<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกะรอยอดีตพนง. ภาพชัดชิงเงินธกส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตร.แกะรอยโจรฉายเดี่ยวควงปืนชิงเงิน ธ.ก.ส.ย่านประเวศ เริ่มได้เค้าแล้ว จ่อขอหมายจับตามภาพกล้องวงจรปิด พบเส้นทางคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้ากิ่งแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 เมษายน มีความคืบหน้ากรณีคนร้ายเป็นชายใช้ปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาย่อยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เลขที่ 83 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตประเวศ กทม. ได้เงินสดไป 106,000 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีดำ ทะเบียน วทล 683 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สั่งชุดสืบสวนทำการแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้าย โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปยังปลายทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะเป็นข้อมูลเชิงสืบสวนที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล แต่จากการตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายก่อเหตุพบว่าเป็นทะเบียนจริง และต้องทำการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าทะเบียนดังกล่าวเป็นของใคร ยังเชื่อว่าได้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ยังไม่ยืนยันว่ามีการมาดูลาดเลาก่อนหรือไม่ เพราะวันที่ 13 เม.ย.เป็นวันแรกที่ธนาคารปิดเวลาบ่าย 3 โมง ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุจะเป็นโจรมืออาชีพ หรือโจรฉวยโอกาสช่วงโควิด-19 หรือไม่นั้น ก็ยังไม่ยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมโภชกล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้มีการสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด 5 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร พนักงานรักษาความปลอดภัย คาดว่าวันนี้จะเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุตามภาพในกล้องวงจรปิด ในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชลาธิป วงศ์จำปา พนักงานรักษาความปลอดภัยของธนาคาร เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาก่อนเพราะรู้ความเคลื่อนไหวและเวลาปิด-เปิดของธนาคารเป็นอย่างดี ถ้าหากมาในช่วงธนาคารเปิดทำการก็จะเจอจุดคัดกรองโควิด-19 จะถูกตรวจวัดอุณหภูมิ ตรวจอาวุธ ไม่สามารถเข้าไปภายในธนาคารได้ง่ายๆ คนร้ายจึงเลือกลงมือในช่วงที่ธนาคารใกล้ปิด ก็คือเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีทั้งหมด 8 ตัว อยู่บริเวณด้านหน้าธนาคาร 2 ตัว ด้านหลังธนาคาร 1 ตัวและภายในธนาคารอีก 5 ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 5 นาที ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หน้าธนาคาร หลบหนีไปตามถนนเฉลิมพระเกียรติซอย 9 มุ่งหน้าลาดกระบัง ซึ่งจะมีเส้นทางแยกย่อยที่สามารถออกไปได้หลายเส้นทางทั้งบางนา ราม 2 กิ่งแก้ว พัฒนาการ ศรีนครินทร์ ประเวศ โดยยอมรับว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองอยู่ในเหตุการณ์และได้เผชิญหน้ากับคนร้าย เพราะช่วงเวลานั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่ ปืนขึ้นลำกล้องยืนห่างกันไม่ถึง 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ระดมกำลังตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย รวมไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งก่อเกิดเหตุ และหลังก่อเหตุ ซึ่งพบว่าหลังจากคนร้ายก่อเหตุแล้วนั้น พบว่ามีกล้องวงจรปิดบริเวณซอยกาญจนาภิเษก 39 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ระบุเวลา 15.00 น. วันที่ 13 เม.ย. สามารถจับภาพขณะคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีมาจากคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ฝั่งเขตประเวศ ลอดใต้มอเตอร์เวย์เลี้ยวซ้ายคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งกิ่งแก้ว แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยกาญจนาภิเษก 39 มุ่งหน้าถนนกิ่งแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกขโมยมาก่อนนำมาใช้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ประเวศ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงเงิน ธ.ก.ส.ว่า ขณะนี้ทราบเพียงตำหนิรูปพรรณของคนร้าย เดินทางมาจากไหน ใช้ยานพาหนะอะไร และได้ทรัพย์สินอะไรไปบ้าง อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าเป็นใคร และหาจุดสุดท้ายของเส้นทางหลบหนี เนื่องจากคนร้ายใช้เส้นทางที่ค่อนข้างไกลจากจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งตรวจกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ย้อนหลังไป 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายก่อเหตุพบว่าเป็นทะเบียนจริง ทราบตัวเจ้าของเเล้ว แต่พบว่าป้ายดังกล่าวถูกขโมยจากเจ้าของตัวจริงไปตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันก่อน และเพิ่งมีการแจ้งความไปหลังเกิดเหตุแล้ว ยังไม่ได้ตัดประเด็นว่าเจ้าของทะเบียนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าวหรือไม่ แต่ตำรวจมีกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยขณะถอดป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์แล้ว เช่นเดียวกับลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างเทียบเคียงหาตัวบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลผู้ที่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันและเพิ่งพ้นโทษออกมา เพื่อเทียบเคียงข้อมูลด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าคนร้ายไม่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืน และยังไม่สามารถออกหมายจับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เรียกพนักงาน ธ.ก.ส.มาสอบปากคำเพิ่ม โดยเฉพาะประเด็นบุคคลที่เคยทำงานในธนาคารหรือบุคคลที่อยู่ละแวกใกล้เคียงที่รู้ความเคลื่อนไหวธนาคาร และสั่งการให้ตรวจสอบประวัติพนักงานที่เคยทำงาน ธ.ก.ส.ย้อนหลัง อีกทั้งยอมรับว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าคนร้ายจะเป็นบุคคลกลุ่มนี้ รวมทั้งมีการนำการเเต่งกายของคนร้ายที่ใส่ในวันก่อเหตุไปจำลองเพื่อหาแหล่งที่มา โดยอิงจากเหตุการณ์ชิงทอง จ.ลพบุรี แต่ยืนยันว่าการชิงทรัพย์ครั้งนี้ไม่เหมือนกับเหตุที่ จ.ลพบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลาธิป วงศ์จำปา, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95acaed4eb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์130ล้าน เครือข่ายยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.นำกำลังชุดสยบไพรี ร่วมกับ ป.ป.ส.เข้ายึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดชาวจีน รวมกว่า 130 ล้านบาท เผย &amp;quot;จางซื่อ&amp;quot; หัวหน้าใหญ่พร้อมเมียชาวไทยยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มีนาคมนี้ ที่หมู่บ้านณุศาสิริ พระราม 9 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพฯ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) พร้อม พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1 และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกับ พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.ประเวศ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี แถลงผลปฏิบัติการตรวจยึดอายัดทรัพย์สินขบวนการยาเสพติดชาวจีนรวมมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท ได้จากบ้านเลขที่ 222/136 ในหมู่บ้านดังกล่าว ภายหลังขยายผลการจับกุมชาวไทยทำหน้าที่ด้านธุรกรรมของเครือข่ายได้ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า เมื่อเดือนเมษายน 2560 ป.ป.ส.ได้รับการประสานจากอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติด ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่มีนายจางซื่อ ชาวจีน เป็นผู้ติดต่อนำยาเสพติดจากแหล่งผลิตของกลุ่มว้าปางซางเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง จากการสืบสวนทราบว่านายจางซื่อมีภรรยาชาวไทย คือ น.ส.อาหยี และมีญาติคือ น.ส.นงคราญ กันธวิชา ทำหน้าที่จัดหาคนไปกระจายยาเสพติด และคอยทำธุรกรรมการเงิน รวมถึงทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดภายในประเทศไทย ทั้งนี้ เจ้าตัวยังมีหมายจับในคดี &amp;ldquo;ร่วมกันสมคบและสนับสนุนการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&amp;rdquo; ซึ่งบ้านหลังที่ตรวจยึดวันนี้ มีชื่อของนายอเนก กันธวิชา เป็นคนถือครองแทน โดยบ้านนี้จะถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของบุคคลในเครือข่าย ส่วนนายจางกับนางอาหยียังคงหลบหนีอยู่ต่างแดนมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรชัยกล่าวต่อว่า ต่อมาในเดือนเมษายน 2560 ตำรวจ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้จับกุมบุคคลในเครือข่ายของนายจางซื่อ เป็นสองสามีภรรยาพร้อมของกลางยาบ้า 830,000 เม็ด ที่ด่านมั่นคง ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลในเครือข่าย ซึ่งทำหน้าที่ด้านการเงินและทรัพย์สิน จนออกหมายจับได้อีก 3 ราย และพบว่าขบวนการรายนี้จะใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดกระจายอยู่หลายพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติที่ 5/2563 เรื่องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินขบวนการนายจางซื่อ พร้อมกัน 9 จุดทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1 จุด และ จ.เชียงราย 8 จุด ยึดอายัดทรัพย์สินเป็นบ้าน ยานพาหนะ เงินในบัญชีและที่ดินมูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท ก่อนขยายผลการตรวจยึดทรัพย์สินอื่นๆ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60088</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล, พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส, พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70cdd5cc1c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดำเนินคดีนายจ้าง สะเพร่าคร่า5ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนสภาวิศวกรเข้าตรวจจุดเกิดเหตุเครนถล่มคร่าคนงาน 5 ศพ พบเป็นเครนเก่าสภาพไม่สมบูรณ์ ไล่เบี้ยวิศวกรคุมงาน ถ้าพบมีความผิดถึงขั้นถอนใบอนุญาต ขณะที่ตำรวจก็เตรียมแจ้งข้อหาประมาททำให้มีคนตาย-บาดเจ็บ รมว.แรงงานสั่งจ่ายสิทธิประโยชน์ผู้ประสบเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มกราคมนี้ นายเสถียร เจริญเหรียญ วิศวกรใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร นายชูเลิศ จิตเจือจุณ นายวัฒนพงษ์ หิรัญมา นายนรงค์ กระจ่างยศ คณะผู้เชี่ยวชาญชำนาญการด้านโยธาและการก่อสร้างสภาวิศวกร และ พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางโพงพาง เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุในไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมลุมพินีคอนโด โครงการลุมพินีเพลส พระรามสาม-ริเวอร์ไรน์ ถนนพระราม 3 ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุเครนถล่ม มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บ 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมโภชเปิดเผยว่า ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้ว 5 ปาก คือ พยานผู้ตายและพยานแวดล้อม แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าการเกิดเครนถล่มมาจากสาเหตุใด ต้องรอผลการตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน สภาวิศวกร มาประกอบคดี ทั้งนี้ ทางนายจ้างจะต้องมีการเยียวยาทั้งในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และได้ประสานญาติให้นำศพผู้เสียชีวิตไปบำเพ็ญกุศลตามภูมิลำเนา อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยังไม่ส่งตัวแทนเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมงานหรือไม่ ต้องรอสอบปากคำคนเจ็บโดยละเอียดอีกครั้งจึงจะสรุปได้ ยืนยันตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจระบุว่า ผู้รับเหมาก่อสร้าง คือ บริษัท ตรัย กรุ๊ป รัชดา จำกัด ซึ่งรับเหมาก่อสร้างต่อจากบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จะได้เรียกผู้บริหารมาสอบปากคำในประเด็นการก่อสร้างและติดตั้งเครน ว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ รวมถึงมีการว่าจ้างให้ใครดำเนินการ หากพบความผิดจะแจ้งดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชูเลิศกล่าวว่า สภาวิศวกรมีหน้าที่กำกับดูแลวิศวกร ในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ในส่วนของการก่อสร้างจะต้องมีวิศวกร 2 ส่วน คือ วิศวกรควบคุมอาคาร และวิศวกรควบคุมการสร้างเครน จะต้องประสานงานกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรคุมงานหรือไม่ แต่คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดจากความประมาทของตัววิศวกรเอง ซึ่งถ้าผลการตรวจสอบพบว่ามีความผิด ก็จะถูกลงโทษเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทัศน์ รุจิณรงค์ ผอ.เขตยานนาวา เปิดเผยว่า ในส่วนของการแจ้งติดตั้งเครนตามหนังสือหารือการติดตั้งเครนขนส่งวัสดุใช้ในการก่อสร้าง ปี 49 ระบุว่า เครนไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอาคาร ทางผู้รับเหมาหรือโครงการก่อสร้างจะต้องแจ้งให้ทางสำนักงานเขตรับทราบว่าจะมีการติดตั้งเครน หากไม่ได้แจ้งก็ไม่มีข้อกฎหมายระบุความผิด แต่ทางสำนักงานเขตจะสุ่มตรวจสอบทุกเดือนในการก่อสร้างภายในเขต อย่างไรก็ตาม หากจะทำการรื้อถอนเครน ทางโครงการต้องทำหนังสือแผนการรื้อถอน และแผนปฏิบัติงานความปลอดภัย ส่งให้สำนักงานเขตพิจารณา จึงจะสามารถรื้อถอนได้ หากต้องการติดตั้งใหม่ก็ต้องทำหนังสือขออนุญาตกับทางเขตจึงจะสามารถติดตั้งเครนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายชูเลิศเปิดเผยภายหลังเข้าตรวจพื้นที่จุดเกิดเหตุว่า เบื้องต้นเครนที่ถล่มเป็นเครนเก่ามีอายุการใช้งานหลายปี และไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลพบว่า การถล่มเกิดจากการประกอบเครน ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีผู้ควบคุม 2 ส่วน คือ วิศวกรโยธาควบคุมโครงการ และวิศวกรช่างกลควบคุมเครน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างเรียกตัววิศวกรมาให้ข้อมูล หากพบว่าเป็นความผิดพลาดของตัววิศวกรจริง ก็จะมีโทษตั้งแต่ตักเตือน พักใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต และเบื้องต้นพบว่าไม่มีผลกระทบกับตัวอาคาร มีเพียงรอยแตกร้าวเล็กน้อยบนพื้นที่ชั้น 12 ซึ่งต้องรื้อทำใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเขตยานนาวาได้ติดป้ายคำสั่งห้ามใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน โดยในวันนี้มีเพียงคนงานเฝ้าพื้นที่และไม่มีการก่อสร้างใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ทายาทของลูกจ้างที่เสียชีวิตจากการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 เป็นค่าทำศพจำนวน 40,000 บาท ค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างเป็นเวลา 10 ปี และทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพกองทุนประกันสังคม ส่วนลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินทดแทน เป็นค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 50,000 บาทถึง 1 ล้านบาท กรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ค่าทดแทนกรณีหยุดงานร้อยละ 70 ของค่าจ้าง โดยจ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ไปจนตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี ค่าทดแทนกรณีสูญเสียไม่เกิน 10 ปี กรณีทุพพลภาพจะได้รับค่าทดแทนไม่น้อยกว่า 15 ปี และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งแบ่งเป็นค่าฟื้นฟูด้านอาชีพ 24,000 บาท และค่าฟื้นฟูด้านการแพทย์ 24,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้สั่งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการเอาผิดกับนายจ้างตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 ตามมาตรา 14
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเครนถล่ม ว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ก่อสร้างดังกล่าวได้ก่อสร้างถึงชั้น 12 จึงทำการต่อเครนเพื่อก่อสร้างชั้น 13 โดยมีบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นเจ้าของโครงการ และมีบริษัทเป็นผู้รับเหมาช่วงก่อสร้าง โดยในเบื้องต้นได้รับรายงานว่า โครงการดังกล่าวมีการใช้ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ หรือ Tower Crane จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งสาเหตุน่าจะเกิดจากปั้นจั่นเครื่องที่หักโค่นลงมาอยู่ในระหว่างการเพิ่มความสูงของปั้นจั่น โดยใช้ปั้นจั่นอีกเครื่องทำหน้าที่ยกชุดคอสวิงที่ประกอบไปด้วย ห้องบังคับปั้นจั่น แขนปั้นจั่น มอเตอร์และน้ำหนักถ่วง ซึ่งระหว่างที่เพิ่มความสูงโดยการติดตั้งชิ้นส่วนของหอปั้นจั่น โครงสร้างหอปั้นจั่นอาจแกว่งจนเสียสมดุล ทำให้ชุดนอตหรือสลักที่ใช้ยึดขาด ทำให้โครงสร้างหักโค่นลงมาพร้อมกับลูกจ้างที่กำลังทำหน้าที่ยึดชุดนอตพลัดตกลงมาด้วย อีกทั้งยังดึงเอาปั้นจั่นอีกเครื่องที่ทำหน้าที่ยกชุดคอสวิงของปั้นจั่นที่หักโค่นจนได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า นายจ้างไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 โดยในวันนี้ (24 ม.ค.62) นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดี กสร. พร้อมด้วยพนักงานตรวจความปลอดภัยได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ และจะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายจ้างตามฐานความผิดดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง นอกจากนี้ พนักงานตรวจความปลอดภัยจะตรวจสอบเพิ่มเติมว่านายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14 ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในสภาพการทำงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงานที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพอนามัย นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน และแจกคู่มือปฏิบัติงานให้ลูกจ้างทุกคนก่อนที่ลูกจ้างจะเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน รวมทั้งมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้วแต่ฐานความผิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27439</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูเลิศ จิตเจือจุณ, นรงค์ กระจ่างยศ, บริษัท ตรัย กรุ๊ป รัชดา จำกัด, พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, วัฒนพงษ์ หิรัญมา, วิวัฒน์ ตังหงส์, สุทัศน์ รุจิณรงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสถียร เจริญเหรียญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49ba685e095.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
