<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเบนซ์เรซซิ่ง ฝืนพรก.ฉุกเฉิน โต้แค่ขี่ถกินข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับเบนซ์ เรซซิ่ง ร่วมกับพวกซิ่งจักรยานยนต์ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าตัวเผยกลับจากกินข้าว ขี่รถตามกันมา อ้างทำผิดแค่ขี่รถในช่องทางด่วน แต่ไม่ได้รวมกลุ่มฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 25 มิถุนายน ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ว่ามีการนำตัวผู้ต้องหา 7 ราย โดย 1 ในนั้นมีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง ถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จึงได้นำตัวพร้อมรถจักรยานยนต์มาควบคุมไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เบื้องต้นจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ขับตามกันมาได้บริเวณหน้าโรงแรมรามา การ์เด้น ในช่องทางด่วน ถนนวิภาวดีรังสิต โดยนายอัครกิตติ์ให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการสอบสวนและการประกันตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รอง ผกก.ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต กล่าวว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ตำรวจพบผู้ต้องหาขับขี่รถ จยย.มาจากถนนเทวฤทธิ์พันลึก เข้าถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าหลักสี่ มากันเป็นกลุ่ม แล้วขับเข้าทางสาธารณะ มีลักษณะใช้ความเร็ว จึงนำกำลังไล่ติดตามทันที ซึ่งทางกลุ่มผู้ต้องหายังคงขี่รถด้วยความเร็วจนรถตำรวจเกือบจะไล่ตามไม่ทัน แต่เจ้าหน้าที่ได้พยายามบีบเส้นทางของกลุ่ม จยย.ให้แคบลงเรื่อยๆ จนสามารถจับกุมทั้งหมดได้ที่จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าโรงแรมรามา การ์เด้น คุมตัวพร้อมส่งรถของกลางทั้ง 7 คันให้ สน.ทุ่งสองห้องดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พันษากล่าวว่า จากการตรวจสอบรถ พบเป็น (1) รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟอร์ซ่า สีดำคาดเทา ติดสติกเกอร์ BENZ Racing หมายเลขทะเบียน 8 กษ 985 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายธนกฤต บุญเหมือน อายุ 29 ปี (2) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีขาวคาดดำ หมายเลขทะเบียน อลบ 777 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายปรเมษฐ์ กอแก้ว อายุ 27 ปี (3) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีเทาคาดดำ ติดสติกเกอร์ BENZ Racing หมายเลขทะเบียน 4 กม 51 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อายุ 33 ปี (4) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็กซ์แมกซ์ สีน้ำเงิน ติดสติกเกอร์ BENZ Racing ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับโดยนายนฤพนธ์ ทับสุววรรณ อายุ 26 ปี (5) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน 9 กบ 2532 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายชวาลกุล จันทร์แสง อายุ 28 ปี (6) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ หมายเลขทะเบียน 4 กม 51 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายอลงกรณ์ มังบุญมอบ อายุ 29 ปี และ 7.นายราเชนทร์ โสฬส อายุ 21 เป็นคนซ้อนท้ายรถ จยย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบสวน เบนซ์ เรซซิ่ง ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ได้รวมกลุ่มเพื่อขับขี่รถประลองความเร็ว ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวนของ สน.ทุ่งสองห้อง ไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้นได้ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุมกระทำกิจกรรมให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค และความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ฐานขับรถโดยประมาทหวาดเสียว ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องรับไปดำเนินคดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้ควบคุมตัวนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยนายอัครกิตติ์กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดไม่มีอะไรมาก ตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตอนนี้ขอให้การกับตำรวจก่อนแล้วจะชี้แจงภายหลัง ซึ่งเมื่อให้ปากคำแล้วนายอัครกิตติ์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นพวกตนกำลังจะขี่จักรยานยนต์แยกย้ายกลับที่พักหลังไปทานอาหารกันเสร็จ ยอมรับว่าทำผิดจริงที่ขี่รถในช่องทางด่วน แต่ปฏิเสธไม่ได้รวมกลุ่มอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงไม่ได้ขี่รถซิ่งหนีขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุม และเมื่อถูกจับพวกตนก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ ยินยอมให้ตรวจสำเนารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งวงเงิน 4 หมื่นบาท หากใครยื่นประกันตัวก็จะทำเรื่องปล่อยตัวชั่วคราว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวาลกุล จันทร์แสง, ธนกฤต บุญเหมือน, นฤพนธ์ ทับสุววรรณ, ปรเมษฐ์ กอแก้ว, พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์, พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, ราเชนทร์ โสฬส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ มังบุญมอบ, อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef499a320ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 00:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวคลั่งฆ่าโหดพ่อ ฟันหน้าตัดเจ้าโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาววัย 29 ก่อคดีปิตุฆาต ใช้มีดฟันหน้าพ่อ เฉือนเจ้าโลกหลุดทั้งพวงตายสยองคาบ้าน ส่วนผู้ก่อเหตุก็หนีไม่รอดหลังเพื่อนบ้านพบออกจากบ้านด้วยคราบเลือดทั่วตัว แจ้งตำรวจดักรวบไว้ได้กลางทาง คร่ำครวญถูกพ่อทำร้ายตั้งแต่เด็ก แม่เผยติดยาจนจิตฟั่นเฟือน ตำรวจส่งตัวให้แพทย์ตรวจ ตั้งข้อหา เจตนาฆ่าคนตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ร.ต.อ.ไมตรี มะลิลา รอง สว.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกแทงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 306/141 ซอยชุมชนท่าทราย 3 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส. แพทย์ รพ.ภูมิพล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบศพนายเกษม บุญญชล อายุ 58 ปี สวมเสื้อโปโล กางเกงขาสั้น มีผ้าพันแผลที่ขาขวาและแขนขวา เนื่องจากประสบอุบัติเหตุรถล้ม สภาพศพโดนมีดฟันที่กลางหน้าผาก และอวัยวะเพศถูกตัดตกอยู่ข้างศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนพยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมานั่งหน้าบ้านหลังกลับจากทำแผลที่โรงพยาบาล จากนั้น น.ส.บุญญดา จันทร์จวง อายุ 29 ปี ลูกสาวของผู้ตายได้ชวนพ่อเข้าบ้านไปประมาณ 10 นาที ขณะนั้นฝนตกหนัก จากนั้นลูกก็เดินออกจากบ้านไปโดยที่เสื้อผ้าเปื้อนคราบเลือด ถือกระเป๋าใบเล็ก และไม่ได้คุยกับใคร ทำให้เพื่อนบ้านเกิดความสงสัย เดินไปดูที่บ้านก็พบคราบเลือด จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เจียรไน จันทร์จวง อายุ 52 ปี อดีตภรรยานายเกษม กล่าวว่า ตนเลิกกับสามีมาตั้งแต่ลูกสาวยังเล็ก พอลูกเข้า ม.1 สามีขอลูกมาเลี้ยง ตนก็ให้ค่าใช้จ่าย ปกติผู้ตายเป็นคนฉุนเฉียว ซึ่งคนทั่วไปไม่รู้ว่าชอบดุด่าลูก หลังลูกจบ ม.3 มีปัญหาติดแฟนแล้วพาไปเสพยาเสพติดจนสติเพี้ยน จนเดือนกันยายนปี 2562 ตนพาไปรักษาที่ รพ.รามาธิบดี ทุกวันนี้ยังมีอาการทางจิตอยู่ ต้องไปหาหมอจิตเวชเป็นประจำ ที่ผ่านมาลูกแยกกันอยู่กับพ่อ แต่ไม่มีใครรู้ว่าพักที่ไหน นานๆ ลูกจะมาหาพ่อที่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 02.30 น. วันที่ 17 มิ.ย. พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมกำลังชุดสืบสวน ติดตามจับกุมตัว น.ส.บุญญดาได้ที่บริเวณปากซอยชินเขต 1/31 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ขณะเดินอยู่ริมถนน ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ทุ่งสองห้อง ส่วนอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ พบว่าผู้ต้องหานำไปทิ้งที่ถังขยะบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น แยกภาสยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้น น.ส.บุญญดา ผู้ต้องหา อยู่ในสภาพอ่อนเพลียหมดแรง พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนั่งควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และรอให้ผู้ต้องหามีอาการดีขึ้นมากกว่านี้ จึงทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงสาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกตัว น.ส.บุญญดา ออกจากห้องคุมขังไปตรวจสภาพจิตใจ และตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุที่ฆ่าพ่อตนเอง ปรากฏ น.ส.บุญญดาโวยวายตลอด และกล่าวเพียงว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ที่ผ่านมาตนเคยถูกพ่อทำร้ายมาตั้งแต่เด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุรินทร์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้แกะรอยติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พบว่าได้ไปหาเพื่อน ก่อนจะนั่งรถแท็กซี่ออกไปไม่ทราบปลายทาง กระทั่งไปพบอยู่ปากซอยชินเขต 1/31 จึงเชิญตัวมาที่สถานีตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำ น.ส.บุญญดาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาพูดจาไม่รู้เรื่อง และเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า น.ส.บุญญดาเคยเดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้องบ่อยครั้ง เพื่อแจ้งความเกี่ยวกับคดีของลูกที่ถูกสามีตัวเองข่มขืน ซึ่งทุกครั้งจะเรียกวินรถจักรยานยนต์รับจ้างให้มาส่ง บางครั้งก็ไม่จ่ายเงินให้วินรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องจ่ายค่ารถแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ตำรวจยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ต้องหาได้ เพราะผู้ต้องหาให้การวกวน หากถามเรื่องทั่วไปจะตอบได้ แต่หากถามเรื่องคดีจะตอบไม่รู้เรื่อง ส่วนการตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้นไม่พบแต่อย่างใด ทางพนักงานสอบสวนเห็นว่าหากไม่สามารถสอบสวนได้ต้องนำตัวส่งไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยอาการ หากแพทย์ระบุว่ามีอาการผิดปกติทางจิตจริงต้องทำการรักษาก่อนจึงจะกลับมาดำเนินคดีภายหลัง เนื่องจากขณะนี้มีเพียงคำให้การของพยานกับประวัติการรักษาที่ รพ.ศรีธัญญา ระบุว่าไม่ได้มีอาการทางจิตที่รุนแรง แต่จากหลักฐานกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อชี้ให้เห็นมีการนำมีดที่ก่อเหตุไปทิ้งถังขยะหน้าร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนแม่ผู้ต้องหาให้การว่า อดีตสามีหรือผู้ตายเป็นคนพูดจารุนแรง หยาบคาย ชอบด่าทอและต่อว่าลูกสาวบ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกาย ส่วนของสาเหตุที่หญิงก่อเหตุมาแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้องหลายครั้ง ส่วนมากเป็นการแจ้งความหรือตามความคืบหน้าในคดีสามีข่มขืนลูก ซึ่งคดีนี้อยู่ในชั้นศาลแล้ว นอกจากนี้ตัวผู้ก่อเหตุเองเคยถูกจับในคดีเสพยาเสพติดหลายครั้ง จึงอาจเกิดความผูกพันกับสถานีตำรวจ เบื้องต้นตำรวจจะดำเนินการตามพยานหลักฐาน และได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาคือ &amp;quot;ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา&amp;quot; แต่ต้องรอคำวินิจฉัยจากแพทย์อีกครั้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68993</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, ร.ต.อ.ไมตรี มะลิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจียรไน จันทร์จวง, โรงพยาบาลธัญญารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5eea14b6ec091.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ่อนโผล่อีกแห่ง ท้องที่พบตู้ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่อนโผล่อีก หนนี้ท้องที่หนองจอก หลังสื่อแฉ ตำรวจแห่ไปตรวจ รายงานฉับพลัน พบแต่ตู้ไฟฟ้า จับคนคุมดำเนินคดี แต่เบื้องลึกรู้กันทั่วมีทั้งไพ่ ไฮโล เปิดแข่งเซเว่น 24 ชั่วโมง แถมอยู่ห่างป้อมแค่ 200 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก บก.น.3 ว่า วันที่ 27 ส.ค.62 เวลาประมาณ 22.13 น. ได้มีสื่อเสนอข่าวคลิปที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ว่ามีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ สน.หนองจอก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หนองจอกจึงรีบไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ บริเวณถนนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. พบเครื่องจักรกลไฟฟ้า (ตู้ยิง) จำนวน 3 ตู้ เครื่องจักรกลไฟฟ้า (ตู้หมี) จำนวน 2 ตู้ เสียบกระแสไฟฟ้าอยู่ และพบตู้จักรกลไฟฟ้า (ตู้ปลา) จำนวน 1 ตู้ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เล่นการพนัน พร้อมชายทำหน้าที่ดูแลสถานที่ดังกล่าว 1 คน และไม่พบผู้ที่เข้ามาเล่นการพนันแต่อย่างใด จึงได้จับกุมตัวชายคนดังกล่าวในความผิดฐาน &amp;ldquo;เป็นผู้จัดให้มีการลักลอบเล่นการพนันเครื่องจักรกลไฟฟ้าเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ในเบื้องต้น พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว ในเหตุอันควรสงสัยว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริงตามข่าวหรือไม่ หรือหากปรากฏว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริง จะมีข้าราชการตำรวจที่มีส่วนพัวพัน หรือปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนได้รับผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากพบข้อบกพร่องจะดำเนินการในทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปดังกล่าวเป็นบ่อนตั้งอยู่ในซอยสัมพันธ์ 17 ลักษณะคล้ายโกดัง มีนักเสี่ยงโชคเข้า-ออก 24 ชั่วโมง มีทั้งตู้สล็อตหยอดเหรียญ ด้านในมีไพ่ ไฮโล โดยมีการ์ดคอยดูแลบริเวณอย่างเข้มงวด นอกจากนี้พบว่าบ่อนดังกล่าวอยู่ถนนห่างจากป้อมตำรวจเพียง 200 เมตรเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางเขน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยถึงคดีลักลอบเปิดบ่อนไฮโลในพื้นที่จนมีการปล้นเกิดขึ้น ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 3 ผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยนายมานิตย์ ใช้ปทุม ผู้ดูแลบ่อนดังกล่าว ถูกดำเนินคดีฐานเป็นผู้จัดให้ผู้อื่นลักลอบเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วน น.ส.ปัญภรณ์ อินทรจันทร์ ซึ่งเป็นเจ้ามือพนัน แจ้งข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน และเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ และนายสัมภาษณ์ โสภี ที่บุกเข้าปล้นเงินในบ่อนกับเสือ ดุสิต มีความผิดอีกคดีฐานร่วมกันกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไฮโล ก่อนพนักงานสอบสวนจะคุมตัวไปส่งฟ้องที่ศาลแขวงดอนเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อำนาจกล่าวว่า ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างหาข้อมูลเกี่ยวกับนักพนันรายอื่นที่เข้าไปเล่นพนันในบ่อนดังกล่าว พร้อมทั้งสืบหาบุคคลอื่นที่ถูกกล่าวอ้างถึงว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น ทาง พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 ในฐานะประธานคณะกรรมการ ได้เรียกประชุมนัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ส.ค. โดยเป็นการวางแนวทางสืบสวนเพื่อให้ตอบคำถามสังคมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงดอนเมือง พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 9 (แขวงดอนเมือง) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องด้วยวาจา นายมานิตย์ ใช้ปทุม อายุ 52 ปี น.ส.ปัญภรณ์ อินทรจันทร์ อายุ 49 ปี และนายสัมภาษณ์ โสภี อายุ 27 ปี เป็นจำเลยในความผิดร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน ไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสอบถามจำเลยเรื่องทนายความแล้ว จำเลยไม่ต้องการทนายความ โดยศาลอ่านฟ้องแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน มาตรา 4, 5, 6, 10, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 3 เดือน และปรับ 2,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานเป็นผู้ร่วมเล่น ปรับ 2,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1, 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจำเลยที่ 1, 2 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44511</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d66860324851.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง5เสือบางเขน ปล้นบ่อนผกก.รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด้งแล้ว 5 เสือบางเขน เซ่นคดีปล้นบ่อนไฮโลโพสต์ลงสื่อออนไลน์ ผกก.รอดเฉียดฉิวเพราะลาพักร้อน หญิง-ชายเข้ามอบตัวรับเป็นเจ้าของสถานที่และเจ้ามือ ตำรวจขึงขังเอาผิดถึงผู้บงการ &amp;quot;เสือ ดุสิต&amp;quot; อ้างแค่เอาเงินคืนเพราะถูกโกง ตรวจสถานที่ตั้งบ่อน เหลือเศษกระดาษให้ดูต่างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายปล้นทรัพย์บ่อนพนันพื้นที่ สน.บางเขน ว่า พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบ.ก.น.2 ได้ยอมรับมีการลักลอบเล่นการพนันจริงในพื้นที่ สน.บางเขน ซึ่งจะได้ดำเนินคดีเจ้าของบ่อนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ สน.บางเขน ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อน เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งย้าย 5 เสือ สน.บางเขน ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ บก.น.2 (ศปก.บก.น.2) เพื่อรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการตรวจตราแหล่งอบายมุข สถานบริการ โดยเฉพาะบ่อนการพนันต้องเข้มข้น ขยันตรวจ ส่วนที่มีการโยกย้ายเพียง 5 เสือ เพราะทราบว่า พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน อยู่ระหว่างพักร้อน ขณะนี้ต้องเข้าใจว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่าจะมีใครโดนหรือไม่โดน ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะทราบมีการเปิดบ่อนหรือไม่ต้องรอผลการตรวจสอบ ถ้ามีการปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจก็ดำเนินคดีกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือกัน การตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้หยุดเฉพาะเพียงโรงพัก ทางกองบังคับการ กองบัญชาการ ได้มีการลงไปตรวจสอบกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจตามลำดับชั้นหรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำสั่งย้าย 5 เสือ ลงนามโดย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ บก.น.2 โดยให้ พ.ต.ท.ธนาพันธ์ ผดุงการ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางเขน รักษาราชการแทน ผกก.สน.บางเขน, พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ไชโย สำเนียงงาม สว.ป.สน.บางเขน และ พ.ต.ต.สรายุทธ ปัญญาศรีวิชัย สว.สส.สน.บางเขน มาปฏิบัติราชการที่ ศปก. บก.น.2 ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางเขน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน และนายตำรวจในสังกัด ร่วมแถลงจับกุมนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือเสือ อายุ 33 ปี, นายวัชระ มากจงดี หรือโจ๊ก อายุ 22 ปี, นายอนนต์เศรษฐ์ อวยพร หรือตั้ม อายุ 20 ปี และนายสัมภาษณ์ โสภี หรือโอ๋ อายุ 27 ปี ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์ พร้อมด้วยของกลาง ปืนบีบีกันชนิดออโตเมติก สีดำ 2 กระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. น.ส.ปัญภรณ์ อินทรจันทร์ และนายมานิตย์ ใช้ประทุม ได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ให้การว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. ต่อเนื่องไปจนถึงเวลาเกิดเหตุ ทั้งสองคนได้จัดให้มีการเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันที่อาคารไม่มีเลขที่ ในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดย น.ส.ปัญภรณ์รับเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ส่วนนายมานิตย์รับเป็นเจ้าของสถานที่ ขณะเกิดเหตุเป็นเวลา 03.00 น. วันที่ 24 ส.ค. มีชาย 2 คน ทราบชื่อภายหลังว่า นายสัมฤทธิ์ และนายวัชระ ได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่นายมานิตย์ และ น.ส.ปัญภรณ์ ภายในวงพนัน และมีชายอีก 2 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายอนนต์เศรษฐ์ และนายสัมภาษณ์ ยืนคุมเชิง โดยทั้งหมดได้หยิบเอาเงินไปจากวงพนัน 12,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.2 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายสัมฤทธิ์กับพวกรวม 4 คน ได้เข้าร่วมเล่นการพนันและเล่นเสียไปจำนวนมาก เชื่อว่านายมานิตย์และนางสาวปัญภรณ์เล่นโกง จึงได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่เอาเงินคืน 12,000 บาท แต่หลังก่อเหตุได้พูดคุยตกลงกัน โดยนายมานิตย์ได้สอบถามนายสัมฤทธิ์ว่าเสียเงินไปจำนวนเท่าใด ซึ่งนายสัมฤทธิ์ตอบว่าประมาณ 15,500 บาท นายมานิตย์จึงคืนเงินให้อีกจำนวน 3,500 บาท ก่อนจะแยกย้าย จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รับสารภาพว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง เนื่องจากเข้าใจว่าถูกโกงจากการเล่นการพนัน จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยกล่าวว่า คดีนี้จะแยกเป็น 2 คดี คือคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ และคดีลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งนอกจากจะดำเนินคดีกับผู้ดูแลบ่อนพนันและเจ้าของสถานที่แล้ว ก็จะขยายผลไปยังผู้บงการเปิดบ่อนพนันต่อไป ส่วนเรื่องที่ตำรวจในพื้นที่เข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนพนันหรือไม่ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว ต้องรอผลการสอบสวนก่อนว่าเป็นความบกพร่องหรือไม่ จึงจะพิจารณาดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ในวันนั้นไม่ได้ตั้งใจไปปล้นบ่อนพนัน ไม่มีนาย หรือมีใบสั่งจากใคร ทราบว่ามีบ่อนพนันเปิดที่ซอยพหลโยธิน 50 จึงไปเล่น แต่เห็นพิรุธว่าเล่นเท่าไรก็เสีย จึงรู้สึกโกรธ เชื่อว่าถูกโกงพนัน จึงพาพวกมาเอาเงินคืนจากบ่อนพนัน ยืนยันว่าเงินที่ตนได้จากโต๊ะพนันแค่หมื่นกว่าบาท และยอมรับว่ารู้จักกับเจ้าของบ่อน อย่างไรก็ตาม ตนเองจะเล่นพนันแบบนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังพ้นโทษก็ตั้งใจจะทำมาหากินสุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการแถลงข่าว พนักงานสอบสวน สน.บางเขน คุมตัวนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ &amp;quot;เสือ ดุสิต&amp;quot;, นายวัชระ มากจงดี, นายอนนต์เศรษฐ์ อวยพร และนายสัมภาษณ์ โสภี ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อนุมัติฝากขังชั่วคราว ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ญาติของผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3 ได้ยื่นคำร้องประกันตัวพร้อมหลักทรัพย์คนละ 60,000 บาท และขอติดกำไลอีเอ็มด้วย ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีประกันตัวพร้อมใส่กำไลอีเอ็ม โดยไม่กำหนดเงื่อนไขแต่อย่างใด ส่วนผู้ต้องหาที่ 4 ไม่มีญาติมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฝากขังมีกลุ่มเพื่อนของผู้ต้องหาจำนวนหนึ่งเดินทางตามมาให้กำลังใจ และรีบเข้าไปแสดงความยินดีเมื่อผู้ต้องหาได้รับประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบ่อนพนันดังกล่าว ภายในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 หลังห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสะพานใหม่ เป็นอาคารชั้นเดียวล้อมสังกะสีปิดรอบ พร้อมพาตัวนายมานิตย์ ใช้ประทุม อายุ 52 ปี ผู้เช่าสถานที่ดังกล่าว พาชี้จุดต่างๆ ภายในตัวอาคารเพื่อเป็นหลักฐานประกอบคำให้การกับพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ภายในอาคารดังกล่าว พบว่าข้าวของถูกย้ายออกทั้งหมด เหลือแต่เพียงไพ่ และเศษกระดาษโน้ต โดยนายมานิตย์ให้การว่า ตนได้เช่าสถานที่แห่งนี้มาจากเจ้าของเดิมที่เปิดโต๊ะสนุกเกอร์ และปล่อยเช่าต่ออีกทอด โดยตนทำหน้าที่เฝ้าดูแลเท่านั้น ไม่รู้จักกับเจ้าของ ส่วนที่นายเสือบอกว่าเจ้าของบ่อนชื่อ นาย ต. และนาย ก. นั้น เชื่อว่าเขาโม้ไปเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44338</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, วัชระ มากจงดี, สัมภาษณ์ โสภี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนนต์เศรษฐ์ อวยพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63daa8a4abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนีคดี-ไปเลือกตั้ง ตร.ไล่จับโดดน้ำดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหามีหมายจับติดตัว 19 คดี รวมทั้งหนีประกัน รักประชาธิปไตยเข้าสายเลือด อุตส่าห์สวมวิกปลอมตัวไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าที่เขตบางเขน ตำรวจกองปราบฯ ได้รับแจ้งจากเจ้าของคดีจำหน้าได้ขณะตรวจบัญชีรายชื่อ จะเข้าจับกุม คนร้ายวิ่งหนีเข้าไปในวัดพระศรีมหาธาตุฯ ถอดรองเท้าแล้วโดดลงไปในบึง เป็นศพอนาถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเที่ยงวันที่ 17 มีนาคมนี้ ร.ต.อ.จตุพงศ์ อาจหาญ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งคนจมน้ำในบึงบริเวณเกาะกลางน้ำด้านข้างเจดีย์ ภายในวัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี สว. (สอบสวน) สน.บางเขน พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก.4 กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์เวร รพ.ภูมิพล จากการตรวจสอบ พบรองเท้าผ้าใบสีเขียวดำ 1 คู่ วางบนขอบปูนกลางสะพานข้ามเกาะกลางน้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำได้ลงค้นหาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดก็พบศพนายณัฏฐ์วัฒน์ ปู่แก้ว อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 ซอยเทียนทะเล 22 แยก 10 ถนนบางขุนเทียน แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. จมอยู่ใต้น้ำห่างจากฝั่งประมาณ 6 เมตร สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายจุดสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ไม่สวมรองเท้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยวิ่งหลบหนีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และโดดลงน้ำเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหามีหมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ เลขที่ 4/2561 ลงวันที่ 9 ม.ค.61 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และมีหมายจับอื่นๆ รวมทั้งหมด 19 คดี และถูกจับไปแล้ว 3 หมายจับ ซึ่งประกันตัวมา แต่หนีประกัน และยังไม่ถูกจับกุมอีก 16 หมายจับ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ พะเยา ตราด ลำปาง เชียงราย พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร นครปฐม กาญจนบุรี เป็นต้น พฤติการณ์ล่าสุดคือ หลอกขายน้ำตาลทราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตำรวจกองปราบฯ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ให้ติดตามจับกุมนายณัฏฐ์วัฒน์ จึงดำเนินการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาจะมาใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งบางเขน จึงได้วางกำลังสังเกตการณ์ กระทั่งพบนายณัฏฐ์วัฒน์ไปตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้งล่วงหน้าที่สำนักงานเขตบางเขน โดยสวมวิกเพื่อไม่ให้ใครจำได้ ตำรวจ กก.4 บก.ป.จึงเข้าจู่โจมเพื่อจับกุม โดยมีตำรวจสังกัด บก.จร.อีก 1 นายที่ผ่านมาร่วมสมทบ แต่ผู้ต้องหาเห็นตำรวจ จึงวิ่งข้ามถนนเข้าไปภายในวันพระศรีมหาธาตุฯ ขณะที่ตำรวจวิ่งไล่ตาม และพบว่าผู้ต้องหาถอดรองเท้าไว้กลางสะพานข้ามเกาะกลางน้ำบึงสาธารณะ แต่ไม่พบตัว สอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยบอกว่าเห็นผู้ต้องหาโดดลงไปในบึงจมหายไป กระทั่งพบว่าเสียชีวิตในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31572</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์, พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี, พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, ร.ต.อ.จตุพงศ์ อาจหาญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190317/image_big_5c8e4e73d051a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสิตม.เกษตรฯ ดิ่งชั้น8ตึกเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิสิตสาวปี 3 คณะบริหารธุรกิจ ม.เกษตรฯ กระโดดจากชั้น 8 อาคารเรียนเสียชีวิตสลด ทิ้งข้อความไว้ในมือถือขอโทษครอบครัวที่ตัดสินใจจบชีวิต บอก &amp;quot;หนูผิดที่ไม่เข้มแข็งพอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 6 มีนาคมนี้ ร.ต.ท.ปณิภัค ศิลาโชติ รองสารวัตรสอบสวน สน.บางเขน รับแจ้งหญิงกระโดดตึกเสียชีวิตภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ สวป. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์แผนกนิติเวช โรงพยาบาลภูมิพล และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุหน้าอาคารศูนย์เรียนรวม 4 สูง 10 ชั้น ที่บริเวณด้านล่างพบศพ น.ส.นันทิกานต์ อายุ 21 ปี นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สวมชุดนักศึกษา ไม่สวมรองเท้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบบริเวณระเบียงชั้นที่ 8 พบรองเท้าแตะสีน้ำเงิน 1 คู่ ขวดน้ำเปล่า และกระเป๋าผ้าแบบสะพายวางทิ้งไว้ นอกจากนี้ยังพบข้อความบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ ระบุว่า &amp;ldquo;ขอโทษนะจ๊ะ หนูไม่ไหวแล้วจริงๆ หนูเหนื่อยมากๆ อโหสิกรรมให้หนูด้วยนะ ดรีมรักป๊าม้าเดียที่สุดในโลก หนูมีความสุขมากๆ เวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน ไม่ต้องโทษตัวเองนะ ไม่มีใครผิด หนูรู้ว่าทุกคนรักหนู แต่หนูผิดที่ไม่เข้มแข็งพอ ไม่ต้องห่วงหนูแล้วนะ แล้วก็ให้อภัยหนูด้วย รักที่สุด&amp;rdquo; โดยข้อความท้ายสุด มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อพ่อและแม่ ซึ่งข้อความทั้งหมดเขียนไว้ช่วงเวลา 19.07 น. วันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.ภูมิพล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอาคารเกิดเหตุ เป็นอาคารเรียนรวม จะมีเรียนจนถึงเวลา 20.00 น. จากนั้น รปภ.จะปิดไม่ให้นักศึกษาอยู่ภายในอาคาร ส่วนผู้ตายไม่ทราบว่าขึ้นไปที่ชั้น 8 ตอนไหน คาดว่าคงจะหลบอยู่ช่วงที่ รปภ.เดินตรวจและปิดอาคาร จนกระทั่งเช้ามืดจึงกระโดดลงมาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อำนาจกล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และพบหลักฐานโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย มีการเขียนข้อความบอกลาพ่อแม่ ประกอบการสอบปากคำพยาน เบื้องต้นน่าเชื่อว่าเป็นการตั้งใจกระโดดจากอาคารลงมาจนเสียชีวิต สาเหตุจากปัญหาส่วนตัว โดยยังไม่พบชนวนเหตุเรื่องอื่น เช่น การเรียน หรือความรัก แต่ต้องรอผลการตรวจชันสูตรศพอย่างละเอียดจาก รพ.ภูมิพลอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รพ.ภูมิพล บิดาและครอบครัวของ น.ส.นันทิกานต์ เดินทางมาติดต่อขอรับศพลูกสาวและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30683</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์, พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, ร.ต.ท.ปณิภัค ศิลาโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7fd9d921bf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฆ่าอาม่าคาคอนโด หนุ่มจีนบีบคอคามือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มมังกรสุดอำมหิต บีบคอฆ่าหญิงชราแม่ค้าขายเสื้อผ้าเสียชีวิตคาห้อง ชิงทรัพย์ทั้งเงินสด ทองรูปพรรณกว่า 3 บาทหลบหนีจาก กทม.ไปกบดานที่เกาะสมุย พลเมืองดีแจ้งตำรวจรวบตัวได้ ลูกผู้ตายเผยแม่เคยช่วยเหลือในฐานะคนจีนด้วยกัน ให้ยืมเงิน หาที่พัก กลับขโมยเอทีเอ็มไปกดเงิน 4 แสนเผ่นกลับเมืองเจีน ก่อนย้อนมาอ้างจะชดใช้ให้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ร.ต.ท.พิเชฐศักดิ์ ปิยรัตนสถิตย์ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งมีหญิงชราเสียชีวิตในห้องพักนิวพอร์ตเพลสคอนโด ซอยพหลโยธิน 52 แยก 16 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.2 &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ภูมิพล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นอาคารแบ่งให้เช่าพักอาศัย สูง 4 ชั้น ที่ชั้น 2 ห้องเลขที่ 564/38 พบศพ น.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น นุ่งกางเกงขายาวสีดำ นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน มีรอยฟกช้ำที่ลำคอและตามร่างกาย ภายในห้องมีร่องรอยการรื้อค้น นอกจากนี้ยังพบรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 1 ฒม 1532 กรุงเทพฯ ท้ายติดหลังคาแครี่บอยบรรทุกเสื้อสำหรับขายของผู้ตาย จอดทิ้งไว้ด้านหน้าอาคาร หลังจากนั้นได้ส่งศพไปชันสูตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบภาพชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว สวมเสื้อยืดคอปกแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ เดินมากับผู้ตายเข้าไปในห้องพักตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. ต่อมาชายผู้นี้ได้เดินเข้าๆ ออกๆ หลายรอบ กระทั่งรอบสุดท้ายพบว่าที่มือขวาถือถุงพลาสติกสีน้ำเงินและเชือกไนลอนเข้าไป ก่อนออกจากห้องไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรทิพย์ เชื้อสุขศานต์ทอง อายุ 41 ปี ลูกสาวคนโตของผู้ตาย เปิดเผยว่า แม่มีอาชีพค้าขายเสื้อผ้าปลีก-ส่งย่านสะพานใหม่ ก่อนหน้านี้บรรพบุรุษเคยสั่งเสียกับแม่ไว้ว่า ครอบครัวเรามาจากเมืองจีน หากมีญาติมิตรคนที่รู้จักเดินทางมาจากประเทศจีนแล้วเดือดร้อน ต้องเป็นที่พึ่งคอยช่วยเหลือเขาเหล่านั้น ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อน ชายชาวจีนที่ปรากฏในภาพ ทราบชื่อ &amp;ldquo;กุ๊กกู๋&amp;rdquo; ได้มาพบแม่ บอกว่าเป็นนักท่องเที่ยวและติดต่อขอเช่าห้อง จากนั้นได้ขอยืมเงินจำนวน 120,000 บาท และยังได้ขโมยบัตรเอทีเอ็มของแม่นำไปกดเงินจำนวน 400,000 บาท จากนั้นหลบหนีกลับประเทศจีน แม่จึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางเขน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรทิพย์กล่าวว่า เมื่อ 2 วันก่อน นายกุ๊กกู๋ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทย และติดต่ออ้างว่าจะขอคืนเงินทั้งหมด ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ก.พ. แม่ได้หายตัวไปตั้งแต่เวลา 12.00 น. โดยบอกว่าจะไปเปิดห้องเช่าให้คนที่มาเช่าห้องที่คอนโดฯ ดังกล่าว และให้พ่อเฝ้าร้านขายเสื้อผ้า จากนั้นน้องชายตนได้ไปที่คอนโดฯ พบรถยนต์กระบะของแม่จอดอยู่ จึงรีบขึ้นไปดูบนห้อง พบว่าถูกล็อกจากด้านใน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบว่าแม่เสียชีวิต โดยพบว่าสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท แหวนทอง 1 สลึงได้หายไป เชื่อว่านายกุ๊กกู๋เป็นคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยผลการชันสูตรอย่างไม่เป็นทางการว่า ผู้ตายเสียชีวิตจากถูกบีบคอ โดยได้รับบาดเจ็บที่กระดูกอ่อนลำคอและมีรอยฟกช้ำบริเวณกล้ามเนื้อลำคอหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีบาดแผลที่คาดว่าเกิดจากการต่อสู้ เช่น แผลที่ง่ามมือขวา ศีรษะบวมโนและมีเลือดออก ซึ่งเกิดจากการกระแทกกับของแข็ง เช่น ขอบเตียง จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ น่าเชื่อว่าผู้ก่อเหตุคือชายชาวจีนที่ปรากฏตามภาพกล้องวงจรปิด พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสกัดกั้นไม่ให้หนีออกนอกประเทศ ส่วนมูลเหตุจูงใจยังให้น้ำหนักไปที่ประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ก็เชื่อว่าอาจมีประเด็นอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ก่อเหตุและผู้ตายรู้จักกันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาเมื่อเที่ยงวันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง ผกก.สภ.เกาะสมุย, พ.ต.ท.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.สมพล บูรณเทศ รอง ผกก.สส. นำกำลังเดินทางไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าคนร้ายฆ่า น.ส.อารยาไปหลบซ่อนตัวอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ไปเคาะประตูหน้าห้อง 102 จากนั้นนายกุ๊กกู๋ หรือซูหมิง อายุ 29 ปี สัญชาติจีน ได้เปิดประตู เมื่อเห็นตำรวจถึงกับหน้าถอดสี ตรวจค้นในห้องพักพบเงินสด 2 หมื่นบาท สร้อยคอทองคำ แหวน และโสร่งผ้าปาเต๊ะที่ยังไม่ได้ใช้จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายซูหมิงไปสอบสวนที่ สภ.เกาะสมุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายซูหมิงซึ่งพูดไทยได้ ให้การยอมรับว่าได้ก่อเหตุฆ่า น.ส.อารยาเพื่อชิงทรัพย์ แล้วนั่งรถทัวร์เดินทางมายังเกาะสมุยเพื่อหลบหนีการจับกุม แต่สุดท้ายก็ไม่รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการสอบปากคำ ตำรวจเกาะสมุยได้ส่งตัวผู้ต้องหากลับไปยัง สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28982</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, พรทิพย์ เชื้อสุขศานต์ทอง, ร.ต.ท.พิเชฐศักดิ์ ปิยรัตนสถิตย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อารยา ทรัพย์สวรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c62d581d7613.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
