<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอกไม้-ก้อนอิฐ&#039; เลือกเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นข่าวตำรวจโรงพักมุกดาหาร ลูกน้อง พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร จับกุมลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 แบบไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเสียบ &amp;quot;ดอกไม้&amp;quot; ชื่นชม!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ &amp;quot;ผู้รักษากฎหมาย&amp;quot; ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงกลางดึกของการประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คืนวันที่ 6 เม.ย. เวลาประมาณ 22.30 น. บริเวณจุดตรวจ 4 แยกไฟแดงเมืองใหม่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร น.ส.อภิญญา ขำสุภาพ อายุ 19 ปี และ น.ส.เปรมประภา เอกภาพันธ์ อายุ 29 ปี ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กธ 1986 กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนขับมีอาการคล้ายมึนเมาสุรา เอะอะโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พอใจที่ขอให้หยุดตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างว่าเป็นลูกของผู้ว่าฯ อยู่จังหวัดพิษณุโลก!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้หวาดกลัวหรือปล่อยตัวไป เพราะเป็นลูกผู้หลักผู้ใหญ่ กลัวจะโดนผู้บังคับบัญชาตำหนิ กลัวผู้บังคับบัญชาจะต่อว่า แต่เลือกที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นศาลจังหวัดมุกดาหารมีคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องลูกสาวผู้ว่าฯ พิษณุโลก เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำการฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พิพากษาให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงกันข้ามกับพฤติกรรมของ ส.ต.อ.พิทักษ์ พลโยราช ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด ขับรถช่วงฝ่าฝืนการประกาศเคอร์ฟิวเสียเอง แถมภายในรถยังพบหน้ากากอนามัยจำนวนถึง 7,500 ชิ้น ซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยไม่เสียภาษีอากร รถคันที่ขับก็ติดป้ายทะเบียนไม่ตรงกับที่จดทะเบียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องขว้าง &amp;quot;ก้อนอิฐ&amp;quot; ตำหนิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;quot;ผู้รักษากฎหมาย&amp;quot; กระทำความผิดเสียเอง สมควรที่จะได้รับโทษมากกว่าชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เม.ย. เวลาประมาณ 23.50 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจคัดกรองการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถนนโพนทอง-กุฉินารายณ์ หมู่ที่ 3 ตำบลแวง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พบรถยนต์มี ส.ต.อ.พิทักษ์เป็นผู้ขับขี่ โดยมีภรรยานั่งโดยสารคู่มาด้วย ตรวจค้นภายในรถพบหน้ากากอนามัย 3 ลัง จำนวน 7,500 ชิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบถาม ส.ต.อ.พิทักษ์ให้การว่า เดินทางมาจากจังหวัดมุกดาหารและกำลังจะกลับที่พักในตัวจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ได้สอบถามถึงที่มาของหน้ากากอนามัย แต่ ส.ต.อ.พิทักษ์ให้การบ่ายเบี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่นเอา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ควันออกหู!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สั่งผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดให้ตรวจสอบโดยละเอียดถึงที่มาของหน้ากากอนามัย และมูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิด รวมถึงเคยกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาก่อนด้วยหรือไม่ หากพบความผิดให้ดำเนินคดีทุกข้อหา เช่น ความผิดเกี่ยวกับการมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินกำหนด หรือการกระทำผิดที่มีลักษณะเป็นขบวนการหรือไม่ นอกเหนือจากความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว รวมทั้งให้พิจารณาโทษทางการปกครองและวินัยอย่างถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำได้ว่า ผบ.ตร.ได้สั่งการไปยังตำรวจทุกนายต้องเป็นแบบอย่างที่ดีกับประชาชนและหน่วยงานอื่นในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย หากพบข้าราชการตำรวจกระทำผิดเสียเองจะลงโทษสถานหนัก และยังกำชับไปยังผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้กวดขันความประพฤติและระเบียบวินัยของผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดชัดๆ ขนาดนี้ &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; คงไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62763</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ส.ต.อ.พิทักษ์ พลโยราช, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088c559a444.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกเศรษฐีตระกูลดังนครพนม ตกเป็นทาสยาเสพติด  ริเป็นโจรตระเวนลักทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 61 - พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.ฯ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย รอง ผกก.ฯ พ.ต.ต.พิบูลย์ จันทะมาตย์ สว.สืบสวน พ.ต.ต.ปิยะณัฐ ปะโสทะกัง สวป.ฯ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ในข้อหาลักทรัพย์ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม และพื้นที่ใกล้เคียง กล่าวคือมีเจ้าทุกข์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะจำนวน 10 ราย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ขณะปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรประจำวันรวม 8 นาย ว่าถูกขโมยงัดบ้านได้ของมีค่าหลายรายการ ลักษณะของคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ มีความคล้ายคลึงกัน จึงวางแผนสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา มีเจ้าทุกข์รายหนึ่งบ้านอยู่ซอยข้างวัดพระอินแปลง ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เข้าแจ้งความว่า ขณะที่ตนนอนหลับพักผ่อนอยู่ในบ้าน มีคนร้ายย่องเข้าไปงัดประตูหลังบ้าน เตรียมเข้ามาลักขโมยสิ่งของ ตนสะดุ้งตื่นจึงร้องตะโกนโวยวาย คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 25-35 ปี สูงราว 170 ซม. รูปร่างค่อนข้างท้วม วิ่งหนีขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาว-เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับหลบหนีไป จึงมาลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงไล่เช็กกล้องวงจรปิด พบว่าชายต้องสงสัยเหมือนลูกชายเศรษฐีนามสกุลดังของจังหวัดนครพนม ที่มีธุรกิจใหญ่โตหลายอย่าง และเคยเป็นเจ้าของโรงแรมดังติดริมแม่น้ำโขง ก่อนจะขายให้กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ในเวลาต่อมา ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามหาข่าว จนมั่นใจว่าชายต้องสงสัยเป็นคนร้าย ที่ออกตระเวนงัดแงะบ้านเรือนชาวบ้าน ชื่อนายดิว(นามสมมุติ) และชอบไปเล่นกีฬาแบดมินตันที่สนามแห่งหนึ่งหลัง บขส.นครพนม จึงวางกำลังดักซุ่มรอ จนนายดิวผู้ต้องสงสัยขับขี่รถ จยย.ที่ใช้ในการก่อเหตุเข้ามาสนามแบดมินตัน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวของตรวจค้น นายดิวถึงกับหน้าซีด มือสั่นเทา และเลียริมฝีปากตลอดเวลา คล้ายคนเสพยาบ้า จึงนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่ รพ.นครพนม ผลออกมาพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามิน(ยาบ้า)ในปัสสาวะ นายดิวจึงจำนนต่อหลักฐานสารภาพว่าได้เสพยาบ้าก่อนออกจากบ้านมาตีแบดมินตัน เมื่อนำตัวไปสอบสวนก็สารภาพต่อว่าตนเองเป็นคนร้ายที่ตระเวนงัดแงะบ้านเรือนราษฎรจำนวน 10 หลัง ของมีค่าบางส่วนขายเพื่อไปซื้อยาบ้าเสพ บางส่วนซุกซ่อนอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงไปนำของกลางมาเก็บรักษา เพื่อรอเจ้าทุกข์มายืนยัน และให้ปากคำเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาสารภาพว่า เริ่มเป็นโจรเมื่อวันที่ 9 มี.ค.61 ก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านพักสรรพากรฯ ผู้เสียหายชื่อ น.ส.รุจิรา วงศ์เครือศร ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท นำไปขายร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร และย่ามใจบุกงัดบ้านของ น.ส.รุจิราอีก 3 ครั้ง ได้ทรัพย์เพิ่มเป็นโทรทัศน์จอแบนขนาด 40 นิ้ว ส่วนบ้านที่งัดเข้าไปได้ทรัพย์สินมากที่สุด อยู่ที่บ้านดอนโมง ต.หนองญาติ อ.เมืองฯ ข้างโชว์รูมรถเชฟโรเลต เป็นบ้านของนางเจียรนัย ทิพยศรี ได้ทรัพย์สินประกอบด้วย แหวนเพชร 2 วง จี้เพชร 1 อัน สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 3 เส้น กำไลข้อมือทองคำหนัก 1 บาท 1 วง กำไลข้อมือทองคำหนัก 2 บาท 1 วง แหวนทองคำหนัก 50 สต. 6 วง เงินสด 20,000 บาท รวมมูลค่าประมาณ 600,000 บาท โดยเฉพาะแหวนเพชรมีมูลค่า 500,000 บาท หลังผู้ต้องหาขโมยไปได้นำไปขายให้ร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร ทางเจ้าของร้านถามหาใบเซอร์แต่ผู้ต้องหาไม่มี จึงนำไปขายร้านทองอีกแห่งในราคา 5,000 บาท นำเงินที่ได้ซื้อยาบ้ามาเสพ โดยอุปกรณ์ที่ใช้การก่อเหตุงัดแงะ มีเพียงคีมกับไขควงเท่านั้น จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7484</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย, พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์, ลักทรัพย์, เศรษฐีนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad987f330ad2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
