<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพร่-ลำปาง-ลำพูนวิกฤติ &#039;คพ.&#039;ชี้ต้นเหตุเผาในที่โล่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพร่-ลำปาง-ลำพูน ค่า PM2.5 ส่อวิกฤติ! คพ.ชี้ต้นเหตุเผาในที่โล่งต่างจากฝุ่นกรุง ผู้ว่าฯ 9 จังหวัดภาคเหนือสั่งห้ามเด็ดขาด ขณะที่ขอนแก่นเริ่มลด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; วอนประชาชนร่วมแก้ปัญหา งดเผาวัชพืช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 น. ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 10 &amp;nbsp;ก.พ. ส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ ตรวจวัดได้ 17-43 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 &amp;nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) และคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีฟ้า 13 เขต, สีเขียว 9 เขต และสีเหลือง 2 &amp;nbsp;เขต ได้แก่ เขตวังทองหลาง และเขตบางเขน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ ชั้น 20 โรงพยาบาลกลาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงสถานการณ์ฝุ่นละอองกับการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้บุคลากรของ กทม.เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองได้อย่างเข้าใจมากขึ้นว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ.นี้ สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ อาจมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเนื่องจากอากาศปิด ซึ่ง กทม.จะประสานให้โรงเรียนการบินกรุงเทพปฏิบัติภารกิจอีกครั้งในวันดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักการแพทย์รายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นในโรงพยาบาลสังกัด กทม. พบสถานการณ์ฝุ่นละอองมักจะรุนแรงระหว่างช่วงเดือน ต.ค.-ม.ค.ของทุกปี จึงเห็นควรจัดประชุมชี้แจงสถานการณ์ฝุ่นละอองเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ความเข้าใจทางวิชาการด้านอนามัยและสาธารณสุข โดยตนนำจะแนวทางและข้อสรุปของวันนี้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมกำหนดเป็นมาตรการระยะกลางและยาว พร้อมจะนำเสนอให้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการสร้างการรับรู้สู่ชุมชนว่า การบูรณาการสร้างความรับรู้ให้ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน วันนี้ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าอะไรคือฝุ่นละออง PM2.5 หรือ PM10 &amp;nbsp;รัฐบาลมีมาตรการระยะสั้นอย่างไร หลายคนตำหนิว่าทำโน่นทำนี่ไม่เห็นได้เรื่อง ทำกันสนุกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่รัฐบาลทำลดฝุ่นหลายๆ ตัว ไม่เฉพาะ PM2.5 ยืนยันรัฐบาลคิดรอบคอบทุกอัน ฉะนั้นทำอะไรก็ตามถือเป็นความร่วมมือของพวกเรา ไม่เคยมีที่ไหนทำได้มาก่อนเช่นกรณีถ้ำหลวง ดังนั้นหากทุกคนร่วมมือกันได้จะเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกครั้ง ต้องมีจิตอาสาทำความดีเพื่อแผ่นดินด้วยหัวใจ ไม่ต้องบังคับหรือออกกฎหมายเพิ่มเติม ขอเพียงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจริงจังในการทำงานแก้ไขปัญหาระยะยาว ดูต้นตอสาเหตุของฝุ่นแต่ละประเภทมาจากที่ใด จะป้องกันอย่างไร&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัญหาที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองถือเป็นปัญหาซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการเผาไร่อ้อย ทราบมาว่าถ้าเผาแล้วค่าของน้ำตาลจะสูงขึ้น โรงน้ำตาลจะรับซื้อกันที่ค่าความหวาน จึงต้องดูว่าจริงหรือไม่ รวมถึงการจ้างคนงานตัดอ้อย หากมีใบอ้อยเยอะทำงานลำบาก แต่ถ้าเผาจะทำให้ตัดอ้อยง่าย ตรงนี้ต้องแก้ที่ต้นตอว่าจะทำอย่างไรให้เกษตรกรเข้าใจ เขาต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มขึ้นหรือไม่ การแก้ปัญหาต้องฟังเหตุผลเกษตรกรด้วย แล้วมาช่วยกันพิจารณา แต่ถ้าบอกว่าห้ามก็ไม่สามารถห้ามได้ทุกครั้ง เว้นแต่คนที่ตั้งใจฝืนกฎหมายต้องถูกลงโทษ ตรงนี้ต้องดูให้ดี ตนไม่ได้ให้ท้ายใครทั้งสิ้น ต้องร่วมมือทั้งสองฝ่าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองทั้ง PM2.5 และ PM10 โดยเฉพาะการเผาวัชพืชที่ไม่ควรทำ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ภาคเหนือว่า พบฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานที่ จ.แพร่ ลำปาง และลำพูน โดยที่ จ.แพร่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งนี้แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง ควรสวมหน้ากากอนามัยแบบ N95 และเฝ้าระวังสุขภาพเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ขอนแก่น แพร่ ลำปางนั้น รูปแบบที่เกิดขึ้นแตกต่างจากปัญหาฝุ่นที่เกิดใน กทม. โดยที่ขอนแก่น แพร่ ลำปาง จุดกำเนิดของฝุ่นเกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่สูงและโล่ง สาเหตุเกือบทั้งหมดมาจากการเผาในที่โล่ง วิธีแก้คือจะต้องงดเผา ซึ่งหากแก้ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งได้จะสามารถกำจัดปริมาณฝุ่นได้มากกว่า 80%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ พื้นที่ 9 จังหวัดในภาคเหนือมีประกาศจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ว่าห้ามเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด ส่วนพื้นที่ จ.ขอนแก่น รมว.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งปลัด ทส. เองก็มีหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นแล้ว เรื่องการห้ามเผาในพื้นที่โล่งอย่างเด็ดขาด&amp;quot; อธิบดีคพ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับค่าฝุ่นละออง PM2.5.อยู่ที่ 89 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร &amp;nbsp;หรืออยู่ในระดับเฝ้าระวัง ลดลงจากระดับที่ส่งผลต่อสุขภาพ หรือในระดับที่เกิน 100 มคก.ต่อ ลบ.ม.แล้ว &amp;nbsp;โดยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ระดับมลพิษทางอากาศของขอนแก่นปรับลดจากสีแดงมาเป็นสีส้ม หรือในระดับของการเฝ้าระวังแล้ว แต่ทุกมาตรการในการปราบฝุ่นนั้นจะยังคงดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง โดยเฉพาะกับแผนปฏิบัติการทำฝนหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพัฒน์พงษ์ ภู่สิงห์ สมาชิกเครือข่ายเพื่อนเตือนภัยจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางเข้าพบนายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น เพื่อนำคลิปภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;ญิ๋ง เล็ก&amp;quot; ที่ได้โพสต์คลิปภาพวิดีโอไลฟ์สดการเผาไร่อ้อยในพื้นที่บ้านหนองกุงขี้ควง &amp;nbsp;ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น มอบให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่สร้างมลภาวะให้ชาวขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.น้ำพอง กล่าวว่า ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าบุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดและดำเนินการเผาไร่อ้อยและไลฟ์สดคือ น.ส.พิมพ์ชนก ภวภูตานนท์ อายุ 34 ปี ชาวบ้านหนองแวง ม.17 ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.น้ำพองแล้ว โดยเบื้องต้นเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่ามีการไลฟ์สดจริง แต่ไม่ใช่คนจุดไฟเผา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและควบคุมตัวผู้ต้องหาทำการชี้จุดเกิดเหตุ พบว่ามีไร่อ้อยถูกเผาทั้งแปลงจำนวน 10 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาว่าทำผิด พ.ร.บ.สาธารณสุข กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดควัน กลิ่นพิษ หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และความผิดฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประลอง ดำรงค์ไทย, พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พัฒน์พงษ์ ภู่สิงห์, พิมพ์ชนก ภวภูตานนท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6187db47f71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกทรพีฆ่าพ่อตายคาบ้าน!ฆ่าเสร็จนั่งเล่นเกมเฉย อ้างเก็บกดมานาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากมูลนิธิศาลเจ้าพ่อน้ำพอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - ที่ สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.น้ำพอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเพชร นารี ผกก. (สอบสวน) สภ.น้ำพอง และ พ.ต.ท.อภินันท์ รักศิลป์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.น้ำพอง ร่วม สอบปากคำ นายอนุพงษ์ คำพานางหรือท็อป อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 ม.6 บ้านสองคอน ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาฆ่าพ่อตัวเองเสียชีวิตคาบ้าน โดยผู้ต้องหานั่งให้การด้วยหน้าตานิ่งเฉย ไม่มีอาการสำนึกผิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่าเหตุการณ์ดังล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา ประมาณ &amp;nbsp;10.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพอง ได้รับแจ้งเหตุลูกฆ่าพ่อที่บ้านเลขที่ดังกล่าว หลังรับแจ้งจึงไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพ นายอาคม คำพานาง อายุ 51 ปี &amp;nbsp; ถูกทำร้ายด้วยของมีคม ที่บริเวณศีรษะ ใบหน้าจนเละ นอนเสียชีวิตอยู่กลางห้องโถงของบ้าน ข้างศพพบมีดอีโต้ยาวประมาณ 1 ฟุต ตกอยู่ข้างศพผู้ตาย &amp;nbsp;ส่วนผู้ก่อเหตุคือนาอนุพงษ์ หรือท๊อป ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของผู้ตาย หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปใน นั่งเล่นเกมอยู่บนที่นอน ใ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้สอบวนน้องทีม (นามสมมุติ) น้องชายของผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ขณะนอนหลับอยู่บนที่นอนที่อยู่บริเวณห้องโถงของบ้าน พ่อก็มาปลุกให้ลูกๆไปกินข้าว น้องทีมจึงลุกไปล้างหน้า พอกลับออกจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงพ่อบ่นให้พี่ชาย พร้อมกับเอาน้ำใส่แก้วไปพรมใส่หน้าพี่ชายที่นอนอยู่บนที่นอน พี่ชายโมโหและมีอาการฉุนเฉียวทะเลาะกับพ่อ และเดินไปหลังบ้าน เอามีดมาฟันที่ศีรษะพ่อจนล้มลงกับพื้น และฟันซ้ำอีกหลายครั้ง น้องทีมกลัวจึงพาน้องสาววิ่งหนีออกนอกบ้านไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่เมื่อเพื่อนบ้านไปถึงบ้าน ปรากฏว่า พ่อได้เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยได้ทำการควบคุมตัวนายท็อปผู้ก่อเหตุ มาสอบสวน โดงไม่มีทีท่าสะทกสะท้านหรือเกรงกลัวความผิด แต่กลับมีใบหน้าเรียบเฉย แสยะยิ้มเป็นบางครั้ง &amp;nbsp;พูดคุยรู้เรื่อง ตลอดเวลา โดยหลังก่อเหตุไม่ได้หนีไปไหนคงนั่งเล่นเกมอย่างไม่สะทกสะท้าน โดยนายท๊อปให้การรับสารพภาพว่า การก่อเหตุดังกล่าวเพราะถูกพ่อบ่นด่าทุกวัน เก็บกดสะสมมานาน เมื่อพ่อเอาน้ำมาพรมหน้าจึงเกิดความโมโห จึงเดินเข้าไปในครัวใช้มีดฟันคอพ่อจนตายคาที่และนั่งเล่นเกมรอมอบตัว ซึ่งภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ฆ่าบุพการี โดยที่ผู้ต้องหาไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบนางจุฑาทิพย์ คำพานาง อายุ 40 ปี ภรรยาผู้ตายและเป็นมารดาของนายท็อป &amp;nbsp;พร้อมเพื่อนบ้านได้ช่วยกันจัดสถานที่ภายในบริเวณบ้านเพื่อตั้งสวดอภิธรรมศพผู้ตายท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจุฑาทิพย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ที่บ้านอาศัยอยู่กันทั้งหมด 5 คน นายท็อปซึ่งเป็นลูกชายคนโตไม่ได้ทำงาน เพราะร่างกายและสมองไม่ปกติหลังจากประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2560 ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ ตนเองทำกับข้าวให้สามีกับลูกไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อถึงที่ทำงานก็มีเพื่อนบ้านโทรศัพท์แจ้งว่า ลูกชายฆ่าพ่อตายในบ้าน จึงรีบกลับบ้านก็พบศพสามีนอนอยู่กลางห้องโถง ส่วนนายท็อปถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ จึงถามลูกชายว่า ฆ่าพ่อทำไม ลูกชายตอบเพียงว่า ดุด่าทุกวันไม่ชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายท็อปเป็นคนที่มีร่างกายไม่แข็งแรง ช่วงเรียนหนังสือระดับประถม ถึงระดับมัธยม ก็ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง จนทนไม่ได้ออกจากโรงเรียนในช่วงที่กำลังเรียน ม.4 จากนั้นช่วงอายุ 16-17ปี นายท็อปก็ติดเพื่อน เสพยาเสพติด และไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด กลับมาอยู่บ้านเมื่อปี 2560 &amp;nbsp;ก็ประสบอุบัติจนขาหักสองท่อน ผ่าตัดสมอง รักษาตัวนานหลายเดือน เมื่อแข็งแรงก็กลับมาอยู่บ้าน เก็บตัวไม่ออกจากบ้าน วันๆเล่นแต่เกมไม่ค่อยกินข้าว กินเพียงวันละมื้อ &amp;nbsp;ชอบนอนตื่นสายและสูบบุหรี่จัดมวนต่อมวน มีบ้างที่พ่อดุและบ่น เพราะอยากให้ลูกมีความเข้มแข็ง ซึ่งก่อนจะฆ่าพ่อตัวเอง พ่อมาเรียกท็อปไปกินข้าว แต่นายท็อปไม่ลุกจากที่นอน ยังคงนอนเล่นเกมอยู่ พ่อจึงเอาน้ำไปพรมหน้า ลูกจึงทำร้ายพ่อ และเชื่อว่าสาเหตุที่ลูกชายลงมือฆ่าพ่อตัวเองมาจากความเครียดและความกดดันที่สะสมมานานจึงบันดาลโทสะฆ่าพ่อตัวเองตายในบ้านดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27000</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์, สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น, อนุพงษ์ คำพา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190119/image_big_5c430d927b34a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
