<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สตม.&#039;แจงหนุ่มโฟสต์ด่าไม่ปล่อยญาติเข้าปท.ขอเข้าใจการปฎิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.63-พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองโฆษกสำนักงานตรวจเข้าเมือง(สตม.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ภาพผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งใช้คำหยาบคายต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่จากการเชิญตัวญาติที่เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งระบาดของเชื้อโควิด-19 แซงอันดับจีน เพื่อเข้ารับการทำ State Quarantine เมื่อมาถึงไทยเป็นเวลา 14 วัน โดยใช้ถ้อยคำหยาบคายและดูถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่า ขอชี้แจงทางรัฐบาลได้ประกาศใช้ข้อกำหนดตาม พรบ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ซึ่งได้ยกระดับให้ คนไทย และ คนต่างชาติ ต้องถูกเชิญไปพักดูอาการแบบ State Quarantine ยังสถานที่ที่ทางราชการกำหนด เป็นเวลา 14 วัน แม้จะผ่านการรับรองจากสถานทูต และมีใบรับรองสุขภาพ หรือ Fit to Fly มาจากประเทศต้นทาง และ ผ่านการวัดอุณหภูมิจากควบคุมโรคมาแล้วก็ตาม เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า การติดเชื้อจากคนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศมีจำนวนตัวเลขสูง โดยเฉพาะในรายที่พยายามใช้ยาลดไข้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจอุณหภูมิ หรือ อยู่ในภาวะพาหะนำเชื้อโดยไม่มีอาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสตม.กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมาในช่วงคาบเกี่ยวการเพิ่มมาตรการจาก Self Quarantine เป็น State Quarantine อาจมีข้อติดขัด จากการสื่อสาร ซึ่งได้มีการแก้ไขปัญหา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพี่น้องคนไทย 158 ท่าน ในการกลับมารายงานตัว ครบทุกท่านเป็นอย่างดี รวมถึงพี่น้องลูกหลานคนไทยในเที่ยวบินอื่นๆที่ให้ความร่วมมือด้วยดีเช่นกัน โดยขณะนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน หรือ EOC ภายใต้การบริหารสถานการณ์โดย พล.อ.ปริพัฒน์ ผลาสินธ์ รองเสนาธิการทหาร ได้ปรับระบบการทำงานเพื่อรองรับพี่น้องประชาชนคนไทย ให้ได้รับการคัดกรองที่ชัดเจนและสะดวกยิ่งขึ้น โดยทุกคนที่เดินทาง จะต้องลงนามรับทราบว่าตนยินดีที่จะเข้าทำ State Quarantine ทันทีเมื่อถึงไทยทุกราย ซึ่งที่ผ่านมา ได้ปรับการบริหารจัดการ ตั้งแต่ลงเครื่อง ผ่านการวัดอุณหภูมิจากควบคุมโรค ผ่านระบบคัดกรองเอกสารลงข้อมูลที่ Health Control ผ่าน ตม. และ ตำรวจ สภ.สุวรรณภูมิ จนท.รปภ.การท่าฯ จนท.ทหาร และ จนท.ขนส่ง จะรับตัวไปพักยังสถานที่ที่ทางราชการจัด ซึ่งจะมีการดูแลทางการแพทย์ และ สวัสดิการ ต่างๆ จนครบกำหนด โดยการพักดูอาการดังกล่าว ไม่ใช่การคุมขัง สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสาร เล่นเน็ตต่างๆได้ตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชน ทั้งที่เดินทางมาไทย และญาติพี่น้องผู้ปกครองได้โปรดเข้าใจบางทีอาจไม่ได้รับความสะดวกเหมือนการไปพักผ่อนตากอากาศทั่วไป แต่การที่รัฐบาลใช้มาตรการดังกล่าว ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เดินทางเอง รวมถึงญาติพี่น้องครอบครัวที่บ้านของท่านทุกคน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รองโฆษกสตม.กล่าวว่า กรณีการโพสดังกล่าว ทางพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม รับทราบแล้ว ได้ฝากถึงสังคมได้โปรดเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ควบคุมโรค การท่า หมอ ทหาร ตำรวจ ขนส่งหรือ ตม.ที่กำลังทำหน้าที่ที่สนามบิน ทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อสกัดกั้นการติดเชื้อให้ดีที่สุด ทุกคนมีความเสี่ยง กลับบ้านต้องแยกกิน แยกอยู่กับคนในครอบครัวทุกวัน ถึงแม้จะถูกก่นด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดูถูก ซึ่งอาจจะทำลายขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติงาน แต่เชื่อว่า จนท.ทุกคนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทต่อไป โดยย้ำว่า จนท.ยอมให้คนไม่กี่คนด่าว่า เพื่อความปลอดภัยของคนไทยเกือบ 70 ล้านคนทั่วประเทศส่วนการดำเนินคดี จะมีการพิจารณาโดยฝ่ายกฏหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62283</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8ade510ed61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.ยัน&#039;ผีน้อย&#039;กลับไทย 7 คน ผงะ!มีไข้ 2 ส่งรพ.แล้ว ที่เหลือปล่อยกลับที่พักดูอาการ14วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองโฆษก สำนกงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เปิดเผยถึงกลุ่มคนไทยที่ลักลอบไปทำงานในประเทศเกาหลี หรือ &amp;quot;ผีน้อย&amp;quot; ได้ทยอยเดินทางกลับประเทศไทย ว่า คนไทยกลุ่มนี้จะอยู่ในลักษณะผู้ถูกส่งกลับ จะไม่เหมือนผู้โดยสารทั่วไป การส่งกลับจะอยู่ 2 ช่องทาง คือสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ซึ่ง ตม.ประเทศไทย จะรับทราบก่อนล่วงหน้าว่ามีผู้โดยสารกลุ่มที่ถูกส่งกลับมาก่อน 1 ชั่วโมงหลังขึ้นเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนขึ้นเครื่องทางเกาหลีจะมีกระบวนการตรวจสอบก่อนแล้วส่วนหนึ่ง เมื่อมาถึงประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะประสานเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคที่อยู่ประจำสนามบินไปรอที่หน้าหน้าประตูเครื่อง เราได้ประสานความร่วมมือทุกสายการบินที่บินมาจากเกาหลีใต้ แบ่งเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ 14 ไฟท์ สนามบินดอนเมือง 4 ไฟท์ ให้จัดโซนเฉพาะกับกลุ่มผีน้อย รวมถึงให้ผู้โดยสารทุกคนสวมแมสตั้งแต่อยู่บนเครื่อง เมื่อผู้โดยสารภาพรวมปกติลงจากเครื่องแล้ว กลุ่มผีน้อยก็จะลงจากเครื่องตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคจะใช้เครื่องเทอร์โมสแกน ในการวัดไข้โดยละเอียด หากพบว่ามีอาการไข้ ทางเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวไปเพื่อทำการกักตัวสำหรับเฝ้าดูอาการและรักษาอาการในโรงพยาบาลเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุขที่เตรียมไว้รองรับ ในส่วนของกลุ่มที่ไม่มีอาการก็จะเข้าสู่พิธีการคนเข้าเมือง โดยให้กรอกประวัติ ที่พักอาศัย เบอร์ติดต่อ ข้อมูลนี้จะถูกส่งไปให้กรมควบคุมโรค เพื่อประสานไปยังภูมิลำเนาของคนเหล่ านี้ เพื่อติดตามอาการอีกครั้ง ทั้งนี้ระหว่างการกรอกประวัติก็จะมีคำแนะนำเป็นเอกสารแจ้งเตือนว่าควรอยู่ในที่พัก 14 วัน และเฝ้าดูอาการตนเอง หากมีอาการไข้ที่ผิดปกติสามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม มีผีน้อยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจากสนามบินอินชอน มายังสนามบินสุวรรณภูมิ 7 คน มีอาการไข้ 2 คน ซึ่งได้ส่งไปเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลเครือข่ายของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนอีก 5 คนมีอาการปกติ ได้ปล่อยกลับบ้านไป ให้ไปดูแลตัวเองระยะ 14 วัน ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ที่ตรวจพบยังคงมีแค่อาการไข้ ยังไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด สำหรับผู้โดยสารที่โดยสารมาในลำเดียวกันและมาจากประเทศอื่นๆ ทางท่าอากาศยานจะมีอุปกรณ์เทอร์โมสแกน ตั้งบริเวณโถงทางเดิน ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการนี้ ส่วนจะมีการแบล็คลิสต์กลุ่มผีน้อยที่เดินทางกลับมาหรือไม่ พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเงื่อนไขของ ตม.เกาหลี เขาทำผิดในประเทศเกาหลี ไม่ได้ทำผิดในบ้านเรา ทางไทยจึงไม่มีการขึ้นแบล็คลิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เชิงรณ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลผีน้อยที่ลงทะเบียนขอเดินทางกลับประเทศไทย ทาง ตม. ยังไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ทาง ตม. จะทราบว่ามีกลุ่มผีน้อยเดินทางกลับประเทศไทยก็ต่อเมื่อมีการเช็คอินก่อน 1 ชั่วโมงหลังเครื่องออกเท่านั้น ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผีน้อยจะกักตัวเอง 14 วัน จริงหรือไม่ เนื่องจากเขาก็ลักลอบไปทำงานที่เกาหลี ตนมองว่าให้นึกถึงคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวในกลุ่มประเทศกลุ่มเสี่ยงอื่นด้วย คิดว่าพื้นฐานของคนมีความรักตัวเองอยู่แล้ว การรับผิดชอบของตัวเองเป็นเรื่องของจิตสำนึก จึงฝากประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไม่ใช่เฉพาะกลุ่มคนที่ถูกส่งกลับจากเกาหลีเท่านั้น กลุ่มคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศขอให้ดูแลรับผิดชอบตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58741</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้น้อย, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, รองโฆษกสตม., ไวรัสโควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5df424dece3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มดอนเมือง ระงับเครื่องขึ้นลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุฝนกระหน่ำดอนเมือง บันไดไลออนแอร์ปลิวกระแทกเครื่องนกแอร์ ขณะจะพาผู้โดยสาร 176 คนไปนครศรีธรรมราช ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเครื่อง ขณะที่วิทยุการบินแจ้งปิดสนามบินกว่า 2 ชั่วโมง เครื่องขึ้น-ลงไม่ได้ 70 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 25 เมษายนนี้ หลังจากฝนตกหนักและมีลมแรงบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นเหตุให้บันไดของสายการบินไลออนแอร์ปลิวไปชนตัวเครื่องของสายการบินนกแอร์ในบริเวณปีกด้านซ้าย (DBE: นกฟลามิงโก Boeing 737-800) ในขณะที่เที่ยวบิน DD7810 พร้อมออกเดินทางออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังจุดหมายปลายทางจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเหตุให้ต้องนําผู้โดยสารบนเครื่องจํานวนทั้งสิ้น 175 คน และทารก &amp;nbsp;1 คน กลับเข้าอาคารผู้โดยสาร ก่อนที่สายการบินนกแอร์ได้จัดเปลี่ยนเครื่องบินลําใหม่ทดแทน และออกบินในเวลา 15.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย แจ้งว่า กรณีมีฝนตกหนักที่สนามบินดอนเมือง ส่งผลให้มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบหลายเที่ยวบิน โดยเบื้องต้นวิทยุการบินได้ประสานไปยังสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ ให้หยุดทำการบินมายังสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่เวลา 14.00-15.15 น. สำหรับเครื่องบินที่บินมาแล้ว ให้เปลี่ยนไปลงสนามบินสำรอง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา สนามบินพิษณุโลก จำนวน 20 เที่ยวบิน, มีเที่ยวบินวนรอภาคอากาศ จำนวน 20 เที่ยวบิน และมีเที่ยวบินจอดรอภาคพื้น จำนวน 30 เที่ยวบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เวลา 15.15 น. สภาพอากาศกลับคืนสู่สภาวะปกติ เที่ยวบินสามารถขึ้น-ลงได้ตามปกติ จึงยกเลิกการระงับเที่ยวบินจากสนามบินภูมิภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รักษาราชการแทน ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ด่าน ตม.ท่าอากาศยานดอนเมือง ปฏิบัติการตามแผนอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในช่วงหนาแน่น (แผน น่านฟ้า 62) เพื่อรับมือปริมาณผู้โดยสารที่ตกค้าง ทั้งในส่วนของเที่ยวบินขาเข้าและขาออก ระหว่างประเทศ หลังเกิดพายุกระหน่ำดอนเมืองอย่างหนัก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 เม.ย. ส่งผลให้เที่ยวบินล่าช้า เนื่องจากไม่สามารถขึ้น-ลงได้ตามกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-28 เมษายน 2562)&amp;quot; ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 25 เมษายน 2562 ว่า ในช่วงวันที่ 26-28 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 26-27 เมษายน 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 เมษายน 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดพิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34480</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1bcb5bd3e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตม.ผนึกศุลกากร เข้มหิ้วแบรนด์เนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกขนสินค้าหนีภาษีผ่านสนามบินระวังให้ดี สตม.ประกาศร่วมกับศุลกากรตรวจเข้ม โดยเฉพาะผู้รับจ้างหิ้วสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาขายทางออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เผยว่า พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้สั่งการ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 กำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.ประจำด่าน ตม.สนามบินทุกแห่ง เพิ่มความเข้มการตรวจคัดกรองคนเข้าหรือออกนอกประเทศ โดยให้ความร่วมมือกับศุลกากรประจำด่านศุลกากรสนามบินทุกแห่ง เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับมาตรการป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าและหลบเลี่ยงภาษีรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะข่าวกรณีกลุ่มผู้ค้าที่รับจ้างหิ้วสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศเข้ามาขายผ่านทางออนไลน์ หรือพรีออเดอร์ อย่างครึกโครม โดยเฉพาะทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.ตม.2 กล่าวว่า ขณะนี้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ได้สั่งเพิ่มความเข้มและขานรับการปฏิบัติร่วมกับด่านศุลกากรสนามบินทุกแห่งอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ทั้งนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ตม.สนามบิน จะมีหน้าที่ตรวจคัดกรองเฉพาะบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ส่วนเจ้าหน้าที่ศุลกากรสนามบิน จะเป็นหน่วยรับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสินค้า สิ่งของสัมภาระต่างๆ เพื่อการดำเนินการทางภาษี ตามกฎหมายศุลกากร ซึ่งแม้จะเป็นคนละหน่วยงาน และรับผิดชอบงานคนละส่วนกัน แต่ต้องยอมรับว่ามีกระบวนการทำงานที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงต้องมีการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานเป็นอย่างดีและต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบปัญหาในการประสานการปฏิบัติแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ตม.สนามบินพร้อมสนับสนุนหากทางศุลกากรต้องการให้ ตม.ตรวจสอบตัวบุคคล โดยเฉพาะผู้ค้าพรีออเดอร์ที่มักเดินทางไปประเทศเดิมๆ อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ฝรั่งเศส อย่างเต็มที่ ตามที่ได้รับการประสานความร่วมมือกับทางศุลกากรในแต่ละกรณีต่อไป ซึ่งการสนับสนุนการปฏิบัติให้กับกรมศุลกากรในเรื่องดังกล่าว ยังครอบคลุมถึงการป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดตามที่เป็นข่าว ตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ยังสั่งกำชับห้ามเจ้าหน้าที่ ตม.ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดทุกรูปแบบโดยเด็ดขาด หากพบจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเฉียบขาดทุกรายไป ซึ่งมาตรการนี้ได้ดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่องมาโดยตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16197</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b82a54185f22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ทยอยกลับ ถ.มิตรภาพแน่น เพิ่มบขส.-รถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประชาชนทยอยกลับกรุงหลังเทศกาลสงกรานต์ ขนส่งทางบกสั่งทุกจังหวัดจัดรถโดยสารให้เพียงพอ พร้อมมาตรการคุมเข้มคนขับ บขส.เสริมรถเกือบ 2 พันเที่ยว รองรับ 1.8 แสนคนต่อวัน รฟท.เพิ่มรถไฟ 11 ขบวน มิตรภาพ-เอเชียจราจรหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อม &amp;ldquo;รับคนกลับจากบ้าน&amp;rdquo; หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดเตรียมรถโดยสารและรถเสริมให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รถโดยสารทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตาม Checklist จากเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไร้สารเสพติด และระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ส่วนมาตรการเข้มข้นระหว่างทาง ตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารเช่าเหมาบนเส้นทางหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ พร้อมติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครหลังสิ้นสุดวันหยุดยาว กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกจัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบก จตุจักร เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.นี้ เวลา 04.00-07.00 น. สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารของ บขส. เส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัด ลดปัญหาจราจรทั้งภายในและภายนอกสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือสถานีขนส่งหมอชิต 2 รวมทั้ง ขสมก. จัดรถโดยสารประจำทางให้บริการรับ-ส่งฟรี และประสานสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถรอรับให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมผู้ตรวจการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งที่กรมการขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สายใต้ เอกมัย ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เป็นต้น ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายการลงโทษเข้มข้นจริงจังทันที กับผู้ให้บริการผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. โดย บขส.ได้จัดเที่ยววิ่ง (เที่ยวกลับ) จากปกติวันละประมาณ 6,095 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 1,987 เที่ยว รวม 8,082 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 181,547 คน นอกจากนี้ ขสมก.จัดรถโดยสารให้บริการรับผู้โดยสารที่ลงรถ บขส.บริเวณชานชาลาขาเข้าเพื่อต่อรถ ขสมก. ระหว่างวันที่ 15-18 เม.ย. เวลา 04.00-09.00 น. และ เวลา 15.00-20.00 น. วิ่งในสายประจำทาง 12 สาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดรถตู้โดยสารรองรับประชาชนประชาชนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ในช่วงวันที่ 15-17 เม.ย. ณ บริเวณหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 20 คัน ระหว่างเวลา 04.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น. เดินทางไปยัง 2 จุด คือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งจัดจิตอาสามาช่วยประชาชนขนสัมภาระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารใช้บริการเดินทางที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. รวมทั้งสิ้น 342,898 คน เฉลี่ยวันละ 114,300 คน ซึ่งไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานี และคาดว่าเย็นวันที่ 15 เม.ย. จะเริ่มกลับมาคึกคักจากการเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จึงได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากขบวนรถที่เดินประจำในเส้นทางต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 15-17 เม.ย. อีก 11 ขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (รอง ผบก.ตม.2) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยว่า พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.เตรียมกำลังรับมือสถานการณ์ผู้โดยสารช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีคนไทยที่อาศัยวันหยุดยาวไปต่างประเทศ เดินทางกลับเข้าประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางออกหลังจากเข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาล คาดว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะมียอดพุ่งราววันละ 1.5 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 ตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางไปซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา โดยนายศิระ บุญธรรมกุล ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่ง จ.นครราชสีมา ได้สั่งให้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ จากเดิมปกติที่วิ่งให้บริการวันละ 200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นวันละ 400 เที่ยว พร้อมเตรียมรถโดยสารสำรองไว้อีกจำนวน 60 คัน ให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เริ่มมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณตามแยกสัญญาณไฟจราจรในเขตชุมชนต่างๆ ทำให้ตำรวจทางหลวงได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายปริมาณรถที่สะสมมาก 2 จุด คือที่บริเวณถนนมิตรภาพเขตอำเภอโนนสูง และบริเวณทางขึ้นเขาเขตตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว และคาดว่าจะหนาแน่นต่อเนื่องไปถึงช่วงค่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านถนนสายเอเชีย บริเวณจังหวัดอ่างทอง เส้นขาเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถยนต์เริ่มหนาแน่น มี การชะลอตัวตามทางแยกทางโค้งและตามคอสะพาน &amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่นำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดสายเอเชีย ให้เลี้ยวเข้าตัวเมืองอ่างทอง ผ่านไปยังอำเภอป่าโมก ตรงไปสี่แยกกำนันดิเรก และตรงไปสี่แยกวรเชษฐ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7171</URL_LINK>
                <HASHTAG>1584, GPS Tracking, ขสมก., จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, นายสนิท พรหมวงษ์, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, บขส., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, มิตรภาพ-เอเชีย, สตม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad354a6075b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
