<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพะร้องผบ.ตร. ฟัน2ตร.ท่าข้าม ปั้นคดีลักทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพะคดีลักทรัพย์บุก สตช.ร้อง ผบ.ตร.ไล่ออก 2 ตำรวจท่าข้ามจับผิดตัว กลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ แต่สุดท้าย 2 ศาลยกฟ้อง คดีถึงที่สุด เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ พร้อมด้วยนายชิตพงษ์ วินทะไชย พนักงานส่งเอกสาร แพะในคดีลักทรัพย์ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ขอให้มีการดำเนินคดีไล่ออก 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ฐานทำให้เสียอิสรภาพมีผลกระทบต่องาน โดยมี พ.ต.อ.สุรพล บุญมา รอง ผบก.กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล นายตำรวจเวรรักษาการณ์ เป็นผู้รับเรื่องไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรัชพลกล่าวว่า สืบเนื่องจากนายชิตพงษ์ถูกจับคดีลักทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ตำรวจมีกล้องวงจรปิดตัวเดียวที่มีภาพนายชิตพงษ์ขับรถผ่านในช่วงเวลาเกิดเหตุ แต่นายชิตพงษ์ไปหาหลักฐานมาเองจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร เนื่องจากมีอาชีพส่งเอกสาร ในช่วงเกิดเหตุประมาณบ่ายสามโมง นายชิตพงษ์ไปติดต่อทำธุรกรรมอยู่กับธนาคาร มีกล้องและเจ้าหน้าที่ธนาคารยืนยันชัดเจน แต่ก็ยังโดนฟ้องต่อศาล สุดท้ายศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง คดีต้องห้ามฎีกาตามกฎหมาย คดีจึงถึงที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรัชพลกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่พนักงานอัยการ 1 นาย ตำรวจอีก 2 นาย (สน.ท่าข้าม) ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และขอให้ดำเนินคดีกับเจ้าของบ้านที่ถูกลักทรัพย์ ในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในการกระทำความผิดและเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่มาสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ เนื่องจากพบว่าในการชี้ตัวคนร้าย ตำรวจได้นำภาพนายชิตพงษ์มาให้ผู้เสียหายดูก่อนการชี้ตัว ทำให้ผู้เสียหายชี้ตัวไปที่นายชิตพงษ์ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 วรรคสอง เป็นเจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต ปรับอีกสี่แสนบาท จึงมาขอความเป็นธรรมให้ ผบ.ตร.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและดำเนินคดีทางวินัยลงโทษไล่ออกตำรวจที่กระทำความผิดต่อไป ซึ่งหลังจากนี้จะฟ้องร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเรียกค่าเสียหายด้วย&amp;quot; นายรัชพลระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82816</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.สุรพล บุญมา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2a215a6dfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
