<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับฉ้อโกง100ล้าน แก๊งค้าเงินดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; แถลงจับ 6 ผู้ต้องหาชายหญิง ร่วมแก๊งค้าเงินดิจิทัล ลวงประชาชนหลากอาชีพในหลายจังหวัดนับพันราย หอบเงินร่วมลงทุนมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้าน เจอข้อหาร่วมฉ้อโกงประชาชน เผย 2 หัวหน้าจนมุม ก่อนหน้านี้ติดคุกอยู่ที่ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ร่วมขบวนการหลอกให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัล รวม 6 ราย ประกอบด้วย นางเขมรัศมิ์ อนันต์นิตยกิจ, น.ส.สุลาวรรณ พิมยา, น.ส.ภัณทิรา ศิริมงคล, น.ส.พรทิพย์ สืบประดิษฐ์สุข, น.ส.ศศิมนต์ ว่อง และนายพยุหพล สุภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก ศปอส.ตร.ได้รับร้องเรียนจากประชาชนซึ่งตกเป็นเหยื่อบริษัท เวิร์ลด์ บิท เทรด (World Bit Trade) ชักชวนให้นำเงินมาลงทุน รับประกันผลตอบแทนสูง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งสืบทราบว่าบริษัทดังกล่าวมีการจดทะเบียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบธุรกิจเกี่ยวการซื้อ ขาย เก็งกำไรราคาของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) อาทิ บิตคอยน์ และอีเทอเรียม รับประกันรายได้วันละ 1% ของเงินลงทุน สูงสุด 300 วัน หรือ 300% และหากชักชวนผู้อื่นมาร่วมลงทุนจะได้เพิ่ม 10% ของเงินลงทุน แต่เมื่อผู้เสียหายเข้าลงทุนกลับไม่ได้ตามที่ตกลงไว้ มีผู้เสียหายหลงเชื่อนับพันราย แต่มีแจ้งความไว้เพียงประมาณ 50 ราย หลายพื้นที่ อาทิ กทม. ชลบุรี สงขลา และเชียงใหม่ มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ทท.กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวมีนายภาษุ บางนงค์ และน.ส.วรรณทนีย์ เนียมสุวรรณ เป็นตัวการ มีผู้ร่วมขบวนการหลายคน โดยจะแบ่งหน้าที่ทำงานเป็นทีม ใช้วิธีโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก ไลน์ หรือให้ผู้ร่วมขบวนการโทรศัพท์นัดชักชวนคนรู้จักให้มาฟังการชักชวนลงทุนว่าให้ผลตอบแทนสูงตามสถานที่ต่างๆ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ต่อมาภายหลัง นายภาษุ บางนงค์ และ น.ส.วรรณทนีย์ เนียมสุวรรณ ตัวการถูกคุมขังที่เรือนจำชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงขยายผลจับผู้ต้องหาทั้ง 6 รายได้ ซึ่งหลังจากนี้จะประสานทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเข้ามาร่วมตรวจสอบ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดมูลฐานการฟอกเงิน ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อนำเงินมาคืนพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากกรณีนี้ สามารถเข้ามาแจ้งความได้ที่ บก.ปอศ. หรือติดต่อมาที่สายด่วน 1155
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ธัญญารัตน์ สิทธิเจริญยศ อายุ 53 ปี ดีไซเนอร์ หนึ่งในผู้เสียหาย ให้การว่า กลุ่มผู้ต้องหามาชักชวนตนหลายครั้งเพื่อให้ร่วมลงทุนสกุลเงินดิจทัลดังกล่าว อ้างได้ผลตอบแทนสูง จึงหลงเชื่อร่วมลงทุน โอนเงิน 16 ครั้ง มูลค่ากว่า 2.7ล้านบาท ช่วงเดือน ก.ย.60 มีการเช็กผ่านเว็บตลอด ซึ่งเงินในเว็บดังกล่าวมีการปรับขึ้นตลอด กระทั่งผ่านไปประมาณ 1 เดือน จะถอนเงินออก ก็ไม่สามารถถอนได้ คนของบริษัทบ่ายเบี่ยงสารพัด อาทิ เว็บระบบล่ม จึงเดินทางแจ้งความในพื้นที่ จ.ชลบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 6 ถูกแจ้งข้อหาตามความผิดพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชน หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ว่า ในการกู้ยืมเงิน ตนหรือบุคคลใดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงิน ในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นจะนำเงินจากผู้ให้กู้ยืมเงินรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน หรือโดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบกิจการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ และในการนั้นเป็นเหตุให้ตนหรือบุคคลใดได้กู้ยืมเงินไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน มีอัตราโทษตามมาตรา 12 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000-1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญญารัตน์ สิทธิเจริญยศ, บก.ปอศ., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง, พยุหพล สุภา, พรทิพย์ สืบประดิษฐ์สุข, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, ภัณทิรา ศิริมงคล, วรรณทนีย์ เนียมสุวรรณ, ศศิมนต์ ว่อง, สุลาวรรณ พิมยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขมรัศมิ์ อนันต์นิตยกิจ, เงินดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dc233872c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเจ้าของบ.ทัวร์ลอยแพเหยื่อที่สุวรรณภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จับเจ้าของบริษัททัวร์ จัดทัวร์เก๊ไปเที่ยวเมืองจีน มีผู้หลงเชื่อ 130 คนจ่ายเงินรวมแล้วกว่า 1.5 ล้านบาท แต่ถึงเวลานัดหมายกลับถูกลอยแพที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสุธาเทพ หรือหริธนเดชส์ รักญาติ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลพระนครศรีอยุธยา ที่ 295/2561 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2561 ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และหมายจับศาลจังหวัดสุโขทัย ที่ 95/2561 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการประสานจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรณีมีผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยถูกหลอกลวงจากบริษัท แต้งกิ้วฮอลิเดย์ทัวร์ จำกัด จำนวน 135 คน ประกอบกับมีนักท่องเที่ยวแจ้งความร้องทุกข์จากกรณีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.เมืองสุโขทัย จากการตรวจสอบยังพบว่ามีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองชัยนาท สภ.เมืองราชบุรี สภ.บ้านโป่ง สน.คลองตัน และ สน.บางนา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อยได้ขออนุมัติหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหา ได้โฆษณานำเที่ยวลงในเพจเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;Thank You Holiday Tour ทัวร์ต่างประเทศราคาถูก รับจัดกรุ๊ปทัวร์ราคาพิเศษ&amp;rdquo; ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์พูดคุยและตกลงเที่ยวตามโปรแกรมนำเที่ยวของบริษัท ที่จะไปท่องเที่ยวประเทศจีนเป็นครอบครัว รวมจำนวน 4 คน คนละ 9,999 บาท รวมเป็นเงิน 41,996 บาท เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน เดินทางวันที่ 17-20 ธันวาคม 2560 ผู้เสียหายได้โอนเงินครบตามจำนวนให้ทางบริษัท แต้งกิ้วฮอลิเดย์ทัวร์ จำกัด
ต่อมาวันที่ 17 ธ.ค.60 ผู้เสียหายได้ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิตามที่นัดหมาย แต่ไม่พบและไม่สามารถติดต่อบริษัท แต้งกิ้วฮอลิเดย์ทัวร์ จำกัด ได้ เมื่อตรวจสอบกับสายการบินพบว่าไม่มีการจองตั๋วเครื่องบิน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลการร้องเรียนพบว่า บริษัท แต้งกิ้วฮอลิเดย์ทัวร์ จำกัด มีการหลอกลวงลักษณะนี้ และเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก ซึ่งในเบื้องต้นสามารถรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย จำนวน 23 กรุ๊ป ผู้เสียหาย 130 คน ยอดความเสียหายประมาณ 1,581,950 บาท และภายหลังพยายามติดต่อคืนเงินให้บางส่วน และแจ้งว่าส่วนที่เหลือจะทยอยจ่ายคืน ลักษณะยื้อเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบปากคำนายสุธาเทพให้การปฏิเสธ ว่าบริษัทจดทะเบียนถูกต้อง เหตุที่ไม่สามารถพาลูกทัวร์ไปเที่ยวตามที่ตกลงได้ เพราะบริษัทมีปัญหาทางการเงิน ซึ่งก็ได้คืนเงินให้ลูกค้าบางรายไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12315</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34e55517d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแก๊งอินเดียลักบัตรสาวไทยจดทะเบียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จับแก๊งอินเดียขโมยบัตรประชาชนหญิงไทยไปจดทะเบียนสมรสเพื่อใช้สิทธิอยู่ในประเทศ คาดมีผู้ตกเป็นเหยื่อถึง 300 ราย ช่วยได้แล้ว 13 ราย เผยตรวจพบข้าราชการกังฉินให้การช่วยเหลือ ถูกไล่ออกแล้ว 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 23 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายปราบาห์การ์ ซิงห์, นายริเตซ กูมาร์, นายแมนจี๊ต มาลลาห์ และเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จำนวน 5 ราย มีนายสุรัช ปรากาศ ซิงห์, นายราจู ชาร์มา, นายไชเรซ กูมาร์ ทริปาตี, นายวิเจนดรา นิชาร์ด, นายบาจัน นิชาร์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท.และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น &amp;nbsp;ผบช.สตม. ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ประกอบกับได้รับการร้องเรียนจากหญิงไทยหลายราย ที่พบว่าตนเองมีรายชื่อจดทะเบียนสมรสกับชาวอินเดีย โดยที่ตนไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน และไม่รู้จักชาวอินเดียที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บช.ทท.และชุดสืบสวน สตม. ประสานกับ อ.วังม่วง จ.สระบุรี ทำการตรวจสอบ และพบว่ามีรายชื่อหญิงไทยจำนวน 300 ราย ที่อาจจดทะเบียนสมรสกับชาวอินเดียโดยมิชอบหรือโดยอำพราง และต่อมามีชาวอินเดียบางรายนำทะเบียนสมรสที่ได้ออกโดยส่วนราชการโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น ไปใช้ในการยื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว โดยอ้างเหตุในการขออยู่ต่อเพื่ออุปการะภรรยา หรือเยี่ยมคู่สมรสชาวไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จากปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมชาวอินเดียซึ่งเคยใช้ทะเบียนสมรสที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือพาผู้หญิงไทยซึ่งมีรายชื่อเป็นคู่สมรสของชาวอินเดียไปทำการเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวแล้ว จำนวน 13 ราย และอยู่ในระหว่างการประสานติดตามผู้ที่มีรายชื่อตกเป็นคู่สมรสโดยที่ตนเองไม่ทราบเรื่องดังกล่าว มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อ.วังม่วง จ.สระบุรี เพื่อดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตำรวจท่องเที่ยวยังมีการขยายผลตรวจสอบรายชื่อบัตรประชาชนหญิงไทยมากกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ถูกปลัด&amp;nbsp;อ.วังม่วง&amp;nbsp;จ.สระบุรี และเจ้าหน้าที่ธุรการ รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ร่วมกันทุจริตนำรายชื่อ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำเนาการกู้ยืมเงิน&amp;nbsp;หรือรายชื่อที่ถูกคนใกล้ชิดนำไปส่งต่อ&amp;nbsp;จดทะเบียนสมรสโดยมิชอบ&amp;nbsp;ก่อนส่งกลับไปให้เพื่อรับเงินค่านายหน้ารายชื่อละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผู้กระทำผิดทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ถูกไล่ออกจากราชการตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9830</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร, พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก๊งอินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0567d1825aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
