่บริเวณหน้าทำเนียบฯ ในส่วนการดูแลการจราจรจะอยู่ในการพิจารณาของ บช.น.ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมดูแลสถานการณ์ชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า เบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้สั่งการให้ บช.น. เตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน เป็นแกนหลักปฏิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยของการชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรในวันที่ 14 ต.ค. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน ซึ่งจะใช้แผนรับมือเหมือนกับการชุมนุมที่บริเวณ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และบริเวณสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากการประเมินแล้วคาดว่าผู้ร่วมชุมนุมไม่น่าจะมีจำนวนมากเกินกว่าวันที่ 19 ก.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนกรณีที่แกนนำคณะราษฎรระบุว่าจะไม่ขวางเส้นทางขบวนเสด็จฯ แต่จะให้ผู้ร่วมชุมนุมยืนสงบพร้อมกับชู 3 นิ้วนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามพูดคุยเจรจากับทางแกนนำว่าการแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสม เชื่อว่าสามารถพูดคุยกันได้ และหวังว่าทางแกนนำจะเข้าใจรับฟัง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันพุธที่ 14 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมร่วม ซักซ้อม ทำความเข้าใจ การปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯ อีกครั้ง ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯ นั้น ได้มีแผนรับมืออยู่แล้ว​ แต่ต้องถามทางตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษาในวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า หากเป็นพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษา การชุมนุมจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย เชื่อว่าวันนี้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศทราบแล้วว่าเครือข่ายของพรรคการเมืองไหนเป็นส่วนหลักของม็อบนักศึกษา ล่าสุดไม่ว่าจะเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายพิธา ลิ้มเจริญรัฐ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ต่างออกมาประกาศแล้วว่าจะเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ด้วย อยากเตือนนายธนาธรและนายพิธาว่า น่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าแกนนำบางคนจาบจ้วงสถาบัน แล้วทำไมยังให้การสนับสนุน ไม่กลัวจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดว่ารู้เห็นเป็นใจ หรือถูกมองว่าใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือบ้างหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สิ่งที่แกนนำนักศึกษาบางคนปราศรัยนั้น มันทำร้ายหัวใจคนไทยทั้งชาติ ระวังเขาจะทนกันไม่ไหว อย่านำบ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงอีก ทางที่ดีนายพิธาควรนำปัญหาไปแก้ไขในเวทีสภาฯ ไม่ใช่ปลุกม็อบลงถนน สิทธิเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ที่สำคัญ 3 ข้อเรียกร้องรัฐบาลก็รับฟัง โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าแล้ว ไม่มีใครยื้อ นายธนาธรและนายพิธาควรจะถอนฟืนออกจากไฟ ไม่ใช่จุดไฟเผาบ้านเผาเมือง อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจ หันหน้ามาคุยกันจะดีกว่า อย่าซ้ำเติมประเทศอีกเลย&amp;quot; นายธนกรกล่าว
พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินทำแตกแยก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา เปิดเผยว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับสังคมไทยมากว่า 700 ปี พระมหากษัตริย์กับราษฎรมีความรัก ใกล้ชิด และเกื้อกูลต่อกันมาอย่างยาวนาน เวลานี้น่าเสียใจที่มีคนบางคนกระทำการที่ล่วงล้ำก้ำเกิน ขาดซึ่งความควรหรือมิบังควร ไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของคนไทยนับสิบๆ ล้านคนที่ต้องอดทนอย่างที่สุดกับการที่ต้องรับฟัง รับทราบ หรืออ่านเรื่องราวที่บีบคั้นหัวใจ ทั้งดูถูก ดูหมิ่น ให้ร้าย ไม่ได้ให้ความเคารพต่อความเป็นมนุษย์ของทุกฝ่าย กรรมาธิการวิสามัญมีหน้าที่และอำนาจในการทำงานที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ติดตามทุกประเด็นที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเป็นห่วง ตนปล่อยให้กฎหมายดำเนินไป ใครทำถูก ใครทำผิด ก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องเริ่มต้นด้วยการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดอย่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่การข่มขู่คุกคามจะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เพราะสิ่งที่คิดและทำมันทำลายชาติบ้านเมือง สร้างความแตกแยก การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. คงไปห้ามไม่ได้ ทุกฝ่ายเข้าใจดีถึงความรู้สึกของคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพียงแต่ไม่พูดยอมรับกันออกมาอย่างเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องเหลี่ยมคูการชุมนุม ทุกครั้งที่มีการชุมนุมก็จะมีความเสี่ยงต่อความรุนแรงเสมอ ไม่อยากเห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยทุกฝ่าย แต่อย่างที่บอกพอก้าวเท้าลงถนน ความเสี่ยงก็จะมาพร้อมกัน ขอฝากความห่วงใยไว้กับทุกฝ่ายทุกคน&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อ ติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ใน กมธ.การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ตนแจ้งขอนำคณะเข้าสังเกตการณ์การชุมนุมต่อ กมธ.ปกครองไม่ทัน เนื่องจากสภาปิดสมัยประชุม ทำให้ไม่มีการประชุม กมธ. ทำให้ไม่สามารถนำคณะเข้าสังเกตการณ์การชุมนุมได้ แต่ถึงอย่างไรตนก็จะไปสังเกตการณ์การชุมนุมในนามส่วนตัว เพื่อดูความเรียบร้อยของการชุมนุม ทั้งนี้ ตนไม่เป็นห่วงอะไร เพราะที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี แต่ก็กังวลบ้าง เพราะมีการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก อาจมีมือที่สามเข้ามาแทรกแซงได้ จึงขอฝากเจ้าหน้าที่ให้ดูแลความเรียบร้อยในการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกองทัพบกปฏิเสธข้อมูลรายงานของฝ่ายดูแลความปลอดภัยการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ ที่สั่งระงับบัญชีผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับปฏิบัติการข่าวสารของรัฐ หรือไอโอ 926 บัญชี ว่า เฉพาะในยุค พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็น ผบ.ทบ.ได้แถลงอย่างมีนัยสำคัญหลายครั้งถึงการตั้งนักรบไซเบอร์สู้สงครามยุคใหม่เสริมกองทัพ พอถูกเปิดโปง จะมาแก้เกี้ยวว่ากองทัพไม่มีนโยบายตั้งนักรบไซเบอร์เพื่อทำสงครามไอโอกับประชาชนจึงไม่มีน้ำหนัก กองทัพต้องเร่งปฏิรูปตัวเองก่อน อยากบุกโลกทวิตเตอร์ แต่แป๊ก แถมถูกจับได้ว่าสร้างบัญชีมาป่วนเลยโดนกวาดลบทิ้งจำนวนมาก ประเทศไทยไม่ควรเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกในด้านที่ไม่ดี ไม่มีประโยชน์ที่จะแก้ตัว ทางที่ดีควรยอมรับ และหยุดการดำเนินการก่อสงครามไอโอกับประชาชนทุกรูปแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;14 ตุลานี้ ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่หรือไป กองทัพไม่ควรมองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรู ทหารต้องกลับกรมกอง เป็นทหารอาชีพ ไม่ด้อยค่า แพร่มลทิน การเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ปลุก ปชช.เขียน รธน.เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ห้องประชุมกิตตยา โรงเรียนอนุบาลวังสมบูรณ์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว นายพชร ศตพรพงษ์ รองประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย น.ส.สุรภา การัณภิรมย์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก นายโสภี ศรีเพ็ชร์ ตัวแทนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนภาคตะวันออก ร่วมกับประชาชนและคนเสื้อแดงภาคตะวันออก ได้ร่วมประชุมเพื่อรณรงค์ให้ความรู้พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมออกมาเรียกร้องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ให้ผู้ใดมาจาบจ้วงหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ และปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมของคณะราษฎร 2563 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวว่า วันนี้ทางอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง ทั้ง 8 จังหวัดภาคตะวันออก ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้กับประชาชนได้รับทราบ พร้อมกับเรียกร้องให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีจาบจ้วงจ้องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์หยุดพฤติกรรมแบบนั้น ผู้ที่ไม่รักพระมหากษัตริย์จะเป็นผู้ที่ไม่จงรักภักดี ไม่เคารพนับถือ ไม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จะทำให้ชีวิตไม่เจริญรุ่งเรือง ชีวิตจะฉิบหายตลอดกาล เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์นี้มีบุญคุณต่อเราอย่างมาก จึงทำให้พวกเรา &amp;quot;ประชาชนชาวภาคตะวันออก&amp;quot; ขอปฏิญาณตนว่าจะ &amp;quot;รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;quot; จนชีวิตจะหาไม่ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีการแถลงข่าว และเสวนาเปิดตัวกลุ่ม &amp;ldquo;Re-solution : ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ภายใต้ความร่วมมือของ 4 องค์กร ที่จะขับเคลื่อนรณรงค์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาอย่างต่อเนื่องเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็น คณะก้าวหน้า, พรรคก้าวไกล, กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า- Conlab และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เป็นตัวแทนของคณะก้าวหน้ากล่าวบรรยายในหัวข้อ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลาอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนระเบิดเวลารอระเบิดออกมา สถาบันทางการเมืองในระบบไม่กระตือรือร้น ไม่จริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อสถาบันทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญไม่แยแสเสียงของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลง วิกฤติรัฐธรรมนูญก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง และหลายครั้งที่ผ่านมา เราก็จบลงด้วยการรัฐประหาร ประเทศไทยจะอยู่ในสภาวะปลอดรัฐธรรมนูญ คือว่าให้อำนาจสูงสุดอยู่ในมือของคณะรัฐประหารเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วให้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไทย เกิดเป็นทฤษฎีว่าอำนาจสูงสุดในการสถาปนารัฐธรรมนูญอยู่คู่กันระหว่างคณะรัฐประหารกับพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่ยอมให้คณะใดคณะหนึ่งฉกฉวยแย่งชิงเอาอำนาจในการก่อตั้งระบอบสถาปนารัฐธรรมนูญไปจากประชาชนอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องมาแสวงหาข้อตกลงร่วมกันใหม่ เขียนรัฐธรรมนูญร่วมกัน เพื่อยืนยันว่าปัญหาที่มีมาตั้งแต่ปี 2475 จนถึงวันนี้แล้วยังแก้กันไม่จบ นั่นคืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญในประเทศไทยเป็นของใคร หรือประเทศนี้ใครเป็นเจ้าของกันแน่ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องสะสางปัญหานี้ให้ลงตัว แล้วยืนยันว่าอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของประชาชน ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดรัฐธรรมนูญเอง เดินหน้าแสวงหาข้อตกลงใหม่ร่วมกัน&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่ม &amp;ldquo;Re-solution&amp;rdquo; ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ถึงเวลารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สรุปว่า ทางออกของประเทศคือการร่วมออกแบบและกำหนด &amp;ldquo;ข้อตกลงใหม่&amp;rdquo; ที่ทุกฝ่ายยอมรับ และพร้อมจะเป็นองค์กรรณรงค์เข้าชื่อประชาชนเพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ในกรณีที่รัฐสภาไม่ยินยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80192</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นพดล กรรณิกา, พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา, พชร ศตพรพงษ์, สมคิด เชื้อคง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, สุรภา การัณภิรมย์, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f83092b5554c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.สันติบาลจัดเตรียมกำลัง 300 นายรักษาภายในทำเนียบฯ รอบนอกหน้าที่ บช.น. ไม่ใช้กำลังเสริมจากทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ว่า ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจสันติบาล​ 3​ กับสันติบาลทำเนียบฯ​ รวม​ 2​ กองร้อย​ หรือ 300 นาย ที่จะดูแลภายในทำเนียบฯ​ โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้าและตึกบัญชาการ 1 ซึ่งถือเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด​ และตนได้แจ้งกำลังพลไปแล้วว่่า​ หากมีผู้ชุมนุมพยายามบุกรุกเข้ามาในทำเนียบฯ เบื้องต้นให้เจรจาก่อนแล้วจึงใช้มาตรการขั้นต่อไป ส่วนภายนอกรั้วทำเนียบ​ฯ​ จะอยู่ในการดูแลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล​ (บช.น.)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯสั่งการกำชับเป็นพิเศษคือ ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาบริเวณโดยรอบทำเนียบฯ ซึ่ง​ ตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ​ มีกำหนดไว้ว่า ต้องมีระยะห่างจากทำเนียบฯ 50 เมตร คือ​อยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วัชรวีร์​ กล่าวว่า​ อย่างไรก็ตาม​ การดูแลความสงบเรียบร้อยภายในทำเนียบฯ​ จะทำตลอด 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 19 ถึงวันที่ 20 ก.ย. โดยจะใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก​ โดยไม่ใช้กำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ทหารแต่อย่างใด​ และมาตรการป้องกันทำเนียบฯ​ ไม่มีชื่อแผน แต่จะดูตามสถานการณ์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯเป็นห่วงหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุม จะเดินเลยไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า​ พ.ต.ท.วัชรวีร์​ กล่าวว่า​ ยังไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ และในทางการข่าวก็ยังไม่มีข่าวเช่นนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจสันติบาล, ทำเนียบรัฐบาล, พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา, ม็อบ19กันยา, ม็อบปลดแอก, รับมือม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6062b100b9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
