<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงค่ายปิเหล็ง วันครบรอบ &#039;ปล้นปืน&#039;ปี47</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรใต้ป่วน ปล้นรถยนต์ใช้เป็นพาหนะยิงถล่มค่ายปิเหล็ง ในวันครบรอบวันปล้นปืนเมื่อปี 47 ก่อนทิ้งรถหนี เจ้าหน้าที่สอบพบลายนิ้วมือแฝงเพียบ แม่ทัพภาค 4 โล่งคนร้ายไม่เอารถไปทำคาร์บอมบ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค.63 พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส, พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 48, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ. กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางไปที่บริเวณสวนยางพาราบ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก เพื่อตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ที่คนร้ายได้นำมาจอดทิ้งไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 48 ได้ตรวจสอบพบในเวลา 01.00 น.ของวันอาทิตย์ หลังจากที่คนร้ายจำนวน 5-6 คนได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นพาหนะในการใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่กองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง ในเวลา 21.45 น.ของคืนวันที่ 4 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบลายนิ้วมือแฝงเป็นจำนวนมากที่ติดอยู่บริเวณพวงมาลัย ประตูทั้ง 2 ข้าง และบริเวณภายในห้องโดยสาร รวมทั้งบริเวณขอบกระบะบรรทุกหลัง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จึงได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ก่อนที่จะนำรถยนต์ของกลางไปเก็บไว้ที่ สภ.เจาะไอร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นป้อมกองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ ม.7 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง โดยกองรักษาการณ์มีสภาพกระจกและฝาผนังด้านหน้ามีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนด้านหลังของอาคารกองรักษาการณ์ เจ้าหน้าที่พบลูกกระสุนปืนเอ็ม 79 ของคนร้ายที่ยิงใส่กองรักษาการณ์ แล้วพลาดเป้ามาตกอยู่ด้านหลัง จำนวน 1 ลูก นอกจากนี้ที่บริเวณถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่พบคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบไว้บนถนนเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเวลา 20.30 น.ของคืนวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายจำนวน 5 ถึง 6 คน แต่งกายชุดดำ ใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ แบบตอนเดียว ทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เซาท์สยาม มีเดียแอนด์ปริ้นติ้ง บนถนนในหมู่บ้านปะลุกา ม.3 ต.โฆษิต อ.ตากใบ ซึ่งมีนายแวมาเซ็ง หะยีแวน เป็นคนขับ และนายฮาเซ็ม เจ๊ะมะ นั่งคู่กันมา โดยคนร้ายได้จับนายแวมาเซ็งและนายฮาเซ็ม มีดมือไขว้หลังและใช้กระดาษกาวย่นปิดปาก ก่อนนำทั้ง 2 คนไปทิ้งไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวออกจากพื้นที่ อ.ตากใบ ใช้เส้นทางสายในทะลุ อ.เจาะไอร้อง โดยมีคนร้ายจำนวนหนึ่งนั่งกระบะหลัง เมื่อผ่านถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คนร้ายที่ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะได้ชะลอความเร็วรถ ให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืนสงครามนานาชนิดยิงใส่อาคารกองรักษาการณ์จำนวน 2 ชุดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นอาวุธปืนเอ็ม 79 ที่ลูกกระสุนด้านแล้ว พลาดเป้าไปตกอยู่ที่บริเวณด้านหลังของป้อมกองรักษาการณ์ จากนั้นคนร้ายได้รีบขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป พร้อมทั้งได้โปรยตะปูเรือใบเพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ที่สวนยางพาราของชาวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่บ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก ซึ่งห่างจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ประมาณ 4 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นรินทร์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์วันครบรอบ 16 ปี เหตุปล้นปืนค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถดังกล่าวเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ได้ถูกคนร้ายดักปล้นไปที่บริเวณ บ.ปะลุกา ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และได้จับเจ้าของรถมัดมือและเท้าไว้ในรถยนต์ ก่อนที่จะนำไปก่อเหตุยิงค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งด่านตรวจสกัดจับในทุกเส้นทาง เพื่อเป็นการสกัดการเคลื่อนไหวของคนร้ายที่ก่อเหตุ จนเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถยนต์ พบว่าหลังคนร้ายก่อเหตุแล้วได้นำไปจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์ม พื้นที่ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ต้องให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ประสานการปฏิบัติช่วยกันติดตามรถยนต์คันดังกล่าว อีกทั้งการตั้งด่านตรวจตามแผนปฏิบัติการ ก็เป็นการจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ จนนำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้ ไม่อย่างนั้นคนร้ายอาจจะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปประกอบระเบิด เป็นคาร์บอมบ์ จนสร้างความสูญเสียได้&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า &amp;quot;ค่ายปิเหล็ง&amp;quot; ในตำบลปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง ครั้งนั้นทหารเสียชีวิต 4 นาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าคนร้ายได้อาวุธปืนไป 413 กระบอก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยึดคืนมาได้ 94 กระบอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53876</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, พ.อ.เอกพล เลขนอก, พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e11f3af58916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างผลงานทิ้งทวนปีสุดท้ายในการกุมบังเหียน ทัพสีกากี ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30&amp;nbsp; ก.ย.63 ได้อย่างสง่างาม บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพราะสามารถเข็นคำสั่งแต่งตั้งตำรวจระดับ สารวัตร (สว.) ถึง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2562 เกือบ 2,500 ตำแหน่ง ออกมาได้ตรงตามไทม์ไลน์ที่วางเอาไว้ คือ ระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ถึง รอง ผบก.ต้องออกมาในวันที่ &amp;nbsp;27 พ.ย. และระดับ สว. ถึงรองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) ต้องออกมาในวันที่ 29 พ.ย. แล้วให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 13 ธ.ค. ทั้งหมดมารายงานตัวไม่เกิน 16 ธ.ค. ก็ออกตรงเป๊ะ! กลางดึกคืนวันที่ 27 พ.ย. เชื่อมต่อเช้าวันที่ 28 พ.ย. คำสั่งชุดใหญ่ๆ 4 คำสั่งก็ออกมาพร้อมกัน ได้แก่ คำสั่งที่ 674/2562 จำนวน&amp;nbsp; 571 ราย, คำสั่งที่ 675/2562 จำนวน 661 ราย, คำสั่งที่ 676/2562 จำนวน 660 ราย และคำสั่งที่&amp;nbsp; 677/2562 จำนวน 537 ราย รวมทั้งสิ้น 2,429 ตำแหน่ง เรียกเสียงเฮ! จากเหล่า สีกากี ทั่วหน้า เพราะก่อนหน้านี้ต่างหวั่นใจ เกรงคำสั่งจะเลื่อน จะขยายเวลาออกไปอีก ถึง ผบ.แป๊ะ จะไล่ไทม์ไลน์เอาไว้ แต่ก็น้อยคนนักที่เชื่อว่าจะสามารถทำได้ตามวันเวลานั้น เพราะต่างรู้ดีว่า นักวิ่งตำรวจ ถ้าส่งแข่งโอลิมปิก ได้เหรียญทองไปแล้ว พอคำสั่งออกมาตรงตามกำหนดเป๊ะๆ บางคนถึงขนาดยกมือ...สาธุ ขอให้เป็นแบบนี้ทุกปีก็ดี ตำรวจจะได้มีขวัญกำลังใจทำงาน ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาด บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่มาคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มตัวเป็นปีแรก ยังเอ่ย &amp;quot;การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.ถึง ผกก.เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เป็นไปตามกรอบระยะเวลา ก.ตร.กำหนดเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย. เป็นการแต่งตั้งเสร็จสิ้นก่อนกำหนด ไม่ทำให้เกิดปัญหาในการแต่งตั้งเหมือนที่ผ่านมา คำสั่งที่ออกเป็น 4 กลุ่มคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอง ผบก.หมุนเวียน ผกก.เลื่อนขึ้นเป็นรอง ผบก. ผกก.หมุนเวียน และรอง ผกก.ขึ้นเป็น ผกก. ทั้งหมดรวมกัน 2,000 กว่าตำแหน่ง พิจารณาจากความเหมาะสม ความรู้ ความสามารถ และเยียวยาผู้ที่ถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรม การโยกย้ายที่ผิดฝาผิดตัวไม่ตรงความรู้ความสามารถ ให้ผู้ที่อันดับอาวุโสได้เลื่อนตำแหน่ง&amp;quot; ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ต้องชื่นชม ลุงตู่ คือนโยบายที่ได้มอบให้ ผบ.แป๊ะ หลังการแต่งตั้งไปแล้ว &amp;quot;จากนี้ได้กำชับในที่ประชุมหลังผ่าน 6 เดือนให้ประเมินประสิทธิภาพการทำงาน ดังนั้นการโยกย้ายจะย้ายได้อีกจะย้ายในทุก 6 เดือน ความรับผิดชอบผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นคือการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ในกรอบการปฏิบัติที่สุจริต ผมเน้นย้ำเรื่องสุจริต แม้ข้าราชการตำรวจจะมีรายได้ที่น้อย แต่เมื่อสมัครเข้ามาแล้ว ต้องอุทิศกายและใจ สิ่งสำคัญจะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศชาติ ฝากไปถึงตำรวจทุกคน ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกัน&amp;quot; ยกมือเห็นด้วยทุกประการ แต่งตั้งไปแล้วต้องติดตามผล ไม่ใช่ส่งใครไปนั่งหัวหน้าหน่วย หัวหน้าโรงพัก แล้วก็ไม่ติดตามผลว่าทำงานได้ตามประสิทธิภาพหรือไม่ หากไม่มีประสิทธิภาพก็ต้องเปลี่ยน ก็ต้องย้าย ก็ต้องตรวจสอบกันทุกๆ 6 เดือน อย่าปล่อยให้ลากยาวๆ ไปเป็นปีๆ จนบางโรงพักแทบแตก เพราะ ผกก.บางคนแก้มตุ่ย รับแต่ตังค์ งานไม่สนใจ คนเป็นลูกน้องต้องทน คนที่รับกรรมคือ ประชาชน เจ้าของภาษีที่เสียไปเป็นเงินเดือนตำรวจ ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับการใส่ใจ แทนที่จะมารับใช้ประชาชนตามสโลแกนสวยหรู กลายมาเป็นรีดไถ ข่มเหงประชาชนแทน ๐&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากการจัดทำคำสั่งได้ตรงตามเวลาเป๊ะๆ แล้ว กฎเหล็ก ที่ ผบ.แป๊ะ วางเอาไว้ในข้อ 6 ที่ระบุ&amp;nbsp; &amp;quot;ข้าราชการตำรวจที่มีการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ลง 22 ก.ค.58 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ ให้พิจารณาเสนอแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งอื่นนอกพื้นที่ทุกราย&amp;quot; โรงพักที่เข้าข่ายต่างโดนกฎเหล็กดำเนินการหมด&amp;nbsp; พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผกก.สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกตรวจสถานบันเทิงในพื้นที่ 2 แห่ง พบเด็กอายุต่ำกว่า 15 และ 20 ปีเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก เช่นเดียวกับ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง โดนย้ายไปเป็น ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บช.ภ.3 หลังมีกรณีประชาชนร้องเรียนขึ้นโรงพักแล้วไม่มีตำรวจรับแจ้งความ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง ภูเก็ต ย้ายไปเป็น ผกก.สภ.เจาะไอร้อง นราธิวาส หลังมีปัญหาเรื่องสถานบริการในพื้นที่ ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสืออากาศ24/7 นายพลทัพฟ้าที่กำลังโลดแล่นอยู่ในโลกสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊ก Wassana&amp;nbsp; Nanuam เขียนบทความร้อนๆ ล่าสุดคือ log on ปม ยืดเวลา แบน พาราควอต อีก 6 เดือน ก่อนหน้านี้ทั้งเรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหาร และการพูดถึงบางประเทศที่ขายอาวุธโดยไม่ถ่ายทอดเทคโนโลยี ผู้ที่อ่านแล้วหลายๆ ตอนเดากันว่า บางประโยค-บางคำ คุ้นหูโดยเฉพาะคำสำคัญที่ว่า เม็ดเลือดขาว เรียกได้ว่านายพลทัพอากาศผู้นี้ ไม่ใช่นายพลที่อยู่ในกรุซึ่งมักนิยมขีดเขียนงานวิชาการ แต่น่าจะเป็นผู้มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารงานภาครัฐในปัจจุบัน เมื่อมีการจับประเด็นเรื่อง &amp;quot;ญี่ปุ่น&amp;quot; หลายคนพานนึกไปถึงอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศท่านหนึ่ง ที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมแดนอาทิตย์อุทัย แต่บทบาทหน้าที่มีการจำกัดไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงเชื่อว่า &amp;quot;งานร้อนๆ&amp;quot; แบบนี้คงไม่ได้มาจากนายพลคนดังกล่าวแน่นอน บางคนฟันธงว่าเป็น บิ๊กนัต-พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศคนปัจจุบัน&amp;nbsp; เพราะเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 20 ของ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก น่าจะมีการถกเรื่องการเมืองกันบ้าง แต่เมื่อดูจากภารกิจที่แน่นเอี้ยดแล้วก็น่าจะเป็นไปได้ยาก ทำให้ปริศนาแห่งบทความร้อนจากแวดวงทหารหลายๆ ชิ้นจึงทยอยออกมาเรื่อยๆ ท่ามกลางการรุกของ &amp;quot;พรรคการเมือง&amp;quot; ที่ตรวจสอบทหารอย่างหนัก ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮือฮาสำหรับข่าวการเตรียมยุบ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมสุภาพบุรุษกงจักรของกองทัพบก ที่มีการปลุกปั้นรับการเปิดตัว &amp;quot;ไทยลีกอาชีพ&amp;quot; เมื่อหลายปีก่อน ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นผู้บัญชาการทหารบก เรียกได้ว่า สปอนเซอร์ ระดับตัวเป้ง &amp;quot;ทุนไทยระดับบิ๊กเนม&amp;quot; ที่สนับสนุนกิจกรรมมากันครบ แต่ยิ่งมีการลงทุน ซื้อตัว-จ้างโค้ชราคาแพง ดูเหมือนว่าผลงานไม่น่าพอใจ และในยุค พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท เป็นผู้บัญชาการทหารบก ก็มีแนวคิดสร้างเอง-ทำเอง เฟ้นหาเด็กในค่ายทหารเข้า &amp;quot;อะเคเดมี&amp;quot; ที่กองทัพทำขึ้น และส่งให้ทีมของ ทบ.เรียกได้ว่าประหยัดได้มากและเป็นการสร้างคนในระยะยาว ข่าวการยุบที่ออกมาแบบ &amp;quot;ฟ้าแลบ&amp;quot; คงมีการคิดไว้นานแล้ว แต่เกิดขึ้นหลังแมตช์ที่อาร์มี่ ยูไนเต็ด พบกับ ไทยอาร์มฟอร์ซ (ทอ.) ว่ากันว่าในเกือบทุกครั้ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ก็ส่งนายทหารระดับ พลตรี ใกล้ตัวไปสังเกตการณ์ แต่ครั้งนี้ดันไปเจอปรากฏการณ์ &amp;quot;แปลกแปร่ง&amp;quot; ในการวางตัวคนลงไปแข่ง ซึ่งอาจเป็นปมสำคัญในการส่งข้อมูลไปถึงบิ๊กตู่ แต่ที่แน่ๆ นายกฯ-ผบ.ทบ.ยุคนี้ไปถึงกันตลอด&amp;nbsp; จึงเป็นที่มาของคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร รองประธานสโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ออกมาบอกว่าถึงเวลาต้องจัดการ และงัดเอาทีม ทบ.เอฟซี ที่กรมสวัสดิการทหารบกดูแลมาเสียบแทน หลังจากพบว่าการทำทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด ไม่ตอบโจทย์ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากันเป็นทีมสำหรับคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดย พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ&amp;nbsp; หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข พร้อมด้วย นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ&amp;nbsp; นายธนากร บัวรัษฏ์ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และ พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อแนะนำตัวและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาคมต่างประเทศและสื่อมวลชนในหัวข้อ &amp;quot;สนทนากับคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ : ความท้าทายและความคาดหวังต่อสันติภาพชายแดนใต้&amp;quot; ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) นอกจากนั้นยังเห็นทีม ตท.18 ทั้ง พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พล.อ.ธิวา เพ็ญเขตกรณ์ อดีตเจ้ากรมทหารมาร่วมทำงานด้วย เรียกได้ว่าเป็นการ &amp;quot;คิกออฟ&amp;quot; เริ่มงานแบบเป็นทีม แม้ในทางปฏิบัติได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะการประสานพูดคุยกับผู้อำนวยความสะดวกประเทศมาเลเซีย ถือเป็นการยืนยันความจริงจังของรัฐบาลไทยในการให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติสุข ไม่ใช่การลากยาวปัญหาให้ปล่อยไปตามสถานการณ์อย่างที่เมาธ์กัน ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ่าว&#039;มือปืนจนมุม ล่ากระชั้นเสี่ยอ้วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ไอ้บ่าว&amp;quot; มือปืนลั่นไกสังหารน้องสปายจนมุมแล้วที่นครศรีธรรมราช ถูกคุมตัวขึ้นเครื่องบินเข้าดอนเมืองก่อนส่งต่อไปสอบสวนที่ชลบุรี รอง ผบก.ยันเสี่ยอ้วนจอมบงการสนิทกับคนมีสีในพื้นที่ แต่มั่นใจพยานหลักฐานเอาเข้าคุกได้แน่ ผกก.ป่าตองเผยคดีเสี่ยอ้วนฆ่าพ่อค้าไอศกรีม อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าคดียิง 2 ศพที่เขาชีจรรย์ จ.ขลบุรี ว่าเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาจอมเทียน ได้เดินทางไปรับตัวนายกฤษณะ หรือมด สีสุข อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ได้ติดขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และถูกนำตัวเดินทางโดยเครื่องบินจากท่าอากาศยานภูเก็ต มาลงยังสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อให้ ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี ทำการสอบสวนสรุปสำนวนคดี โดยมี พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน ควบคุมการสอบสวน เพื่อหาเบาะแสแหล่งกบดานของนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน และนายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช ที่ยังหลบหนี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี กล่าวว่า การเข้ามอบตัวของผู้ต้องหารายล่าสุด เป็นผลสืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามกดดันกลุ่มคนร้าย รวมถึงกระแสข่าวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจับตาย ทำให้ผู้ต้องหาหวั่นว่าจะถูกจับตาย จึงขอเข้ามอบตัวในที่สุด ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ยืนยันว่า นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน และนายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช เป็นผู้ลั่นไกสังหาร โดยเสี่ยอ้วนได้ยิงใส่นายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส จำนวน 3 นัด ส่วนนายบ่าวยิงใส่ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย จำนวน 4 นัด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษที่มีความชำนาญทางยุทธวิธีชั้นสูงติดตามจับกุม เนื่องจากผู้ต้องหามีความโหดเหี้ยมและชำนาญการใช้อาวุธปืนอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย ที่ สภ.นาจอมเทียน พ.ต.อ.ศักดิ์รพีได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี ให้รายงานความคืบหน้าทางคดี โดยมี พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี และชุดสืบสวน ชี้แจงผลการปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศักดิ์รพีเปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายให้ลงมาดูแลในเรื่องสำนวนคดีนี้ เนื่องจากต้องมีความละเอียดรอบคอบ ไม่ให้เกิดช่องโหว่ในคดี ให้ผู้ต้องหาใช้เป็นช่องทางในการพ้นผิดได้ ซึ่งขณะนี้นับว่าสำนวนการสอบสวนจากผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงพยานหลักฐานแวดล้อมต่างๆ ใกล้เสร็จสมบูรณ์ รอเพียงผลพิสูจน์ตรวจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เข้ามาประกอบสำนวนคดีเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของเสี่ยอ้วน พ.ต.อ.ศักดิ์รพีกล่าวว่า ถือเป็นผู้กว้างขวาง มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างมาก และมีความสนิทสนมมักคุ้นกับคนมีสีในพื้นที่ จึงเชื่อมั่นได้ว่าคดีนี้ เสี่ยอ้วนต้องตั้งป้อมรับมือสู้คดีให้พ้นผิดอย่างแน่นอน ฉะนั้น ขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้สามารถเอาผิดเสี่ยอ้วนและผู้ร่วมขบวนการทุกคนเข้าคุกได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายกฤษณะ หรือมด สีสุข อายุ 22 ปี ที่ติดต่อขอเข้ามอบตัว ได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีทำการสอบปากคำ พร้อมจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุในเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ก่อนส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาดำเนินคดี เบื้องต้น การสืบสวนทราบว่า นายมดมีพฤติการณ์ในการจัดหาที่พักในเมืองพัทยาให้กับทีมงาน และเฝ้าติดตามคุ้มกันให้กับเสี่ยอ้วน โดยอยู่ในรถโตโยต้า ยาริส ในวันเกิดเหตุ และปฏิเสธไม่รู้เห็นกับการสังหารครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า เมื่อบ่ายวันจันทร์ ตำรวจ สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ได้จับกุมนายณรงค์ หรือบ่าว ได้แล้วที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ฉวาง จากนั้นได้นำตัวไปยังสนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนั่งเครื่องบินในเย็นวันเดียวกันมุ่งหน้าเข้าดอนเมือง โดยตำรวจ สภ.นาจอมเทียนได้รับแจ้งและเดินทางไปรอรับตัวแล้ว ดังนั้นผู้ต้องหาในคดีนี้ที่ยังหลบหนีก็เหลือเสี่ยอ้วนคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับมายัง สภ.ป่าตอง ให้ดูสำนวนคดีที่เสี่ยอ้วนก่อเหตุยิงนายอำพัน สุขสวัสดิ์ อายุ 47 ปี คนขายไอศกรีม เสียชีวิตคาหอพักปุ้มปุ้ย เมื่อวันที่ 18 พ.ย.60 ว่าพนักงานสอบสวนทำคดีรอบคอบหรือไม่ โดยคดีดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง ผกก.สภ.ป่าตอง ซึ่งได้เรียกพนักงานสอบสวนมาดูสำนวนแล้ว พบว่าในชั้นพนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.2561 ต่อมาทางอัยการจังหวัดภูเก็ตได้เห็นต่างคือยกฟ้อง และมีคำสั่งเด็ดขาดยกฟ้องมาถึงโรงพัก เมื่อวันที่ 12 มี.ค.61 หากถามว่าทำไมอัยการจึงมีความเห็นสั่งยกฟ้องในส่วนนี้ ตนตอบไม่ได้ ต้องไปถามเจ้าหน้าที่อัยการเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อโณทัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัตินายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน เคยถูกดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยเมื่อปี พ.ศ.2556 ถูกดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกาย จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, ปี พ.ศ.2558 เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ปี พ.ศ.2560 เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดีก่อเหตุยิงนายอำพัน สุขสวัสดิ์ คนขายไอศกรีม เสียชีวิต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14831</URL_LINK>
                <HASHTAG>Magnifying Glass With Light, นายปัญญา ยิ่งดัง, พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์, อำพัน สุขสวัสดิ์, เล็กๆน้อยๆ, ไอ้บ่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b68527b54a27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ล่าเสี่ยอ้วน รอดหวุดหวิด มุ่งสู่ชายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุมตัว &amp;quot;สายันต์&amp;quot; คนชี้เป้าฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ทำแผน ตำรวจร่วมร้อยตรึงกำลังหวั่นถูกประชาทัณฑ์ ขณะที่กำลังอีกส่วนไล่จับ &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; กับสมุน ซิ่งรถหนีจนถึงสระแก้วก่อนรถประสบอุบัติเหตุไถลตกข้างทาง แต่ตัวเสี่ยอ้วนหนีรอดไปได้หวุดหวิด ตม.ยันยังไม่หนีออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี วันที่ 1 สิงหาคมนี้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เปิดเผยถึงคดีนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน บงการฆ่า น.ส.ปวีณา หรือปราย นาเมืองรักษ์ กับนายอนันชัย หรือฟอส จริตรัม อย่างเหี้ยมโหด หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ว่าขอให้ประชาชนไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจชลบุรีถึงการติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้าย จะเป็นไปอย่างโปร่งใสตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าอำนาจเงินไม่สามารถซื้อจิตวิญญาณ เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของข้าราชการตำรวจจังหวัดชลบุรีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นันทชาติกล่าวว่า ขอฝากถึงเสี่ยอ้วน ให้นำผู้ร่วมทีมสังหารเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากมีความสามารถหนีได้ก็หนีไป เจ้าหน้าที่รับประกันว่ากัดไม่ปล่อยอย่างแน่นอน และหากมีการต่อสู้ขัดขืน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการจับตายทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.ต.นันทชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจอาสาเกือบ 100 นาย ควบคุมตัวนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นคนชี้เป้า ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่ส่งพิกัดแจ้งความเคลื่อนไหวให้กับเสี่ยอ้วน ตามสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเมืองพัทยาและอำเภอสัตหีบ รวม 6 จุด โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมเข้ม เพราะหวั่นจะได้รับอันตรายจากกลุ่มทีมฆ่าและญาติผู้ตายที่โกรธแค้น แต่การทำแผนก็ผ่านไปได้ด้วยดี ท่ามกลางสื่อมวลชนทุกสำนักที่มาเฝ้ารอติดตามสถานการณ์รายงานข่าวในคดีนี้อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน สั่งการให้ชุดสืบสวนควบคุมตัวนายสายันต์ไปตรวจร่างกายยังโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม เพื่อเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายขณะสอบสวน ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาภายหลังการทำแผนเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดสระแก้ว เวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บท 3631 ภูเก็ต บริเวณช่วงกิโลเมตรที่ 5 คลองบางใน ถนนสาย 359 เขาหินซ้อน-วัฒนานคร ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว ใกล้กับวัดคาทอลิก เส้นทางมุ่งหน้าสู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สระแก้ว ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.ชลบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันติดตามไล่ล่ารถยนต์ 3 คัน ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา กระทั่งพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่ออกมาถีบจักรยานพบเห็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบ กระทั่งทราบว่ารถคันนี้เกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นของนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับพร้อมกับนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน และนายสายันต์ ศรีสุข ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และสามารถจับกุมนายสายันต์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรจิตกล่าวว่า ขณะนี้ได้วางมาตรการป้องกันเสี่ยอ้วนหลบหนีออกนอกประเทศไว้แล้ว โดยมีด่านของนายทหารทุกหน่วยงาน ด่านของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และด่านของตำรวจท้องที่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตั้งสกัดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าไม่สามารถออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวัสดิ์ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ ตม.อรัญประเทศ และพื้นที่ชายแดนได้รับหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายแล้ว โดยได้สั่งการให้มีการวางมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยอย่างเคร่งครัด แต่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กลุ่มคนร้ายชุดนี้นั่งรถหลบหนีมาด้วยกัน 3 คัน โดยรถคันที่ประสบอุบัติเหตุขับผ่านด่านตรวจยาเสพติด อ.วัฒนานคร ตั้งแต่ช่วงเวลา 13.58 น. วันที่ 31 ก.ค. คาดว่าจะใช้เส้นทางถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี ก่อนจะขับเสียหลักลงข้างทางช่วงเวลาประมาณ 05.00-06.00 น. ซึ่งคาดว่าเสี่ยอ้วนอาจจะเดินทางมากับรถคันนี้ และมีรถคันอื่นมารับหลบหนีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว นำโดย พ.ต.ต.พูลทรัพย์ เสร็จสิ้น เข้าเก็บหลักฐานภายในรถ พบกล้องติดรถยนต์ จึงนำไปตรวจสอบขยายผล พร้อมทั้งลากรถยนต์คันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.เมืองสระแก้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อกลางดึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง นำโดย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง พร้อมกำลังทหาร บก.ควบคุม พล.ร.5 (ชป.รส.ร.25) และฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ เข้าตรวจสอบสถานบันเทิง &amp;quot;ปุ้มปุ้ยบาร์&amp;quot; (Pum Pui Bar) เลขที่ 7 ล็อก B ซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ ของนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน พบว่ายังเปิดให้บริการตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ พบว่าไม่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ จึงควบคุมตัว น.ส.จารุพักตร์ นันตนะ อายุ 29 ปี ที่แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตองดำเนินคดีในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และสั่งปิดไม่มีกำหนดเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักของเสี่ยอ้วน เลขที่ 169/52 ซอยพระเมตตา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นบ้านชั้นเดียว พื้นที่กว้างขวาง พบว่าใส่กุญแจไว้ จึงใช้เครื่องมือตัดกุญแจ ตรวจสอบพบเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ใบทะเบียนการครอบครองอาวุธปืน 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ 1 คัน ทะเบียนรถจักรยานยนต์ 2 คัน สมุดบัญชีธนาคาร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14529</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวัสดิ์, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์, ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61b33ee82fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
