<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับผับท้องที่ไม่เด้ง นักเที่ยวฉี่ม่วง120</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกทลายสเปซผับถนนประดิษฐ์มนูธรรม จัดปาร์ตี้ชุดนักเรียนมั่วยาเสพติด นักเที่ยวกว่า 200 แตกฮือทิ้งยาเกลื่อนกลาด พบฉี่ม่วง 120 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.โคกคราม นายบัณฑิต ลีลาพตะ ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส. กทม. นำกำลังเข้าค้นผับสเปซ ริมถนนถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาเข้า แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ หลังสืบทราบว่ามีการจัดปาร์ตี้ชุดนักเรียน และเสพยาเสพติด พบนักเที่ยวทั้งหญิงชายกว่า 200 คน กำลังดื่มกิน เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ยุติและเปิดไฟ ปรากฏว่ามีนักเที่ยวส่วนหนึ่งแตกตื่นวิ่งหนีการจับกุมชนจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านล้มระเนนระนาด ขณะที่มียาอี เยาเค และบุหรี่ไฟฟ้าถูกทิ้งไว้ตามโต๊ะและพื้นเกลื่อนกลาด โดยมีนายสุเมธ รามแก้ว อายุ 28 ปี รับเป็นผู้จัดการร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อลงกรณ์กล่าวว่า ร้านดังกล่าวเปิดมาได้ 2 เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงประสานหน่วยงานเข้าตรวจค้น ไม่พบเยาวชนต่ำกว่า 18 ปีมาใช้บริการ จากการตรวจปัสสาวะนักเที่ยว พบปัสสาวะสีม่วง 120 คน แยกเป็นชาย 70 คน หญิง 50 คน จากนี้จะทำเรื่องเสนอ บช.น.สั่งปิดร้าน 5 ปี ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตั้งข้อหาผู้จัดการร้าน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดสถานบริการเกินเวลา จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 และอยู่ระหว่างติดตามเจ้าของร้านมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.อลงกรณ์เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำและจัดทำประวัติผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ซึ่งหลังดำเนินการเสร็จสิ้นหากไม่พบว่ามีหมายจับติดตัวในคดีใด ก็จะปล่อยตัวกลับบ้านไปก่อน ระหว่างรอผลการตรวจปัสสาวะของนักท่องเที่ยวแต่ละคน พิสูจน์ว่ามีการใช้สารเสพติดประเภทใด จากนั้นจะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา และพาตัวไปส่งฟ้องศาลตามขั้นตอน และจากการขยายผลล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดประเภทยาเคให้กับนักท่องเที่ยวได้แล้ว 1 คน และกำลังขยายผลหาผู้จำหน่ายยารายย่อยรายอื่นๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า สน.โคกครามซึ่งเป็นท้องที่รับผิดชอบ ไม่ได้ปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่ โดยการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน &amp;nbsp;ดังนั้น 5 เสือโรงพักจึงไม่มีความผิดฐานบกพร่องต่อหน้าที่แต่อย่างใด อีกทั้งการเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นข้อมูลจากฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม ที่แจ้งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังเข้าตรวจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37165</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee840fa5417.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง5ข้อหา-ยืนขี่ วินจยย.รับคะนอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัณฑิตปริญญาตรีขี่จักรยานยนต์รับจ้างระหว่างรองาน เกิดคะนองยืนบนรถที่กำลังวิ่ง มีผู้ถ่ายคลิปนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ สุดท้ายเข้ามอบตัวเจอ 5 ข้อหาก่อนถูกส่งฟังวันอังคาร ยอมรับผิดบอกอันตราย อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสื่อออนไลน์ มีการแชร์คลิปวินจักรยานยนต์รายหนึ่ง ยืนบนจักรยานยนต์ที่กำลังวิ่งไปตามถนน ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกระคนแปลกใจของผู้ที่พบเห็น ยังดีที่การจราจรบนถนนในช่วงเวลาดังกล่าวไม่หนาแน่น จึงไม่เกิดเหตุร้ายใดๆ อย่างไรก็ตาม ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงเรื่องของความปลอดภัย ทั้งกับตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้รถร่วมทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยเมื่วันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ว่า จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าว พบว่าเหตุเกิดบนถนนอ่อนนุช พื้นที่รับผิดชอบของ สน.ประเวศ ล่าสุด นายกันภัค อายุ 24 ปี วินจักรยานยนต์ในคลิป ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ ตั้งแต่เช้าวันเดียวกัน โดยรับว่าเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ทะเบียน 1 กง 5174 กรุงเทพมหานคร ยืนบนเบาะรถจักรยานยนต์ ขณะวิ่งอยู่บนถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าลาดกระบังขาออก ระหว่างซอยอ่อนนุช 57&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายกัณภัค ซึ่งได้ยกมือไหว้ขอโทษกับการกระทำดังกล่าว ยอมรับว่าเป็นความคึกคะนอง และขอให้สังคมอภัย อีกทั้งคนอื่นไม่ควรจำไปทำเช่นนี้ วันเกิดเหตุตนไปประชุมวินแถวอ่อนนุช ขากลับนึกสนุกจึงยืนบนรถขณะวิ่ง โดยตนขี่แบบนี้มาหลายครั้ง ไม่เคยล้ม ใช้ความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขี่เร็วเดี๋ยวเบรกไม่ทัน หลังจากนี้จะไม่ขึ้นไปยืนขี่บนรถจักรยานยนต์อีกแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางพิศมัย แม่นายกัณภัค กล่าวว่า การที่ลูกเข้ามอบตัวเนื่องจากสำนึกผิด และเดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง หลังตกเป็นข่าวตนรู้สึกตกใจกับการกระทำของลูกชาย ไม่ขอให้สังคมให้อภัย การกระทำของลูกชายเป็นการกระทำที่เป็นอันตราย ในวันนี้ได้สำนึกผิด คงต้องให้สังคมเป็นคนตัดสิน ซึ่งลูกชายจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เอกพลศึกษา อยู่ในระหว่างการหางานทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อลงกรณ์กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 5 ข้อกล่าวหา คือ ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียว โทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัย โทษปรับไม่เกิน 500 บาท, ใช้รถที่ไม่จัดทำประกันภัยภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และใช้รถที่ไม่เสียภาษีประจำปี โดยจะนำตัวนายกัณภัคส่งฟ้องศาลจังหวัดพระโขนง ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น. พร้อมเสนอยึดรถของกลางซึ่งเป็นรถที่ใช้ประกอบความผิด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28327</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม, สน.ประเวศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c58431c33f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบะมุดอุโมงค์ จมน้ำ-สาวดับสลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวใหญ่นักธุรกิจเสียชีวิตอนาถ ขับรถกระบะจากหมู่บ้านลงอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟตามความเคยชิน ทั้งที่ฝนตกน้ำท่วมสูง ปรากฏเครื่องยนต์ดับน้ำทะลักท่วมรถทั้งคัน รีบโทรศัพท์หาเพื่อนชายให้มาช่วย แต่ไม่ทันการณ์ จมน้ำตายคารถ พบระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร เหตุเพราะปั๊มน้ำของหมู่บ้านเสียตั้งแต่หัวค่ำ ยามแค่เอาเก้าอี้ไปกั้นทางเข้าเท่านั้น ตำรวจเตรียมเรียก กก.หมู่บ้านสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 6 กันยายนนี้ ร.ต.ท.ธนพล เฉลิมเพิ่มพล รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งรถกระบะจมน้ำและมีผู้ติดค้างภายในรถ บริเวณอุโมงค์ลอดทางรถไฟ เข้าหมู่บ้านโกลเด้นนครา ถนนเลียบทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) กรุงเทพฯ-ชลบุรี แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นอุโมงค์ความสูงจากพื้นดินประมาณ 2.5 เมตร ยาว 100 เมตร ลอดใต้ทางรถไฟสายตะวันออก เชื่อมระหว่างถนนมอเตอร์เวย์กับซอยอ่อนนุช 65 มีน้ำท่วมขังเต็มอุโมงค์ เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงดำน้ำเพื่อค้นหา กระทั่งเวลา 05.00 น. จึงพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.ภานุมาศ แซ่แต้ อายุ 41 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และนำเข้าเครื่องสำอาง สภาพศพจมน้ำติดอยู่ในรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ 4 ประตู จึงได้นำศพออกมา ส่งโรงพยาบาลตำรวจเพื่อชันสูตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามพยาน ทราบว่าช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ผู้ตายขับรถใช้เส้นทางดังกล่าว เมื่อมาถึงทางลงอุโมงค์เพื่อจะข้ามมายังฝั่งถนนมอเตอร์เวย์ แต่มีน้ำท่วมขัง เข้าใจว่าผู้ตายคิดว่าสามารถขับรถลุยน้ำไปได้ แต่เมื่อลงไปกลางอุโมงค์แล้วเครื่องยนต์เกิดดับ น้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าเครื่องสูบน้ำเสีย ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง ขณะนั้นผู้ตายได้โทรศัพท์หาเพื่อนให้มาช่วย แต่ระดับน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจนทำให้ท่วมมิดรถทั้งคัน ไม่สามารถออกมาได้ และผู้เสียชีวิตว่ายน้ำไม่เป็น ระหว่างนั้น ทางญาติได้ตามคนงานมาช่วยดำน้ำค้นหา จนกระทั่งพบรถและศพของผู้ตาย แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งมาให้การช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตประเวศ เปิดเผยว่า สำนักงานเขตประเวศได้ใช้เครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว และใช้เครื่องของหมู่บ้านที่มีอยู่เร่งระบายน้ำ โดยต้องรอให้น้ำลดระดับลงก่อนถึงจะตรวจสอบหาสาเหตุน้ำท่วมอุโมงค์ อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนตกเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้เยอะมาก มีปริมาณเพียง 16.4 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แต่ทำไมปริมาณน้ำถึงเยอะขนาดนี้ และน้ำค่อนข้างที่จะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือผู้เสียชีวิตได้ทัน สำหรับพื้นที่ดังกล่าวมีการทำสัญญาเช่ากับการรถไฟ ดังนั้นจึงเชื่อว่าน่าจะมีการขออนุญาตสร้างอุโมงค์อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ตนได้รับรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาท่อส่งน้ำของเครื่องสูบน้ำแตก หมู่บ้านจึงปิดเครื่องสูบน้ำ และเป็นจังหวะที่ผู้เสียชีวิตขับรถออกจากหมู่บ้านลุยน้ำในอุโมงค์ แต่ประเด็นนี้ต้องมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านลูกบ้านคนหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อหลายปีก่อนมีเหตุการณ์น้ำท่วมอุโมงค์มาแล้ว 1 ครั้ง แต่ระดับน้ำไม่สูงมากขนาดนี้ และมีการแจ้งเตือนลูกบ้านผ่านกลุ่มไลน์หมู่บ้าน โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ช่วงเวลาประมาณ 20.20 น. ลูกบ้านที่ผ่านทางมาได้แจ้งเตือนในไลน์กลุ่มหมู่บ้านที่มีสมาชิกกว่า 100 คน พร้อมถ่ายภาพประกอบว่ามีน้ำในอุโมงค์เพียงเล็กน้อย รถยังวิ่งผ่านได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ กล่าวว่า ขณะนี้สอบปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้าเวรอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ทำให้ทราบว่าผู้เสียชีวิตขับรถผ่านป้อมยามจากในหมู่บ้านเวลา เที่ยงคืน 27 นาที ก่อนจะโทร.ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนประมาณเที่ยงคืน 43 นาที จากนี้จะเรียกนิติบุคคลหรือกรรมการหมู่บ้านมาสอบสวนเกี่ยวกับระบบปั๊มน้ำของหมู่บ้าน และเรียกพยานบุคคลที่มาช่วยตอนเกิดเหตุ รวมทั้งบุคคลที่ผู้เสียชีวิตโทร.ไปหาให้มาช่วยเหลือ เพื่อสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการสอบปากคำพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านโกลเด้นนครา ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 5 ก.ย. ปั๊มน้ำในอุโมงค์ทำงานผิดปกติ จึงได้นำเก้าอี้มากั้นทางลงอุโมงค์ขาเข้าของหมู่บ้านไว้เฉพาะด้านถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ แต่ทางด้านขาออกจากหมู่บ้านไม่ได้กั้น จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ภานุมาศขับรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ ออกจากหมู่บ้านผ่านป้อมยามโดยใช้คีย์การ์ดอัตโนมัติ มุ่งหน้าไปทางอุโมงค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.วราพรรณ เตชะวงศ์ น้องสาวของ น.ส.ภานุมาศ ให้การว่า พี่สาวเดินทางกลับจากไปทำธุระนอกบ้าน แล้วกลับเข้าหมู่บ้านทางซอยอ่อนนุช 65 จากนั้นได้ขับรถออกจากหมู่บ้านผ่านป้อมยามทางฝั่งคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เมื่อขับรถลงอุโมงค์ลอดทางรถไฟแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งเวลาประมาณ 00.43 น. พี่สาวโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายเจษฎา ดำสมาน เพื่อนร่วมงาน ว่ารถของพี่สาวเครื่องดับและกำลังจะจมน้ำ ซึ่งพี่สาวของว่ายน้ำไม่เป็น ก่อนจะขาดการติดต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งสูบน้ำออกจากอุโมงค์ เพื่อนำรถยนต์ที่จมอยู่ในอุโมงค์ออกมา คาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 ชั่วโมงจึงจะสามารถสูบน้ำออกจากอุโมงค์ได้ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภาณุมาศ แซ่แต้ อายุ 41 ปี ผู้เสียชีวิต ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออพติโม (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนักธุรกิจ ประกอบกิจการเกี่ยวกับด้านอสังหาริมทรัพย์ และจำหน่ายเครื่องสำอางนำเข้า อยู่ในซอยกรุงเทพกรีฑา19 อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ส่วนสามีเป็นชาวมาเลเซีย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16981</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง, พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม, ภาณุมาศ แซ่แต้, ร.ต.ท.ธนพล เฉลิมเพิ่มพล, วราพรรณ เตชะวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b91315571746.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผกก.ประเวศ ไม่รายงาน‘ปล้น’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผบก.น.4 ออกคำสั่งเด้งด่วน ผกก.ประเวศเข้ากรุ ฉุนเกิดเหตุปล้น 3 รายซ้อนในท้องที่ แต่กลับไม่รายงานจนถูกผู้ใหญ่ตำหนิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ว่า พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 มีคำสั่งที่ 123/2561 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คำสั่งระบุว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 เกิดเหตุคดีปล้นทรัพย์ในเขตรับผิดชอบของ สน.ประเวศ จำนวน 3 ครั้ง ลักษณะการก่อเหตุต่อเนื่องในเวลาใกล้เคียงกัน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ไม่ได้รับรายงานเหตุคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ และเหตุที่ต้องรายงานด่วน ตามแบบที่กำหนด อันเป็นการบกพร่องในการรายงานเหตุไม่เป็นไปตามระเบียบกำหนด ทำให้ผู้บังคับบัญชาไม่ทราบรายละเอียดของคดีดังกล่าว ทำให้รายงานผู้บังคับบัญชาล่าช้า เป็นเหตุให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงตำหนิมีข้อบกพร่องกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ในเรื่องรายงานเหตุล่าช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จึงให้ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (ศปก.บก.4) มีกำหนด 7 วัน และให้รอง ผกก.ที่มีอาวุโสตามระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยการกำหนดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจในการรักษาราชการแทน พ.ศ.2557 ทั้งนี้ ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม ถึงวันที่ 28 พฤษภาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9829</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครบาล 4, ผกก.ประเวศ, พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม, พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์, ศปก.บก.4, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b05678aca4ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
