<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสส.สั่งฟันฝ่า&#039;เคอร์ฟิว&#039; DSIจับอีกหน้ากาก10ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โฆษก ศบค.&amp;quot; เผย 10 จังหวัดยอดฝ่าฝืนเคอร์ฟิวมากสุด ส่งผลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่อง ชื่นชม 7 จว.ไร้คนทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;quot;ตร.&amp;quot; ระบุ 2 สัปดาห์จับผู้กระทำผิดมากกว่า 7 พันราย &amp;quot;อสส.&amp;quot; กำชับอัยการทั่ว ปท.ดำเนินคดีเฉียบขาด &amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; บุกจับกักตุน &amp;quot;ชุด PPE-เจลล้างมือผิด กม.&amp;quot; ที่ จ.ปทุมธานี มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงผลการปฏิบัติงานของฝ่ายมั่นคงช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 16 เม.ย. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 17 เม.ย. ว่ามีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 820 คน น้อยกว่าคืนก่อน 12 คน ชุมนุม มั่วสุม 109 คน น้อยกว่าคืนก่อน 59 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จังหวัดที่มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี,นนทบุรี, ปทุมธานี, กทม., สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, สระบุรี,เชียงใหม่, ลพบุรี และสงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดซ้ำๆ ที่มีการกระทำผิดก่อนหน้านี้ และจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ส่วนจังหวัดที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่มีผู้กระทำผิดเลย ประกอบด้วย มหาสารคาม หนองคาย แม่ฮ่องสอน พิจิตร พังงา ระนอง เพชรบุรี ส่วนจังหวัดที่มีผู้กระทำผิดเพียง 1 ราย มี 3 จังหวัดคือ ยโสธร อำนาจเจริญ และศรีสะเกษ&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า มีการตั้งจุดตรวจทั้งประเทศ 998 จุด ซึ่งผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่า 7,000 ราย อย่างไรก็ตาม การจับกุมมีแนวโน้มลดลงทุกวัน แต่ก็ยังมีการกระทำผิดอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังไม่เข้าใจเจตนารมณ์ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค ที่ต้องการให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทาง ไปทำกิจกรรม พบปะสังสรรค์ ให้เน้นการอยู่ในที่พัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนผลการจับกุมหน้ากากอนามัยและเวชภัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.-16 เม.ย. จับกุม 398 คดี ส่วนการจับกุมข่าวปลอมจับแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นมา จับกุมแล้ว 33 คดี ผู้ต้องหา 39 คน ส่วนสถานประกอบการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จับกุมดำเนินคดี ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. จับกุมไปแล้ว 62 คดี ผู้ต้องหาร่วม 300 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้จะมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ยังมีผู้ฝ่าฝืน ทาง ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำให้สายตรวจออกตรวจตามถนนรอง พื้นที่กลุ่มเสี่ยง กดดันจับกุมดำเนินคดี โดยเจตนารมณ์ดังกล่าวเพื่อให้ประเทศชาติปลอดภัยจากโควิด&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 3-17 เม.ย.2563 พนักงานอัยการมีการดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั่วประเทศทั้งสิ้น 9,061 คดี มีผู้ถูกดำเนินคดี จำนวน 11,827 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถิติจำนวนคดีและจำนวนผู้กระทำความผิดดังกล่าว เมื่อเทียบกับช่วงแรกที่มีการบังคับใช้ พ.ร.ก. ระยะหลังๆ มีแนวโน้มลดลง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดูปริมาณจำนวนคดีและผู้กระทำความผิดโดยรวมแล้ว เห็นได้ว่ายังมีปริมาณการฝ่าฝืนจำนวนค่อนข้างสูง ซึ่งนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ยังคงกำชับให้พนักงานอัยการทั่วประเทศยังคงบังคับใช้กฎหมายและมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มข้นต่อไป&amp;quot; โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงพาณิชย์ นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวถึงผลการปฏิบัติการกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ว่า พณ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัย เจลล้างมือและแอลกอฮอล์ เพิ่มอีก 6 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1 ราย เป็นร้านขายยาพบจำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาสีฟ้า บรรจุกล่องละ 50 ชิ้น ในราคากล่องละ 890 บาท (เฉลี่ยชิ้นละ 17.80 บาท) แจ้งข้อหากระทำความผิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยราคาสูงเกินสมควร ตามมาตรา 29&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลลิดากล่าวว่า ในต่างจังหวัดสามารถจับกุมเพิ่ม 5 ราย แยกเป็นการกระทำความผิด ตามมาตรา 28 ข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยโดยไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย จำนวน 4 ราย ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ราย, จังหวัดสกลนคร 1 ราย, จังหวัดสมุทรสาคร 1 ราย และจังหวัดอุดรธานี 1 ราย (จำหน่ายผ่านทางเฟซบุ๊ก) จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังพบผู้กระทำความผิดจำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านทางเฟซบุ๊ก ข้อหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงเกินราคาที่กำหนด ตามมาตรา 25 โดยสถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหน้ากากอนามัย เจลล้างมือและแอลกอฮอล์ มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 342 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ 160 ราย และต่างจังหวัด 182 ราย&amp;quot; นางลลิดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก พณ.กล่าวว่า สำหรับไข่ไก่แม้โดยรวมจะดีขึ้น แต่กระทรวงพาณิชย์ยังคงติดตามตรวจสอบ จับกุมผู้กระทำความผิดตามข้อร้องเรียนทุกวัน โดยสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดจำหน่ายไข่ไก่ราคาแพงเกินสมควรเพิ่ม 1 ราย ในจังหวัดราชบุรี ทำให้สถิติการจับกุมดำเนินคดีเรื่องไข่ไก่ทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 27 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบในฐานะส่วนปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สนธิกำลังร่วมกับกองตรวจสอบและปฏิบัติการกรมการค้าภายใน และศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปราม คณะกรรมการอาหารและยา เข้าดำเนินการสำรวจการกักตุน ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ (เจลล้างมือ) โดยชุดปฏิบัติการได้เข้าทำการตรวจสอบเป้าหมายโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงงานนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบอุปกรณ์การผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์ เอทิลแอลกอฮอล์ ขวดที่บรรจุเจลแอลกอฮอล์ขนาด 1-5 ลิตร เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ปริมาณที่ตรวจพบได้ในเบื้องต้นประมาณ 5,729 ลิตร และแอลกอฮอล์น้ำ 95% ปริมาณที่ตรวจพบได้ในเบื้องต้น ประมาณ 23,457 ลิตร ซึ่งทั้งหมดไม่ได้รับการอนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบชุด PPE ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากประเทศจีน ไม่มียี่ห้อ จำนวน 730 ชุด และระบุว่าเป็นยี่ห้อ 3M อีกจำนวน 318 ชุด ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ต่อไป รวมมูลค่าความเสียหายที่พบเบื้องต้นในขณะนี้ประมาณ 10,000,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เจลล้างมือซึ่งมีการจำหน่ายในโลกออนไลน์หลากหลายยี่ห้อ และมีการโฆษณาที่อ้างว่ามีปริมาณ แอลกอฮอล์เกินกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาได้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการขยายผลเพื่อตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ต่อไปเพื่อคุ้มครองประชาชนผู้บริโภค และสุขอนามัยของประชาชนในสถานการณ์แพร่ระบาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้สนธิกำลังร่วมตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 จับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาที่แพงเกินราคาควบคุมตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จำนวน 3 ราย พร้อมของกลางเป็นหน้ากากอนามัยชนิดบรรจุกล่อง กล่องละ 50 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 93 กล่อง เงินสดล่อซื้อรวม 50,960 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย พ.ต.อ.ออมสิน บุญญานุสนธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย แถลงการจับกุม น.ส.ปราณี ศรีราช อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236 หมู่ 3 ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมของกลางหน้ากากอนามัยที่ผลิตจากต่างประเทศ 250 กล่อง กล่องละ 50 ชิ้น รวม 12,500 ชิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63478</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ เพชรคุณ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ออมสิน บุญญานุสนธิ์, ลลิดา จิวะนันทประวัติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99a66ddb3d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
