<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใต้ระอุ!วางเพลิงลอบบึ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป่วน! อำเภอจะนะ จ.สงขลา คนร้ายลอบวางเพลิงร้านซ่อม จยย.ในพื้นที่ แถมวางระเบิดดักสังหารชุดปลัดฝ่ายความมั่นคงขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุซ้ำอีก โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บ แค่รถหุ้มเกราะเสียหาย เชื่อฝีมือกลุ่มนายมะยาโก๊ะ ลาเต๊ะ ที่เคยยิงสองผัวเมียเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์เสียชีวิต 2 ศพที่ อ.เทพา &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; สั่งตั้งด่านเข้มงวดสถานที่สำคัญทุกแห่ง พร้อมไล่ล่ามือยิงชาวบ้านตาย 2 เจ็บ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. นายเฉลิมชัย &amp;nbsp;วิสุทธิชานนท์ และนายสมศักดิ์ ชูศรี ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.จะนะ จ.สงขลา รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ว่าเกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ชื่อร้านวัฒน์จะนะมอไซด์ ตั้งอยู่เลขที่ 17/7 หมู่ 10 ต.บ้านนา อ.จะนะ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ อส.จะนะเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุชุดแรก ปรากฏว่าระหว่างที่เดินทางด้วยรถหุ้มเกราะของ อส.เข้าไปใกล้ถึงจุดเกิดเหตุอีกเพียง 500 เมตร ได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดจากริมถนน แต่โชคดีที่ทีมปลัดอำเภอและ อส.ประมาณ 10 นายปลอดภัย มีเพียงรถหุ้มเกราะล้อหลังซ้ายได้รับความเสียหาย จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าช่วยเหลือ กระทั่งสามารถเดินทางเข้าจุดที่เกิดไฟไหม้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สภ.จะนะ และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้เข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด โดยจุดแรกเข้าตรวจสอบจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิดใส่ทีมปลัดและ อส.อำเภอจะนะ ระหว่างที่เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณพื้นที่หมู่ 8 ต.บ้านนา พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กหนักประมาณ 5 กิโลกรัมใส่ไว้ในกล่องเหล็ก ใช้แผงวงจรวิทยุสื่อสารในการจุดระเบิด และใช้เหล็กดัดเป็นสะเก็ดระเบิด โดยเจาะหลุมฝังไว้ใต้ผิวถนนลึกประมาณ 1 เมตร เจ้าหน้าที่ได้เก็บชิ้นส่วนระเบิดไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอของคนร้ายใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมกับเปิดเส้นทางให้ประชาชนได้สัญจรตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบร้านวัฒน์จะนะมอไซด์ ตั้งอยู่เลขที่ 17/7 ม.10 ต.บ้านนา ห่างจุดแรกประมาณ 500 เมตร พบเป็นเพียงการลอบวางเพลิง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานพบคบเพลิง ไฟแช็ก พร้อมแกลลอนใส่น้ำมันเบนซินขนาด 6 ลิตร ที่ใช้ราดและจุดไฟเผาตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยมีรถจักรยานยนต์ที่รอซ่อมอยู่ได้รับความเสียหาย 5 คัน และหลังคาร้านถูกไฟไหม้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาณุวัฒน์ ธรรมโชติ อายุ 37 ปี เจ้าของร้าน ให้การว่า เมื่อช่วงประมาณตี 4 ขณะนอนอยู่กับภรรยาในร้าน มีรถจักรยานยนต์ขี่มาจอดหน้าร้าน และได้ยินเสียงผิดปกติเหมือนกับมีคนมาทำอะไรตรงหน้าร้านพร้อมกับเสียงสุนัขเห่า สักพักก็มีแสงไฟเกิดขึ้นและลุกโชนทันที พร้อมกับเสียปะทุของรถจักรยานยนต์ที่ถูกไฟไหม้ ส่วนคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
วางเพลิงป่วน อ.จะนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายน่าจะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ชุด ชุดละ 2 คน ชุดแรกวางเพลิงร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ส่วนชุดที่ 2 ลอบวางระเบิดเพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาเบาะแสคนร้ายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2559 คนร้ายใช้จักรยานยนต์บอมบ์ที่หน้าสถานีรถไฟจะนะ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายอายุแค่ 4 ขวบ และบาดเจ็บอีก 15 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.จะนะ จ.สงขลา พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา (รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อสรุปเหตุการณ์และความคืบหน้าในภาพรวมของคดีดังกล่าว ทั้งการสอบสวนพยานแวดล้อม หาเบาะแสคนร้าย การตรวจรายละเอียดของวัตถุระเบิดที่ใช้ก่อเหตุ และการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณพื้นที่โดยรอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมเชื่อว่าคนร้ายมี 2 กลุ่ม กลุ่มละ 2 คน แบ่งหน้าที่กันทำงาน เนื่องจากจุดเกิดเหตุทั้งสองจุดอยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตรครึ่ง โดยคนร้ายวางเพลิงร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ก่อน เพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่ออกมาและกดระเบิดซ้ำ และในทางการข่าวเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุยิงสองผัวเมียเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์เสียชีวิต 2 รายที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกลุ่มของนายมะยาโก๊ะ ลาเต๊ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พ.ต.อ.อนุรุธได้สั่งการให้พื้นที่เสี่ยงใน 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ทั้ง อ.จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย และเมืองเศรษฐกิจ ทั้ง อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ในระยะนี้
ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 15.30 น. ที่เรือนรับรอง มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมคณะ ได้แถลงความคืบหน้ากรณีคนร้ายกราดยิงพร้อมขว้างขวดบรรจุน้ำมันใส่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.โคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค. และการตรวจพบระเบิดเมื่อ 7 ก.ย. ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยนำผู้ต้องหา 6 คนพร้อมระเบิดอาวุธปืนและระเบิดขวดรถจักรยานยนต์ที่ยึดได้มาแถลงข่าว
ทั้งนี้ จากการสอบสวนและหลักฐานพบว่า ในกรณีสำนักงาน กฟภ.โคกโพธิ์นั้น มีผู้ต้องสงสัย 5 คน ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ยิงหม้อแปลงไฟฟ้า ที่บริเวณหมู่ที่ 7 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2561 และเหตุลอบยิง อส.มูฮำหมัดรอซี เจ๊ะเด็ง ได้รับบาดเจ็บ และนายอับดุลการีม มือซา เสียชีวิต บนถนนสายบ้านควนลาแม-บ้านห้วยน้ำเย็น เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2561 รวมทั้งเหตุลอบโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยพัฒนาสันติ 42-1 เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2554 โดยหน่วยงานอยู่ระหว่างสอบสอบว่าเกี่ยวข้องกับนายบูคอหลี หวังโซ๊ะ ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มขบวนการที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกกรณีนั้นจับผู้ต้องหาได้ 4 ราย โดยอยู่ระหว่างสอบสวนที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และหน่วยซักถามข่าวกรอง โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนร้ายในขบวนการที่มีหน้าที่ขนย้ายระเบิดส่งต่อไปยังอีกกลุ่มที่จะนำไปวางระเบิดก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่ อ.สายบุรี แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้ก่อนลงมือก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้านเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 2 คน ในพื้นที่ สภ.จะแนะ จว.นราธิวาส เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุเมื่อวันที่ 8 ก.ย.2561 เวลาประมาณ 17.00 น. สภ.จะแนะ จว.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิง นางอวบ อุทัย เสียชีวิต และคนร้ายได้วางเพลิงเผาภายในบ้านเลขที่ 264 ม.6 ต.ช้างเผือก จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงนายศรีบุญเรือง &amp;nbsp;อุทัย ซึ่งขับรถยนต์นิสสันมาร์ช ทะเบียน กค 3938 นราธิวาส มาจอดบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 281 ม.6 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีนางวรรณเพ็ญ อุทัย ภรรยา นั่งมาในรถด้วย ทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลสุคิริน และนายศรีบุญเรืองได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนางวรรณเพ็ญถูกนำตัวส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก โดยขณะเกิดเหตุได้มีนายบุญเลิศ ชดช้อย เดินทางมารับเวร อรบ.พบเห็นเหตุการณ์ ได้ยิงต่อสู้กับคนร้ายจนได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จากนั้นคนร้ายได้จุดไฟเผารถยนต์โตโยต้า ทะเบียน บจ 3901 นราธิวาส ซึ่งจอดอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 281 ม.6 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ได้รับความเสียหาย หลังก่อเหตุคนร้ายหลบหนีไป
สั่งล่าคนร้ายยิงชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุ บันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป และสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ใช้หลบหนี และร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และปลอกกระสุนปืนลูกซอง ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ โดยได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.รับทราบแล้ว ทาง ผบ.ตร.ได้แสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้โดยเร็ว&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก สตช.กล่าวว่า ผบ.ตร.ยังกำชับให้เร่งสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ โดยเฉพาะผู้มีคดีค้างเก่า เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุนในพื้นที่ อีกทั้งยังได้กำชับให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ในการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องเพิ่มมาตรการเข้มทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและชุมชน ทั้งนี้ ก็ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที&amp;quot; รองโฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน บริเวณสนามกีฬากลางเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา พ.ต.ท.เชษฐวิทย์ นีระฮิง &amp;nbsp;ผบ. ฉก.ตชด.44 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพหุวัฒนธรรมสัมพันธไมตรี มี ร.ต.อ.สมเกียรติ์ เทพฉิม ผบ.ร้อย ฉก.ตชด.445 และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนเข้าร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการดังกล่าวได้จัดแข่งขันกีฬาเปตอง เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์สร้างความสามัคคีระหว่างประชาชนในพื้นที่ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ตามโครงการพหุวัฒนธรรมสัมพันธไมตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ วิถีชีวิต ความเชื่อ ศาสนา และประเพณีปฏิบัติที่มีความแตกต่างกัน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง และเพื่อให้เยาวชนหันมาสนใจในการเล่นเปตอง เพราะเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัน และยังเป็นการเสริมสร้างสามัคคีในหมู่คณะ โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และสอนให้รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และยังเป็นการส่งเสริมให้คนในสังคมมีทัศนคติที่ดีต่อกัน รวมทั้งมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17173</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ, ภาณุวัฒน์ ธรรมโชติ, สมศักดิ์ ชูศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย  วิสุทธิชานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b9527d8c7571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
