<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาร์ตี้เย้ยเคอร์ฟิว จับ22คนมั่วสุมยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ยี่หระ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน วัยรุ่นปิดร้านเหล้ามั่วสุมอัพยา เต้นรำสนุกสนาน ชาวบ้านทนไม่ไหวร้องนายอำเภอนำกำลังบุกทลาย รวบตัวพร้อมเจ้าของร้าน 22 คนดำเนินคดีหลายข้อหา ส่วนที่ชลบุรี สาวสองทั้งไทย-เทศไลฟ์สดเดินแบบ ก็เจอข้อหาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น. วันที่ 12 เมษายน ได้มีพลเมืองดีแจ้งข้อมูลผ่านศูนย์โควิค 19 ของอำเภอเมืองสมุทรสาคร ผ่านนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ว่ามีร้านลักลอบเปิดบริการ มีการมั่วสุมดื่มสุราและเปิดเพลงเต้นเสียงดัง บริเวณศูนย์การค้าแลนด์มาร์ก กลางเมืองมหาชัย ต่อมานายวุฒิพงษ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้นำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบสถานบริการ ภายในโครงการแลนด์มาร์กชื่อ Mega เมื่อไปถึงพบว่าด้านหน้าปิดประตู แต่มีเสียงเพลงเล็ดลอดออกมายังด้านนอก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเรียกผู้ที่อยู่ด้านในเพื่อสอบถาม พบนายธนะพัฒน์ ตันบวรไชยเจริญ อายุ 29 ปี เป็นเจ้าของร้าน และพบกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงจำนวน 21 คน กำลังมั่วสุม ดื่มสุรากันอย่างสนุกสนาน จากการตรวจค้นภายในร้านพบสารเสพติดจำนวนหนึ่ง ซึ่งนายธนะพัฒน์รับเป็นเจ้าของ และตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่น พบยาเคตามีนน้ำหนักประมาณ 3.84 กรัม บรรจุห่อพลาสติกซ่อนอยู่ที่ขอบกางเกงชั้นในของนายวรทัต เจษฎาลักษณ์ อายุ 30 ปี จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางไว้ ขณะที่นักเที่ยวบางคนบอกยอมฝ่าฝืนเคอร์ฟิวเพราะเคยดื่มกินเป็นประจำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันชุมนุม มั่วสุมกัน อันเป็นการฝ่าฝืนข้อ 5 ของข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) มีสารเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต 2 คน, มีวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 &amp;nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คน, ฝ่าฝืนประกาศจังหวัดเรื่องปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว 1 คน, ฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ที่ 22/2558 ที่ปล่อยให้มีขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่ากําหนดเวลาตามที่มีกฎหมายบัญญัติ และยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มียาเสพติดเข้าไป ในสถานที่ของตน คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และเสนอปิดสถานบริการดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ, พ.ต.ท.ยงยุทธ หวานเหนือ สว.สส., พ.ต.ท.เก่งศาสตร์ นวลพงษ์ สวป. พร้อมด้วยกำลังตำรวจปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจสอบบ้านหรูสองชั้นภายในหมู่บ้านสวนสุวัฒนา ซอย 12 เลขที่ 38/63 ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนไทยและชาวต่างประเทศเข้ามามั่วสุมกันเป็นจำนวนมาก เกรงว่าจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการเข้าตรวจสอบภายในบ้านดังกล่าว พบว่ามีการมั่วสุมของกลุ่มคนจำนวนมากจริง จึงเข้าตรวจสอบ พบคนไทย 27 คน ชาวจีน 4 คน และชาวปากีสถาน 1 คน ส่วนใหญ่เป็นสาวประเภทสอง กำลังทำการถ่ายทำวิดีโอไลฟ์สดผ่านแอปพลิเคชัน KWAI (ไคว่) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันของต่างประเทศ ในลักษณะเดินโชว์และโพสท่าทาง ให้สมาชิกในออนไลน์รับชม เจ้าหน้าที่จึงจับวัดอุณหภูมิก่อนนำตัวไปตรวจสอบหลักฐานแสดงตัวบุคคลยัง สภ.หนองปรือ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในข้อกำหนดห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค ณ ที่ใดๆ ทั่วราชอาณาจักร ส่วนข้อหาอื่นจะทำการสอบสวน หากกระทำผิดข้อใดก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเพื่อส่งดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62947</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง, พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม, วรทัต เจษฎาลักษณ์, วุฒิพงษ์ สุภัควนิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e930a6621814.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.6มอบตัว เตะอกม.3 หามส่งไอซียู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ แสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องกร นร.ม.3 ที่ถูกรุ่นพี่รับน้องเตะอกจนสมองตายนอนไอซียู ย้ำทุกสถาบันเฝ้าระวังอย่าให้เกิดเหตุซ้ำรอย ด้าน นร.ม.6 ที่ก่อเหตุเข้ามอบตัวแล้ว 2 คน ให้การรับสารภาพ รอง ผอ.โรงเรียนยันสั่งห้ามรับน้องไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และไม่เคยรู้เรื่อง &amp;quot;เลสรุ่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ กรณีนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนในจังหวัดนครปฐม ถูกรุ่นพี่รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมทั้งแสดงความเสียใจและให้กำลังใจกับครอบครัวของนักเรียนที่เคราะห์ร้าย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเตือนไปยังรุ่นพี่ที่คอยดูแลรุ่นน้องตามสถาบันต่างๆ ให้พึงแยกแยะการกระทำที่ไม่สมควรกับรุ่นน้อง จะต้องละเว้นกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย การทำร้ายร่างกายหรือถึงเนื้อถึงตัว เพราะยังมีรุ่นพี่บางกลุ่มทำแบบนี้อยู่ ซึ่งท้ายที่สุดไม่มีอะไรดี และยังอาจทำให้เกิดความสูญเสียแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม แม้โรงเรียนจะไม่รู้เห็นการกระทำเช่นนี้ แต่ขอให้ทุกสถาบันเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ ให้ความเป็นธรรมทางคดีกับทุกฝ่าย และต้องสามารถชี้แจงต่อสังคมได้อย่างชัดเจน&amp;rdquo; พล.ท.วีรชนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนชื่อดังของจังหวัดนครปฐม ซึ่งถูกรุ่นพี่แอบนัดหมายไปรับน้องเพื่อรับเลสข้อมือ มีตราสัญลักษณ์โรงเรียน ด้วยการทดสอบความอดทนของร่างกาย ให้รุ่นพี่เตะหน้าอกรุ่นน้องรวม 3 ครั้ง ปรากฏว่ารุ่นน้อง 3 คนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่ง รพ.ศูนย์นครปฐม ในจำนวนหนึ่งรายหนึ่งชื่อน้องกร มีอาการหนัก ล่าสุดสมองตายและบวมเนื่องขาดอากาศหายใจ นอนอยู่ที่ห้องไอซียู ซึ่งผู้ปกครองของน้องกรได้เข้าแจ้งความตำรวจ เพื่อให้ดำเนินคดีผู้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ที่ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.นครชัยศรี พ.ต.ท.ภิญโญ มุกสิสาร รอง ผกก. หัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่วมกันแถลงข่าวผลการดำเนินการทางด้านคดี โดย พ.ต.อ.อนุรักษ์กล่าวว่า คดีนี้ประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งในวันนี้ได้มีผู้ปกครองนำรุ่นพี่ที่ก่อเหตุมามอบตัวแล้ว 2 คน ให้การรับสารภาพ ซึ่งได้ให้ทีมสหวิชาชีพเข้ามาร่วมในการสอบปากคำ และคาดว่าวันเดียวกันจะมีการส่งตัวไปยังศาลก่อนส่งไปควบคุมไว้ที่สถานพินิจต่อไปทันที ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าคืนวันเกิดเหตุได้มีนักเรียนทั้งหมด 15 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือผู้กระทำเป็นรุ่นพี่ ม.6 จำนวน 3 คน รุ่นน้องที่ถูกกระทำ 3 คน และเพื่อนๆ ที่ไปร่วมงานอีก 9 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.ภิญโญ มุกสิสาร กล่าวว่า หลังรับแจ้งความดำเนินคดีแล้ว จากการสอบสวน นักเรียนทั้งหมดได้ขออนุญาตผู้ปกครองไปกินหมูกระทะที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 4 ต.สำโรง อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งในงานได้มีการรับน้องกันเอง โดยคนที่จะเข้ารับเลสข้อมือจะต้องได้รับการทดสอบความอดทน โดยให้นั่งชันเข่าแล้วให้รุ่นพี่เตะที่หน้าอก สำหรับน้องกรถูกรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อน้องน้ำ (นามสมมติ) เตะเข้าที่หน้าอก 3 ครั้ง จนเกิดอาการจุก หายใจไม่ออก และถูกนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ได้ปั๊มหัวใจ แต่อาการไม่ดีขึ้น ตอนนี้อาการโคม่ามากเนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน จึงได้แจ้งข้อหาผู้ทำร้ายคือ ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนประเด็นร่วมกันทำร้ายร่างกายยังสอบไม่ชัด เนื่องจากมีการจับคู่ทำร้ายร่างกายกัน ไม่มีการรุมทำร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.นครชัยศรี กล่าวว่า กรณีที่ญาติผู้บาดเจ็บสงสัยว่ามีนักเรียนรุ่นพี่ชื่อดาว (นามสมมติ) ได้เข้ามาแจ้งความว่า น้องกรและนักเรียนอีกคนหนึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาทำร้ายร่างกายจนได้บาดเจ็บ ตำรวจได้สอบสวนแล้ว พบว่าเป็นการให้การเท็จ ก็จะดำเนินคดีในฐานแจ้งความเท็จเอาไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านว่าที่ร้อยตรีสุชาติ มณีวุฒิวรสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนที่นักเรียนทั้งหมดเรียนอยู่ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากนายสามารถ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้เข้ามาสังเกตการณ์ ยืนยันว่าโรงเรียนได้ห้ามรับน้องไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตามระเบียบของสำนักงานการมัธยมศึกษา และเรื่องเลสรุ่น ก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพิ่งจะมาทราบว่ามีจากกรณีที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พี่สาวของน้องกรที่ไปติดตามความคืบหน้าทางคดี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ยังสงสัยทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีการสอบสวนเอาผิดคนอื่นที่ร่วมกันกระทำรุนแรงกันน้องกร จากการสอบถามข้อมูลมาจากน้องที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า น้องกรถูกให้นั่งเอามือไขว้หลัง แล้วมีคนจับมือล็อกแขนเอาไว้ให้รุ่นพี่เตะ และยังสงสัยน้องชายอาจจะไม่ได้โดนกระทำคนเดียว เพราะยังมีหลักฐานที่เชื่อว่ามีปัญหาอะไรลึกๆ มากกว่านั้นด้วย โดยตอนนี้น้องกรยังนอนไม่รู้สึกตัวและไม่ตอบสนอง นอกจากนี้ ทราบว่าบ้านเกิดเหตุเป็นของตำรวจนายหนึ่งซึ่งมีลูกชาย 2 คน เรียนอยู่ชั้น ม.6 กับ ม.3 และอยู่ในเหตุการณ์ด้วย อยากถามว่าได้มีการสอบปากคำไปแล้วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า คดีนี้ พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ พนักงานอัยการ ผู้ปกครอง สอบสวนปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน &amp;ldquo;ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส&amp;rdquo; และนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครปฐมควบคุมตัว โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน จำนวน 1 ราย และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์บาดแผลของแพทย์ รพ.นครปฐม นำมาประกอบสำนวนการสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามขั้นตอนกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดทางแพ่งผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดชอบ และอยากเตือนไปยังรุ่นพี่ที่คอยดูแลรุ่นน้องตามสถาบันต่างๆ ให้พึงระลึกถึงความผิดชอบชั่วดี การกระทำอันใดที่ไม่สมควรกระทำกับรุ่นน้อง เช่น การกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัว ทำร้ายร่างกาย เสี่ยงอันตราย เป็นต้น ก็ขอให้ละเว้น เพราะถ้าหากเกิดขึ้นแล้วส่งผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายของรุ่นน้อง ผู้ที่ถูกกระทำ จะมีความผิดตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีกับรุ่นพี่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่มีการละเว้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40457</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ภิญโญ มุกสิสาร, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม, พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d234607c9ba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
