<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดแล้ว130ล้าน เครือข่าย&#039;สุทิพย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกสอบอีก 7 คนพัวพันแก๊งอดีต ผบก.เลยตุ๋นลูกน้องและชาวบ้าน มีทั้งอดีต ขรก.และนักธุรกิจ ขณะเดียวกันเตรียมขอศาลออกหมายจับอีก 6 คน รอง ผบ.ตร.คุมคดีใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น เวลา 11.00 น. วันที่ 13 กันยายนนี้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รอง ผบช.ทท. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนผู้เสียหายและผู้ที่มีส่วนพัวพันในคดีการทุจริต โครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่ผลการสืบสวนพบว่าเชื่อมต่อเครือข่ายคดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ในวันนี้ พนักงานสอบสวนร่วม บช.ภ.4 และ สตช.ได้เรียกสอบปากคำเพิ่มเติม 7 คน ก่อนพิจารณาว่าจะตั้งข้อหาหรือกันไว้เป็นพยาน ประกอบด้วยข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม 4 คน เป็นข้าราชการไม่ทราบสังกัด 2 คน และนักธุรกิจ 1 คน โดยในช่วงของการสอบสวนนั้นไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวหรือสังเกตการณ์แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า คดีนี้มีการเอาผิด พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวกไปแล้ว 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.ต.สุทิพย์, พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม ผกก.อก.ภ.จว.เลย, น.ส.ธิญาดา วิภาวรกานต์ อายุ 40 ปี และนายเกรียงไกร เกตพิบูลย์ อายุ 36 ปี ยึดอายัดทรัพย์สินจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในจังหวัดต่างๆ ทั้งที่กรุงเทพฯ, นนทบุรี, เชียงใหม่, อุดรธานี และขอนแก่น รวมแล้วกว่า 130 ล้านบาท ซึ่งจากการสอบสวนยังคงพบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งอดีตข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม, ศาล และหน่วยงานอื่น รวมถึงนักธุรกิจอีกหลายราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับอีก 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำงานมีความคืบหน้าไปมาก โดยตำรวจได้ทำงานร่วมกับ ปปง.ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและที่มาของเงิน ว่าได้มาอย่างไร ใครถ่ายโอนให้ใคร หรือส่งมอบให้ใคร ทั้งหมดจะต้องถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะการโอนเงินในยอดสูงๆ ถ้าตอบไม่ได้ก็ถูกยึดอายัดไว้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิญาดา วิภาวรกานต์, พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม, พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง, พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล, พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงไกร เกตพิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a66ca39db7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บชภ.4ฟ้องสุทิพย์ สำนวน1หมื่นแผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บช.ภ.4 ส่งฟ้องอาทิตย์หน้า &amp;ldquo;ผู้การสุทิพย์&amp;rdquo; กับพวก อมเงินลูกน้อง 240 ล้านบาท สรุปสำนวนกว่าหมื่นแผ่น มั่นใจรัดกุม &amp;ldquo;ธนาศักดิ์&amp;rdquo; เห็นใจตำรวจที่เป็นหนี้ แต่ขอให้ทุกคนอดทนและใช้จ่ายอย่างประหยัด เผย ปปง.อยู่ระหว่างยึดอายัดทรัพย์เครือข่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น วันที่ 30 สิงหาคมนี้ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนคดีการทุจริตเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เรียกตรวจสำนวนการสอบสวนเอาผิด พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย กรณีทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.เลย โดยมีข้าราชการตำรวจ ภ.จว.เลย เสียหายรวม 196 ราย เป็นเงิน 240 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธนาศักดิ์กล่าวว่า คดีนี้ พนักงานสอบสวนได้รวมคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ คือที่ จ.เลย, หนองบัวลำภู และขอนแก่น โดยมีสำนวนการสอบสวนทั้งหมด 30 แฟ้ม รวมกว่า 10,000 แผ่น ที่ถือเป็นการทำงานที่รัดกุม ซึ่ง บช.ภ.4 จะทำการสั่งฟ้องในสัปดาห์หน้า มี พล.ต.ต.สุทิพย์ เป็นจำเลยที่ 1, พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม จำเลยที่ 2, พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน จำเลยที่ 3 และมีพลเรือนอีก 2 คน โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว ซึ่งในการส่งสำนวนสั่งฟ้องนั้น ผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องมารายงานตัวและเข้ามอบตัวในชั้นอัยการ หากไม่มารายงานตัวก็จะถูกจับกุมทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผู้การสุทิพย์กล่าวอ้างว่าจะนำเงินมาคืน หรือมาชดใช้ให้กับตำรวจและชาวบ้านที่เสียหาย ก็ไม่มา เป็นการกล่าวอ้างมาตลอด วันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งให้ผู้การสุทิพย์ออกจากราชการแล้ว ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของคดีแพ่งนั้นได้มีการทำเรื่องให้อัยการ จ.ขอนแก่นสั่งฟ้อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ได้ทราบข่าวกรณีข้าราชการตำรวจที่เข้าร่วมโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้กับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ขณะนี้ล้มป่วยลงและเข้ารับการรักษาที่ รพ.เลย ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และขอให้อดทนอดกลั้น มีวินัย ใช้จ่ายอย่างประหยัดและสู้กันต่อไป ที่ผ่านมา บช.ภ.4 ได้ให้การช่วยเหลือทั้งในเรื่องของการหารายได้เสริมให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจทั้ง 196 นายที่ได้รับความเดือดร้อน การอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัว การเจรจาร่วมกับสถาบันการเงินที่ข้าราชการตำรวจเป็นหนี้ จนมีการชำระผ่อนจ่ายในยอดเงินที่สามารถชำระได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธนาศักดิ์กล่าวว่า บช.ภ.4 ได้ประสานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ตรวจสอบเรื่องการฟอกเงินและเครือข่ายที่ พล.ต.ต.สุทิพย์นำเงินไปลงทุน ซึ่งพบว่ามีรวมกว่า 100 ราย ทั้งหมดถูกสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว และเข้าสู่ขั้นตอนของการยึดอายัด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16503</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87edd51dfad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แป๊ะสั่งเยียวยาตำรวจเลย เรียกผู้การฉาวสอบ4มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจเลยเหยื่อกองทุนรวมหนี้บุกร้อง ผบ.ตร. &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; สั่งภาค 4 เยียวยา เร่งดำเนินคดีเอาผิดทั้งวินัย-อาญา คกก.สอบฯ เรียกอดีตผู้การเลยให้ปากคำ 4 มิ.ย. พร้อมปลด ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์แล้ว ป.ป.ท.เผย &amp;quot;อปท.&amp;quot; แชมป์ร้องเรียนทุจริตปี 60&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ต.ท.บรรจง เปรมอยู่ สารวัตรอำนวยการ สภ.โพนทอง จ.เลย พร้อมข้าราชการตำรวจประมาณ 30 นาย เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กรณีการทุจริตโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ กองบังคับการภูธรจังหวัดเลย สูญเงินกว่า 200 ล้านบาท ทำให้ข้าราชการตำรวจ 192 นาย ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการยื่นหนังสือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ซักถามรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว และสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 4 ไปหารือกับธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเสียหาย ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหากพบการกระทำความผิด จะกำชับให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเคร่งครัด โดยต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางตำรวจภูธรภาค 4 ให้เเล้วเสร็จก่อน นอกจากนี้ได้ให้คำมั่นว่าต้องมีทางออกให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นเรื่องของปากท้องของตำรวจชั้นผู้น้อยที่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมให้กำลังใจให้กับทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารจัดการหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับการมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ บช.ภ.4 โดยได้ทำการสอบปากคำตำรวจที่ได้รับผลกระทบแล้วรวม 30 ราย จากข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้ 193 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงมีการสอบสวนพยานปากสำคัญที่เป็นคณะทำงานของ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ในช่วงของการดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ประกอบด้วย พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย และ พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม คณะทำงาน โดยทั้งหมดต่างให้การที่เป็นประโยชน์ โดยยืนยันถึงการโอนเงินจำนวน 229 ล้านบาท ให้กับ พล.ต.ต.สุทิพย์ แต่การบริหารจัดการต่างๆ นั้น พล.ต.ต.สุทิพย์เป็นคนดำเนินการเพียงคนเดียว โดยที่คณะทำงานนั้นไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทาง บช.ภ.4 และสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลย ได้สอบถามไปยัง พล.ต.ต.สุทิพย์ &amp;nbsp;เพื่อสอบถามถึงเงินที่จะนำมาชำระให้กับข้าราชการตำรวจตามสัญญาการทำโครงการ ก็ยังไม่มีการโอนเงินคืนมาแต่อย่างใด ทำให้ บช.ภ.4 มีหนังสือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.ต.สุทิพย์มาชี้แจงในเรื่องที่เกิดขึ้นกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ บช.ภ.4 ในวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ที่ บช.ภ.4 จ.ขอนแก่น&amp;rdquo; พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่ามีมูลตามที่ได้มีการร้องเรียนมา ดังนั้นในวันที่ 4 มิ.ย. ผู้ที่ถูกกล่าวหาจะต้องมาชี้แจงและให้ปากคำกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ บช.ภ.4 ตั้งขึ้นมา ซึ่งเมื่อการให้ปากคำแล้วเสร็จ จะมีการสรุปสำนวนส่งให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้รับทราบ เพื่อให้เกิดกระบวนการตรวจสอบต่างๆ ในภาพรวม ขณะที่แนวทางการให้ความช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ถูกอดีต ผบก.ภ.จว.เลยหลอกให้เข้าร่วมโครงการนั้น &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ได้เชิญผู้แทนสถาบันการเงินเข้าร่วมหารือ เพื่อให้การช่วยเหลือตำรวจทั้ง 193 นาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้ข้อสรุปร่วมกันในเดือน พ.ค.นี้นั้น ตำรวจทั้ง 193 นายจะต้องจ่ายเงินหนี้ แยกเป็น ธนาคารออมสิน 1 งวด, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 1 งวด และธนาคารกรุงไทย 3 งวด แยกตามประเภทหนี้ของแต่ละนาย และจะมีการปรับสถานะหนี้ของทุกคนให้เป็นไปตามปกติ จากนั้นในเดือน มิ.ย. จะผ่อนชำระแต่ละเดือนเป็นเวลา 12 เดือน คือ ธนาคารออมสิน เดือนละ 500 บาท บวกกับอัตราดอกเบี้ย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์จ่ายเดือนละ 500 บาท บวกกับอัตราดอกเบี้ย และธนาคารกรุงไทย จ่ายเดือนละ 1,000 บาท บวกกับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตำรวจทั้ง 193 นายนั้น มียอดหนี้ที่แตกต่างกันไป และทุกคนกำลังเป็นหนี้ 2 ทาง คือยอดหนี้เดิมจากสถาบันการเงินที่กู้มาแล้ว และยอดหนี้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ที่กู้เพิ่มในช่วงของการเข้าร่วมโครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ ผบก.ภ.จว.เลย ได้มีคำสั่งปลด พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน ออกจากตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลยแล้ว เพื่อให้การสอบสวนต่างๆ นั้นแล้วเสร็จในภาพรวม และจากการตรวจสอบเสถียรภาพทางการเงินของ ภ.จว.เลยนั้น ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีผลกระทบใดๆ และมีงบดุลที่เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์กลางกำหนด อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับตำรวจทั้ง 193 นาย บช.ภ.4 ได้มีคำสั่งให้สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ประเมินศักยภาพของตำรวจที่ประสบปัญหาในการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉินรายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อให้นำมาชำระหนี้ตามการปรับโครงสร้างหนี้ล่าสุด รวมทั้งการเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่ายให้กับครอบครัวในระยะนี้อีกด้วย&amp;quot; &amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.4 กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พยานที่เข้าให้การไม่ทราบว่า พล.ต.ต.สุทิพย์นำเงินจำนวน 229 ล้านบาทไปใช้ลงทุนประเภทใด หรือกระทำการใดๆ ประเด็นนี้จะต้องมีการตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน รวมทั้งการดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่แต่งตั้งขึ้นมานั้น จะทำการสรุปข้อมูลต่างๆ ในภาพรวม ทำให้ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเงินทั้งหมดที่นำไปนั้นเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้จัดทำสรุปผลการดำเนินการเรื่องร้องเรียน ประจำปี 2560 โดยพบว่า ประเด็นการร้องเรียนทุจริตที่พบมากคือ พฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ 41.19%, ยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง เบิกเงินอันเป็นเท็จ 9.91%, ทุจริตโครงการของรัฐบาล 9.58%, ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง เรียกรับเงิน 9.08% และจำนำข้าว 6.85%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานที่มีการร้องเรียน 5 อันดับแรก คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17.35%, กระทรวงมหาดไทย 15.11%, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 9.96%, กระทรวงศึกษาธิการ 4.11% และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.34% ส่วนจังหวัดที่มีการร้องเรียนมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 13.19%, &amp;nbsp;นครราชสีมา 3.19%, เชียงใหม่ 2.91%, อุบลราชธานี 2.61%, นครสวรรค์ 2.59%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มาช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน แบ่งออกเป็น หนังสือกล่าวหา/ร้องเรียน 47.12%, พนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 23.49%, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)10.90%, www.pacc.go.th 10.69% และสายด่วน 1206 6.74% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลการดำเนินการ แบ่งออกเป็นด้านการไต่สวนข้อเท็จจริง และด้านการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยผลการไต่สวนข้อเท็จจริงที่เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. และมีมติดังนี้ 1.ความผิดอาญาและวินัย 40 เรื่อง 2.ส่งคืนพนักงานสอบสวน 13 เรื่อง 3.ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. 5 เรื่อง และ 4.ยุติเรื่องเนื่องจากไม่ปรากฏ/ระบุพฤติการณ์/ผู้ถูกกล่าวหาตาย 26 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. และมีมติดังนี้ 1.รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง 1,175 เรื่อง 2.ส่งคืนพนักงานสอบสวน 82 เรื่อง 3.ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. 1,345 เรื่อง และ 4.ไม่รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง 888 เรื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ท., พ.ต.ท.บรรจง เปรมอยู่, พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน, พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม, พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์, พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0eaf4a2d72d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
