<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟัน&#039;อดีตผกก.สภ.ทุ่งสง&#039;! โกงเบี้ยเลี้ยงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า​ ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณากรณีกล่าวหา พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง​ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยปรากฎข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดสรรเงินค่าตอบแทน (ค่าเบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19) ให้สถานีตำรวจภูธรทุ่งสง เพื่อเบิกจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงานนอกที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงได้ตามที่ตกลงในอัตราคนละ 60 บาทต่อชั่วโมง โดยเบิกจ่ายเท่ากับที่ปฏิบัติงานจริง แต่ไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งในวันราชการและวันหยุดราชการ และงดเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อโควิด-19 จะยุติลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง ได้มีการประชุมประจำเดือนก.ย. 63 ในวันอังคารที่ 29 ก.ย.63&amp;nbsp; ณ สถานีตำรวจภูธรทุ่งสง โดยมี พ.ต.อ.สมพงศ์ เป็นประธานที่ประชุมโดยมีข้าราชการตำรวจเข้าประชุมประมาณ 200 นาย ซึ่งในที่ประชุมได้ชี้แจงเกี่ยวกับการได้รับการจัคสรรงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายในการแก้โขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคงของตำรวจ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดย พ.ต.อ.สมพงศ์ ได้ชี้แจงรายละเอียดงบประมาณและวิธีการเบิกจ่ายให้ในที่ประชุมทราบ โดยในส่วนของจำนวนเงินค่าตอบแทน (ค่าเบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19) นั้น พ.ต.อ.สมพงศ์ ได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนรายละ 15,000 บาท ให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับเงินเกินจาก 15,000 บาท นำไปบริจาคให้กับสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง เพื่อนำไปให้ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการจัดสรรน้อยกว่า 15,000 บาท เพื่อความเท่าเทียมกันและเพื่อความสามัคคีในสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง ส่วนเงินที่หลือจากการปันส่วน ให้เก็บไว้เป็นกองกลางเป็นเงินบริหารของสถานีตำรวจ​ จัดหาอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน จัดงานตำรวจ จัดงานสังสรรค์ภายในสถานีตำรวจภูธรทุ่ง​ ปฏิบัติงานและอื่นๆ โดยให้เจ้าหน้าที่การเงินสถานีตำรวจภูธรทุ่งสงมีหน้าที่ในการเก็บรวบรวม​ ที่ พ.ต.อ.สมพงศ์ ก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเงินค่าตอบแทน (ค่าเบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19) เป็นการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงานนอกที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในขณะนั้นมีข้าราชการตำรวจหลายรายไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีใครโต้แย้งหรือคัดค้าน และปรากฏข้อเท็จจริงต่อมาว่าสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง ได้เรียกเก็บเงินค่าตอบแทน (ค่าเบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19) จากข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานนอกที่ศูนย์ปฏิบัติการ และได้มีการนำไปจัดสรรให้กับข้าราชการดำรวจที่ได้รับจัดสรรน้อยกว่า 15,000 บาท และข้าราชการตำรวจที่ไม่มีสิทธิจะได้รับ เพื่อให้ถึงจำนวน 15,000 บาท โดยหากมีข้าราชการตำรวจรายใดไม่เห็นด้วยและไม่ยอมนำเงินคำตอบแทน (ค่เบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19) มาคืนให้กับสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง พ.ต.อ.สมพงศ์ ก็จะออกคำสั่งย้ายปรับเปลี่ยนหน้าที่ข้าราชการตำรวจรายนั้น เพื่อไม่ให้ข้าราซการตำรวจรายอื่นถือเป็นตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย​ กล่าวว่า​ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนแล้วเห็นว่า การกระทำของ พ.ต.อ.สมพงศ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปรามการทุจริต พ.ศ.2563 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง เห็นควรส่งรายงานและความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106312</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวัติไชย เกษมมงคล, ปปช., ผกก.สภ.ทุ่งสง, พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6df5ac1d2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดี้ชิงตัวทอม ขณะตร.คุม จะไปฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจคุมตัวทอมผู้ต้องหาลักสร้อยทองไปขออำนาจศาลฝากขัง ยังไม่ทันขึ้นรถหน้าโรงพัก ดี้แฟนสาวขี่ จยย.ไปชิงตัว ดีที่ไล่จับได้ทั้งคู่ พบผู้ก่อเหตุเป็นน้องเจ้าของสร้อย อ้างทนคิดถึงไม่ไหว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มีนาคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุชิงตัวผู้ต้องหาคดีลักสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลทุ่งสง อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุชิงตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ติดตามและสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้ง 2 ราย บนถนนพื้นที่หมู่ 1 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช คุมตัวทั้งสองมาสอบสวนดำเนินคดีที่โรงพัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.ทุ่งสง เปิดเผยภายหลังสอบปากคำผู้ต้องหาว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.63 น.ส.ปาริชาติ เพิ่มผล อายุ 29 ปี ชาวระยอง ซึ่งเป็นสาวทอม ก่อเหตุลักสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ของนางธนารักษ์ ศรีแก้ว อายุ 30 ปี ที่บ้านเลขที่ 199/15 หมู่ 6 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง แล้วหลบหนีไป หลังเกิดเหตุนางธนารักษ์ ผู้เสียหาย แจ้งความกับตำรวจ สภ.ทุ่งสง กระทั่งเมื่อวันที่ 22 มี.ค.นี้ ตำรวจสามารถจับกุม น.ส.ปาริชาติ ผู้ต้องหาได้ สอบสวนรับสารภาพว่าก่อเหตุลักสร้อยของนางธนารักษ์ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพี่สาวของแฟนสาวของตน ก่อนจะนำสร้อยคอทองคำไปจำนำแล้วนำเงินมาเที่ยว ใช้จ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 23 มี.ค.นี้ พนักงานสอบสวนได้นำตัว น.ส.ปาริชาติไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทลุง โดยให้ น.ส.ปาริชาติ ผู้ต้องหา พร้อมกับผู้ต้องหาอีกจำนวนหนึ่ง ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาบริเวณหน้า สภ.ทุ่งสง ปรากฏว่า น.ส.อัจฉรา ศรีแก้ว อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นแฟนสาวของ น.ส.ปาริชาติ ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าโรงพัก ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เอะใจว่าจะเกิดการชิงตัวผู้ต้องหา โดยระหว่างคุมตัว น.ส.ปาริชาติออกจากห้องขัง เพื่อเดินไปขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปส่งฝากขัง ปรากฏว่า น.ส.ปาริชาติ ผู้ต้องหา กลับวิ่งขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์ น.ส.อัจฉรา แฟนสาว ที่สตาร์ทเครื่องรออยู่ ขี่หลบหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ระหว่างที่ทั้งสองหลบหนี มีการเปลี่ยนเสื้อสลับกันใส่เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายไม่รอด ถูกกำลังตำรวจไล่ติดตามและจับกุมตัวได้โดยทันที ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบสวนพร้อมแจ้งข้อหา น.ส.ปาริชาติ และ น.ส.อัจฉรา ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุที่ชิงตัวประกัน ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การอ้างว่า คิดถึง และเป็นห่วงหากคนหนึ่งต้องติดคุก จึงตัดสินใจวางแผนลงมือก่อเหตุขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนารักษ์ ศรีแก้ว, ปาริชาติ เพิ่มผล, พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78b99057788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟดูดหลานส.ว. ดับคาสนามบาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดสลด เด็กหนุ่มญาติอดีต ส.ว.ภูเก็ต ถูกไฟดูดเสียชีวิต ขณะเล่นบาสกับเพื่อนในสนามสวนสาธารณะกลางเมืองภูเก็ต เหตุเพราะเสาไฟฟ้ามีไฟรั่ว ส่วนเพื่อนอาการสาหัสยังนอนไอซียู เทศบาลผู้รับผิดชอบ อ้างจ้างเอกชนดูแล ต้องรอผลสอบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคมนี้ ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นางศิริภร ภักดีวงศ์ มารดาของนายคาห์เลด นัวร์ หรือนิกกี้ อายุ 18 ปี ผู้เสียชีวิตจากถูกไฟฟ้าชอร์ต พร้อมด้วยนายชัยยศ ปัญญาไวย อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.ภูเก็ต และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต ญาตินายคาห์เลด นายถาวร จิรพัฒนโสภณ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธวัชชัย ทองมั่ง ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต ญาติๆ และเพื่อนๆ ร่วมรุ่นโรงเรียนขจรเกียรติศึกษา ประมาณ 30 คน ร่วมรับศพนายคาห์เลดไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเย็นวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา นายคาห์เลด และนายเชิดศักดิ์ วายาโน หรือแอลโซ่ ได้ชวนกันไปเล่นบาสเกตบอลที่สนามบาสเกตบอลสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (สวนหลวง ร.9) ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กระทั่งใกล้ค่ำ ทั้งสองได้ไปจับเสาไฟฟ้าเกิดไฟส่องสว่าง ทำให้นายคาห์เลดเสียชีวิต ส่วนนายเชิดศักดิ์บาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่ง รพ.สิริโรจน์ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;&amp;lrm;คณิต จำนงภักดี&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;คนที่ประสบเหตุได้ไปจับเสาไฟฟ้าเพื่อแสงสว่างดังในภาพ แล้วโดนไฟดูด และล้มลงศีรษะกระแทกพื้นด้วย เรียนฝากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง &amp;quot;ด่วน&amp;quot; เทศบาลนครภูเก็ตไปดำเนินการ ดูแลปรับปรุงเพื่อไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติได้นำศพนายคาห์เลดไปประกอบพิธีญะนาซะห์ หรือละหมาดศพ ที่มัสยิดยาเมี๊ยะ หรือมัสยิดตลิ่งชัน ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ก่อนทำการฝังศพที่กุโบร์ซิมจั่น ถนนวิชิตสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งให้ทางผู้บริหารเทศบาล ทั้งรองนายกฯ ปลัดเทศบาล เข้าไปดูแลผู้ประสบเหตุทั้ง 2 ราย คือ นายคาห์เลด นัวร์ หรือนิกกี้ และนายเชิดศักดิ์ วายาโน หรือน้องแอลโซ่ ก่อนที่ตนเองจะเดินทางเข้าไปที่โรงพยาบาลในภายหลัง กระทั่งทราบว่าน้องนิกกี้เสียชีวิต จึงอยู่ดูแลคอยอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าเข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบ และสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง โดยเทศบาลนครภูเก็ตมีการดูแลระบบไฟฟ้าหลายส่วนร่วมหมื่นดวง ทั้งไฟฟ้าถนน สวนสาธารณะ ซึ่งจำเป็นต้องมีการจ้างบริษัทเอาต์ซอร์สเข้ามาช่วยดูแล และในจุดเกิดเหตุก็เช่นเดียวกัน มีการจ้างเอาต์ซอร์สเข้ามาดูแล จึงต้องรอกระบวนการตรวจสอบอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สมใจกล่าวว่า มาตรการดูแลของทางเทศบาลนั้นได้มีการจัดตั้งหน่วยตรวจสอบขึ้นมา โดยจัดเวรตรวจสอบไฟสาธารณะว่ามีความพร้อมหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าเป็นช่องว่างที่ต้องปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ทั้งนี้ ตนเองและคณะฝ่ายบริหาร เจ้าหน้าที่เทศบาล รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหวังว่าจะเป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของจุดเกิดเหตุ น.ส.สมใจกล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจของเทศบาลนครภูเก็ต นำรั้วหล็กมากั้นบริเวณโดยรอบเสาสปอตไลต์ซึ่งอยู่กลางสนาม โดยประกาศห้ามใช้สนามในจุดที่เกิดเหตุชั่วคราวระหว่างรอการตรวจสอบ แต่ในส่วนบริเวณข้างเคียงสามารถใช้สนามได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแล้วหลายปาก ขณะเดียวกันได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ เพื่อเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานต่างๆ หาสาเหตุว่าเกิดจากความบกพร่องของผู้รับผิดชอบหรือไม่ ซึ่งจะยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาจนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วเสร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอาการของนายเชิดศักดิ์ วายาโน หรือน้องแอลโซ่ นางโสภิณ วายาโน มารดา เปิดเผยว่า แพทย์ยังคงให้พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู หลังจากพบว่ามีอาการแน่นและเจ็บบริเวณทรวงอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40953</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาห์เลด นัวร์, พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล, ศิริภร ภักดีวงศ์, สมใจ สุวรรณศุภพนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b36200f80a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
