<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับเจ้าอาวาสข่มขืนเณร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อพาลูกชายที่บวชเป็นเณรเข้าแจ้งความ ถูกเจ้าอาวาสกักขัง บังคับให้อมอวัยวะเพศ ก่อนมีพระรูปหนึ่งให้การช่วยเหลือพาหนีไปอยู่วัดอื่น ตำรวจสอบแล้วมีมูล เตรียมออกหมายเรียกเข้ารับข้อหากระทำชำเราเด็ก ขณะที่กรรมการสงฆ์เดินทางไปสอบ ปรากฏหายตัวไปแล้ว บอกลูกศิษย์ว่าไปหาหมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่ 16 ตุลาคมนี้ พระครูวิสิฐกาญจนกิจ เจ้าคณะตำบลวังขนาย ประธานคณะกรรมการสงฆ์ พร้อมคณะพระวิญญาณุการ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางสงฆ์ ได้เดินทางมาที่วัดอินทาราม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เพื่อพบเจ้าอาวาสตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านคนหนึ่งพาลูกชายอายุ 13 ปี ซึ่งบวชเณรที่วัดดังกล่าว เข้าแจ้งตำรวจ สภ.หนองขาว อ.ท่าม่วง ระบุว่าเณรถูกเจ้าอาวาสกักขังตัวไว้ในกุฏิ บังคับให้บีบนวดและอมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งต่อมาเจ้าคณะอำเภอท่าม่วงได้สั่งตั้งคณะกรรมการสงฆ์ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูวิสิฐกาญจนกิจกับคณะเดินทางไปถึงวัด ปรากฏว่าที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดปิดเงียบ สอบถามพระลูกวัดแจ้งว่า หลวงพ่อไปพบแพทย์ที่ รพ.แต่เช้า ทางคณะกรรมการพระจึงรออยู่จนกระทั่งเวลาใกล้เที่ยงวันก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงมีมติให้เลื่อนนัดการสอบข้อมูลออกไปก่อน ส่วนเรื่องคดีความที่มีการแจ้งความกันนั้น พระครูวิสิฐกาญจนกิจกล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับทางเจ้าอาวาส ทางคณะสงฆ์ก็จะต้องดำเนินการตามวินัยสงฆ์ ซึ่งอาจจะต้องมีการพักการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอินทารามไว้ก่อน หรืออาจจะให้สึกจากการเป็นพระ ทั้งนี้ก็ต้องรอหารือกับคณะกรรมการสงฆ์อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อของสามเณรได้พาลูกชายเข้าแจ้งความตำรวจเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยว่า ลูกชายมาบวชเณรที่วัดร่วม 3 เดือน ต่อมาโทรศัพท์มาบอกว่าไม่อยากอยู่แล้ว เพราะถูกหลวงพ่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังทราบเรื่องตนจึงบอกให้ลูกชายอดทนและพยายามรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนา ส่วนตนประสานกับพระในวัดเพื่อหาทางพาลูกชายไปอยู่ที่วัดอื่นจนได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสามเณรเล่าว่า ขณะที่ถูกบังคับให้อยู่แต่ในกุฏิหลวงพ่อต้องอดทน เพราะหลวงพ่อมีมีดและชอบบอกว่ามีปืนอยู่ในกุฏิจึงไม่กล้าขัดขืน เมื่อมีโอกาสจึงโทร.หาน้าสาวและโทร.บอกพ่อให้ช่วยย้ายไปจำวัดที่วัดอื่น กระทั่งมีพระในวัดยื่นมือเข้าช่วยจนสามารถพาตนออกจากกุฏิหลวงพ่อและย้ายไปอยู่วัดอื่นได้สำเร็จ ซึ่งภายหลังทราบว่าพระรูปดังกล่าวที่ช่วยตนถูกหลวงพ่อด่าว่าและทำร้ายร่างกายเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สุวิทย์ ห่วงทอง ผกก.สภ.หนองขาว กล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพทำการสอบถามข้อมูลจากสามเณรเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;พร้อมสอบปากคำพยาน 4 ปาก&amp;nbsp;และรับเป็นคดีในความผิดฐานกระทำชำเราและอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาสเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48185</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.สุวิทย์ ห่วงทอง, พระครูวิสิฐกาญจนกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da70b7e3eccf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
